รายการที่อยากทำก่อนตาย

10346227325_26358fa45f_b

 

ภาพที่ไปถ่ายที่ Zakopane เมืองเล็กๆของ Poland หนึ่งในที่ที่ตอนเด็กๆคิดว่าอยากจะไป

หลายปีก่อน มีหนังเล็กๆเรื่องหนึ่งที่ชื่อว่า Bucket List นำแสดงโดย Jack Niholson กับ Morgan Freeman หนังว่าด้วยเรื่องชายแก่ 2 คน ต่างสถานะ ต่างฐานะ และต่างนิสัย แต่ดันต้องมานอนโรงพยาบาลเตียงติดกัน และเผชิญสภาวะเดียวกัน นั่นก็คือ ใกล้จะได้กลับบ้านเก่าเต็มที

ชายแก่เริ่มต้นเขียนสิ่งที่ตัวเองเคยคิดไว้ในชีวิตว่าอยากจะทำ แต่จนแล้วจนรอด ปาเข้าไปถึงวันที่มีเวลาเหลืออยู่บนโลกอย่างจำกัด ก็ยังไม่ได้ทำมันสักที  “What do you want to do?” เป็นหัวข้อสั้นๆแต่ชวนให้คนเรานั่งทบทวนกลับไปทั้งชีวิตที่ผ่านมา

บุคคลที่มีชื่อเสียงหลายคนในโลกนี้ กล่าวไว้ถึงการใช้ชีวิตว่า ควรใช้ชีวิตประหนึ่งพรุ่งนี้จะต้องตายแล้ว แต่ถึงเราๆจะได้อ่านข้อความนี้ ก็ทำได้แค่ฉุกคิดแว่บหนึ่ง แล้วก็ปล่อยทุกอย่างผ่านไปเหมือนเดิม จะมีสักกี่คน สักกี่ครั้ง ที่เราจะลุกขึ้นบอกว่า โอเค.. ฉันเคยฝันว่าจะทำสิ่งนี้ และฉันจะลงมือทำมันเดี๋ยวนี้ โดยไม่มีคำว่า “แต่”

หลายสัปดาห์ก่อน ระหว่างที่คิดว่า ช่วงปีใหม่จะไปเที่ยวไหนดี ซึ่งคิดตั้งเป็นนโยบายกันระหว่างเราสองผัวเมียมาตั้งแต่ปีก่อนว่า ถึงแม้ว่าเราจะไม่มีตังค์ เราก็จะต้องเก็บตังค์กันเพื่อทุกๆช่วงสิ้นปีถึงปีใหม่ เราจะไปเที่ยวกันในที่ที่อยากจะไป เพราะชีวิตนี้ สิ่งที่ซื้อไม่ได้ก็คือสภาพร่างกาย เมื่อแก่ตัว หรือถ้าเราตายไป เราจะไม่มีวันได้ขยับตัวไปถึงที่ที่นั้นได้อีก และคงไม่มีประโยชน์อะไรที่เราจะทำงานโดยเอาผลประโยชน์จากร่างกายและจิตใจเราอยู่ฝ่ายเดียว

และแพลนการเที่ยวของปลายปีนี้ ก็คือ เกาะแมว หรือ เกาะ Tashirojima ซึ่งทีแรกยังไม่แน่ใจว่าจะไปดี จนกระทั่ง ปิง เพื่อนที่เคยไปร่วมท่องเที่ยวกันที่ญี่ปุ่นมาครั้งหนึ่ง ญี่ปุ่นก็เปรียบเสมือนศาสนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของปิง ต้องไปเหยียบ (เพื่อหาของกิน) อยู่บ่อยครั้ง ปิงได้กลายเป็นความหวังในการพาไปสู่ เกาะแมว เพราะถ้าไม่รู้ภาษาญี่ปุ่นเอาซะเลย ก็ดูจะยากเอาเรื่องที่จะพาตัวเองไปที่นั่น

โอเค.. เราก็จัดแจงจองตั๋วและแพลนการเที่ยวอย่างจริงจัง ซึ่งต้นปีหน้าเราจะกลับมาพร้อมประสบการณ์ของเกาะแมวกัน  แต่ประเด็นที่พูดถึงเรื่องนี้ อยู่ตรงนี้..  หลังจากที่เราแพลนเป็นรูปเป็นร่าง เราสองคนผัวเมียจึงมานั่งคิดกันว่า เออ.. เกาะแมว นี่เป็นหนึ่งในที่ที่เราตั้งใจใฝ่ฝันกันมาหลายปีที่จะไปเยือน แล้วเราก็จะได้ไปกันแล้ว  แบบนี้ เราน่าจะเขียน Bucket List แบบในหนังกันดีมั๊ย เพื่อเป็นสิ่งที่เราจะไม่ละเลยมันไป เป็นเป้าหมายที่เราจะทำกันทันทีที่สามารถทำได้ โดยไม่ผลัดวันประกันพรุ่ง ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องเที่ยวนะ แต่คือทุกๆเรื่องที่ชีวิตนึงเราอยากจะทำมัน แล้วมักจะมีข้อแม้ หรือคิดว่าปัญญาอ่อน หรือคิดว่าเป็นไปไม่ได้  คนเราเกิดมาทั้งที จะมามัวนั่งเครียดหาแต่เงิน ทำกันแต่งาน โดยไม่แคร์การใช้ชีวิต ที่ตายไปก็เอาอะไรไปไม่ได้สักอย่างทำไม

ดูอย่างเด็กหนุ่มอังกฤษวัย 24 ที่เป็นข่าวเมื่อสัปดาห์ก่อนสิ.. ไปมาแล้ว 192 ประเทศ ชีวิตนึงก็ถือว่าคุ้มแล้วที่เกิดมาเห็นโลกเยอะแยะ โดยไม่ต้องร่ำรวยก็ได้นะ เราว่ารวยแล้วจมกองเงิน กองงาน กองอำนาจ ก็เสียดายเวลานะ มีพอกิน พอใช้ เอาไปบริหารความสุขกับครอบครัวเรา น่าจะดีกว่า

แน่นอนว่า เงินก็ต้องหา งานก็ต้องทำ แต่เราไม่ควรให้มันเป็นประเด็นใหญ่ของชีิวิตจนบดบังความฝันปัญญาอ่อนของเรากันดีกว่า ชีวิตมันเดินไปด้วย Passion ไม่ว่าจะเป็นงานอะไร ทำอะไรก็ต้องเหนื่อย ต้องลำบากด้วยกันทั้งนั้น แม้ว่าจะเป็นงานที่เรารัก เพราะ งาน = ปัญญา แต่เราก็ควรแก้ปัญญาอย่างมี Passion

ว่าแล้วเราก็ลองเขียน Bucket List กันขึ้นมา และมันก็คงจะถูกปรับปรุงกันไปเรื่อยๆ โดยหวังว่ามันจะถูกติ๊กถูกไปเรื่อยๆ เป็นการแสดงให้เห็นการใช้ชีวิตที่สนุกขึ้นของเราสองคนได้

ชีวิตนี้ เราอยากทำอะไรบ้างก่อนตาย? ( 13 oct 2013 )

  • อยากไปเกาะแมว
  • ขับรถไปเที่ยวตาม National Trust ไปเรื่อยๆรอบอังกฤษสักเดือนนึง
  • อยากเล่นรถไฟเหาะที่สูงที่สุดในโลก ( เห็นว่าอยู่ New Jersey )
  • อยากไปเห็นคิวบา
  • อยากไปแอบดูเกาหลีเหนือ
  • ปลูกบ้านไม้โปร่งๆที่หน้าบ้านมีแม่น้ำ มีสวนผัก อยู่กันง่ายๆดีๆ ไม่ต้องรถติด

ไม่รู้ว่าทั้งหมด ต้องใช้เวลาเท่าไหร่  แต่เราคิดว่า มันคงคุ้มค่าสำหรับการทำให้ชีวิตมันมีกำลังใจเดินต่อไปนะ

Advertisements

2 Comments Add yours

  1. katoonix says:

    พี่ซัน มันสุดยอดมากเลย เคยคิดเรื่อง bucket list เหมือนกัน (ดูหนังแล้ว inspired) แต่ทุกๆ ครั้งมันจะมีคำว่าแต่.. และทุกๆ ครั้ง ก็จะไม่สามารถใช้ชีวิตให้เหมือนวันสุดท้ายได้ เพราะว่าเรื่องที่เราอยากจะทำ บางทีมันก็ต้องมีบันไดกว่าจะไปถึงจุดนั้นได้ (เช่นทำงานหาเงินก่อน) T^T

    อีกอย่างหนึ่ง ถ้ามีเพื่อนร่วมทำตามความฝันไปด้วยกัน ชีวิตเราก็จะเติมเต็มขึ้นเยอะเนอะ มีพลังในการ achieve เป้าหมายมากขึ้นเยอะเลย (อิจฉา)

    Bucket List พี่ซันน่าสนใจมาก 🙂 ตอนนี้เป็นเมมเบอร์ English Heritage แต่รู้สึกว่าใช้เที่ยวไม่คุ้มเอาซะเลย ^^”

    1. สมัยพี่เริ่มทำงาน มันเป็นช่วงที่รู้สึกว่าต้องทำงานหาเงินจริงๆ แต่พอผ่านไปๆ เรากลับใช้เวลาไปหาเงินมากเกินไป หาเงินเท่าไหร่มันไม่มีวันพอนะ เลยมองกลับว่า เราหาเวลาดีกว่า เวลามันเอาไปใช้กับคนที่เรารัก กับสิ่งที่เรารัก มันรู้สึกว่าได้ใช้ชีวิต // รีบกลับมาแต่งงานซะสิ จะได้มีคนร่วมเดินทาง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s