พี่ๆ… เช่าหนังมั๊ยครับ ???

ตั้งแต่เด็กๆ ผมค่อนข้างจะชินกับร้านเช่าวิดีโอมากๆ ทั้งร้านข้างโรงเรียน สมัยเรียนที่เซนต์คาเบรียล และก็แถวบ้านเองก็มี..
สมัยนั้น เป็นยุคที่บูมมากๆของร้านเช่าวิดีโอในเมืองไทย ซึ่งส่วนใหญ่วิดีโอในร้านจะผิดลิขสิทธิ์นะครับ เป็นม้วน National กันเต็มไปหมด.. ค่าเช่าก็ต่างกันไป ถ้าเป็นม้วนถูกลิขสิทธิ์ (เรียกว่า Master ) ก็จะราวๆ 30 บาทต่อม้วนต่อสามวัน ถ้าเป็นม้วนก๊อป หรือหนังเก่า ก็ราวๆ 10 บาทต่อสามวัน (ถ้าจำไม่ผิดนะ)

หลายปีให้หลัง ร้านที่เป็นแบรนด์ดังๆจากต่างชาติอย่าง Tsutaya ก็เข้ามามีบทบาท เปิดกันกระหน่ำในเมืองหลวง แต่..สุดท้ายแล้ว เมื่อยุค VCD เข้ามา ยุค DVD ต่อมา.. ร้านที่เป็นแบรนด์ต่างๆก็ทยอยถอนตัวออกไป เหลือก็อยู่เพียงไม่กี่ร้านที่เปิดให้เช่ากันเอง ปัจจุบัน เราเห็นร้านใหญ่ๆอยู่บ้างตามจุดต่างๆที่มีหอพักเยอะๆบ้าง อพาทเม้นท์เยอะๆบ้าง ถ้าเปรียบเทียบกับยุคก่อนๆแล้ว ถือว่าเทียบความรุ่งเรืองกันไม่ได้เลย

ในอเมริกานั้น ธุรกิจหนัง ไม่ว่าจะเป็นขาย หรือ เช่าก็ตาม กลับเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ หนังหลายๆเรื่องอาจจะทำรายได้ไม่มากตอนฉาย แต่สามารถทำรายได้เป็นกอบเป็นกำจากการขาย DVD นอกจากการขายแล้ว ร้านเช่าก็ถือเป็นธุรกิจขนาดใหญ่เช่นกัน

Netflix เป็นร้านให้เช่นหนังที่แปลกแตกต่างไปจากร้านอื่นๆในอเมริกา เพราะแทนที่จะต้องให้ลูกค้าเดินเข้ามาหา แต่ Netflix กลับ Service ให้ลูกค้าถึงที่ โดยทั้ง DVD และ Blu-ray จะถูกส่งผ่านไปรษณีย์ตาม order ของลูกค้า โดยมีจุดกระจายของใหญ่ๆอยู่ราวๆ 50 จุดทั่วประเทศ และเมื่อลูกค้าดูจบและต้องการหนังใหม่ ก็เพียงแค่ลูกค้าส่งกลับมาทางไปรษณีย์เท่านั้น!!นั่นถือว่าเป็นการวางระบบ Logistic ที่ดีเยี่ยมจริงๆ

นอกจากนั้นแล้ว เมื่อยุค Digital ผ่านเข้ามา.. Netflix ก็ต้องรับมือกับ Digital Content ด้วยเช่นกัน ไม่ใช่แค่ให้เช่าหนังแบบ Streaming ไปสู่เครื่อง TiVo ตามบ้าน แต่พี่แกข้ามไปสู่การเช่าเกมบน Console อย่าง Wii / Xbox 360 และ PS3ซึ่งกำลังเตรียมเปิดตัวอยู่เร็วๆนี้ โอ..ล้ำ…จะเห็นได้ว่าธุรกิจหนังมีการเตรียมรับมือกับการเข้ามาของ Digital Content มากกว่าธุรกิจเพลง ที่เหมือนเป็นด่านหน้าที่ประสบปัญหาต่างๆนานาเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์บนโลก Online มานาน กว่าจะมาตั้งตัวได้

Jeffrey Katzenberg ปัจจุบันเป็น CEO ของ DreamWorks Animation พูดถึงการเติบโตของตลาด Digital Content ว่าเค้าเดินทางไปที่อินเดีย ที่นั่นคนนิยมดูหนังบนมือถือ!! (ล้ำมั๊ยล่ะ..) มีคนใช้มือถือราว 450ล้านคน และเติบโตถึงเดือนละ 8ล้านคนเลยทีเดียว เค้ามองว่า นี่แหล่ะ..คือโอกาสในการเติบโต Digital Content อย่างสูง ( ในเมืองไทยรอ 3G ให้มันได้ก่อนละกัน 55)

ปัญหาของธุรกิจหนังของอเมริกานั้น นอกจากการละเมิดลิขสิทธิ์แล้ว ยังพบว่าคนอเมริกาเริ่มซื้อแผ่นน้อยลง แต่เช่ามากขึ้น (แต่เมืองไทยนี่ มีแนวโน้มซื้อเยอะขึ้น แต่เช่าน้อยลง เชื่อมั๊ยว่า ร้าน boomerang ร้านขายแผ่นหนังถูกลิขสิทธิ์ เปิดสาขากว่า 20 สาขาทั่วประเทศในระยะเวลาไม่กี่ปี และล่าสุดก็เพิ่งเปิดสาขาที่พัทยา) ซึ่งก็แน่นอนว่า เข้าทางทั้ง Netflix และ Redbox ที่มี Growth สูงอย่างต่อเนื่องตลอดปีที่ผ่านมา

นี่เป็นตัวอย่างธุรกิจที่น่าสนใจมากนะครับ ในการปรับตัวให้ทันโลกอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะยุคไหนก็ตาม Netflix ก็สามารถตามโลกได้ทันอยู่เสมอ มีกลยุทธ์ที่น่าสนใจอยู่เสมอ

2 Comments Add yours

  1. yoshi says:

    ที่เมืองไทยดู Netflix ออนไลน์ได้มั้ยคะ

    1. ไม่ได้ครับ เป็นบริการเฉพาะอเมริกา

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s