Cocoon สังขาร.. ไม่เที่ยง

written for Hamberger ( DVD Review ) 6 Oct’06

คุณเคยคิดเล่นๆมั้ย ? ถ้าวันหนึ่งที่คุณจะต้องมีอายุ 70 .. ชีวิตคุณจะเป็นอย่างไร ชีวิตคุณจะยังต้องการอะไรอีก? งานดีๆ .. หรือจะเป็นบ้านหลังใหญ่ รถหรูๆ หรือว่าจะไปทัวร์ยุโรปสักทริป เดินช้อปปิ้งที่ลอนดอน แล้วก็ไปปีนเขา Everest กันดีล่ะ..

ในยุค 80s’ เป็นยุคเฟื่องฟูของหนัง Cult หนังเกรดบี หนัง Sci-Fi ที่มักจะนำเสนอเรื่องราวของ ผีๆ ( อย่าง Freddy Krueger ใน A Nightmare on Elm Street หรือ เจ้า Chucky ตุ๊กตาผีแสบๆ จากเรื่อง Child’s Play ต่างก็ถือกำเนิดกันในช่วงนี้ ) หรือ เรื่องราวประหลาดๆ อย่าง Series เรื่อง Amazing Story ของ Steven Spielberg ที่สุดแสนจะ Amazing สมชื่อ ( ถ้าจำไม่ผิด รู้สึกจะมีชื่อไทยๆว่า “ พิสดาร ” ) และแน่นอน.. เรื่องของมนุษย์ต่างดาว ก็ฮิตไม่แพ้กัน!

ในยุคนั้น ถ้าพูดถึงหนังมนุษย์ต่างดาว ก็คงต้องนึกถึงหนังอย่าง E.T. ของ Steven Spielberg , Alien ของ Ridley Scott และ Aliens ของ James Cameron อาจจะรวมไปถึง Gremlins ของ Joe Dante ซึ่งเป็นอะไรที่ต้องสะเทือนอารมณ์ น่ารัก น่าเอ็นดู หรือว่า มันส์สะใจ ดุเด็ดเผ็ดมัน น่าเกลียดน่ากลัวอะไรเทือกนั้นไปเลย แต่คงไม่มีใครหันมามองหนังเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวที่แสนจะเรียบง่าย และบอกเล่ามุมมองแบบปรัชญาและศาสนา อย่าง Cocoon นี้สักเท่าไหร่

Cocoon เป็นเรื่องราวจากบ้านพักคนชรา St. Petersburg ที่เงียบสงบ ผ่านตัวละครเหล่าคุณตาคุณยายที่แสนจะน่ารัก โดยเรื่องราวเกิดขึ้นจากก๊วนคุณตาสุดแสบ 3 คน ที่มักจะหนีไปเล่นสนุกกันในสระว่ายน้ำของบ้านร้างข้างบ้านพักคนชรา แต่แล้ววันหนึ่ง บ้านร้างหลังนั้น กลับมีคนแปลกหน้ากลุ่มหนึ่งย้ายเข้ามาอยู่ และแน่นอนว่า ต้องไม่ใช่คนธรรมดาๆ ( ก็แหงล่ะ.. เป็นหนังมนุษย์ต่างดาวนี่หว่า.. ) แต่เรื่องราวกลับไม่ได้ง่ายดายและจบแค่ตรงนั้น เหล่าก๊วนซ่าส์ ก็ยังไม่ลดละในความซน ยังดั้นด้นแอบไปเล่นน้ำในสระว่ายน้ำสระเดิม อย่างสนุกสนาน แถมยังค้นพบความลับอันแปลกประหลาดด้วยว่า การไปว่ายน้ำในสระของบ้านหลังนั้น ทำให้ตัวเองกลับมีชีวิตชีวาเหมือนคนหนุ่มอีกครั้ง พร้อมๆกับการค้นพบสถานะของเพื่อนใหม่แปลกหน้ากลุ่มนี้อีกเสียด้วย

คนอเมริกันนั้นมีความเชื่อเรื่องมนุษย์ต่างดาวมากพอๆกันกับที่คนไทยเชื่อในเรื่องหวย.. ในช่วงยุค 50s’ ยุคที่มีการโจษจันกันเรื่องของ Area 51 ซึ่งเป็นพื้นที่ของกองทัพอากาศอเมริกา ว่ากันว่าเป็นฐานทัพอากาศ ตั้งอยู่กลางทะเลทรายในแถบทางใต้ของ Nevada ไร้ซึ่งผู้คน และ ไม่มีใครสามารถมองเห็นข้างในได้ แม้แต่แผนที่จากดาวเทียมก็ตาม แน่นอนว่าการปิดบังกันเสียขนาดนั้นนี้ ย่อมนำพามาซึ่งการตกเป็นขี้ปากและความเคลือบแคลงให้กับคนอเมริกันมากมาย ทำให้เชื่อกันมาช้านานอย่างหัวปักหัวปำว่า ในนั้นจะต้องมียานอวกาศของมนุษย์ต่างดาวที่กองทัพอากาศแอบเอาไว้เป็นแน่ ( ก็คงจะพอๆกับการที่คนไทยเชื่อว่า ต้นโพธิ์ ที่ยิ่งต้นใหญ่ๆ และยิ่งมีกิ่งก้านหรือโคนต้นเป็นรูปคล้ายพญานาคหรืองวงช้างด้วยแล้ว จะต้องมีเลขเด็ดๆซ่อนเอาไว้อยู่แน่ๆ ) แต่ทุกวันนี้ก็ยังไม่มีหลักฐานไหน รูปถ่ายใบไหน จะพิสูจน์เรื่องราวของมนุษย์ต่างดาวได้จริงๆเสียที.. ( ต้นโพธิ์ทุกต้นหรือวัวห้าขาทุกตัวก็ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าให้หวยแม่นจริงหรือเปล่าเช่นกัน.. )

Ron Howard เป็นผู้กำกับที่มีชื่อเสียงในการกำกับหนังหนักๆ เข้มๆ Drama ๆ อย่างฮีโร่นักผจญเพลิง ใน Backdraft ที่นำแสดงโดย Kurt Russell หรือ เรื่องจริงที่เหมือนหนัง Hollywood ของนักบินอวกาศที่ถูกลืม ใน Apollo 13 หรือ Cinderella Man ชีวิตจริงของนักมวยแสนอาภัพที่แสดงโดย Russell Crowe ( รู้สึกว่า Ron จะชอบอะไรที่เป็น Russell ๆ นะ ) และล่าสุด จากหนังสือสุดอื้อฉาว The Davinci Code ที่ได้ Tom Hank แสดงนำ

แต่ถ้าย้อนกลับไปที่ Cocoon ซึ่ง Ron กำกับไว้เมื่อปี 1985 อย่างที่ว่าเอาไว้ ว่าเป็นช่วงยุคทองของหนัง Sci-Fi สุดหรรษา บ้าบอคอแตก เพี้ยนหลุดโลก แต่ Ron กลับเล่าเรื่องในอีกรูปแบบหนึ่ง ไม่ใช่ทั้งเนื้อหาหนักๆแบบที่เขาถนัด และ แบบ Hollywood จ๋าเสียจนเกินงาม แถมเป้าหมายของเรื่องก็ไม่ใช่การนำเสนอชีวิตมนุษย์ต่างดาวผ่านจอ แต่กลับเป็นการนำเสนอชีวิตของมนุษย์เองนั่นแหล่ะ

Ron ใช้วิธีเล่าเรื่องแบบเรียบง่าย ไม่โหดร้าย กดดัน หรือ เค้นอารมณ์ใดๆ ทุกอย่างในเรื่องดูจะมองโลกในแง่ดี มีอารมณ์ขันเล็กๆ ตามสถานะของคนแก่ทั้งสามที่เป็นตัวเดินเรื่อง เขาเพียงเอาคำว่ามนุษย์ต่างดาว มาเรียกร้องความสนใจในปรัชญาและศาสนาที่เขาต้องการนำเสนอ มนุษย์ต่างดาวในที่นี้เป็นเพียงสัญลักษณ์ของพระเจ้า ( ซึ่งในหนังหลายๆเรื่อง ก็ใช้วิธีการเปรียบเทียบแบบนี้เช่นกัน ) ที่มีรูปธรรมชัดเจน มีตัวตนมาพูด มากระทำต่อตัวละคร ให้เห็นภาพ ให้คุณ ให้โทษ และนั่นก็อาจจะเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่คนอเมริกันเชื่อเรื่องมนุษย์ต่างดาวอยู่ลึกๆ เพราะคล้ายคลึงในแง่ของศรัทธา บางคนถึงกับเชื่อว่าเกี่ยวพันกันทางศาสนาไปเลยก็มี ( ถ้าย้อนกลับไปคิดดีๆ ก็จะพบว่า หวย , กุมารทอง , คนทรง , ต้นโพธิ์ , หมูสองหัว ฯลฯ ก็เกี่ยวเนื่องกับความศรัทธาด้วยเหมือนกัน )

มนุษย์เป็นสัตว์โลกชนิดหนึ่ง แต่ต่างจากสัตว์อื่นๆตรงที่มีความละโมบ และ รู้จักลักไก่กับธรรมชาติ ดังนั้น สิ่งต่างๆบนโลก หลายๆอย่าง มนุษย์จึงพยายามจะสร้างขึ้นเพื่อเอาชนะธรรมชาติ และเพื่อประโยชน์ของตัวเอง มีหนึ่ง ก็จะเอาสอง มีสองก็จะเอาสาม ไม่มีที่สิ้นสุด ( ในหนังจะพบว่า เมื่อคุณตาก๊วนซ่าส์กลับมามีเรี่ยวแรงดั่งคนหนุ่ม ก็ไม่ใช่แค่คืนแต่เรี่ยวแรงเท่านั้น แต่..คืนไปถึงสันดานอีกด้วย ฮ่าๆ ) สุดท้ายแล้ว สิ่งที่พยายามทำมาทั้งหมด กลับไม่มีประโยชน์ใดๆ นอกจากทำลายตัวเองลงไปทุกที จึงสรุปไม่ได้ว่า มนุษย์นั้นฉลาดที่สุด หรือ โง่ที่สุดกันแน่

มีหลายๆฉาก หนังบ่งบอกให้คนดูรู้ว่า สิิ่งที่คุณต้องการที่สุดเมื่อคุณอายุ 70 .. มันก็แค่ สายตาดีๆ เรี่ยวแรงที่จะลุก จะเดิน จะนั่ง จะไปซื้อของ ยังเข้าห้องน้ำเองได้ ไม่ต้องมานอนเผชิญโรคภัย และ หวังว่าจะรายล้อมไปด้วยลูกหลานที่คอยดูแล .. ไม่ใช่อำนาจ ยศฐาบรรดาศักดิ์ หรือ เงินทอง รถหรูๆ สิ่งของมีค่าใดๆ เพราะ อำนาจ เงินทอง เป็นหมื่นๆล้าน ที่คุณหามาทั้งชีวิตนั้นน่ะ.. จนถึงตอนจบของหนังเรื่อง Cocoon ก็ยังเน้นย้ำให้คุณสำนึกไว้ว่า.. สักกะแดงเดียวตายไป คุณก็เอาไปไม่ได้หรอกว่ะ.

✓ ✓ ✓ ❑ ❑
################################################
อาทิตย์ เลิศรักษ์มงคล
sunstudio@hotmail.com

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s