บทเรียนสอนคุณค่าของเวลา Groundhog Day และ Source Code

ย้อนกลับไปสักสิบกว่าปีก่อน สมัยสักมัธยม จะชอบไปร้านเช่าวีดีโอแถวโรงเรียนมากๆ เดินผ่านเป็นไม่ได้เลย ขอโฉบๆดูหน่อยว่ามีหนังอะไรบ้าง ยุคนั้นการแนะนำหนังจะถูกบอกผ่านมาจากเพื่อนๆเป็นส่วนใหญ่ แมกกาซีนก็มี “Entertain” และ “Starpics” เป็นที่พึ่ง อยู่ๆมาวันนึงก็ได้ยินพี่คนนึงเล่าเรื่องย่อของหนังที่ว่าด้วยเรื่องของผู้ชายที่เข้าไปพักในเมืองๆนึง เมื่อตื่นนอนขึ้นมาก็พบว่าเหตุการณ์มันซ้ำกันทุกๆวัน ซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้น จนผู้ชายคนนี้เวลามากพอจะหัดเล่นเปียโนได้…  นั่นคือสิ่งที่ได้ยินจากปากพี่คนนั้น

หนังเรื่อง Groundhog Day เมื่อปี 1993

ไม่น่าเชื่อว่าพล็อตหนังเรื่องนั้นวนเวียนๆอยู่ในหัวอยู่นาน จนกระทั่งวันนึงก็สามารถหา DVD หนังเรื่องนั้นเจอ หนังเรื่องนั้นก็คือ Groundhog Day หนังโรแมนติกคอมมาดี้แสนจะแปลกประหลาดเมื่อปี 1993 นำแสดงโดย Bill Murray และเมื่อได้เปิดดูหนังที่วนเวียนอยู่ในหัวเรื่องนี้มาหลายปีจริงๆ มันก็ยอดเยี่ยมอย่างที่จินตนาการเอาไว้ ช่างน่ารักน่าชัง อิ่มอย่างบอกไม่ถูก

Groundhog Day เป็นประเพณีเก่าแก่ของเมือง Punxsutawney Phil ในรัฐ Pennsylvania ของอเมริกา โดยทุกวันที่ 2 กุมภาพันธ์ของทุกปี เค้าจะเอาตัวตุ่นมาพยากรณ์อากาศ โดยจะดูว่ามันออกจากโพรงหรือไม่ ถ้าออกจากโพรงแสดงว่าฤดูหนาวหมดลงแล้ว แต่จริงๆประเพณีนี้ออกจะเป็นการเล่นสนุกซะมากกว่า แล้วจะการที่หนังเรื่อง Groundhog Day เอาประเพณีเล็กๆน่ารักๆนี้มาเล่น ทำให้มันมีชื่อเสียงออกไปไกล หลายๆเมืองก็เล่นบ้าง เป็นอย่างนั้นไป

ว่ากันที่ตัวหนังดีกว่า สิ่งที่หนังโดดเด่นก็คือการนำเอาสถานการณ์ซ้ำไปซ้ำมาในวัน Groundhog Day ที่พระเอกมีอาชีพเป็นนักข่าวซึ่งมีบุคลิกเป็นคนเห็นแก่ตัว ต้องเรียนรู้การใช้ชีวิตที่ตื่นมาเจอวันเดิมๆ เหตุการณ์เดิมๆ คำพูดเดิมๆอยู่ทุกวัน นั่นเป็นสถานการณ์ที่น่าสนใจสำหรับหนังในปี 1993 และที่สำคัญ ความหมายและเป้าหมายของหนังที่จะทำให้คนได้เรียนรู้ว่า “ไม่ว่าวันนี้จะเป็นวันอะไร คุณก็ควรทำมันให้ดีที่สุด อย่างมีค่าที่สุด” นั่นแหล่ะคือจุดที่ทำให้หนังเรื่องนี้มีคุณค่า  คำพูดของพระเอกที่คุยกับนางเอกว่า “คุณรู้มั๊ย..วันนี้มันเป็นวันอะไร?” “วันนี้มันก็คือวันพรุ่งนี้น่ะ”

มาถึงหนังที่วันนี้ได้เข้าไปดูบ้าง.. Source Code เป็นหนังที่ตั้งแต่ได้ดูหนังตัวอย่าง ก็พอจะเดาได้ว่าน่าจะมีความคล้ายกันในการวางสถานการณ์แบบ Groundhog Day เพียงแต่ดูเป็นหนังแอ็คชั่นขึ้นมาแทน ตอนแรกๆที่ได้ดูก็รู้สึกเฉยๆนะ อยากดูบ้าง แต่ไม่ถึงกับตื่นเต้นอะไรมากมาย ที่น่าแปลกคือ เมื่อเวลาที่หนังเข้าฉายทั่วโลกจริงๆ กลับมาคำวิจารณ์แง่บวกเต็มไปหมด อย่างที่หนังแอ็คชั่นก็ไม่น่าจะได้คำชมขนาดนั้น ก็เลยเริ่มชักจะสนใจ..

วันนี้ได้ฤกษ์ดี พาแม่ไปดูด้วยเพราะจากปากคำหลายๆคนก็ว่าสนุก หนังช่วงเวลาแรกว่าด้วยเรื่องการพาให้คนดูเรียนรู้ก่อนว่า ไอ้ Source Code นี่คืออะไร? คนดูก็เรียนรู้ไปพร้อมๆกับพระเอกซึ่งเป็นทหารว่า กำลังถูกให้ทำภาระกิจพาไปเข้าในร่างของคนที่อยู่บนขบวนรถไฟ และมันกำลังจะระเบิดใน 8 นาที ภาระกิจนี้คือ หาคนวางระเบิดเท่านั้น เพราะ Source Code ไม่สามารถช่วยแก้สถานการณ์นั้นได้จริง เป็นเพียงสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว

โปสเตอร์หนัง Source Code ปี 2011

ข้อมูลนอกจากนี้ ห้ามเล่า 55 เพราะมันคือการ Spoil โดยแท้ การผสมผสานเหตุการณ์ที่น่าตื่นเต้นไปกับดราม่าของหนัง ถือว่าเป็นจุดแข็งที่ดีเอามากๆ การที่จะทำหนังที่มีอารมณ์ Contrast กัน อย่าง แอ็คชั่นกับดราม่า หรือ หนัง Thriller ที่ต้องตลก มันช่างเป็นเรื่องยากนะ แต่หนังเรื่องนี้ก็ทำได้ดีทีเดียว การที่หนังค่อยๆเฉลย เผยปมออกมาทีละน้อย ทั้งภาระกิจและชีวิตของตัวพระเอกเอง เป็นการเล่าที่ไม่ได้ใหม่ แต่กลมกลืนดีจัง ที่สำคัญ.. ชอบที่สุดคือ การตั้งคำถามของเหตุการณ์บนโลกความเป็นจริง กับโลกที่เกิดจาก Source Code เป็นเรื่องที่น่าสนใจทีเดียว เหมือนกับ Sliding Doors นั่นไง.. มันจะเกิดอะไรขึ้น? ถ้าการตัดสินใจทำอะไรของเราในอีกแบบ และตัวของเราก็ยังคงใช้ชีวิตในการตัดสินใจแบบนั้น ขนานอยู่กับตัวเราวันนี้?

ผู้กำกับ Duncan Jones มีชื่อมาจากหนังเล็กๆก่อนหน้านี้ที่ชื่อว่า Moon หนังเล็กๆที่กระแสแรงแบบปากต่อปากเอามากๆ น่าจะเป็นเครดิตให้ก้าวกระโดดมาสู่หนัง Hollywood เรื่องนี้ได้ ซึ่งจากผลงานสองเรื่องนี้เนี่ย ทำให้ต่อไปคงต้องคอยติดตามหนังเรื่องต่อไปของพี่คนนี้เค้าแล้วล่ะ..

ท้ายๆสุดเลย ทั้ง Groundhog Day และ Source Code ต่างก็เป็นหนังที่หยิบเอาเรื่องเวลามาเล่าได้อย่างมีน่าสนใจ ชวนให้คนอย่างเราๆที่ผลาญเวลาเล่นไปวันๆ มานั่งคิดว่า เวลา 1 นาทีของเรา มันทำอะไรได้ แล้วเราทำมันอย่างคุ้มค่าหรือเปล่า?

  • พระเอกจาก Groundhog Day พูดว่า “วันนี้ก็คือพรุ่งนี้!! มันมาถึงแล้ว!!”
  • ในขณะที่พระเอกจาก Source Code ก็ตั้งคำถามว่า “คุณจะทำอะไร? ถ้ารู้ว่าตัวเองมีเวลาใช้ชีิวิตอยู่แค่ 8 นาทีสุดท้าย?”

สรุป… เวลาของเรามีเท่ากัน แต่ใครจะเอาไปใช้ทำอะไรบ้างน่ะ..อีกเรื่อง

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s