Ukulele ที่รัก.. ยิ่งเก่ายิ่งน่ารัก

ไม่น่าเชื่อว่านี่ผ่านเข้ามาสู่เดือนที่ 8 ของปี 2554 แล้ว อะไรๆมันก็รวดเร็วไปหมด ช่วงต้นปีที่ผ่านมามีหลายๆเทรนที่บูมสุดๆ ไม่น่าเชื่ออีกเหมือนกันที่ไม่นานมันก็ผ่านไปอย่างกับว่าเป็นคนละโลก เมื่อหลายเดือนก่อน ลองเขียนบล็อคเกี่ยวกับความคลั่งไคล้ใน Ukulele ของเด็กวัยรุ่นไทยที่ถึงขนาดต้องไปต่อคิวซื้อกันแต่เช้า ขายดีอย่างกับคริสปี้ครีม อีกไม่กี่เดือนให้หลัง ทุกอย่างก็เริ่มซาลงๆ ถ้าไปสังเกตตามเวบบอร์ดซื้อ-ขาย Ukulele จะพบการปล่อยของมือสองกันอย่างเกลื่อนกลาด ถามว่ามันเลิกฮิตหรือยัง? ก็ต้องตอบว่า ยังไม่หมดซะทีเดียว แต่มันเป็นขาลงแล้วสำหรับเทรนนี้ ช่วงเวลานี้สำหรับคนที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้อยากได้ถึงขนาดต้องไปตบตีแย่งชิง ก็สามารถหามาเชยชมได้เกลื่อนกลาด โดยเฉพาะแบรนด์ทำเองที่มีมากมาย ราคาหลักพันบาทขึ้นไป ที่คุณภาพก็ตามดวงของคนซื้อ จะแทงหวยไปถูกเจ้าที่ผลิตของคุณภาพห่วยหรือเปล่า? ในขณะที่แบรนด์ใหญ่ๆก็ยังขายได้อยู่ แต่ก็ลดลงไปมากแล้ว สิ่งที่คงเหลืออยู่ขณะนี้คือ คนที่มีใจรักใน Ukulele อย่างแท้จริง ก็ยังคงวนเวียนอยู่

โปสเตอร์งานที่ทำให้ Ukulele ถูกรู้จักในแผ่นดินใหญ่

ในประวัติศาสตร์ชาติ Ukulele นั้น ตั้งแต่มันถือกำเนิดในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ก็ปาเข้าไปร้อยกว่าปี มีช่วงที่ Ukulele ฮิตสุดๆอยู่ 3 ช่วงเวลา ช่วงแรกคือช่วงหลังจากที่คนอเมริกานำมันมาจากหมู่เกาะฮาวายสักพัก เรียกว่าการข้ามมาสู่ “Mainland” ก็ประมาณช่วงยุคกลาง 10’s เป็นต้นไป กินเวลาสัก 20 ปีเห็นจะได้. Ukulele มีจุดเริ่มต้นที่ชัดเจนน่าจะมาจากการจัดงาน “Panama-Pacific International Exposition” ที่แคลิฟอร์เนีย ในปี 1915 เป็นงานเฉลิมฉลองความสำเร็จของช่องแคบปานามา ในงานนี้เป็นโอกาสให้ฮาวายได้แสดงสินค้าของตัวเองให้กับคนที่มาดูงานกว่า 17 ล้านคน และแน่นอนว่าจุดเด่นของฮาวายก็คือ Ukulele นั่นแหล่ะ. การเติบโตของ Ukulele ยังมาพร้อมกับเพลงในสมัยนั้นด้วย การฟังเพลงในสมัยนั้นเริ่มต้นจากคนทั่วไปนี่แหล่ะ ก่อนที่จะมีแผ่นเสียงให้ฟังกัน คนอเมริกันต้องซื้อโน้ตเพลงมาเล่นกันเอง ทำให้คนอเมริกันมีพื้นฐานการเล่นดนตรีกันแทบทุกคนไม่มากก็น้อย เครื่องดนตรีจึงเหมือนเครื่องฟังเพลงประจำบ้านนั่นแหล่ะ บ้านไหนมีตังค์ก็มีเปียโน บ้านไหนตังค์น้อยก็ต้องหาเครื่องดนตรีราคาถูกมาเล่นกัน และแน่นอนว่า Ukulele เป็นเครื่องดนตรีราคาถูกมว๊ากกก เมื่อเทียบกับเครื่องดนตรีชนิดอื่นๆ และที่สำคัญคือมันเล่นง่ายมาก.

ช่วงยุค 20’s มีนักดนตรีมากมายนำ Ukulele มาเล่น นั่นเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้มันมีตลาดเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ในยุคที่เพลง Ragtime เพลง Jazz คือเพลง Pop ในยุคนั้น Ukulele ให้เสียงที่มีเอกลักษณ์มากจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของเพลงอเมริกันในยุค 20’s ไปเลยทีเดียว. รวมไปถึงเพลงแบบ Big Band ซึ่งก็ถือว่าเป็นเพลง Pop ในยุค 30’s อีกด้วย เรียกได้ว่า Ukulele เป็นซาวด์ของดนตรีแห่งยุค 20-30’s เลยก็ว่าได้. ศิลปินที่มีบทบาทในยุคนั้น เช่น Cliff Edwards , Roy smeck , Johny Marvin. ความต้องการในตลาด Ukulele สมัยนั้น ทำให้เกิดบริษัทผลิตเครื่องดนตรีชื่อดังที่หันมาผลิต Ukulele กันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างเช่น Martin , Gibson , Lyon & Healy (Washburn) , Favilla สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของ Ukulele ที่ผลิตในอเมริกาคือ รูปทรงที่มีความคล้ายกีตาร์มากกว่า Ukulele ที่ผลิตบนเกาะฮาวาย รวมไปถึงไม้ที่ใช้ผลิตด้วย ไม้ที่ใช้ผลิตในอเมริกาจะใช้ไม้มะฮอกกานีเป็นหลัก เพราะเป็นไม้ที่ใช้ผลิตกีตาร์อยู่แล้ว และหาได้ง่าย ส่วน Ukulele ดั้งเดิมนั้นจะใช้ไม้ Koa เป็นไม้พื้นเมืองที่หาได้บนเกาะฮาวายนั่นเอง.

ภาพในโรงงานผลิต Martin Ukulele (จากเวบ digital2.lib.lehigh.edu)

ถ้าพูดถึงบริษัทชั้นนำที่ผลิต Ukulele บน Mainland หรืออเมริกานั่นแหล่ะ คงหนีไม่พ้น Martin Guitar Company of Nazareth, Pennsylvania. หรือที่นักเล่นกีตาร์รู้จักกันดีในชื่อ Martin นั่นแหล่ะ. Martin ผลิต Ukulele ครั้งแรกในปี 1916 ซึ่งถือเป็นปีเริ่มต้นความฮิต ว่ากันว่าตั้งแต่ 1916 ถึงปี 1930 Martin ขยายโรงงานและพนักงานเป็นเท่าตัวเลยทีเดียว ราคา Ukulele ของ Martin ในสมัยแรก ตัวละ $10 เท่านั้น

ความนิยมของ Ukulele มีตกลงบ้างในยุค 40-50s แต่พอในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ความต้องการของ Ukulele ก็กลับมาอีกครั้ง การพัฒนาคุณภาพของ Ukulele ก็มีมากขึ้น เช่นการใช้ลูกบิดจูนสายที่มีคุณภาพมากขึ้น จากเดิมที่ใช้แบบ Friction ผลิตจากไม้ ซึ่งบิดจูนเสียงยากมาก กว่าจะจูนตรงก็อ้วกแตกเลย ก็เปลี่ยนมาเป็นลูกบิดแบบ Tuning Pegs ซึ่งทำให้การจูนเสียงเที่ยงตรงขึ้นเป็นต้น ถึงแม้ว่าคุณภาพ Ukulele ในยุคต้นๆ จะสู้ยุคหลังๆไม่ได้ แต่เสน่ห์ของ Ukulele ในยุค 20’s ก็แตกต่างจากยุคอื่นๆอย่างเห็นได้ชัด จนราคาในตลาดนักสะสม Ukulele สูงปรี๊ดทีเดียว

รวมแก๊งค์ Plastic Ukulele ของเล่นฮิตในยุค 50’s

ยุคที่ 2 ของการบูม Ukulele คือในยุค 50’s ช่วงนั้นเป็นช่วงเวลาที่ TV เกิดขึ้นมาบนโลก มีบุคคล 2 คนที่มีบทบาทกับ Ukulele ในยุคนี้ คนแรกคือ Mario Maccaferri นักเล่นดนตรีที่บาดเจ็บที่ข้อมือจนเล่นดนตรีอีกไม่ได้ จนกระทั่งหันไปคิดค้นเครื่องดนตรีพลาสติกโดยเริ่มต้นจากการผลิต Clarinet พลาสติกก่อน และในปี 1949 Maccaferi ก็ได้ผลิต Plastic Ukulele ออกมาเป็นครั้งแรก โดยอาศัย Ukulele ของ Martin เป็นต้นแบบ. Maccaferri ตั้งชื่อยี่ห้อว่า “Islander” ขายในราคาแค่ $5.95 เท่านั้น และพอขายดีมากๆ เค้าก็ลดราคาลงเหลือแค่ตัวละ $3.95 เท่านั้นเอง.

คนที่ 2 ที่มีบทบาทอย่างมากในยุคนี้คือ Arthur Godfrey เป็นพิธีกรทั้งรายการวิทยุและรายการทีวีชื่อดัง เค้ามักจะร้องและเล่น Ukulele อยู่เสมอๆ ด้วยความชอบส่วนตัว จนกระทั่งเค้าหยิบเอา Islander มาใช้ในรายการทีวีของเค้าเอง เพียงชั่วข้ามคืนเท่านั้น Maccaferri ก็ได้รับ Order สั่งทำ Plastic Ukulele กว่า 150,000 ตัว!! ทันทีทันใด Ukulele จึงกลายเป็นเครื่องดนตรีที่เข้าถึงทุกบ้านทุกช่อง เด็กเล็กเด็กแดง เสมือนของเล่นประจำบ้าน มีทั้งขนาดปกติ 21″ เท่ากับ Ukulele ขนาด Soprano มาตรฐาน และขนาด 14″ สำหรับเด็กเล่นได้ พร้อมนวัตกรรมต่างๆที่ช่วยให้คนเล่น Ukulele มันได้ง่ายเข้าไปอีก. ในยุคที่ Plastic Ukulele ดังมากๆ (ซึ่งน่าจะถือว่าเป็นยุคที่ Ukulele ดังที่สุดเลยก็ว่าได้) เกิดแบรนด์อีกมากมายตามมา ไม่ว่าจะเป็น Flamingo , TV Pal , Mouna Loa , Playtune , Finder , Carnival ( ในยุคตกต่ำที่ Maccaferri ได้ขายลิขสิทธิ์การผลิตทิ้งแล้ว ) สิริรวมที่เค้าว่ากันว่าในตลาดราว 20 ปีที่ Plastic Ukulele ฮิตมากๆ มี Ukulele ถูกขายไป 9 ล้านตัวเลยทีเดียว ยอดขายมากกว่ายอดขาย Ukulele ทั้งหมดในอเมริกาตั้งแต่ยุค 20’s เป็นต้นมาซะอีก ถือเป็นความสำเร็จอย่างสูงของ Ukulele

แต่ทุกอย่างย่อมมีวงจรชีวิตของมัน เมื่อถึงจุดหนึ่ง Ukulele ก็เสื่อมแบบจมหายลงดินเลยทีเดียว ในช่วงยุค 70’s นอกจาก Plastic Ukulele จะเลิกผลิตแล้ว แบรนด์ใหญ่ๆอย่าง Martin , Gibson และอื่นๆอีกมากมายก็พากันเลิกผลิต Ukulele เลยเช่นกัน ทำให้กว่า 30 ปีที่ผ่านมา Ukulele กลายเป็นเครื่องดนตรีที่ถูกลืมไปจากประวัติศาสตร์โลก

ปี 2010 เมื่อ Ukulele กลับมาบูมอีกครั้ง แม้ว่าจะไม่ได้บูมอย่างในยุค 50’s แล้วก็ตาม แต่ก็จุดประกายให้เกิดการผลิต Ukulele ใหม่อีกครั้ง ทั้งแบรนด์ใหม่ๆ และแบรนด์เก่าๆอย่าง Martin ที่ก็กลับมาผลิตอีกครั้ง ส่วนแบรนด์ในฝั่งเกาะฮาวายเอง มีเพียงแบรนด์เดียวที่เป็นแบรนด์เก่าแก่ นั่นคือ Kamaka ตั้งแต่ปี 1916 ส่วนแบรนด์อื่นๆก็เกิดขึ้นในยุคหลังๆเช่นกัน วิวัฒนาการของ Ukulele ในยุคใหม่น่าสนใจมาก มีทั้ง Ukulele ที่ผลิตจาก Fiber เช่น Flea และ Fluke ที่โด่งดังในตลาดเช่นกัน ทำให้ต่อชีวิตให้ Ukulele กลับมาสดใสอีกที แต่..ถึงยังไง มันก็คงไม่ใช่เครื่องดนตรีกระแสหลักได้แน่ๆ ไม่ใช่เฉพาะในเมืองไทยที่วัยรุ่น , ดารา , นักร้อง เริ่มจะหายเห่อกันไป แต่ทั่วโลกก็เห็นว่ามันเป็นดนตรีแฟชั่นไม่ต่างกัน คงเหลือก็แต่คนที่รักเจ้า Uke น้อยๆนี่ต่อไปในวงจำกัดเช่นเดิม.

เราเองก็คลั่งไคล้ Vintage Uke มาพักใหญ่แล้ว เริ่มศึกษาจริงจังจนเป็นที่มาของการเขียนบล็อคอันนี้ ใครที่สนใจ Ukulele เก่าๆ สวยๆ ก็ลองเริ่มจากอ่านข้อมูล Plastic Uke ดูก็ได้ เพราะมีข้อมูลมากที่สุดแล้ว และราคาในตลาดก็ไม่สูง หลักไม่กี่พันบาทเท่านั้นเอง หรือจะลองหาหนังสือมาศึกษาก็ได้ มีหนังสืออยู่เล่มนึง (น่าจะมีอยู่เล่มเดียวในตลาดเลยก็ว่าได้ ) เขียนโดยเจ้าของเวบ fleamarketmusic.com ชื่อหนังสือ Ukulele : A Visual History หาซื้อได้ที่ร้าน คิโนะคุนิยะ หรือสั่งบนเวบ Amazon ก็ได้เหมือนกัน หนังสือเล่มนี้จะช่วยให้เข้าใจประวัติศาสตร์ของ Ukuele ในอเมริกาได้ดี. “หวังว่าเด็กไทยจะไม่ทิ้งเจ้า Uke น้อยๆให้หยากไย่ขึ้น เหมือนเสื้อผ้าเด็กๆที่ซื้อมาแล้วเลิกฮิต ไม่ใส่กันหมดนะ..”

Plastic Uke ของ Flamingo เป็นตัวแรกที่ลองสะสม 🙂
คุณลุง Martin อายุ 50 ปี เพิ่งได้มาสดๆ 🙂

บล็อคที่เกี่ยวข้อง

brownasaberry.tumblr.com

One Comment Add yours

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s