รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ Yashica Electro 35 รถถัง ถึก อึด และคม

หลายๆคนชอบถามว่า “ชอบกล้อง Olympus มากเหรอ” คงเพราะเห็นเรารีวิวแต่กล้อง Olympus ยันเลย คงจะลำเอียงแต่ Olympus แน่ๆ คือจะบอกว่าจริงๆก็เป็นแบบนั้นแหล่ะ 555 แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่เอายี่ห้ออื่นๆเลย มีหลายๆตัวที่พอได้ลองแล้วก็ประทับใจนะ แต่แค่ไม่มีโอกาสเขียนมากเท่า Olympus เพราะยี่ห้อนี้เค้าของเยอะเหลือเกิน ลองไม่รู้จักหมดจักสิ้น

ไอ้เจ้ากล้องฟิล์มยี่ห้ออื่นๆที่เราประทับใจเนี่ย หนึ่งในนั้นเลยนะ คือ Yashica นี่แหล่ะ ถือได้ว่าเป็นยี่ห้อฮิตๆยี่ห้อนึงเลย ซึ่งเราก็ได้จับได้ลองอยู่หลายตัว ที่จะพลาดไม่ได้เลยก็คงเป็นรุ่นฮิตที่สุดคือ Yashica Electro 35 ซึ่งมันก็มีแยกรุ่นเล็กรุ่นน้อยพ่วงท้ายอีกเป็นตับ วันนี้ได้ฤกษ์งามยามดี เอามาเขียนรีวิวกันสักที

 

กล้อง Yashica Electro 35 รุ่นแรก ปี 1966
กล้อง Yashica Electro 35 รุ่นแรก ปี 1966

 

เจ้า Yashica รุ่นนี้มีดียังไง? ในซีรี่ย์ Electro 35 นี้นะ ถือเป็นตัวสร้างชื่อให้กับ Yashica เลย ยอดขายก็ถล่มทะลาย ว่ากันว่าราวๆ 8 ล้านตัว!! จนคนยุคนั้นมีกันแทบทุกบ้าน ขนาดนั้น…  เพราะคุณภาพของมันนี่แหล่ะ และยังทำให้เหมาะกับคนทั่วๆไปใช้ได้ ฉายาที่พูดติดปากกันมายาวนานคือ “ไลก้าคนจน” คือคุณภาพไฮโซในราคาคนจน ก็เรียกว่าไม่ผิดเลยล่ะ

เจ้าตัวนี้เริ่มออกสู่ตลาดตั้งแต่ปี 1966 เป็นต้นมา ซึ่งหลังจากนั้นมันออกลูกออกหลานมาอีกหลายรุ่น  มันเป็นกล้อง Rangefinder โฟกัสแบบหมุนภาพที่เหลื่อมกัน ให้มาซ้อนกันพอดี ใช้ระบบ Aperture Priority หมายความว่า เราจะเป็นคนเลือกรูรับแสงเอง แล้วกล้องจะคำนวณความเร็วชัตเตอร์ให้ โดยจะมีสัญลักษณ์ไฟบอกว่า แสงน้อยไป หรือ แสงมากไป ถือว่าสะดวกมาก และยืดหยุ่นพอจะให้เราตั้งอะไรได้เองบ้าง

 

มาดูสเปคคร่าวๆกันหน่อย

เลนส์ Yashinon DX 1:1.7  f=45mm ใช้ชิ้นเลนส์ 6 ชิ้น ถือว่าให้ความไวที่เพียงพอกับแสงน้อยสบายๆ ระยะก็กำลังดี ใกล้เคียงระยะสายตาปกติ ไม่กว้างเกิน ไม่ใกล้เกิน

รูรับแสงตั้งแต่ F1.7 – F16

ความเร็วชัตเตอร์ 1/500 sec  – 30 sec ( ใช่ครับ 30 วินาทีเต็มๆ! ไม่ผิดครับ )

น้ำหนัก 750 กรัม ขนาด 180 x 84 x 73.5 mm

จะเห็นว่าจุดขายของ Yashica คือถ่ายได้ทุกสภาพแสง โดยเฉพาะเมื่อมีแสงน้อย ถึงกับมีโฆษณาเอาไว้ว่า ถ่ายได้แม้กระทั่งเหลือแต่แสงเทียน โดยไม่ใช้แฟลช! ขนาดนั้นเลยนะ… เพราะเลนส์ที่ให้มา กว้างสุดถึง F1.7 แล้วความเร็วชัตเตอร์ก็ยืดหยุ่นให้ไปถึง 30 วินาที ด้วยชัตเตอร์แบบ Leaf Shutter ทำให้เบามากจนสามารถกดค้างได้นานๆโดยไม่ภาพไม่สั่น

 

โฆษณา Yashica Electro 35 ที่โชว์เรื่องถ่ายในที่มืดได้
โฆษณา Yashica Electro 35 ที่โชว์เรื่องถ่ายในที่มืด โดยไม่ต้องใช้แฟลช เพราะชัตเตอร์ต่ำได้ถึง 30 วินาที

 

 

เจ้า Yashica Electro 35 นี้ ถ้าใครที่กำลังเล็งๆอยู่ จะเห็นว่าเค้ามีรุ่นอัพเกรดหลากหลายมาก จะเรียงให้ดูแบบนี้

 

Yashica Electro 35          เป็นรุ่นแรก                      ปี 1966

Yashica Electro 35 G                                              ปี 1968

Yashica Electro 35 GT    (รุ่น G ที่เป็นสีดำ)         ปี 1969

Yashica Electro 35 GS                                           ปี 1970

Yashica Electro 35 GSN                                        ปี 1973

Yashica Electro 35 GTN   (รุ่น GSN ที่เป็นสีดำ)  ปี 1973

 

003
Yashica Electro 35 ปี 1966
Yashica Electro 35 GS
Yashica Electro 35 GS ปี 1970
003
Yashica Electro 35 GSN ปี 1973

 

003
Yashica Electro 35 GTN ปี 1973

 

 

** ความแตกต่างหลักๆแค่เป็นเรื่องการตั้งค่า ISO ของฟิล์มได้มากขึ้น และการเพิ่ม Hot Shoe สำหรับใช้กับแฟลชรุ่นใหม่ๆได้ ซึ่งจะมีเฉพาะในรุ่น GSN และ GTN

 

 

ทดลองใช้งานจริง

จริงๆเจ้า Yashica ตัวนี้ เราเทสจริงจังไปสองเดือนแล้วล่ะ ตอนที่ไปเที่ยวน้ำหนาวตอนต้นเดือนมีนา ตัวที่ใช้เทสเป็นรุ่นแรกสุดเลย ปี 1966 ด้วยความที่เจ้า Yashica ตัวนี้มีกิตติศัพท์เรื่องการถ่าย Contrast ดี ถ่ายขาวดำสวย ก็เลยทดสอบม้วนแรกด้วยฟิล์ม Kodak Tri-X ซึ่งเป็นฟิล์มขาวดำตัวโปรดของเราดูก่อน ซึ่งภาพออกมาเนี่ย ขอบอกเลยว่า อึ้ง..  นี่มันมาทางไลก้าจริงๆ

 

ถ่ายรูปเรื่อยเปื่อยที่รีสอร์ท เป็นการวอร์มอัพ ถ่ายด้วยกล้อง Yasihca Electro 35 ฟิล์ม Kodak Tri-X
ถ่ายรูปเรื่อยเปื่อยที่รีสอร์ท เป็นการวอร์มอัพ ถ่ายด้วยกล้อง Yasihca Electro 35 ฟิล์ม Kodak Tri-X

 

กล้อง Yashica Electro 35 . ฟิล์ม Kodak Tri-X
กล้อง Yashica Electro 35 . ฟิล์ม Kodak Tri-X

 

กล้อง Yashica Electro 35 ปี 1966 . ฟิล์ม Kodak Tri-X
กล้อง Yashica Electro 35  . ฟิล์ม Kodak Tri-X

 

เรื่องแรกที่ต้องพูดถึงคือเรื่อง “ขนาดและน้ำหนัก” เป็นสิ่งที่เราค่อนข้างไม่ถูกใจที่สุดของกล้องตัวนี้ เพราะส่วนตัวเป็นคนชอบกล้องที่ขนาดเล็กและไม่หนักจนเกินไป แต่เจ้า Yashica Electro 35 น้ำหนักนั้น หนักกว่าเจ้า Olympus Pen F ที่เราใช้ประจำซะอีก และรูปร่าง ขนาด ก็อย่างที่ใครๆให้อีกหนึ่งฉายามันว่า “กล้องรถถัง” เพราะมันรูปทรงชวนให้นึกถึงรถถังยังไงไม่รู้ ( อีกวูบหนึ่งไม่รู้ทำไมมันถึงทำให้คิดถึงไอ้มดแดงก็ไม่รู้ ) ต้องยอมรับเลยว่า First Impression ไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่ แต่ถามว่าสวยมั๊ย? ก็ต้องบอกเช่นกันว่า “สวย” สไตล์ญี่ปุ่น Retro

การใช้งานนี่ สะดวกดีนะ เจ้านี่ใช้แบต PX32 ซึ่งไม่มีขายแล้วล่ะ ปัจจุบันเราใช้ถ่านอื่นๆดัดแปลง ที่ง่ายที่สุดก็คือ 4LR44 ซึ่งก็ต้องดัดแปลงอะไรอีกเล็กน้อย ( หาอ่านได้จากบล็อกเรื่อง ปลุกชีพกล้องฟิล์มด้วยถ่านสมัยใหม่ เคยเขียนเอาไว้แล้วล่ะ ) พอใส่แบตไปแล้ว กล้องจะมีปุ่มให้เช็คแบต (เราชอบแสงสีกล้องตัวนี้จัง มันทำให้นึกถึงสมัยเด็กๆ) ไฟติดก็เป็นอันใช้ได้ ซึ่งจริงๆแล้ว ต่อให้ไม่มีถ่านนะ เจ้า Yashica นี่ก็สามารถทำงานได้เหมือนกัน แต่จะใช้ความเร็วชัตเตอร์เดียว คือ 1/500 sec เท่านั้น

พูดถึงเรื่องชัตเตอร์ เจ้า Yashica Electro 35 นี่ใช้ระบบ Aperture Priority ดังนั้น เรามีหน้าที่คือเลือกรูรับแสงที่ถูกต้องเอง แล้วกล้องจะออโต้ความเร็วชัตเตอร์ให้ ( ซึ่งสวนทางกับกล้อง Olypmpus ที่เป็น Rangefinder มักจะให้ปรับความเร็วชัตเตอร์เอง แล้วออโต้รูรับแสงให้) เจ้าวิธีนี้ เหมาะกับคนที่ชอบถ่ายชัดตื้นชัดลึก จะสะดวกหน่อย

เมื่อจะกดถ่าย กล้องจะมีหน้าที่อีกอย่างคือ บอกเราว่าแสงในภาพมันสว่างหรือมืดเกินไป โดยแสดงไฟสีส้มและสีแดง มีสองจุด ก็คือบนกล้องและในช่องมองภาพ สะดวกมากๆ

 

Screen Shot 2557-05-10 at 21.46.28
ในช่องมองภาพของกล้อง นอกจากตัวภาพซ้อนสำหรับโฟกัสแล้ว จะมีไฟบอกแสงน้อยแสงมาก

 

ช่องมองภาพ หรือ Viewfinder กว้างสบายตา  (ก็กล้องตัวใหญ่แล้ว มันก็ต้องช่องมองกว้างแล้วล่ะนะ) ข้อเสียคือในช่องมองภาพไม่มีค่ารูรับแสงหรือความเร็วชัตเตอร์แสดงให้เห็น เราดูได้แค่ลูกศรที่คอยบอกว่าแสงน้อย จะต้องระวังเรื่องมือต้องนิ่ง ชัตเตอร์จะช้ามากนะ หรือแสงมากไปแล้วนะ ควรปรับรูรับแสงให้แคบหน่อย อะไรแบบนี้

อีกอย่างที่เราค่อนข้างไม่ค่อยชินคือ”ชัตเตอร์” การกดชัตเตอร์ของ Yashica Electro 35 ค่อนข้างลึก หมายถึงกดลงไปกว่าจะแชะ! เนื่องจากกลไกกล้องเกี่ยวกับการวัดแสงด้วย ระหว่างที่เรากดไปครึ่งทาง กล้องจะแสดงผลลูกศรว่าแสงน้อยแสงมาก ก่อนเราจะตัดสินใจกดชัตเตอร์จริง ซึ่งมันติดจะ Lag  หน่อย ( หมายถึงจังหวะที่เรากดลงไปช้า ทำให้จังหวะภาพที่เราอยากจะได้อาจจะเสียได้เล็กน้อย )

 

 

1 1 m a r 1 4
1 1 m a r 1 4

 

จากการทดลองถ่ายทั้งขาวดำ และสีนะ อย่างขาวดำนี่แบบว่า Contrast จัดมาก เห็นแล้วอึ้งไปเลย ไม่น่าเชื่อว่าจะทำได้ขนาดนี้ ในขณะที่ภาพสีเอง ก็ให้สีจัด ภาพคมมาก อย่างภาพนี้ (ตอนแบกปีนผาขึ้นไปถ่ายนี่ เคืองกล้องเลยนะ มึงจะหนักไปไหนเนี่ยยย) เราทดลองถ่ายแสงน้อย เป็นช่วงพระอาทิตย์กำลังจะตกดิน จะเห็นเลยว่า แม้แสงจะน้อย เลนกว้าง แต่ภาพก็ยังคมกริบเลย

 

ระหว่างทางจากลพบุรีไปเพชรบูรณ์ ถ่ายด้วยกล้อง Yashica Electro 35 ปี 1966 / ฟิล์ม Solution VX200
ระหว่างทางจากลพบุรีไปเพชรบูรณ์ ถ่ายด้วยกล้อง Yashica Electro 35 ปี 1966 / ฟิล์ม Solution VX200

 

ในขณะที่ ทดลองถ่ายรูรับแสงแคบๆ แสงกลางวัน ภาพก็ยิ่งคมกริบมากทีเดียว เห็นแล้วกราบเลย.. เทียบกะไลก้าแล้ว ก็เรียกว่าไม่ใช่ก็ใกล้เคียงเลยล่ะนะ

Solution VX200 ถ่ายด้วยกล้อง Yashica Electro 35
Solution VX200
ถ่ายด้วยกล้อง Yashica Electro 35

 

ในขณะที่ชัดตื้น ชัดลึกก็ทำได้ดี เก็บรายละเอียดภาพได้ยุบยิบมาก ดูจากภาพนี้ ที่ป่าด้านหลังนี่เก็บได้ดีเลยล่ะ

โดยรวมๆแล้ว เป็นกล้องที่ให้ผลที่น่าประทับใจ แตกต่างกับกล้อง Olympus ที่เป็น Rangefinder นะ เราว่าโทนภาพคนละแบบอย่างเห็นได้ชัด ทาง Olympus จะออกแนวหวานๆ สวยใส ไล่โทนสี โทนแสงดี แต่ Yashica ตัวนี้เน้นแนวคมชัด หนักๆแน่นๆ มันจะดูแข็ง เหมือนที่ไลก้าเป็น คนเลยเอาไปเรียกว่า “ไลก้าคนจน” นั่นแหล่ะนะ ใครชอบแบบไหนก็เลือกแนวกันได้ตามสะดวก

ขอสรุปข้อดีข้อเสียอีกสักครั้งก่อนจบการรีวิวนะ

ข้อดี

เลนส์เทพมาก ภาพคมมาก สีจัดจ้าน Contrast ดีเยี่ยม แม้จะใช้รูรับแสงกว้างก็ยังคม ถ่ายในที่มืดได้สบายๆอย่างที่โฆษณา

ระบบ Aperture Priority ค่อนข้างสะดวก เหมาะกับคนที่ชอบถ่ายชัดตื้นชัดลึก

ช่องมองภาพกว้าง โฟกัสแบบ Rangefinder ชัดเจน

หน้าตาหล่อ ราคาไม่แพง เมื่อเทียบกับคุณภาพนี่ถือว่าโครตถูกเลย

ข้อเสีย

หนัก.. ใหญ่… เห็นแล้วท้อ ขี้เกียจพก

ในช่องมองภาพไม่บอกข้อมูลอะไร เช่นบอกว่าใช้รูรับแสงเท่าไหร่อยู่ และกล้องเลือกความเร็วชัตเตอร์เท่าไหร่ให้

ถ้าใช้รุ่นแรกๆ กล้องจะปรับ ISO ได้ถึงแค่ 500 และใช้แฟลชรุ่นใหม่ๆไม่ได้  ( แต่หลังๆอย่าง GSN อะไรแบบนี้ก็ไม่มีปัญหาแล้ว )

ให้คะแนนสักหน่อย

รูปร่างหน้าตา // ★★★★☆
(หล่อแต่หนัก ตัดคะแนนเล็กน้อย )

วัสดุ // ★★★★☆
(เหล็กทั้งดุ้น ทนแบบถึกสุดๆ)

คุณภาพการถ่าย // ★★★★★
(ภาพขนาดนี้ 5 ดาวยังไม่พอเลย )

ฟังก์ชั่น // ★★★★☆
( มีตั้งเวลาถ่ายได้ และมีไฟเช็คแบต นี่ก็ถือว่าฟังก์ชั่นเยอะแล้วล่ะ ติดแค่ในช่องมองภาพไม่ค่อยบอกอะไรนี่ล่ะ)

คุ้มค่า? // ★★★★☆
(ถูกและดี ก็นี่เลยล่ะ)

รีวิวโดย SUN

facebook.com/artytsun

Instagram @artytL

ผู้สนับสนุนหลัก Husband & Wife Film Photography and Bookstore

www.husbandandwifeshop.com

 

 

 

2 Comments Add yours

  1. ภาพสวยมากเลยค่ะะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s