วิธีถ่ายรูปกล้องฟิล์มในวันโลกแตก ด้วยกฏ Sunny 16

หลังจากนั่งดูหนังล้างโลกติดๆกันหลายเรื่องไปหน่อย มันก็เลยอินเล็กน้อย ช่วงนี้ Godzilla กำลังฮิตด้วย ประกอบกับคำถามของน้องๆหลายๆคนว่า“พี่ครับ อยากให้แนะนำวิธีการถ่ายรูปกล้องฟิล์มเบื้องต้นหน่อยครับ” ก็เลยคิดเล่นๆว่า

“ถ้าวันนึง พวกเราตื่นเช้าขึ้นมา พบว่าประเทศนี้ไฟฟ้าดับ ไม่มีแบตฯ ไม่มีถ่านอะไรให้ใช้ เราจะทำยังไงกันดี?..”

นี่คือโจทย์การถ่ายรูปวันนี้ งงมั๊ยล่ะ ฮาๆ ข้อดีของกล้องฟิล์มหลายๆตัว โดยเฉพาะกล้องโบราณๆหน่อย ก็คือ มันไม่ต้องการพลังงานอะไรเลย กลไกล้วนๆ อย่างพวกกล้อง SLR ( กล้องที่โฟกัสภาพจากกระจกสะท้านเลนส์โดยตรง ทำให้เห็นภาพยังไง ก็จะถ่ายได้รูปแบบนั้น ) อย่างรุ่น Olympus OM-1 , Pentax K1000 , Nikon FM2 ฯลฯ อะไรแบบนั้น หรือแม้แต่กล้อง Rangefinder กล้องกะระยะแบบอื่นๆ ในหลายๆรุ่น ก็สามารถปรับ Manual ได้เหมือนกัน

ข้อดีข้อนี้ ช่างเหมาะกับยามโลกแตกจริงๆ แต่.. เราจะต้องเข้าใจ กลเม็ดเล็กๆน้อยๆซะก่อน ฝรั่งเรียกกฏนี้ว่า Sunny 16 เป็นสิ่งที่คนสมัยก่อน สัก 40-50 ปี ใช้ในการถ่ายรูปโดยไม่ต้องอาศัยเครื่องวัดแสงใดๆทั้งสิ้น

เจ้ากฏ Sunny 16 นี่มีคนอธิบายไว้มากมายใน Google ไม่เชื่อก็ลอง Search ดูได้ แต่วันนี้เราอยากอธิบาย Sunny 16 ในแบบของเราบ้าง ตัดสินใจหยิบกล้องออกไปตากแดดแบบ Super Sunny ของเมืองไทยสักหน่อย

ซึ่งในบทความนี้ นอกจากจะพูดเรื่องกฎ Sunny 16 แล้ว ยังมีผลพลอยได้เป็นเรื่อง “ชัดตื้น ชัดลึก ด้านหน้าชัด ข้างหลังเบลอ” ไปด้วยในตัว

 

เอาล่ะ… มาเริ่มกันเลย ขั้นตอนการเตรียมตัวถ่ายแบบ Sunny 16 

  1. กล้องฟิล์มที่ใช้เนี่ย ต้อง Manual นะจ๊ะ คือปรับรูรับแสงเอง ปรับความเร็วชัตเตอร์กันเอง ถ้าประเภทออโต้ทั้งหลายนี่ อ่านเล่นๆไปละกัน ก็สามารถเอาไปดัดแปลงกันได้ในบางทีนะ
  2. เตรียมฟิล์มที่จะใช้ให้เรียบร้อย เราจะใช้ฟิล์ม ISO เท่าไหร่ ต้องรู้ก่อน เช่น Kodak Color Plus 200 ก็คือ ISO 200 เป็นต้น
  3. เมื่อรู้แล้วว่าเราใช้ ISO เท่าไหร่ ให้ปรับ ความเร็วชัตเตอร์ให้เลขมันใกล้เคียงกัน เช่น ISO 200 ก็ปรับไปที่ 1/250 sec  , ถ้า ISO 100 ก็ปรับไปที่ 1/125 sec เป็นต้น
  4. ทีนี้ขั้นต่อไปคือการปรับ รูรับแสง หรือ F-Stop ให้ดูดินฟ้าอากาศ แสงแดด เป็นสิ่งสำคัญของการถ่ายรูปด้วยกล้องฟิล์ม รูปจะสวยไม่สวย ให้ดูที่แสงเลย ถ้าเราเห็นว่าแสงมันสวย รูปก็จะสวยแน่นอน เรามาดูกันว่า แสงแบบไหน จะปรับรูรับแสงเป็นเท่าไหร่ดี

 

มาเริ่มกันเลยดีกว่า

เปรียบเทียบรูปทั้ง 7 รูปด้านล่างนี้ให้ดี เราถ่ายรูปในเวลาที่ต่างกัน โดยดูจากแสงแดดเป็นหลัก แล้วปรับรูรับแสงตามความแรงของแสง

ป.ล. เราเทสในหน้าร้อน ซึ่งแสงจะแรงกว่าปกติ และยาวนานกว่าฤดูอื่นๆ ต้องลองปรับเปลี่ยนดูด้วยนะ

 

รูปที่ 1

รูปนี้เราถ่ายเวลา เที่ยงเป๊ะ แดดเปรี้ยง ปกติจะไม่ถ่ายนะ ร้อนเกินไป

รูรับแสงอยู่ที่ F16

ผลจากการใช้รูรับแสงระดับนี้ สังเกตด้านหลังน้ำพุไป ร้านสีเหลือง ร้านสีแดง จะชัดหมด เน้นการถ่ายให้มันชัดทั้งภาพ มีสรรพคุณช่วยกันโฟกัสพลาดได้ เหมาะกับการถ่ายวิวชัดๆ

 

รูรับแสง F16 ถ่ายเวลาเที่ยงตรง แดดแรง
รูรับแสง F16 ถ่ายเวลาเที่ยงตรง แดดแรง

 

 

รูปที่ 2

รูปนี้เราถ่ายเวลา บ่าย 2 แดดเอียงเล็กน้อย สังเกตที่เงาไม้เทียบกับรูปแรก

รูรับแสงอยู่ที่ F11

ผลจากการใช้รูรับแสงระดับนี้ เทียบความชัดของร้านด้านหลัง กับรูปแรก จะชัดน้อยกว่านิดนึง อันนี้ก็ยังทำให้ภาพชัดแทบทั้งภาพได้อยู่

 

รูรับแสง F11 ถ่ายเวลา บ่าย 2
รูรับแสง F11 ถ่ายเวลา บ่าย 2 แดดยังแรงอยู่ แต่เอียงหน่อยแล้ว ดูจากเงาไม้

 

 

รูปที่ 3

รูปนี้เราถ่ายเวลา บ่าย 3 แดดเบาลงอีกหน่อย เริ่มไม่เปรี้ยงมาก

รูรับแสงอยู่ที่ F8

ผลจากการใช้รูรับแสงระดับนี้  เริ่มเห็นมิติชัดขึ้นหน่อย ด้านหลังจะเริ่มชัดน้อยกว่าด้านหน้า แต่ก็ถือว่า เป็นการถ่ายที่เน้นให้ชัดเกือบๆทั้งหมดของภาพ เหมาะกับการถ่ายคนด้านหน้าที่ต้องการเห็นวิวหลังชัดๆไปด้วย

 

รูรับแสง F8 ถ่ายเวลาบ่าย 3 แดดแรง แต่ไม่แยงตามาก
รูรับแสง F8 ถ่ายเวลาบ่าย 3 แดดแรง แต่ไม่เปรี้ยงมาก

 

 

รูปที่ 4

รูปนี้เราถ่ายเวลา บ่าย 4 แดดเริ่มร่มลงบ้าง แสงไม่จ้าเกินไป กำลังพอดี

รูรับแสงอยู่ที่ F5.6 

ผลจากการใช้รูรับแสงระดับนี้ เป็นระยะที่กำลังดีสำหรับกลางวัน เหมาะกับการถ่ายคนชัดและด้านหลังถีบออกไปให้มีมิติหน่อย แต่ยังพอเห็นวิวอยู่บ้าง ภาพดูมีมิติกำลังดี

 

รูรับแสง F5.6 ถ่ายเวลาบ่าย 4 แดดเริ่มร่มบ้าง
รูรับแสง F5.6 ถ่ายเวลาบ่าย 4 แดดเริ่มร่มบ้าง

 

 

 

รูปที่ 5

รูปนี้เราถ่ายเวลา 5 โมงเย็น

รูรับแสงอยู่ที่ F4

ผลจากการใช้รูรับแสงระดับนี้  จะเห็นมิติชัดเจนขึ้น ถ้าฤดูอื่นจะเป็นเวลาสักบ่าย 4 แต่พอหน้าร้อน แดดยาวนานมาก ช่วงนี้แดดเริ่มหด เป็นเวลาดีที่จะเริ่มถ่ายรูปสวยๆกัน ถ่ายคนชัดๆ เห็นวิวหลังบ้าง

 

รูรับแสง F4 ถ่ายเวลา 5 โมงเย็น แดดเริ่มใกล้หมด เป็นเวลาที่ดี
รูรับแสง F4 ถ่ายเวลา 5 โมงเย็น แดดเริ่มใกล้หมด เป็นเวลาที่ดี

 

 

รูปที่ 6

รูปนี้เราถ่ายเวลา 6 โมงเย็น ปกติถ้าเป็นฤดูอื่นก็คือมืดแล้วเนี่ย แต่ฤดูร้อน ฟ้ายังสว่างเลย เทียบกับฤดูอื่นคงประมาณ 5 โมงเย็น ถือว่าเป็นจังหวะดีที่เราจะถ่ายรูปมีแดดเบาๆ

รูรับแสงอยู่ที่ F2.8

ผลจากการใช้รูรับแสงระดับนี้  จะเห็นน้ำพุลอยเด่นออกมาเลย กล้องหลายๆรุ่น ความกว้างเลนส์จะมาสุดที่ตรงนี้ เพราะฉะนั้น มิติมากสุดก็จะได้ประมาณนี้ล่ะ ลองเทียบดู ถ้าเป็นการถ่ายคน ก็จะโดดเด้งออกมาชัดเจนจากวิว

 

รูรับแสง F2.8 ถ่ายเวลา 6 โมงเย็น
รูรับแสง F2.8 ถ่ายเวลา 6 โมงเย็น ถ่ายแล้วงามดี

 

 

รูปที่ 7

รูปนี้เราถ่ายเวลา 6 โมงครึ่ง แสงมืดแล้วล่ะ จะเห็นว่าไฟร้านเปิดแล้ว อันนี้แถมนิดนึง สำหรับการถ่ายในแสงน้อยๆ

รูรับแสงอยู่ที่ F2 

ผลจากการใช้รูรับแสงระดับนี้  การถ่ายด้วยรูรับแสงที่กว้างที่สุดของกล้อง ในที่นี้ลองถึง F2 ซึ่งกล้องหลายๆตัว สามารถกว้างได้เป็น F1.8 , 1.7 หรือ 1.4 เป็นต้น นอกจากจะได้ภาพที่สว่างที่สุดแล้ว ยังได้ภาพที่หน้าชัดหลังเบลอที่สุด จะเห็นได้จากรูปนี้ว่าหลังเบลอที่สุดในบรรดาทุกรูรับแสง

 

รูรับแสง F2 ถ่ายเวลา 6 โมงครึ่ง
รูรับแสง F2 ถ่ายเวลา 6 โมงครึ่ง ถ่ายในที่แสงน้อยๆได้

 

 

เอาล่ะ พอจะเข้าใจกันบ้างแหล่ะนะ (หรือไม่เข้าใจ กลับไปดูใหม่อีกรอบ ฮาๆ) หวังว่าจะไม่ยากเกินไป จะสรุปให้อีกทีเล็กน้อย

  1. ดูค่า ISO ที่ฟิล์ม แล้วปรับความเร็วชัตเตอร์ตามให้เลขใกล้เคียง
  2. ปรับรูรับแสงโดยประมาณความสว่างตามที่ถ่ายให้ดูนี่แหล่ะ ไม่ใช่ว่าถ่ายตามเวลานี้ แต่ดันไปอยู่ที่ร่ม แบบนี้จบข่าวทันที…
  3. ถ้าอยากได้ ชัดตื้น ชัดลึก ก็ลองดัดแปลงจากข้อมูลที่ถ่ายให้ดูนะ ไม่ยากๆ
  4. รูรับแสงเหมือนม่านตาคน เวลาเราอยู่แสงสว่างมากๆ เราจะหรี่ตา เวลาเราอยู่ที่มืด ตาจะยิ่งกว้างๆ ก็เหมือนกันเลย

 

สรุปให้ดูเป็นตาราง

 

สรุปเป็นตารางง่ายๆให้ดู
สรุปเป็นตารางง่ายๆให้ดู

 

 

วันนี้เขียนให้สั้นโครตๆเพื่อจะได้ไม่เบื่อ และเข้าใจง่ายๆนะ ทีนี้โลกแตก เราก็ไม่ต้องกลัวจะถ่ายรูปกันไม่ได้แล้วนะ ฮาๆๆ (แต่จะล้างฟิล์ม สแกนฟิล์มไงวะ) ….

กลับไปดูหนังต่อดีกว่า…

 

ถ้ามีคำถามเพิ่มเติมถามมาได้เลยจ้า

บทความ โดย SUN

facebook.com/artytsun

Instagram @artytL

ผู้สนับสนุนหลัก Husband & Wife Film Photography and Bookstore

www.husbandandwifeshop.com

6 Comments Add yours

  1. por132mpn says:

    ขอบคุณมากเลยครับ
    วันนี้หิ้ว Rolleicord ออกไปลองเป็นครั้งแรก มีปัญหาในการปรับ F และ Speed shutter มาก
    คือตอนแรกเข้าใจว่ามี app วัดแสงใน iPhone แล้ว มันก็โอเคนะ
    แต่มันเสียเวลามากเลย จะถ่ายรูปที ต้องวัดแสงก่อน แล้วมาปรับ จากนั้นค่อยถ่าย วุ่นวายมาก

    ได้สูตรไปใช้แบบนี้ น่าจะทำให้ถ่ายรูปได้ง่ายขึ้นครับ

    1. ถ้าได้ผลยังไง เอามาโชว์บ้างนะครับ ^^

  2. Chris says:

    ขอบคุณมากครับ เป็นบทความที่ทำให้เข้าใจ Sunny 16 ได้ง่ายดีครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s