Site icon // a r t y t ' s b l o g : บ ล็ อ ก ข อ ง อ า ทิ ต ย์ //

เลิกง้อเคเบิ้ล หาหนังดูเป็นล้านๆเรื่อง ด้วยเงินเดือนละ 500บาท

Advertisements

 

 

สองปีผ่านมาแล้ว ที่เรายกเลิกสมาชิกทรูวิชั่นอย่างเด็ดขาด ด้วยการคิดอย่างถี่ถ้วนแล้วว่า เราไม่ใช่คอกีฬา และไม่ดูช่องฟรีทีวีเอาซะเลย สิ่งที่เราดูมากที่สุดมี 2 อย่างเท่านั้นคือ หนัง และ สารคดี นอกจากความรู้สึกเสียดายตังแล้ว เราคิดว่าการที่ได้ดูหนังที่ไม่ได้อยากดูสักเท่าไหร่ เป็นความอึดอัดเอามากๆ หนังที่ทรูเลือกมาให้ นอกจากจะวนๆแล้ว ก็ไม่ค่อยได้อย่างใจเท่าไหร่

ต้องบอกก่อนว่า เราเป็นคนชอบสะสมแผ่นหนังเอามากๆ และเป็นแผ่นแท้เท่านั้น ไม่ได้กระแดะหรืออะไร แต่เราไม่สนับสนุนของเถื่อนเช่นกัน เหตุผลคือ หนังเรื่องหนึ่งใช้ความตั้งใจของมนุษย์นับร้อยนับพันในการสร้างสรร และในการผลิตแผ่นหนังก็มีบุคลากรในการแปลงหนังสักเรื่องให้กลายเป็นแผ่นอีก ( เช่น การ Mixed เสียงใหม่ เพื่อให้เข้ากับที่บ้าน แทนโรงหนัง )  เราถือว่าหนังเป็นงานศิลปะที่ใช้ทุนและแรงและหัวสมองมหาศาล ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะขโมยด้วยการดูของเถื่อน เพราะมันไม่ต่างจากเราโดนโจรปล้นบ้านเลย

เอาล่ะ เข้าเรื่องต่อ สมัยที่เราทำงานที่ RS เราได้ศึกษาโมเดลธุรกิจของ Netflix อย่างจริงจัง Netflix คืออะไร ? เอาแบบรวบรัดนิดนึง ในยุคปลาย 1990s Netflix ใช้ประโยชน์จากยุคอินเตอร์เน็ตกำลังเฟื่องฟู เปิดธุรกิจให้เช่าแผ่น DVD ผ่านออนไลน์ ด้วยหลักการคิดง่ายๆว่า เราจะดูหนังกี่เรื่องก็ว่าไป แต่จ่ายเป็นรายเดือน ซึ่งต่างจากร้านอื่นในยุคนั้น ที่จ่ายเป็นเรื่องๆ และต้องรีบมาคืน ไม่อย่างนั้นจะโดนปรับ

Netflix ล้มคู่แข่งรายใหญ่ในยุคนั้นอย่าง Blockbuster อย่างราบคาบ เมื่อเข้ามาสู่ยุค Youtube หรือยุคที่เริ่มกำเนิด Streaming นั้น (ประมาณเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา) Netflix เบนเข็ม โดยการค่อยๆพัฒนาและวางรากฐาน Streaming VDO เรื่อยๆ ด้วยหลักง่ายๆว่า ในอนาคต ทุกคนจะมี Device ของตัวเองที่พร้อมจะเล่น VDO ผ่านออนไลน์อยู่แล้ว ยุคของเคเบิ้ลทีวี จานดาวเทียมที่ต้องมีช่างไปติดตั้งจะหมดไป และวิสัยทัศน์นั้นก็เกิดขึ้นจริง ทุกวันนี้เรามี Device มากมาย ทั้ง iPhone , iPad , เครื่องบลูเรย์และทีวีที่ต่อเน็ตได้ ทั้งหมดนี้ ทำให้ Netflix เติบโตในอเมริกาอย่างรวดเร็ว ถึงวันนี้ Netflix มีสมาชิกเกือบ 40 ล้านคน และสมาชิกจ่ายเพียงเดือนละ $7.99 แลกกับการดูหนังและซีรีย์กว่า ล้านเรื่อง!

น่าสนใจมากสำหรับเรา แต่ปัญญาคือ Netflix ไม่ปล่อยสัญญาณนอกประเทศอเมริกา ทำให้เราไม่ได้ดู Netflix สักที.. จนกระทั่งวันนึง @chyutopia ได้ทวีตข้อความที่จุดประกายความหวังให้ ด้วยการเบิกทางสู่การดู Netflix ด้วยวิธีการดังที่จะอธิบายต่อไปนี้ ( ต้องขอบอกก่อนว่า ถ้าไม่บ้าหนังอยากดูกันจริง ขั้นตอนมันอาจจะยุ่งยากเยอะแยะ แต่มันคุ้มค่าแน่นอน )

การเตรียมตัวดู Netflix

1. เน็ตบ้านทั่วไป

2. แล้วแต่ว่าอยากดูผ่านอะไรบ้าง จะ iPad,iPhone,คอม หรือ Apple TV สุดแล้วแต่

3.บัตรเครดิต จะธนาคารไหนก็ได้ อย่าวงเงินเต็มเป็นพอ

ขั้นตอนที่ 1 สมัครบริการ Unblock-us.com เพื่อปลอมตัวเสมือนคนอเมริกา

Unblock-us.com สนนราคาค่าบริการ $4.99 ต่อเดือน สมัครง่ายผ่านบัตรเครดิตไทยทั่วไปนั่นแหล่ะ สมัครตามขั้นตอนประเพณีเวบทั่วไป วิธีใช้ก็แค่ เซ็ตค่า DNS ตามในเวบ ให้กับ iPad , iPhone , คอม , Apple TV ฯลฯ ของเราที่ต้องการ (แนะนำว่าถ้าใช้ที่บ้าน อย่าเซ็ตที่ตัว Wi-Fi Router โดยตรงเพื่อกะจะกระจายทั้งบ้าน เพราะเน็ตจะช้ากว่าเซ็ตแยกชิ้น)

ทีนี้เข้าสู่หมวดยากแล้ว ปัญหาอยู่ตรงนี้แหล่ะ.. การจ่ายเงินเพื่อสมัคร Netflix ต้องเป็นบัตรเครดิตที่ใช้ในอเมริกาเท่านั้น! … ทำไงล่ะทีนี้ …

 

*** เพิ่มเติม 3/8/15 เนื่องจากมีหลายๆคนถามมาว่า ที่บ้านใช้อินเตอร์เน็ต TRUE แล้วเลยใช้ Unblock.us ไม่ได้ผล เราเลยเขียนเพิ่มเติมให้ ***

Unlocator.com สำหรับคนที่ใช้เน็ต TRUE ค่าบริการเดือนละ $4.95

1. เมื่อสมัครเรียบร้อย ก็ให้เลือกกดเข้าไปใน Smart VPN

2. ดู Username และ Password เอาไว้ เพื่อไปใส่ใน Setting ต่อไป

3. ถ้าใช้ OSX ก็ทำตามลูกศรในรูปนี้เลย กด + แล้วเพิ่ม Interface เป็น VPN , VPN Type เป็น PPTP จากนั้นก็ใส่ Account Name และใส่ Password ใน Authenication Settings แล้วก็กด Apply ได้เลย

 

ขั้นตอนที่ 2 สมัครบริการ Entropay.com บัตรเครดิตเสมือนเป็นบัตรเครดิตเมืองนอก

มาถึงตรงนี้แล้ว อย่าเพิ่งท้อถอยกัน เรามีทางออกที่ง่ายที่สุดมาให้ นั่นคือการใช้บริการ Entropay.com … อันนี้คืออะไรล่ะ.. ง่ายๆ มันก็คือบัตรเครดิตสมมติ คือสมมติว่ามันคือบัตรเครดิตของประเทศต่างๆ โดยที่เราจ่ายมันอีกทอดหนึ่งด้วยบัตรเครดิตในประเทศเราเอง เพราะบางสินค้าหรือบริการในประเทศเช่นอเมริกา จะไม่ยอมให้ใช้บัตรเครดิตจากประเทศอื่นๆนั่นเอง

เริ่มต้นก็ Register กันไปตามธรรมเนียม จากนั้น Entropay.com จะให้เราเลือกวิธีชำระเงิน ซึ่งถ้าชำระด้วยบัตรเครดิตจะถูกชาร์ตเพิ่ม 4.95% จากมูลค่าที่เราต้องการ

จากนั้นเค้าก็จะให้เรากรอกจำนวนเงินที่จะใช้ เช่น $20 (ซึ่งเป็นขั้นต่ำสุด แค่นี้ก็พอสำหรับใช้ Netflix ไป 2 เดือนและ) แล้วเราก็กรอกข้อมูลบัตรเครดิตไทยที่ปกติเราใช้อยู่นั่นล่ะ เมื่อคอนเฟิร์มแล้ว ครั้งแรกนี่อาจจะยุ่งยากหน่อย ทาง Entropay.com จะส่งเมลมาหาเรา ขอหลักฐานเพิ่มนิดหน่อย เช่น Scan หลังบัตรเครดิต และ บัตรประชาชน ให้เรา Scan ส่งกลับไปในเมล

เท่านี้ เราก็จะได้บัตรเครดิตเสมือนที่มีวงเงิน $20 เอาไปใช้ วิธีการใช้ก็แค่เอาเลขบัตรไปกรอกใช้ได้เลย

ขั้นตอนที่ 3 สมัคร Netflix บริการดูหนังออนไลน์จากอเมริกา

เอาล่ะ.. เมื่อเราสามารถเข้าเวบที่จำกัดเฉพาะอเมริกาได้แล้ว มีบัตรเครดิตที่สามารถใช้ในอเมริกาได้แล้ว ก็ถึงเวลาสมัครบริการ Netflix ได้สักที เข้าไปที่ Netflix.com ได้เลย หน้าเวบจะมีปุ่มเชิญชวนให้สมัครบริการเค้าอยู่แล้ว ราคา $7.99  แถมใช้บริการฟรีในเดือนแรกด้วย

ลองดูขั้นตอนการสมัครตามภาพข้างล่างนี้ 

กดสมัครได้เลย
กรอกรายละเอียดข้อมูลตามธรรมเนียมทั่วไป
อันนี้เราก็กรอกบัตรเครดิตที่ได้มาจาก Entropay.com
Netflix จะให้เราสมัครสมาชิกเช่าแผ่นหนังด้วย เราก็บอกไปว่า No, Thanks!!!!

เอาล่ะ.. เท่านี้ Netflix ก็เป็นของเราแล้ววว!!!

วิธีการดู Netflix ใน Device ต่างๆ

ช่องทางที่ดู Netflix ที่ดูได้ทันทีก็คือในคอมฯ เมื่อเซ็ตค่าของ Unblock-us.com ในคอมเรียบร้อยแล้ว เราก็ไปที่เวบ netflix.com ได้เลย อันนี้ไม่มีปัญหา มีหนังให้เลือกล้านแปด

90% ของหนังใน Netflix ทั้งหมด จะมี Subtitle เป็นภาษาอังกฤษให้อยู่แล้ว

ทีนี้ล่ะ… ความยุ่งยากอีกเรื่อง สำหรับคนที่ต้องการดู Netflix บน iPad , iPhone หรือ Apple TV นั่นก็คือ.. เราจะต้องมี iTunes Account ของ US อีก…( บอกแล้ว ถ้าใจไม่รักนี่ อาจจะถอดใจไปตั้งแต่ขั้นตอนแรก )  เพราะถ้าเราใช้ Account ไทยที่ใช้ๆโหลด App กันอยู่นั้น เราจะ Search หาเจ้า App ของ Netflix ไม่เจอ..  ทำยังไงล่ะทีนี้..

ขั้นตอนที่ 4 สมัคร iTunes Account ของอเมริกา 

หลักการเหมือนกัน ไม่ว่าจะมี iPad , iPhone หรือ คอม แต่เราจะบอกวิธีสมัครโดยเข้าจาก iPad , iPhone เพราะคิดว่าส่วนใหญ่น่าจะเข้าทางนี้ง่ายกว่านะ ( ซึ่งถ้าสมัครจากคอมก็ทำเหมือนกัน คือ เข้าไปใน โปรแกรม iTunes เข้าไปใน iTunes Store )

4.1 เปิดเข้าใน Setting -> iTunes & App Store ของ iPad , iPhone ถ้าใคร Sign in เอาไว้แล้ว ให้กดที่ชื่อ Account เดิม แล้วกด Sign Out ออกซะ

4.2 เปิดเข้าใน App Store แล้วกดโหลด App อะไรก็ได้ ที่มัน Free ( เฉพาะที่ฟรีเท่่านั้น) มันจะเด้งขึ้นมาถาม ให้กด Create New Apple ID

4.3 กดไปตามขั้นตอน จนเจอหน้านี้  Store ต้องกดเปลี่ยนให้เป็น United States

4.4 หน้าที่ให้กรอก E-Mail ก็กรอก E-mail ที่ยังไม่เคยใช้สมัคร Apple ID ใดๆทั้งสิ้นนะ ถ้าไม่มีก็ไปสมัคร E-mail ใหม่มาใช้สำหรับการนี้

4.5 ตรง Billing Information ให้เลือกเป็น  None ซะ

4.6 หน้านี้สำคัญสุด ให้กรอกข้อมูลตามรูปนี้เลยครับ โดยเฉพาะตรงที่อยู่

Street : 500 Indian Hill. blvd.

City : Pomona

State : CA

Zip : 91767

เท่านี้ก็เรียบร้อย!! เราก็จะสามารถใช้ App Store US  ได้แล้ว เพื่อโหลด Netflix App มาดู หรือจะเป็น App อื่นๆที่โหลดได้เฉพาะใน US ( เช่น Hulu ก็เป็นอีกบริการนึง คล้าย Netflix แต่ดูได้เฉพาะใน US เช่นกัน มีหนังคนละสไตล์กัน )

และถ้าคนที่ใช้ Apple TV ก็ต้อง Sign in ด้วย Accout US ตัวนี้เหมือนกันนะ ถึงจะเข้าดู Netflix ( และอื่นๆที่ US ดูได้ )


แถมท้าย.. ไม่ใช่แค่ดูในประเทศอเมริกาเท่านั้น ฝั่งอังกฤษก็ดูได้เหมือนกัน เช่น BBC TV รายการ TV ก็มีเด็ดๆให้ดูมากมาย ซึ่งปกติแล้ว เค้าจะปิดไม่ให้คนนอกประเทศอังกฤษดูได้เหมือนกัน เราก็แค่เข้าไปที่ Unblock-us.com ที่เราได้สมัครเอาไว้แล้ว เปลี่ยนจาก US ไปเป็น UK ( ตามภาพ )

จากนั้น เราก็เข้าไปที่เวบ bbc.co.uk/tv  จากคอม หรือจะโหลด App BBC iPlayer ใน iPad , iPhone ก็ได้ ( แต่ให้ย้อนไปดูวิธีการสมัคร iTunes Account ใหม่ คราวนี้ให้เปลี่ยนที่อยู่เป็น UK แทน ) 

ข้อดีของ BBC TV ก็คือ มันฟรี! และมันเหมือนเรานั่งดูทีวีที่อังกฤษเลย มีทั้งรายการสด และรายการที่ย้อนดูได้ สบายแฮ..

จบการอธิบายแต่เพียงเท่านี้ ขอให้ทุกท่านจงมีความสุขกับการดูหนัง … สวัสดี.

Exit mobile version