“Super 8” แฟนฉันเวอร์ชั่นฝรั่ง

Super 8 เป็นผลิตภัณฑ์การถ่ายหนังในยุคปลาย 60s ถูกคิดค้นโดยบริษัท Kodak. ถ้าจะให้เทียบกับสมัยนี้ มันก็คือ Format ของหนัง เช่น DVD หรือ Blu-ray อะไรทำนองนั้น. คำว่า Super 8 มันก็ย่อมากจาก 8mm. เป็นขนาดความกว้างของฟิล์มที่ใช้. ในสมัยยุค 70s มันเป็นที่นิยมมาก เปรียบเสมือนเป็นกล้องถ่ายวิดีโอประจำบ้านของคนยุคนั้น และก็ยังถือว่าเป็นต้นกำเนิดการจุดประกายของนักสร้างหนังมากมายในยุคต่อๆมาอีกมากมาย. มาถึงยุคปัจจุบัน คงจะมีเด็กรุ่นใหม่ๆอยู่น้อยคน จะรู้จักว่า Super 8 คืออะไร?. เมื่อประมาณสักปีที่แล้ว ในอินเตอร์เน็ตเอง ก็มักจะได้เห็นได้ยินคำว่า Super 8 แว่วๆแว่บๆ ผ่านไปผ่านมาอยู่บ่อยครั้ง จนกระทั่งพอจะรู้ว่า “Super 8” ที่ว่านี้ ก็คือชื่อหนังเรื่องใหม่ที่มีชื่อของ J.J.Abrams กับ Steven Spielberg มาเกี่ยวพันด้วย ก็พอจะเดาได้เลยว่า มันน่าจะต้องเกี่ยวกับหนังในยุค 80s ที่น่าจะเป็นหนังที่ดูมาจากความชอบส่วนตัวๆประมาณนึงของผู้กำกับแก๊งค์นี้แน่ๆ.

ก่อนจะเข้าไปดู “Super 8” มีหลายเสียงจากนักวิจารณ์เมืองนอก สับแหลกเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้พอสมควร.. ก็แปลกใจอยู่นะ เพราะ J.J. Abrams ถือว่าเป็นผู้กำกับหน้าใหม่ที่ท็อปฟอร์มจริงๆ โดยเฉพาะ Star Trek ที่กลายเป็นหนังเฟรนไชน์ตกกระป๋องไปนานแล้ว กลับมีชีวิต มีพลังอีกครั้ง. แต่ก็คงจะมานั่งแคร์เสียงวิจารณ์มากไปก็เท่านั้น เพราะของแบบนี้มันแล้วแต่ใครจะชอบแบบไหน จะให้คนชอบหนังกำลังภายในมาชอบหนังซอมบี้ก็คงยากซะหน่อย.. ความอยากดูก็เลยยังไม่ได้ลดละไปหมด ยังพอมีเหลือความอยากดูอยู่บ้าง ถึงตัวอย่างหนังเองก็ไม่ได้กระตุ้นให้อยากดูเพิ่มเท่าไหร่.

ต้องขอขอบคุณค่ำวันศุกร์ ณ พารากอน ที่ถึงแม้จะล่วงเลยมาถึง 4 ทุ่มแล้วก็ตาม รถมากมายที่แย่งกันออกจากที่จอดรถก็ไม่ได้น้อยลงเลย จากการคาดการณ์น่าจะต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 1 ชม. ถึงจะกระเสือกกระสนออกไปได้. ประเมินสถานการณ์ดูแล้ว คิดว่าเดินกลับเข้าไปดูหนังต่ออีกสักเรื่องน่าจะเป็นทางออกที่ดูสร้างสรรค์กว่า. “Super 8” กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุด และต่อไปนี้คือความรู้สึกจากการได้รับชม “Super 8” ตลอดเวลาเกือบ 2 ชม.ล้วนๆ โปรดใช้วิจารณญาณส่วนตัว.

เรื่องทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นในปี 1979 ในเมืองเล็กๆชื่อ ลิเลียน หนังเปิดเรื่องมาด้วยการเล่าพื้นหลังชีวิตของเด็กวัยรุ่นตอนต้นชื่อ โจ แลมป์ ที่เพิ่งจะเสียแม่ไปจากอุบัติเหตุในโรงงาน ที่ถือว่ามีความปลอดภัยสูง มันจึงเป็นเรื่องสำคัญมากของเมืองเล็กๆนี้ พร้อมกันนั้น หนังก็พยายามเล่าความสัมพันธ์ของแก๊งค์เด็กที่กำลังหมกมุ่นกับการทำหนังซอมบี้ส่งเข้าประกวด หนังพยายามอธิบายความรู้สึกในใจของตัวละครที่เป็นปมตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุครั้งนั้น ควบคู่ไปกับชีวิตของแก๊งค์เด็กที่พยายามถ่ายหนังซอมบี้ไปด้วย จนกระทั่งเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ในขณะที่กำลังถ่ายหนังกันอยู่ เด็กๆก็ต้องเผชิญกับอุบัติเหตุครั้งร้ายแรงของขบวนรถไฟที่ชนเข้ากับรถกระบะคันหนึ่ง จนขบวนรถไฟพังเละทะวินาศสันตะโรไปหมด และหลังจากนั้น.. ชีวิตของตัวละครทุกตัว คนทุกคนในเมืองเล็กๆเมืองนี้ ก็ต้องเปลี่ยนไป.

สิ่งแรกที่รู้สึกได้จากความรู้สึกในหนังเรื่องนี้ คือ มันมีอารมณ์ของหนังในยุค 80s อย่างชัดเจนมากๆ เหมือนกำลังนั่งดู Close Encounters Of The Third Kind บวกกับ E.T. ของ Spielberg ที่เอาอารมณ์การเล่าชีวิตเด็กๆแบบ Stand by me หนังแก๊งค์เด็กในตำนานของผู้กำกับ Rob Reiner เจ้าพ่อหนังยุค 80s อีกคน มาผสมปนเปกันไปมา และก็มีหลายอย่างในหนัง ที่เป็นความเชื่อและสไตล์แบบ  Spielberg ในยุคนั้นเอามากๆ จนถ้าบอกว่าหนังเรื่องนี้กำกับโดย Spielberg ก็เชื่อนะ.. นี่ถ้า John Williams ยังไม่เลิกทำเพลง น่าจะจับมาทำเพลงประกอบสักหน่อย.. ก็คงกลายเป็นหนัง Spielberg ในยุคนั้นได้เลย จนมีความรู้สึกว่า J.J. Abrams ขาดความเป็นตัวเองเกินไป

หนังในยุค 80s นั้น Spielberg มีส่วนอย่างมากที่ส่งผลไปสู่บรรยากาศหนังแบบยุคนั้นมากมาย รวมไปถึงตัวเค้าเองก็มีอิทธิพลต่อผู้กำกับอื่นๆในยุคนั้นด้วย อย่าง Robert Zemeckis , Joe Dante จนถ้าลองหยิบหนังในยุคนั้นมาดูต่อๆกันหลายๆเรื่อง อย่าง Close Encounters , E.T. , Gremlins , Back to the Future. ก็จะเห็นเค้าลางๆของ “Super 8” ได้เลย.

มาว่ากันถึงส่วนที่ดีของหนังดีกว่า.. ส่วนที่ทำให้รู้สึกว่านี่คือจุดเด่นมากๆของหนัง คือ การเล่าเรื่องหนักๆผ่านตัวละครที่เป็นเด็ก ซึ่งช่วยให้เรื่องน่าสนใจขึ้นเยอะ แล้วก็การที่ใช้ดราม่าประกบตลอดเรื่อง เป็นวิธีแบบ Spielberg ก็เอามาใช้อย่างได้ผลดีใน E.T. รวมไปถึงการใช้เพลงประกอบในยุคนั้น อย่างวง Electric Light Orchestra ในเพลง “Don’t Bring Me Down” , เพลง “Easy” ของวง Commodores หรือเพลงที่วัยรุ่นในยุคนั้นต้องลุกขึ้นเต้นทุกทีที่ได้ยิน “My Sharona” ของวง The Knack. การเอาวัฒนธรรมในยุคนั้นมาประกบ อย่าง Sony Walkman ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมแห่งยุค 80s เทียบได้กับ iPad 2 ยุคนี้เลยทีเดียว. ทั้งหมดนี้ก็เหมือนส่วนผสมที่จะดึงให้คนดูที่มีอดีตกับยุคนั้นอินตามไปได้สบายๆ แบบเดียวกับหนัง “แฟนฉัน” อะไรเทือกนั้น ซึ่งก็ถือว่าน่าสนใจดี.

ส่วนที่แย่ของหนังที่เห็นได้ชัดคือ การใช้ไอ้เจ้าตัวประหลาดได้ไม่คุ้มค่า ไม่มีที่มาที่น่าสนใจ ไม่มีตัวตนที่ดูน่าติดตาม และหลายๆครั้ง รายละเอียดของตัวประหลาดนี้ มันพาให้หนังออกป่าเกินไป (ลองไปดู The Mist ของ Frank Darabont เซ่!! นั่นแหล่ะ.. ใช่กว่าเยอะ) คงไม่เล่าเยอะ เพราะมันสปอยด์กันเกินเลย.. เอาเป็นว่า ไอ้นี่แหล่ะ น่าจะเป็นจุดที่จะทำให้คนไม่ชอบหนังเอามากที่สุด ทั้งๆที่จริงๆแล้ว J.J. Abrams เป็นนักสร้างสรรค์สไตล์หนังรุ่นใหม่ที่น่าตื่นตาที่สุดคนนึง โดยเฉพาะสมัยที่ทำ “Cloverfield” แต่กลับไม่มีความสร้างสรรค์อะไรที่เจ๋งๆในแบบของเค้ามาให้ดู นอกซะจากสไตล์หนังแบบ Spielberg นั่นแหล่ะ..ที่บางทีก็ดูเชยไปสำหรับวันนี้นะ.

แต่รวมๆแล้วอ่ะ.. ส่วนตัวน่ะ.. ชอบหนังเรื่องนี้จริงๆ ถึงมันจะไม่ใช่หนังดีเท่าไหร่ แต่มันก็ให้ความรู้สึกว่าได้ย้อนคิดถึงหนังเก่าๆในยุคนั้น และก็ชอบในจุดด่างพร้อยของมันนั่นแหล่ะ และจุดที่รักที่สุดของหนังเรื่องนี้คือ ไอ้หนังสั้นซอมบี้ที่เด็กๆพวกนี้มันถ่ายกัน ตอนแรกที่ดูๆอยู่กลางเรื่อง ก็คิดว่า อย่างน้อยในแผ่น DVD เวลาที่ออกขาย คงจะมีใส่มาให้แน่ๆตามสไตล์หนังของ J.J. Abrams แต่พอท้ายเรื่อง End Credits ก็มีมาให้ดูจริงๆด้วย น่ารักมาก..

ทั้งหมดนี้ จะบอกว่า “Super 8” เป็นหนังอะไรดีล่ะ? Sci-Fi มั๊ย?  Cult มั๊ย? ก็บอกไม่ถูก แต่ออกมาแล้วรู้สึกมันเชยๆดี น่ารักดี คิดถึงการดูหนังสมัยเด็กๆ ก็น่าจะเพียงพอให้ชอบหนังเรื่องนี้ แล้วก็คงจะหยิบมันมาดูอีกสักรอบเมื่อเวลาที่แผ่นออกมาวางขาย ดูกันไปเพลินๆ ส่วนคนที่ไม่ได้อินกับบรรยากาศ ก็อาจจะมองข้ามหนังเรื่องนี้ไปได้ง่ายๆ ถ้าชอบอะไรตูมตามๆ ก็โอเคไป แต่คงไม่มีอะไรจะไปผูกพันกับหนังเท่าไหร่ เหมือนที่บอกไว้ในตอนต้นว่า มันช่างดูเป็นหนังส่วนตัวที่ตอบสนองอดีตวัยเยาว์ อดีตอันรุ่งโรจน์ของแก๊งค์นี้เค้าเหลือเกิน.

2 Comments Add yours

  1. John Williams ยังไม่ตายไม่ใช่เหรอครับ? (หรือคนละคน)
    http://en.wikipedia.org/wiki/John_Williams

  2. ขอบคุณ @kenshinbhx ที่ทักข้อมูล John Williams ครับ ปู่แกเลิกทำเพลงแล้ว จะยังไม่ตาย ^^

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s