รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ เวอร์ชั่นดวลหมัด Minolta Hi-Matic F กับ Olympus 35 RC

เห็นฮิตกันจั๊งงงเลยย จนตั้งใจไว้นานมากแล้วที่จะจับเจ้า Minolta Hi-Matic F มารีวิว ซึ่งเราก็ผ่านมือไปมาหลายตัวแล้วนะ ซื้อมาขายไปๆ แต่ยังไม่เคยเอามาทดสอบจริงจังสักที แต่รีวิวเฉยๆมันก็ธรรมดาไป เลยกะว่าจะหากล้องที่พอฟัดพอเหวี่ยงในยุคสมัยเดียวกัน สเปคไล่ๆกันมาท้าชนสักหน่อย เดิมทีเคยกะจะเอาเจ้า Olympus 35 DC (อ่านรีวิวย้อนหลัง) มาเทียบตั้งแต่ตอนที่เคยรีวิวไปครั้งก่อน แต่คิดว่าไม่ค่อยเข้ากันเท่าไหร่ เพราะเจ้านั่นสเปคค่อนข้างสูงกว่า เลยคิดว่าต้องหากล้องที่ขนาดพอๆกัน ใช้เลนส์ระดับใกล้ๆกัน ก็เล็งอยู่นานล่ะ.. มองไปมองมาก็คิดว่า  Olympus 35 RC เจ้า Rangefinder จิ๋ว นี่แหล่ะ..น่าจะสูสีกันหน่อย ซึ่งครั้งที่แล้ว เราได้เคยรีวิวเทียบกับรุ่นใหญ่ๆของ Olympus ด้วยกันเอาไว้ 

 

คู่ดวลหมัดในวันนี้
คู่ดวลหมัดในวันนี้

 

กดถ่ายพร้อมกันสองตัวแม่มเลย!
กดถ่ายพร้อมกันสองตัวแม่มเลย!

 

ก่อนอื่นเลย… การรีวิวเวอร์ชั่นดวลหมัดนี่ เราต้องเซ็ตกติกากันนิดนึงก่อน เพราะอาจจะมีความเสียเปรียบได้เปรียบกันบ้าง เนื่องจากฟังก์ชั่นหรือสเปคบางอย่างของกล้องก็ไม่ได้ตรงเป๊ะกันเลยทีเดียว มีเหลื่อมล้ำกันบ้าง แต่ดูแล้วไม่ต่างกันมากนัก

เอาล่ะ.. กฎกติกาของเราก็คือ เจ้ากล้องฟิล์ม 2 ตัวนี้ ต้องชกกันแบบหมัดต่อหมัดในแต่ละภาพ ที่ถ่ายพร้อมกัน โดยใช้ฟิล์มแบบเดียวกัน ล้างฟิล์มด้วยน้ำยาเดียวกัน และในการสแกนภาพ จะตั้งเป็น Default ไม่มีการเพิ่มค่าใดๆ นอกจากลบฝุ่นในภาพเท่านั้น

ซึ่งในแมทซ์นี้ ใช้ Kodak Color Plus 200 เจ้าเก่า ( หาซื้อฟิล์มกันได้ที่ www.husbandandwifeshop.com นะจ๊ะ ขายของเล็กน้อย ฮาๆๆ ) และน้ำยา Tetenal C-41 สำหรับล้างฟิล์ม ในขณะที่สเปคของอีกตัวในบางเรื่อง อาจจะเสียเปรียบคู่แข่งอยู่ ก็จะปรับการทำงานอีกฝั่งให้ลงมาใกล้เคียงกันนะจ๊ะ

 

แรกเริ่ม! เราก็ควรมาทำความรู้จักกล้องทั้งสองฝั่งกันหน่อยดีกว่า

 

มุมแดง เจ้าบ้าน

Minolta Hi-Matic F ปี 1972

 

Minolta Hi-Matic F ปี 1972
Minolta Hi-Matic F ปี 1972

 

เดิมที เจ้านี่เป็นกล้องเวอร์ชั่นปรับลดสเปคลงมาจาก Hi-Matic E ที่รุ่นใหญ่กว่า แต่กลายเป็นกล้องที่ดึงเอาข้อดีด้านคุณภาพของรุ่นใหญ่ แต่มีขนาดเล็กและถ่ายได้สะดวกกว่ามาแทน จนกลายเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยม แต่ไอ้ที่นิยมมากๆนี่ คงเป็นเมืองไทยในยุคนี้ล่ะ ที่วัยรุ่นไทยต่างตามหากันแทบทุกร้านกล้องตั้งแต่ปีก่อน ที่มีซีรีย์ “ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น” ออกมา จนถึงป่านนี้ ก็กลายเป็นกล้องฮิตอันดับ 1 ในวัยรุ่นไทย

 

มาดูสเปคคร่าวๆกันหน่อย

 

DSC_0513
การปรับฟังก์ชั่นต่างๆของ Hi-Matic F

 

  • เป็นกล้องโฟกัสแบบ Rangefinder ปรับภาพเหลื่อมให้ซ้อนกัน ระบบ AE Program อัตโนมัติ ปรับรูรับแสงและความเร็วชัตเตอร์ให้เองทั้งหมด
  • เลนส์ Rokkor 38mm F2.7 ชิ้นเลนส์ 4 Elements
  • รูรับแสง F2.7 – F13 และความเร็วชัตเตอร์ 4 sec – 1/724 sec
  • น้ำหนัก 350 กรัม ขนาด สูง 73mm , กว้าง 113mm , ลึก 54mm

 

 

มุมน้ำเงิน ผู้ท้าชิง

Olympus 35 RC ปี 1970

 

Olympus 35 RC ปี 1970
Olympus 35 RC ปี 1970

 

เคยรีวิวกันไปทีนึง เมื่อครั้งก่อน แบบเอาไปชนช้างกัน 3 ตัว ทั้ง Olympus 35 SP , 35 RD และเจ้า 35 RC เจ้านี่ถือเป็นกล้อง Rangefinder ที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลกที่สามารถปรับเป็น Manual ได้ ซึ่งสมัยที่มันออกมา ก็ถือว่าเป็นตัวที่ย่อสเปคลงจากรุ่นพี่ตัวใหญ่อย่าง Olympus 35 SP มานั่นแหล่ะ ตัวนี้ค่อนข้างหายากในตลาด สมัยก่อนราคาไม่แพงเลย แต่ตอนนี้กลายเป็นราคากระโดดไปไกลมากแล้ว

 

มาดูสเปคคร่าวๆกันหน่อย

 

การปรับฟังก์ชั่นต่างๆของ 35 RC
การปรับฟังก์ชั่นต่างๆของ 35 RC

 

  • เป็นกล้องโฟกัสแบบ Rangefinder ปรับภาพเหลื่อมให้ซ้อนกัน ระบบ Shutter Priority ปรับความเร็วชัตเตอร์เอง แล้วกล้องคำนวณรูรับแสงให้ และ Manual ปรับความเร็วชัตเตอร์และรูรับแสงเองทั้งหมด
  • เลนส์ E.Zuiko 42mm F2.8 ชิ้นเลนส์ 5 Elements
  • รูรับแสง F2.8 – F22 และความเร็วชัตเตอร์ 1/15 sec – 1/500 sec ( มีชัตเตอร์ B )
  • น้ำหนัก 410 กรัม ขนาด สูง 70mm , กว้าง 109mm , ลึก 50mm

 

เอาล่ะ.. เมื่อพร้อมแล้ว มาเริ่มกันเลยดีกว่า!

 

ยกที่ 1

 

มาดูที่รูปร่าง ขนาด กันก่อนดีกว่า ถ้าดูจากตาเปล่า (ก็แน่ล่ะ คงไม่ส่องกล้องจุลทรรศน์) แบบผ่านๆ ขนาดสองตัวนี้ใกล้เคียงกันมากๆ แต่ถ้าวัดกันเป็นตัวเลข เจ้า Olympus 35 RC จะเล็กกว่าจิ๊ดนึง แต่ก็น้อยมากๆ หลักหน่วยมิล ในส่วนของน้ำหนัก เจ้า Hi-Matic F ได้เปรียบเล็กน้อย คือเบากว่าสัก 60 กรัม ซึ่งสำหรับกล้องเนี่ย ก็ถือว่ามีผลอยู่บ้าง

 

DSC_0509

 

 

ในส่วนของวัสดุที่ใช้ เราว่าทาง Olympus ใช้วัสดุที่ดีกว่า จากการสัมผัสมาในหลายๆรุ่น ส่วนใหญ่วัสดุจะเป็นเหล็ก แม้แต่ไกขึ้นฟิล์ม น้ำหนักการเลื่อนฟิล์มนี่แข็งแรงมาก สบายมือ ปุ่มชัตเตอร์ก็เป็นเหล็ก ( ซึ่งก็เป็นเหตุผลที่ทำให้น้ำหนักมากกว่า ) ถ้าในมุมวัสดุความแข็งแรงแล้ว Olympus 35 RC ได้เปรียบ อันนี้พูดตรงๆ

 

ด้านซ้าย Olympus 35 RC ด้านขวา Minolta Hi-Matic F
ด้านซ้าย Olympus 35 RC
ด้านขวา Minolta Hi-Matic F

 

การหมุนโฟกัสเลนส์ วัสดุดูธรรมดาด้วยกันทั้งคู่ เป็นพลาสติกเบาๆ แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่แข็งแรง ในส่วนของ Hi-Matic F มีก้านช่วยโฟกัสตามสไตล์กล้องยุค ’60-70s ด้วย ก็สบายดีเหมือนกัน ในขณะที่ขนาดเลนส์ ต่างกันเล็กน้อย ตัว Olympus 35 RC จะมีเลนส์ที่เล็กกว่า ( Filter ขนาด 43.5mm ) แต่เจ้า Hi-Matic F จะใช้เลนส์ขนาดใหญ่กว่า ( Filter ขนาด  46mm )

 

ด้านซ้าย Olympus 35 RC ด้านขวา Minolta Hi-Matic F
ด้านซ้าย Olympus 35 RC
ด้านขวา Minolta Hi-Matic F

 

 

สรุปรวมๆในยกแรก ชกกันแบบดูเชิง จากสภาพภายนอกแล้ว ถือว่า “เสมอกัน”

 

 

ยกที่ 2

 

เริ่มส่องเข้าไปในช่องมองภาพ ด้วยระยะเลนส์ที่ต่างกันของทั้งคู่ คือ Minolta Hi-Matic F จะได้ระยะ 38 mm ซึ่งจะแอบ Wide กว่า Olympus ที่ใช้ระยะ 42mm มุมมองก็ค่อนข้างต่างกันเล็กน้อย สิ่งที่แตกต่างแน่ๆคือ ในช่องมองภาพของ Olympus 35 RC มีการบอกข้อมูลวัดแสง และการปรับรูรับแสงกับความเร็วชัตเตอร์พร้อม ทั้งการใช้แบบ Shutter Priority หรือจะ Manual ก็ตาม ในขณะที่ Minolta Hi-Matic F นั้น… โบ๋เบ๋ จอเปล่าๆเลย

 

ช่องมองภาพ Minolta Hi-Matic F
ช่องมองภาพ Minolta Hi-Matic F
DSCF0002
ช่องมองภาพ Olympus 35 RC

 

ในส่วนของตัว Rangefinder ภาพเหลื่อมเพื่อปรับโฟกัสนั้น ทั้งคู่ชัดเจนดี แม้จะเป็นกล้องขนาดเล็กมากก็ตาม

ฟังก์ชั่นเสริมต่างๆที่แตกต่างกันไปบ้างเล็กน้อย เช่น Minolta Hi-Matic F จะมีปุ่มเอาไว้เช็คแบตฯที่ด้านหลังกล้อง ว่าแบตหมดหรือยัง ในขณะที่ Olympus 35 RC ไม่มี แต่มีระบบ “Off” เอาไว้ปิดระบบวัดแสง เพื่อประหยัดแบตได้ด้วย ถือว่าแลกหมัดกันไป

ส่วนของการตั้งเวลาถ่าย Self Timer มีด้วยกันทั้งคู่

มี Hot Shoe สำหรับแฟลชด้วยกันทั้งคู่

สรุปรวมแล้ว ยกนี้… Olympus 35 RC ได้คะแนนไป จากที่ช่องมองภาพมีประโยชน์กว่า สามารถบอกข้อมูลได้ดีกว่า

 

ยกที่ 3

 

ทดสอบถ่ายชอตแรก .. กลางแดดปกติ ด้วยความที่ฟังก์ชั่นของสองตัวนี้ อาจจะแตกต่างไปบ้าง คือเจ้า Minolta Hi-Matic F นั้น เป็นระบบอัตโนมัติทั้งหมด ไม่ต้องปรับอะไรนอกจากโฟกัส แต่เจ้า Olympus 35 RC นั้น อัตโนมัติได้แค่ Shutter Priority คือปรับความเร็วชัตเตอร์เอง แล้วกล้องจะปรับรูรับแสงให้ ซึ่งเราจะใช้โหมดนี้ในการเปรียบเทียบ โดยตั้งความเร็วชัตเตอร์ที่ 1/250 sec เป็นหลัก

โดยธรรมชาติของกล้อง Minolta Hi-Matic F นั้น จะเสียเปรียบด้านรูรับแสง ที่แคบได้น้อยกว่า เพราะค่าสูงสุดอยู่ที่ F13 ในขณะที่ Olympus 35 RC ทำได้ถึง F22 แต่ทาง Minolta ก็ชดเชยโดยการทำความเร็วของชัตเตอร์สูงได้ถึง 1/724 sec สูงกว่าของ Olympus ที่ความเร็วชัตเตอร์สูงสุดแค่ 1/500 sec ( หนักกว่านั้นคือบางสำนักถึงกับตั้งข้อสงสัยว่า จริงๆแล้ว มันทำได้แค่ 1/350 sec ด้วยซ้ำไป )

 

Minolta Hi-Matic F
Minolta Hi-Matic F
Olympus 35 RC
Olympus 35 RC

 

รูปที่ 1  เราถ่ายแสงตอน 7 โมง ให้เห็นระยะความกว้างของภาพ Himatic-F จะได้ภาพแนวกว้างกว่า ด้วยระยะเลนส์ ในเรื่องของความคมและมิติ จะเห็นในรายละเอียดที่ใบไม้ Olympus 35 RC ค่อนข้างคมชัดกว่า เห็นมิติมากกว่า

 

Minolta Hi-Matic F
Minolta Hi-Matic F

 

Olympus 35 RC
Olympus 35 RC

 

รูปที่ 2 ทดสอบสีสัน Minolta Hi-Matic F ค่อนข้างดู Contrast เข้มกว่าหน่อย แต่ความจัดจ้านของสี ไม่ค่อยต่างกัน ที่เห็นชัดๆก็ยังคงเป็นเรื่องความคม และมิติ ที่ Olympus 35 RC ทำได้ดีกว่า

 

 

Minolta Hi-Matic F
Minolta Hi-Matic F

 

Olympus 35 RC
Olympus 35 RC

 

รูปที่ 3 ทดสอบถ่ายย้อนแสง ปกติเราเป็นคนชอบลองถ่ายย้อนแสง ดูว่าระบบวัดแสงของกล้องทำงานยังไง? และดูว่าถ้าเรากะจากมุมมองสายตาเราเอง ถ่ายออกมาจะได้อย่างที่คิดแค่ไหน? จากการลองจะเห็นว่า Minolta Hi-Matic F จะงงๆกับการวัดแสงแบบนี้ ซึ่งเป็นปกติกับกล้องที่อัตโนมัติทั้งหมด และไม่สามารถปรับค่าอะไรได้ ในขณะที่ Olympus 35 RC เราสามารถกะแสงได้ดีกว่า โดยปรับความเร็วชัตเตอร์ลงเหลือ 1/125 sec แล้วให้กล้องคำนวณค่ารูรับแสงเอง ผลออกมา ก็น่าพอใจกว่า Minolta Hi-Matic F

 

Minolta Hi-Matic F
Minolta Hi-Matic F

 

Olympus 35 RC
Olympus 35 RC

 

รูปที่ 4 ทดสอบถ่ายในแสงที่แตกต่างกัน ระหว่างสว่างสุด ปกติ และมืด ในรูปเดียวกัน การวัดแสงเฉลี่ยของกล้อง Minolta Hi-Matic F ทำได้ดีเลย ขณะที่จะกดถ่าย กล้องมีสัญญาณไฟแดงเตือนว่า กำลังจะใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่ต่ำ 1/30 sec แสดงว่ากล้องเลือกรูรับแสงที่แคบมาก ทำให้ จุดที่สว่างมาก ก็จะไม่มากเกินไป จุดปกติก็กำลังดี จุดที่มืดกว่าก็ยังเห็นรายละเอียดชัด อันนี้ทำได้ดีกว่า Olympus 35 RC ที่เราเลือกความเร็วชัตเตอร์ไว้ที่ 1/60 sec ทำให้กล้องเลือกรูรับแสงที่กว้างกว่า จึงได้ผลที่แตกต่างไป

 

Minolta Hi-Matic F
Minolta Hi-Matic F

 

Olympus 35 RC
Olympus 35 RC

 

รูปที่ 5 จะโชว์ให้เห็นระยะโฟกัสที่ใกล้ที่สุดที่กล้องแต่ละตัวทำได้ Minolta Hi-Matic F ทำระยะได้ใกล้สุดที่ 0.8 M หรือ 80 cm. ในขณะที่ Olympus 35 RC ทำระยะได้ที่ 0.9 M หรือ 90 cm. แต่หักลบกับระยะเลนส์แล้ว เลยทำให้ดูระยะเท่ากันเลย (ตอนถ่าย เริ่มเย็นแล้ว ทำให้การคำนวณแสงต่างกัน จะเห็นว่า Hi-Matic F พยายามเลือกค่ารูรับแสงที่แคบที่สุดในแสงนั้น ทำให้เห็นข้างหลังชัดอยู่ ในขณะที่ Olympus นั้น เราตั้งความเร็วชัตเตอร์ไว้ที่ 1/250 sec อยู่ ค่ารูรับแสงที่กล้องเลือกเลยกว้างกว่าเยอะ เลยได้หน้าชัด หลังเบลอกว่า)

 

Minolta Hi-Matic F
Minolta Hi-Matic F

 

Olympus 35 RC
Olympus 35 RC

 

รูปที่ 6 รูปสุดท้ายของยก ทดสอบถ่ายรูปมุ๊งมิ๊ง จะเห็นว่า Minolta Hi-Matic F จะพยายามตั้งรูรับแสงให้แคบที่สุดเสมอ ซึ่งเป็นปกติของกล้องระบบนี้ ทำให้ยากจะควบคุมเรื่องชัดตื้น ชัดลึก ในขณะที่ Olympus 35 RC สามารถเลือกได้มากกว่า และให้ความคมของภาพที่ดีกว่า

 

สรุปรวมแล้ว…. ยกนี้ สเปคถึงแม้ว่าจะสูสีกัน แต่ความคมของเลนส์ และการถ่ายภาพกลางแจ้งนี่ Olympus 35 RC ได้ไปนะ ทั้งภาพที่คม สีสัน มิติ ค่อนข้างได้เปรียบ Minolta Hi-Matic F อยู่ ต้องให้คะแนน Olympus 35 RC ไป

 

 

ยกที่ 4

 

คราวนี้มาทดสอบที่ ในที่ร่ม และที่มืดกันบ้าง เอาจริงๆแล้วสเปคของเลนส์ทั้งคู่ อาจจะใกล้เคียงกันมาก คือ F2.8 รูปรับแสงขนาดนี้ อาจจะไม่ค่อยเหมาะกับสภาพที่ร่มหรือที่มืดมากนัก แต่..ความได้เปรียบของ Minolta Hi-Matic F ก็คือ มันมีความเร็วชัตเตอร์ที่ต่ำกว่าเยอะมากกก!! ระดับ 4 sec เลยทีเดียว ในขณะที่ Olympus 35 RC ทำได้แค่ 1/15 sec เท่านั้น จากการใช้ฟิล์ม ISO 200 เราลองมาดูกัน ว่าผลจะเป็นยังไง…

 

 

Minolta Hi-Matic F
Minolta Hi-Matic F

 

Olympus 35 RC
Olympus 35 RC

 

 

รูปที่ 1 เริ่มทดสอบจากที่ที่แสงน้อยพอประมาณ ซึ่งดูจาก Olympus 35 RC ใช้ความเร็วชัตเตอร์อยู่ที่ 1/30 sec และรูรับแสงกว้าง F2.8 ซึ่งลองใช้เครื่องวัดแสงดูแล้ว คาดว่า Minolta Hi-Matic F ก็น่าจะใช้ค่าประมาณเดียวกัน ผลออกมาทำได้ดีทั้งคู่อยู่

 

Minolta Hi-Matic F
Minolta Hi-Matic F

 

Olympus 35 RC
Olympus 35 RC

 

รูปที่ 2 แสงยังอยู่ในระดับเดียวกันอยู่ Olympus 35 RC ยังโชว์ความคมของเลนส์ได้ดี  แม้จะใช้รูรับแสง F2.8 อยู่

 

Minolta Hi-Matic F
Minolta Hi-Matic F

 

Olympus 35 RC
Olympus 35 RC

 

รูปที่ 3 ลดระดับมาให้มืดที่สุดเท่าที่ Olympus 35 RC จะทำได้ ก็คือ รูรับแสง 2.8 และความเร็วชัตเตอร์ 1/15 sec จะเห็นว่าถึงตรงนี้ Minolta Hi-Matic F เริ่มได้เปรียบที่สามารถเลือกใช้ค่ารูรับแสงที่แคบกว่า ทำให้ได้ภาพที่ชัดกว่าแม้ในที่แสงน้อย

 

Minolta Hi-Matic F
Minolta Hi-Matic F

 

Olympus 35 RC
Olympus 35 RC

 

รูปที่ 4 จุดพีคครับ ลองถ่ายในที่มืดระดับที่ใช้เครื่องวัดแสง อ่านค่าได้ว่า รูรับแสง F2.8 ต้องใช้ความเร็วชัตเตอร์ 1/4 sec ซึ่ง Olympus 35 RC ไม่สามารถถ่ายได้ ก็จะเห็นว่า Under ไป 2 Stop ครับ มืด…เป็นที่เรียบร้อย ในขณะที่ Minolta Hi-Matic F ถ่ายได้สบายๆครับ

 

Minolta Hi-Matic F
Minolta Hi-Matic F

 

Olympus 35 RC
Olympus 35 RC

 

รูปที่ 5 ทดสอบการต่อกับ Flash ครับ ซึ่งการทำงานร่วมกับ Flash ก็เป็นไปด้วยดีทั้งคู่ ใช้ง่ายไม่มีปัญหาอะไร แต่ Minolta Hi-Matic F ค่อนข้าง Sync กับ Flash ได้ดีกว่าหน่อยนะ ดูจากการให้แสง Flash ดูแล้วภาพแสงเนียนดี (นางแบบจำเป็น ทำท่าสองรูปนี้ได้เป๊ะมาก)

 

สรุปเลยนะ…. ยกนี้ ปัญหาของเจ้า Olympus 35 RC ที่มีระบบล็อคชัตเตอร์เมื่อแสงน้อย ทำให้ไม่คล่องตัวในการถ่าย แถมด้วยความเร็วชัตเตอร์แค่ 1/15 sec ทำให้สู้แสงน้อยยากจริงๆ เพราะฉะนั้นด้วยความคล่องตัวของการถ่ายภาพในที่ร่ม และที่มืดที่มีมากกว่าของ Minolta Hi-Matic F ก็ได้คะแนนไปเต็มๆ

ป.ล. สำหรับผู้ใช้ Olympus 35 RC ถ้าต้องการถ่ายในที่ร่มหรือแสงน้อยบ่อยๆ ควรหันไปใช้ฟิล์ม ISO 400 แทน จะช่วยได้มากทีเดียว

 

ยกที่ 5 …

 

นึกไม่ออกและ ว่าจะถ่ายอะไร ฮาๆๆ  เอาเป็นสรุปเลยดีกว่าล่ะ  จากทดสอบการถ่ายมาประมาณนึงแล้ว ลองหิ้วออกไปใช้งานประมาณนึงแล้ว ส่วนตัวนะ รวมๆเราให้คะแนน Olympus 35 RC มากกว่า โดยข้อสรุปที่ได้เปรียบคือ

1.ความยืดหยุ่นของฟังก์ชั่น เจ้า Olympus 35 RC มีโหมด Manual ให้ด้วย แถมด้วยชัตเตอร์ B ในขนาดของกล้องที่เล็กพอๆกัน

2.ในช่องมองภาพ บอกค่าของรูรับแสงและความเร็วชัตเตอร์ ช่วยให้รู้ว่ากำลังถ่ายอยู่ในค่าแบบไหน ซึ่งในรุ่น Olympus 35 DC ที่เป็นระบบ AE ก็มีบอกเหมือนกัน

3.วัสดุโดยรวมค่อนข้างดีกว่า น้ำหนักชัตเตอร์และการเลื่อนฟิล์มต่างๆ ดูหนักแน่นดี

แต่ก็ไม่ใช่ว่า Minolta Hi-matic F จะสู้ไม่ได้นะ จากการทดสอบ เราว่ามันก็เป็นกล้องที่ทำได้ดีมากเลย (ซึ่งหลายๆคนที่อ่านมาถึงตรงนี้ ก็คงจะเห็นจากภาพได้นะ) ซึ่งจริงๆแล้วข้อได้เปรียบก็มีมากอยู่

1.สำหรับคนที่ต้องการความสะดวกแบบไม่ต้องปรับอะไรมาก Minolta Hi-matic F ตอบโจทย์ ทั้งขนาด น้ำหนัก ( ที่เบากว่า Olympus 35 RC ด้วยซ้ำ ) และได้คุณภาพของภาพที่ดีด้วย

2.สำหรับคนที่ชอบภาพแนว Wide หน่อย เจ้า Minolta Hi-matic F ก็ได้เปรียบกว่า เพราะได้ภาพที่ Wide ดี ถ้าลองเทียบจากรูปที่ถ่ายในมุมเดียวกันแล้ว จะเห็นได้ชัด

3.อันนี้ข้อสำคัญเลย ราคาและความหาง่าย  เจ้า Minolta Hi-matic F ราคาถูกกว่า ถึงแม้ว่าตอนนี้ราคาจะกระโดดขึ้นเรื่อยๆเพราะความฮิต แต่ก็ยังถูกกว่าเจ้า 35 RC แถมหาซื้อได้ง่ายกว่าเยอะ ในเพจที่ขายกล้องฟิล์ม กล้องเก่า มีมาขายกันแทบทุกวัน

 

เพราะฉะนั้น เราเป็นแค่เสียงนึงในการให้คะแนนครั้งนี้ แต่สำคัญคะแนนอื่นๆ อยู่ที่คุณๆที่จะใช้นั่นแหล่ะ ว่าจะชอบแบบไหน ถูกใจหรือเปล่า อันนี้เป็นข้อมูลเพียงส่วนนึงที่ช่วยให้ตัดสินใจกันได้ง่ายขึ้นนะจ๊ะ  ขอบคุณที่ติดตามรีวิวบ้านๆครั้งนี้ ชอบใจโปรดแชร์ ไม่ชอบใจก็โปรดแชร์ … ครั้งต่อไปจะรีวิวอะไร โปรดติดตาม หรือจะรีเควสมาก็ได้นะ ยินดีไปควานหากล้องมาทดสอบ 🙂

 

Review by SUN .

facebook.com/artytsun

Instagram @artytL

ผู้สนับสนุนหลัก Husband & Wife Film Photography and Bookstore

www.husbandandwifeshop.com

 

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

Minolta Hi-Matic F 

  • ปกติใช้ถ่าน PX-640 จำนวน 2 ก้อน แต่ในปัจจุบันหาซื้อยากมากๆ จึงใช้ LR44 แทนได้ ( ย้อนอ่านเรื่อง ปลุกชีพกล้องฟิล์มด้วยถ่านใหม่ )
  • ขนาดของ Filter = 46mm
  • มีให้เลือก 2 สี คือสีเงิน และสีดำ
  • จริงๆเจ้า Hi-Matic F มีออกมา 2 เวอร์ชั่นนะ ถ้าสังเกตดีๆ เวอร์ชั่นแรกจะยังไม่มีตั้งเวลาถ่าย
  • ราคากลางในตลาด 3,700 – 4,500 บาท แล้วแต่สภาพและอุปกรณ์เสริม (สีดำจะราคาสูงกว่า)

 

Olympus 35 RC

  • ปกติใช้ถ่าน PX-625 จำนวน 1 ก้อน แต่ในปัจจุบันหาซื้อยากมากๆ จึงใช้ LR44 แทนได้ ( ย้อนอ่านเรื่อง ปลุกชีพกล้องฟิล์มด้วยถ่านใหม่ )
  • ขนาดของ Filter = 43.5mm ( หาซื้อยาก ปัจจุบันไม่มีผลิตไซส์นี้ ต้องหาของเก่า หรือใช้ตัวแปลง )
  • ราคากลางในตลาด 4,500 – 6,500 บาท แล้วแต่สภาพและอุปกรณ์เสริม

 

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s