จดหมายถึงไดอารี่

จดหมายถึงไดอารี่

ในชีวิต 30 ปีที่ผ่านมา มีหลายครั้งมากที่มีความพยายามจะเขียนไดอารี่ให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลที่เขียนตามเพื่อน , ครูสั่ง , แรงบันดาลใจจากสาวๆ โดยเฉพาะแรงบันดาลใจจากสาวนี่เป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้วันนี้มีบันทึกช่วงเวลาดีๆและไม่ดีเก็บไว้กะเค้าบ้าง ฮา.. ต้องบอกว่า พออายุป่านนี้แล้ว กลับไปอิจฉาคนอีกหลายๆคนที่มีไดอารี่เขียนเก็บไว้เป็นตั้งๆ เพราะสุดท้ายแล้ว เรามีตัวหนังสือพวกนี้มีอยู่นิดๆหน่อยๆ บางรูปแบบก็เก็บไว้เป็นการ์ด เป็นจดหมาย (เป็นสิ่งที่รู้สึกว่าเด็กสมัยนี้จะอิจฉาคนยุคสมัยที่เขียนจดหมายถึงกัน) ของเหล่านี้มีคุณค่าทางจิตใจมาก เป็นวรรณกรรมที่กินใจเรามากที่สุด คงไม่มีวรรณกรรมความรักเรื่องไหนจะอินเท่าตัวหนังสือที่เก็บเรื่องราวของตัวเองไว้อีกแล้ว

หลายๆครั้ง เราอาจจะรู้สึกว่าเราท้อแท้ เหนื่อย หรือ เหงาก็ตาม แต่ตัวหนังสือที่อยู่ในไดอารี่ มันเก็บความรักดีๆไว้เต็มไปหมด.. อาจจะมีแฟนในอดีตเขียนคำว่า “จะอยู่ข้างๆกันตลอดไป” ทิ้งเอาไว้ให้เราดูต่างหน้า แม้มันจะผ่านไปนานเท่าไหร่ และคนๆนั้นก็คงไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้แล้ว แต่ความรู้สึกที่ว่า “เราไม่เคยโดดเดี่ยว” มันมีจริง.. แค่บางครั้งเราต่างหากที่ลืม..
ไดอารี่บางเล่ม ก็ย้ำเตือนตัวตนของเรา หลายๆครั้งเราก็มักใช้ชีวิตเหมือนล่องเรือในไปทะเล ลอยไปเรื่อยๆ เผชิญคลื่นลมกันมานาน นานจนบางทีอาจลืมไปบ้างว่าเราเดินทางมาจากไหน และ กำลังจะไปไหน? สมองของเราถึงมันจะซับซ้อนและมหัศจรรย์เท่าไหร่ ก็ยังซับซ้อนไม่พอกับชีวิตที่วุ่นวายของคน ไม่น่าเชื่อว่า ไดอารี่เล่มนึง.. จะเก็บตกเรื่องราวและความทรงจำดีๆที่สมองจำไม่ได้ ไม่ให้มันหายไปไหน
พอกลับไปค้นดูในหีบสมบัติของตัวเอง ก็เจอสมุดจดอะไรเก็บไว้หลายเล่ม การ์ดอีกหลายสิบ มันเป็นเรื่องน่าสนุก เรื่องน่าซึ้ง เรื่องน่าเศร้า กองอยู่เต็มไปหมดท่ามกลางหีบสมบัตินั้น บางอย่างเราก็ลืมไปแล้วว่าเคยมีอยู่ แล้วก็นึกดีใจว่ามันช่างเป็นเรื่องดีที่เรายังเกิดในยุคที่คอมพิวเตอร์ , อินเตอร์เน็ต , มือถือ ยังไม่ครองโลก ทำให้การสื่อสารด้วยของพวกนี้มันยังคงเหลืออยู่ที่เราจนป่านนี้.. และเมื่อเปิดอ่านดู มันก็มีรายละเอียดในชีวิตที่สมองมันคงจำไม่ได้ขนาดนั้น

31 พฤษภา 2543 – ได้ดูหนัง Story of us ครั้งแรก ประทับใจคำพูดนางเอกในตอนจบ ตอนที่พระเอกและนางเอกต่างทนกันไม่ไหว ต่างคนต่างจะเลิกกัน “ถ้าจะให้เริ่มต้นใหม่กับใครที่ไม่รู้ว่าตอนเช้าตื่นมาเค้าจะแต่งตัวแบบไหน กินอะไร แต่ถ้าเป็นคนที่เรารัก เรารู้ว่าตื่นเช้ามาเขาพูดว่าอะไร ชอบกินอะไร หงุดหงิดตอนไหน ก็ขอทนกับสิ่งที่เรารู้จักตัวตนที่แท้จริงดีกว่า”

20 พฤศจิกา 2543 – เป็นวันแรกที่มีกล้อง Digital ตัวแรกในชีวิต Fuji 1 ล้านพิกเซล พี่สาวซื้อมาฝากจากญี่ปุ่น เป็นประสบการณ์การถ่ายรูปที่แปลกมาก.. เพราะมันดูรูปที่ถ่ายได้เลย…

10 ธันวา 2543 – กลางคืนนอนปวดหัวอย่างหนัก จนต้องรีบนอน จนสามารถตื่นตอนเช้า6:15 ได้ในรอบหลายปี เลยเปิดเพลง For the first time ของ Rod Stewart ฟัง สบายใจมาก

1 มกรา 2544 – การ์ดจากแฟนเก่าเขียนว่า “The Road to success is always under construction”

18 พฤษภา 2549 – 1วันหลังจาก Macbook รุ่นแรกออกมา เราเขียนไว้ว่า “Macbook in black” ( like a thinkpad -_-)

28 พฤษภา 2549 – ยืนดู Photo Exhibition ที่ Sydney ยืนร้องไห้อยู่กับรูปเมียทหารหนุ่มนอนพิงโรงศพแฟนที่เสียชีวิตในสงครามอิรัก ข้างๆมีโน้ตบุ๊ค กำลังเปิดเพลงที่แฟนชอบให้ฟัง..

2 มิถุนา 2549 – เป็นวันที่ได้กินเค้กส้มที่อร่อยที่สุดในชีวิต แม้จนอายุป่านนี้ก็ยังไม่เคยกินเค้กส้มที่อร่อยเท่าวันนั้นอีกเลย..

5 กรกฏา 2549 – คำพูดก่อน ดร.อภิวัฒน์ จะเสียชีวิต “ถ้ากลับไปแก้ไขได้ ผมจะเลือกที่จะทำงานให้น้อยลง ให้เวลากับคนที่เรารักมากขึ้น การที่คิดว่าจะใช้ร่างกายให้หนักเพื่อทำงานให้ได้เงินมากๆ จริงๆแล้วในทางตรงข้าม ร่างกายเราอยู่ไม่ถึงให้เราทำงานได้นานอย่างที่คิด การมีเวลาอยู่กับคนที่เรารักสำคัญกว่าอะไรทั้งหมดในชีวิต”

เราเขียนไว้ต่อว่า “ชีวิตคนเหมือนกระดาษ เมื่อยับแล้วไม่มีวันจะเรียบได้เหมือนเดิม เมื่อเปียกแล้ว สถานะของชีวิตก็ยิ่งอ่อนแอพอจะขาดง่ายขึ้น”

2 Comments Add yours

  1. Goong says:

    ชอบการเล่าเรื่องของพี่คร่าาาาา ฟังแล้ววน่าสนจัย ^^

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s