ตลาดเพลงของโลก ร้อนแรง เมื่อ Spotify รุ่นเล็กไฟแรง ท้าชิง iTunes รุ่นใหญ่เฮฟวี่เวท

ตลาดเพลงของโลก ร้อนแรง เมื่อ Spotify รุ่นเล็กไฟแรง ท้าชิง iTunes รุ่นใหญ่เฮฟวี่เวท

มุมแดง เฮฟวี่เวทรุ่นใหญ่

10 ปีแล้วที่ Steve Jobs ไม่ใช่แค่ผู้เปิดตำนานคอมพิวเตอร์นามว่า Apple ให้โลกรู้เท่านั้น แต่ผู้ชายคนนี้ ยังถือได้ว่าเป็นผู้มีบุญคุณต่อวงการเพลงของโลกนี้อีกด้วย ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น? ผมไม่มีการกล่าวเกินจริงเพื่อเยินยอแต่อย่างใด ( แม้ผมจะพยายามปฏิเสธความคลั่งไคล้ต่อแบรนด์ Apple ดั่งคนติดบุหรี่แต่ไม่ยอมรับก็ตาม ) แต่ถ้าเราย้อนกลับไปเมื่อปี 2001 ปีที่โลกได้รู้จักเครื่องเล่น MP3 ที่ขนาดเพียงแค่ใส่กระเป๋าเสื้อได้ ( ถึงจะเป็นการพยายามยัดลงไปก็เหอะ.. มันเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ต้องเข้าใจ ) มันสามารถบรรจุเพลงลงไปได้เป็นพันเพลง เจ้าเครื่องเล่นหูฟังสีขาว ที่กลายเป็นวัฒนธรรมแห่งโลกยุค 2000 นั่นก็คือ iPod

Steve Jobs ให้กำเนิดมันพร้อมๆกับ iTunes โปรแกรมห้องสมุดเพลงส่วนตัว ที่เราๆทุกคนสามารถเอาเพลงจาก CD ที่ชื่นชอบ แปลงมันลงไปเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ของเราได้ ด้วยวิธีคิดที่มองการณ์ไกลอย่างมาก น้า Jobs แกคิดเอาไว้แล้วว่า ในอนาคต ใครจะบ้าพก CD กันพะรุงพะรัง ในเมื่อถ้าเราสามารถเก็บเพลงไว้ในเครื่องอะไรเล็กๆนี่ได้มากมาย แถมจัดเรียงเพลงในแบบที่ตัวเองชอบได้ตามใจฉันสุดๆอีกด้วย .. แน่นอนว่า ความฝันของน้าแกที่จะเห็นคนทั้งโลกใส่หูฟังสีขาวนี้เดินกันเกลื่อนเมือง มันได้เกิดขึ้นจริงๆแล้ว แต่ที่สำคัญไปกว่าการกำเนิด iPod มันยังมีสิ่งที่ทำให้ธุรกิจเพลงวันนี้สามารถยืนหยัดมาได้ถึงวันนี้ ผ่านมรสุมแห่งการละเมิดลิขสิทธิ์อย่างรุนแรงในช่วงต้นยุค 2000 การระบาดของ MP3 เถื่อน ถูกอัศวิน Steve Jobs เข้ากำหลาบ จนกลายมาเป็นอีกหนึ่งธุรกิจสำคัญของ Apple ทุกวันนี้ นั่นก็คือ iTune Music Store

iTunes Music Store เกิดขึ้นเมื่อปี 2003 โดยการรวบรวมความร่วมมือจากค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ของโลก ที่เรียกว่า Big 5 อันประกอบไปด้วย Sony Music , BMG , Universal , EMI และ Warner ( ต่อมารวมเหลือแค่ 4 แล้ว ก็คือรวมเอา Sony Music กับ BMG เข้าด้วยกัน ) รวมไปถึงค่ายเพลงอิสระอีกมากมาย ด้วยพลังการเจรจาที่สุดยอดของน้าจ๊อบส์ ทำให้เกิดเป็นรูปแบบการขายเพลงแบบใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ก็คือการขายซิงเกิ้ล MP3 ถือว่าเป็นการแหกกรอบโดยสิ้นเชิง ซึ่งก็พิสูจน์ในตลาดวันนี้แล้วว่า ผู้คนนิยมที่จะดาวน์โหลดเป็นเพลงๆมากกว่าที่จะโหลดทั้งอัลบั้มจริงๆ ถือเป็นการอ่านพฤติกรรมผู้บริโภคที่ขาดกระจุยมากๆ การนำพาธุรกิจเพลงของโลกให้หลุดพ้นจากวิกฤติครั้งนั้นด้วยการเปิดตลาดดาวน์โหลดเพลง MP3 ทำให้ตลาดเพลงคึกคักมาตลอดหลายปี จนปัจจุบันนี้ iTunes มีเพลงให้ดาวน์โหลดกว่า 13 ล้านเพลง และเคลมว่า มีการดาวน์โหลดเพลง MP3 ไปแล้วกว่า หมื่นล้านเพลง!!

iTunes มีส่วนแบ่งในตลาดขายเพลงออนไลน์ของอเมริกา 66.2 % ( ตัวเลขช่วงกลางปี 2010 ) ซึ่งก็คืออันดับ 1 นั่นแหล่ะ ในขณะที่คู่แข่งอันดับ 2 อย่าง Amazon มีส่วนแบ่งในตลาดเพียงแค่ 13.3 % เท่านั้น! ดังนั้น เราจะเห็นได้เลยว่า iTunes Music Store นั้น ทั้งเก๋า ทั้งเฮฟวี่เวท มากด้วยประสบการณ์ในธุรกิจเพลงดิจิตอลจริงๆ

Daniel Ek และ Martin Lorentzon สองผู้ก่อตั้ง Spotify

มุมน้ำเงิน รุ่นเล็ก แต่ใจใหญ่

ส่วนอีกมุมหนึ่งของโลก ปี 2008 ณ ประเทศสวีเดน ได้เกิดปรากฏการณ์ทางธุรกิจเพลงที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เมื่อมีการเปิดตัวเวบไซด์ที่ชื่อว่า Spotify ขึ้น โดยเป็นผู้ให้บริการฟังเพลงบนเวบ หรือที่เรียกว่า Music Streaming ซึ่งลักษณะของลูกค้าก็คือต้องสมัครสมาชิกเสียก่อน เริ่มต้นก็ให้ฟังกันฟรี แต่เมื่อฟังไปๆ แล้วเริ่มอยากจะอัพเกรดบริการ ก็จ่ายค่าบริการกันไป ( Freemium ) Spotify ได้ลิขสิทธิ์เพลงจากค่ายยักษ์ใหญ่เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งก็ลงทุนไปกับตรงนั้นอยู่ไม่น้อยทีเดียว เพียงระยะเวลาไม่นานนัก ในปี 2009 พวกเขาก็ขยายตัวเองไปสู่ประเทศอื่นๆในยุโรป เริ่มต้นด้วยในอังกฤษ ปัจจุบัน Spotify ให้บริการทั้ง สวีเดน , สเปน , นอร์เวย์ , ฟินแลนด์ , ฝรั่งเศส , เนเธอร์แลนด์ , ออสเตรีย , เบลเยี่ยม , เอสโตเนีย , เยอรมัน , กรีซ , อิตาลี , โปแลนด์ , โปรตุเกส , โรมาเนีย , สวิสเซอร์แลนด์ และ อังกฤษ..  เฮ้อ.. เหนื่อย  จะเห็นได้ว่าครอบคลุมทั่วถึงอย่างมากในยุโรป

ผมชอบคำโฆษณาหนึ่งของ Spotify เมื่อช่วงที่เปิดตัวแรกๆ เรียกได้ว่าเป็นกุญแจหลักในการเรียกลูกค้าก็ว่าได้ พวกเขาใช้ประโยคที่ว่า “ คุณต้องใช้เงินเท่าไหร่ในการจ่ายเงินซื้อ MP3 เป็นพันๆเพลง? แล้วถ้าเป็นล้านๆเพลงล่ะ? จะดีกว่าไหม ถ้าคุณจ่ายเงินเพียงไม่กี่ยูโรต่อเดือน แต่คุณสามารถฟังเพลงกว่า 8 ล้านเพลงได้ .. “  นั่นคือบทสรุปของความน่ากลัวของ Spotify

ณ วันนี้ Spotify มีคนใช้บริการอยู่ 10 ล้านคน และยอมจ่ายเงินค่าสมาชิกให้พวกเขา 750,000 คน นับว่ายังไม่เพียงพอต่อธุรกิจโดยรวม แต่.. ทำไมถึงเป็นที่สนใจได้ล่ะ? หลายๆสื่อทางธุรกิจพูดว่า Music Streaming จะเป็นธุรกิจที่มาแรงมากๆของปี 2011 ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น? ในความเป็นจริงแล้ว ถ้าเรามองดูเทคโนโลยี มองดูความต้องการของคนในปัจจุบัน จะสามารถเปรียบเทียบกับยุค iPod ได้ว่า วันนี้…ทุกคนสามารถแบก iPod ที่มีอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงไปได้ทุกที่ ดังนั้น ความจำเป็นที่เราจะต้องดาวน์โหลดมันน้อยลง สอดคล้องกับเทรน Cloud-Based เช่นกัน แน่นอนว่า ในไม่ช้า Business Model ของ Spotify ที่ทดลองปรับแต่งมา 2-3 ปี เริ่มเข้าที่เข้าทางมากพอจะทำกำไรเต็มที่ได้แล้ว

ส่งสารท้าชิง

ปี 2009 Spotify เริ่มเจรจากับเหล่าค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ โดยเฉพาะ Sony Music ในการที่จะขอลิขสิทธิ์เพื่อเข้าไปทำตลาดในอเมริกา แน่นอนว่า เฮฟวี่เวทของเราต้องขยับตัวในทันที แต่ผลประโยชน์ในธุรกิจเพลงของอเมริกามีสูงมาก การที่ Business Model ของ Spotify จะเข้ามาสู่อเมริกานั้น ต้องขัดกับหลายๆอย่าง ทั้งตัวค่ายเพลงเองที่ยังได้ประโยชน์จากการขาย MP3 อย่างมหาศาล ถ้า Spotify เข้ามาเมื่อไหร่ นั่นคือการบั่นทอนตลาด MP3 ในทันที และ Spotify เองก็ยังไม่ได้ทำรายได้มหาศาลอย่างที่เกิดขึ้นกับ iTunes นั่นเป็นเหตุผลที่แม้ว่าจะมีการเจรจาตั้งแต่ปี 2009 จนบัดนี้ Spotify ก็ยังไม่สามารถข้ามมาสู่อเมริกาได้

ถึงแม้ว่า Spotify จะยังเข้ามาในตลาดอเมริกาไม่ได้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ารูปแบบการให้บริการ Music Streaming จะไม่เกิดขึ้น เพราะจริงๆแล้ว สิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากการพยายามทำตลาดของ Spotify แต่มันเกิดจากความต้องการอย่างแท้จริงของคนฟัง อย่างที่ผมบอกไปแล้วว่า เรากำลังอยู่ในยุคที่ทุกคนพก iPod ติดอินเตอร์เน็ต ดังนั้นข่าวลือต่างๆมากมายที่คาดการณ์ว่า iTunes กำลังเตรียมเปิดบริการ Music Streaming ภายในปี 2011 นี้ นอกจากนั้นแล้ว คู่แข่งที่น่ากลัวอื่นๆในอเมริกา ก็เตรียมพร้อมจะกระโจนเข้าใส่เช่นกัน หนึ่งในนั้นมีชื่อของ Google อยู่ด้วย ผู้ที่ได้ประโยชน์สูงสุดก็คงหนีไม่พ้นคนฟังนั่นแหล่ะ

เรื่องของบริการ Music Streaming ยังมีต่อนะครับ นี่เป็นแค่เริ่มต้นสงครามครั้งใหญ่ของธุรกิจเพลงในโลกเท่านั้น ในครั้งหน้า ผมจะมาเล่าต่อถึงทิศทาง และคู่แข่งรายอื่นๆที่กำลังเตรียมทำตลาดในอเมริกาต่อไปครับ

 

for PC WORLD Thailand

Advertisements

One Comment Add yours

  1. รออ่านต่อ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s