โปรดิวเซอร์ย้อนยุค ภาค 1

เมื่ออาทิตย์ก่อน ขณะที่กำลังขับรถกลับบ้านอยู่ ก็เปิดคลื่นโน้นคลื่นนี้ฟังไปเรื่อยๆ พักหลังๆนี่ไม่ค่อยได้ฟังเท่าไหร่ เริ่มเข้าใจเพื่อนที่มันอยู่ในวัยเดียวกันแล้วไม่ค่อยได้ฟังเพลงแล้วล่ะ… พอดีว่าได้ยินคลื่นนึงเค้าเปิดเพลง “ปากดีขี้เหงา” ของมีล่า.. ไม่ได้ยินนานนนแล้ว เลยชวนให้นั่งระลึกถึงว่า “เอ๊า..นี้กูทำนะนี่” …เรื่องพวกนี้ ยิ่งนานไป มันก็ชักจะเลือนๆออกไปทุกทีนะ… เหมือนไม่ใช่อะไรที่คุ้นเคยไปซะแล้ว

ช่วงหลังๆมีพี่ๆหลายคนชอบมาทักเรื่องนี้บ่อยๆว่า “ ไม่ทำเพลงแล้วจริงๆเหรอ “ ด้วยภาระหน้าที่ตอนนี้ มันคงไม่มีปัญญาทำแล้วล่ะ ก็ใครจะเชื่อว่าอาชีพที่เคยทำมาเป็นสิบปี อยู่ๆจะเปลี่ยนไปทำอาชีพอื่นกันไปได้

ไหนๆคิดถึงเรื่องเก่าๆ ก็เลยถือซะว่าส่งท้ายอาชีพเก่ากันซะหน่อย  มาลองนึกเล่นๆเรื่อยๆเปื่อยๆกลับไปถึงเพลงที่เคยทำ ช่วงเวลาที่ประทับใจที่ได้ทำงานนั้นๆ เพราะเอาเข้าจริงๆแล้ว เราไม่ได้จะชอบเพลงที่ตัวเองทำเท่าไหร่เลย ส่วนใหญ่ทำจบแล้วจบกัน ไม่ย้อนกลับไปฟังเลยแหล่ะ แล้วทุกครั้งที่ใครเอามาฟังก็ออกจะอายเค้าซะด้วยสิ…แต่สิ่งที่รู้สึกดี กลับเป็นบรรยากาศ ผู้คนที่ได้ทำงานด้วย ช่วงเวลาที่ตั้งใจ สนุก เหนื่อย อดหลับอดนอน.. ตรงนั้นแหล่ะที่จดจำเอาไว้ตลอดเวลา

หลังจากที่ได้นั่งระลึกชาติกันไป พอกลับบ้าน ก็ตรงไปที่ชั้น CD ที่หมักหมมมาหลายชั่วยาม จนกองท่วมหัวไปหมด ถึงแม้ว่าเมื่อก่อนจะทำงานเพลง แต่ก็ดันไม่ชอบเก็บ CD เท่ากับเก็บแผ่นหนังเล๊ย..ให้ตายเหอะ..  แผ่นหนังนี่เก็บไว้ซะดิบดี ไว้ในห้องนอน ส่วน CD นี่..เอ่อ..โยนไปโน่นนน  มุมห้องอื่นๆที่เอาไว้เก็บของเลย ดีนะที่โลกนี้มี iTunes เลยเก็บทุกเพลงเอาไว้ในฮาร์ดดิสหมด จะหาก็หาง่ายกว่า ไม่ต้องมานั่งมุดเข้ามุดออก..

แต่ว่า…สำหรับงานที่ตัวเองทำๆไว้ ก็ไม่เคยเอามานั่งเก็บไว้ในคอมอยู่ดีนะ.. แล้วก็ไม่เคยไปนั่งดูด้วย งานนี้ก็เลยต้องไปนั่งรื้อ CD จะทับตาย.. ครั้งหนึ่งสมัยที่ยังมีเทปอยู่ เป็นเทปเพลงที่สะสมไว้ตั้งแต่เด็กๆเลย สักตอนประถม เก็บมาเรื่อยๆ จนม.6 ก็เกิดรู้สึกว่าห้องมันรกมาก แล้วเทปก็เสียไปเยอะ .. ด้วยอารมณ์ไหนก็จำไม่ได้.. ขนเทปทั้งหมดในชีวิต เป็นเกือบพันม้วนเลย ถวายวัดสวนแก้วไปซะงั้น..

เป็นอันว่า ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เราก็ไม่มีเทปเหลือเลยในชีวิต มีก็แต่ CD เท่านั้น..

กลับมาเรื่องเพลงของเรากันดีกว่า…. เพลงแรกที่จะมาแนะนำ อะแฮ่ม…  ใครจะรู้บ้างว่า ถึงจะไม่ได้หน้าตาดีแบบโดม ปกรณ์ ลัม แต่ก็เคยออกเทปกะเค้ามาแล้ว 55 เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ก่อนจะได้เข้ามาทำงานเบื้องหลังเต็มตัว ตอนนั้นอายุ 17 เอง ยังละอ่อน วัยรุ่นมากกกก….  เราเริ่มทำเพลงเองเมื่อสักตอนอยู่ ม. 3 เรียนอยู่ที่เซนต์คาเบรียลนี่แหล่ะ ทำเพลงนี่ก็หมายถึงว่า เรียบเรียงเสียงประสานนะ ภาษาอังกฤษเรียกว่า “ arrangement”

สมัยก่อน การทำดนตรีในคอมพิวเตอร์ยังเป็นเรื่องใหม่มากๆ ไม่มีคู่มือ ไม่มีอินเตอร์เน็ต ต่างกับสมัยนี้ ที่มีทุกอย่างให้ดู มีให้เรียน และทุกอย่างก็ทำสำเร็จเสร็จสรรพได้ภายในคอมพิวเตอร์ตัวเดียว ด้วยความยากลำบากของยุคนั้น แถมคอมพิวเตอร์ยังเป็นรุ่น 486 กันอยู่เลย (ถ้าไม่รู้จัก ก็คิดซะว่า มันเก่าเกินจะจินตนาการละกันนะ …) แพงก็แพง ที่บ้านเราก็ไม่มีหรอก ต้องไปยืมบ้านเพื่อนเอา เสาร์อาทิตย์ก็หลอกล่อ ไปบ้านคนโน้นคนนี้ แบกคีย์บอร์ดตัวเองไป กว่าจะทำเสร็จได้แต่ละเพลง ก็ด้วยความยากลำบาก เสียงร้อง เสียงกีตาร์อะไร สมัยนั้นก็ยังอัดลงคอมฯไม่ได้หรอกนะ.. ด้วยเทคโนโลยีบ้านๆ ก็อัดกันใส่เครื่องเล่นเทปธรรมดานี่แหล่ะ.. ก็ทำ demo กะเพื่อนเก็บไว้ แล้วด้วยความที่เพื่อนๆยุ “เฮ้ย..ไปส่งค่ายเล๊ยยย” กูก็บ้ายุ…ไปเล๊ยย

เป็นเวลาประมาณปีนึงได้ (จริงๆมีเรื่องราวก่อนจะได้ทำอัลบั้มนี้ออกมามากมายนะ…แต่ขอ skip เดี๋ยวจะยาวเกิ๊นน ) เราได้เรียนรู้อะไรมากมายจากห้องอัดตรงนั้น โดยมีพี่ๆหลายคนคอยช่วยเหลือ โดยเฉพาะ “พี่ต่อ” ซึ่งถือได้ว่าเป็นอาจารย์คนแรกในอาชีพสายนี้แบบจริงๆจังๆ

อัลบั้ม “หนุ่มแอนด์ซัน” ก็สำเร็จเสร็จออกมา ช่วงนั้นเป็นช่วงอินดี้ยุคแรกๆนะ ประมาณปี 2540 ค่ายเพลงอย่าง มิวสิคบั๊คเพิ่งเริ่มทำได้พักนึงเท่านั้นเอง และยังมีค่ายอินดี้เกลื่อนกลาดมากมาย ช่วงที่เราทำ ก็เป็นยุคเดียวกับบิ๊กแอส เพิ่งจะออกชุดแรก ออกมาพร้อมๆกันเลย (กล้าเทียบเน๊อะ) ช่วงนั้นเพลง “ อยากได้ยินว่ารักกัน “ ของอัสนีกำลังดังเลย แล้วก็จำได้ว่า MGA เค้าเอาเพลงเราไปรวมฮิตกะเพลงฮิตหลายๆเพลงในยุคนั้น (นี่!! รวมฮิตด้วย) อย่างเพลง “ทางผ่าน” ของบิ๊กแอสนี่แหล่ะ..

เพลง “เธอคือคำตอบ” เป็นซิงเกิ้ลแรกของอัลบั้ม หนุ่มแอนด์ซัน เป็นเพลงที่เราแต่งสมัยช่วงกำลังจะขึ้น ม.4 จำได้ว่าอารมณ์มันเกิดขึ้นประมาณอยู่ๆก็สะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก เหมือนมีอะไรดลใจ แล้วก็มีอารมณ์ศิลปินซะงั้น…(กำลังเด็กๆกำลังอินเลิฟ) เลยหยิบกีตาร์มานั่งเล่น เล่นไปเล่นมา ก็พอนึกอะไรออก…ความคิดแล่นทะลัก  คล้ายๆนั่งส้วม… เลยมองหากระดาษ…เฮ้ยๆๆ ไม่มีๆๆ  ทันใดนั้น เห็นกระเป๋านักเรียนอยู่ใกล้ๆ ก็คว้ากระเป๋านักเรียนทันที…หยิบสมุดวิชาอะไรไม่รู้.. ฉีก..แคว่กกก… เอามาเขียนๆๆ จดๆๆ… จนได้มาเป็นเพลงนี้แล..

ครั้งแรกที่เอาเพลงนี้ไปให้พี่ๆช่วยกันฟัง ไปนั่งที่ห้องอัด Gecko อยู่แถวสมิติเวชแหล่ะ ก็หยิบกระดาษสมุดนี่เล๊ยย ออกมาจากกระเป๋ากางเกง พับซะเละเชียว.. แนวมาก กางออกแล้วนั่งเล่นกีตาร์ ร้องกันตรงนั้น ซึ่งทุกคนก็ลงความเห็นว่า… เอ่อ… มึงลองเล่นให้มันดีๆใหม่ซิ…  ฮา

ช่วงนั้นเดินสายน่าดู ไปทั้งหนังสือพิมพ์ แทบจะทุกเล่มในประเทศไทย แม้แต่หนังสือบอล ดาราภาพยนตร์ หนังสือเด็ก โอ๊ย..ไปหมด  วันนึงๆ นั่งรถกันตูดบาน ต้องไปทักคนโน้นคนนี้ ใครบ้างก็ไม่รู้ เรายิ่งไม่ชอบคุยกับคนแปลกหน้าอยู่ด้วย.. แต่ก็ต้องทำ เค้าบอกให้ทำก็ทำ..  ที่ขาดไม่ได้ในยุคนั้นคือการเยี่ยมแท่นพิมพ์ไทยรัฐ เป็นที่ตื่นเต้นมาก ดารามาเยี่ยมกันทุกวัน อย่างน้อยก็ครั้งหนึ่งในชีวิต ได้เล่าให้ลูกให้หลานฟังวะ… หรือสถานีวิทยุนี่ก็ไปมาหมด ออกต่างจังหวัด ที่โน่นที่นี่ สำหรับศิลปินทั่วไปไม่ใช่เรื่องแปลกครับ.. แต่กูนี่ใคร??.. เอไทม์นี่เข้าๆออกๆบ่อยมาก ไปนั่งคุย ไปเล่นสดๆให้เค้าฟัง จำได้ว่าช่วงนั้นมีพี่เป้วิศวะ มีพี่เอก กฤษณาวารินทร์ อะไรประมาณนี้ ที่สำคัญคือ เพลง “เธอคือคำตอบ” เคยขึ้นชาร์ตฮอตเวฟ อันดับต้นๆเลยน๊าา เท่าไหร่ก็จำไม่ได้แฮะ….

ออกคอนเสิร์ตก็มี ไปเล่นตามผับ บาร์เกย์ยังเคย งานศิลปากร งานมหาลัย’ งาน countdown ปีใหม่ สมัย central world ยังเป็น world trade อยู่..  บางที่ (จริงๆแล้วหลายที่) มีคนดูสองสามคน แต่ก็สนุกดี…

เวลาช่วงนั้นหมดไปอย่างรวดเร็ว ด้วยกระแสและยอดขายที่ถล่มทลาย 55 ทลายถึงขนาดปิดค่ายไปเลยทีเดียว แต่ช่วงนั้นก็เป็นช่วงเวลาดีๆแห่งการเริ่มต้น ได้รู้จักพี่ๆหลายคน หลายๆคนนั้นเริ่มต้นจากจุดนั้นเหมือนกัน จนตอนนี้ก็เติบโตไปในสายงานต่างๆได้ดิบได้ดีเช่นกัน ส่วนเราเอง.. ได้ซื้อกีตาร์ตัวแรกในชีวิตด้วยเงินจากค่าแต่งเพลงของตัวเอง.. ได้มีตังค์เลี้ยงตัวเองได้ ไม่ต้องขอแม่..  ได้รู้ว่ามีคนฟัง มีคนชอบเพลงของเราถึงแม้ว่าจะน้อยนิด แต่ก็เป็นความสุขของเด็กวัยรุ่นคนนึง เคยได้ยินว่ามีกลุ่มเด็กไทยที่เรียนที่นิวซีแลนด์ในช่วงนั้น ชอบกันมาก.. อาจจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่จริงก็ไม่รู้ แต่ก็ทำให้หัวใจพองโตได้

อีกสองปีหลังจากนั้น.. เราก็มีอันต้องเข้าสู่การทำงานเบื้องหลังแบบจริงจังมากขึ้น ช่วงนั้นที่ RS มีการเปิดทีมทำเพลงขึ้นใหม่ โดยมีพี่เจี๊ยบ พิสุทธิ์ เป็นหัวหน้าทีม ซึ่งก็ต้องการคนมาร่วมทีมจำนวนนึง เราก็เลยได้โอกาสลองเข้าไปทดลองงานดู ช่วงนั้นจบ ม.6 พอดีเลย เตรียมจะเข้าปี 1 แล้ว ถือว่าเป็นการเริ่มต้นชีวิตมหาลัย และชีวิตการทำงานบริษัทไปพร้อมๆกัน..

จริงๆแล้วออกจะหวาดหวั่นมากๆ วันที่เดินเข้าไปที่บริษัท รู้สึกว่าเอ..เราจะทำได้เหรอ? ที่ผ่านมาทำงาน freelance มันสบายๆ ไม่รู้สึกว่าเป็นอาชีพขนาดนี้ แล้วคนอื่นๆเค้าจะไว้ใจเรามั๊ย? เราจะเด็กเกินไปสำหรับที่นี่มั๊ย? เค้าจะต้องใช้เครื่องมือดีๆกันหรือเปล่า? (เนื่องจากโดนขู่มาว่า ที่นี่คนทำเพลงใช้เครื่องมือดีกันทั้งนั้น..)  ก็คิดไปต่างๆนานา

ช่วงแรกๆงานเพลงที่ทำไม่ได้โดดเด่นอะไรมากมาย เป็นเพลงประกอบละครบ้าง อะไรบ้าง อย่างเพลงประกอบละคร “ตี๋ใหญ่” ที่พี่หนุ่ม ศรรามเล่น อันนี้ก็ถือว่าเป็นเพลงแรกๆที่ทำ มีศิลปินใหม่ในช่วงนั้นอย่างพี่อู๋ (อัลบั้มนั้นมีเพลงฮิตอย่าง “หัวใจกระดาษ” ) พี่โฟร์ท ก็ออกอัลบั้มแรก เป็นต้น เราก็ทำเพลงประกอบๆอยู่ในอัลบั้มไป ประมาณเพลงท้ายๆ หน้า B (โบราณมาก ยังมีหน้า A หน้า B) ซึ่งเราเองทำงานแบบบ้าคลั่งมาก จำได้ว่าหลับคาห้องอัดอยู่บ่อยๆ ทำเพลงอาทิตย์นึง 3 เพลงเป็นอย่างน้อย ไม่รู้ว่าเอาแรง เอาสมองจากไหนมานั่งคิดขนาดนั้น ฟิตเปรี๊ยจริงๆ..

เราก็ทำงานกับทีมพี่เจี๊ยบได้ประมาณครึ่งปี ก็มีอันได้ย้ายทีมทำงาน และก็เป็นที่มาของเพลงที่จะแนะนำให้ฟังต่อไปนี้

พี่ปาน ธนพร แต่ก่อนนี้เป็นคอรัสให้กับศิลปินมากมายใน RS มายาวนาน เราได้รู้จักพี่ปานก็ตอนที่พี่ปานจะต้องออกอัลบั้มแรกในชีวิต ซึ่งเราเองได้อยู่เป็นติ่งหนึ่งในทีมงาน ช่วงนั้นเราออกจะเป็นแนวช่วยเหลือพี่ๆเค้าทำงานมากกว่า ส่วนใหญ่จะนั่งฟังงานที่เค้าทำกันมา แล้วมานั่งถกนั่งแก้กัน อย่างเพลงแรกๆที่โปรโมตในอัลบั้มนั้น “หว่านเมล็ดบนเม็ดทราย” เราก็ไปช่วยพี่เค้าทำดนตรี ออกไอเดียอะไรแบบนี้

จนกระทั่งอัลบั้มใกล้จะเสร็จ เราก็มีโอกาสได้ทำเพลงๆนึง ถึงแม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในเซทแรกที่วางขาย (คือหลังจากที่ขายดีแล้ว มีการเพิ่มเพลงใหม่เข้าไป และเพลงนี้ก็เป็นเพลงประกอบละคร) แต่ก็ดีใจที่ได้ทำเพลงนี้ขึ้นมา เป็นเพลงที่เราชอบเพลงนึงในการมีอาชีพนี้ที่ผ่านมา จำได้ว่าจริงๆแล้วช่วงนั้นป่วยถึงขนาดต้องเข้าโรงพยาบาลกันเลย เป็นโรคลำไส้อักเสบ แต่พี่ๆทีมงานก็ยังช่วยให้มันสำเร็จออกไปได้  และพี่ปานเคยบอกว่า “พี่ชอบเพลงนี้นะ” เพลงนี้คือเพลง “ขอบใจที่กลับมา”

ก็ถือเป็นประสบการณ์แรกๆ ที่พาให้เราได้เข้าไปสู่การเป็น โปรดิวเซอร์ อย่างที่เคยฝันไว้.. การเดินทางตลอดอาชีพสิบปีที่ผ่านมา  โปรดติดตามเพลงต่อไป...

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s