รีวิวฟิล์มแบบบ้านๆ ฟิล์มสี CineStill 800 Tungsten ฟิล์มสีที่ผลิตจากฟิล์มถ่ายหนัง!

Cinestill Tungsten 800T
CineStill 800 Tungsten Xpro C-41

 

เคยเขียนบทความแนะนำฟิล์มสีไปสองครั้งและ ลองย้อนไปอ่านดูได้ แต่บางทีก็จะมีคนมาถามรายละเอียดแต่ละตัว เพราะว่าตอนที่เขียนบทความเดิมมันค่อนข้างสั้นๆนะ ก็เลยกะว่าจะเขียนรีวิวแยกออกมาในบางตัวที่น่าสนใจ

ใจจริงอยากจะเขียนเรื่อง “ฟิล์มสีที่ต้องหามาลองให้ได้ก่อนตาย” ภาคต่อไป ติดที่ไม่มีเวลาเลย และก็ยังรวบรวมฟิล์มที่แปลกๆ ที่หาไม่ได้ ยังไม่ถึงไหนเล๊ย… ถ้าใครจะช่วยแนะนำมา ก็บอกได้เลยนะ หลังไมค์ๆ

พอดีกับว่าเพิ่งสั่งเจ้า Lomography Cine200 Tungsten ไป เป็นฟิล์มตัวใหม่ของทาง Lomo ที่บอกว่าเป็นฟิล์มที่ให้โทนภาพเหมือนถ่ายหนัง คาดว่าเดือนหน้าน่าจะได้เอามารีวิวกัน แต่ก่อนจะรีวิวเจ้า Cine200 ของทาง Lomography เราเลยคั่นเวลาโดยการหยิบเจ้า CineStill 800 Tungsten ซึ่งเป็นฟิล์มสีที่ทำจากฟิล์มถ่ายหนังที่ออกมาก่อนหน้านี้พักใหญ่แล้ว เรียกว่าเป็นฟิล์มประเภทนี้ตัวแรกที่ออกมาในตลาดอย่างจริงจัง เอามารีวิวแบบละเอียดขึ้นหน่อย

เล่าที่มาที่ไปสักนิดก่อน เจ้า CineStill 800 Tungsten Xpro C-41 (ชื่อโคตรยาวเลย) นี่เป็นฟิล์มสีที่ผลิตและพัฒนาโดย CineStill เจ้าของแบรนด์เองนะ โดยเริ่มพัฒนากันตั้งแต่มาหลายปีก่อนหน้านี้ แต่เริ่มจริงๆจังๆคือปี 2012 โดยเริ่มต้นจากการนำเอาฟิล์มถ่ายหนังของ Kodak รุ่น Vision 3 5219 มาพัฒนา ซึ่งเป็นฟิล์มถ่ายหนังที่ได้รับความนิยมอย่างมากในอุตสาหกรรมหนัง ด้วยเทคโนโลยีของฟิล์มตัวนี้ Kodak ฝั่งที่ผลิตฟิล์มสี ก็เลยหยิบยืมเทคโนโลยีของเจ้า Vision 3 มาต่อยอดกลายเป็น Kodak EKTAR 100 และ Portra ที่หลายคนใช้ๆกันอยู่นี่แหล่ะ

น่าสนใจใช่มั๊ยล่ะ… ทีนี้ก็เลยมีคนสนใจมากกว่าแค่เอาเทคโนโลยีมาใช้ แต่คือจะเอาเจ้าฟิล์ม Kodak Vision 3 มาเลยทั้งดุ้น มาเป็นฟิล์มสีนี่แหล่ะ ซึ่งตามหลักแล้ว ฟิล์มถ่ายหนังก็เอามาถ่ายเป็นฟิล์มสีปกติได้ แต่ค่อนข้างไม่สะดวกในการใช้งานและการล้างอย่างมาก ต้องคนที่เข้าใจหลักการพอสมควร กลุ่ม CineStill นี่เค้าก็เลยเริ่มต้นพัฒนาโดยเอาฟิล์ม Kodak Vision 3  มาทดลองเป็นเชิงการค้า

เวลาผ่านไป 2 ปี Cinestill ทดลองจนได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ฟิล์ม CineStill เลยออกขายปีนี้เป็นปีแรก (2014) โดยเค้าก็โฆษณาจุดขายหลักๆคือ ตัวฟิล์มมีความสามารถเก็บภาพออกมาได้เหมือนเราดูหนังใหญ่ดังๆถ่ายสวยๆได้เลย เป๊ะๆ เพราะมันคือฟิล์มตัวเดียวกันกับหนังดังๆเหล่านั้น และมันใช้ ISO 800 ทำให้ไวแสงโคตร! ถ่ายสวยมากเมื่อถ่ายกับแสงไฟชนิดต่างๆ และเจ้าของเคลมว่า มันดีกว่าสวยกว่าฟิล์มไวแสงทั้งหลายในตลาด ในทีนี้ก็หมายถึงเจ้า Kodak Portra 400 และ 800 นั่นแหล่ะ!!

 

มาถึงการใช้งาน

เราใช้เจ้า CineStill มาหลายม้วนแล้วล่ะ ยอมรับว่าภาพที่ได้มันได้ใจสุดๆเลย แต่กว่าจะได้ภาพที่ถูกใจก็ปาไปหลายม้วน เละเทะมาก เพราะยังจับทางฟิล์มไม่ค่อยจะถูก ม้วนแรกที่ถ่ายเลย เจอปัญหาแสงรั่วก่อนเลย คือกล้องที่ใช้เป็น Olympus 35 SP ตอนถ่ายกับฟิล์มม้วนอื่นๆ ไม่เคยเจอปัญหาแสงรั่ว แต่พอใช้เจ้า CineStill เท่านั้นแหล่ะ… รั่วไป 3-4 รูปที่แสงสะท้อนมาแรง นั่นก็เพราะกล้องเรามีปัญหาแสงรั่วอยู่บ้าง แต่มันไม่มีผลกับฟิล์มตัวอื่นๆ

 

Cinestill มีความไวแสงสูงมาก แสงอาจจะรั่วเข้ากล้องได้ แม้ปิดสนิท
Cinestill มีความไวแสงสูงมาก ถ่ายตอนใช้กล้อง Olympus 35 SP แสงรั่วได้ถ้ากล้องไม่สนิทดี

 

ตอนหลังเราใช้กับ Olympus OM-10 และ Voigtlander Bessa R ปัญหาแสงรั่วไม่เจออีก แสดงว่าถ้าจะใช้เจ้า CineStill กรุณาตรวจสอบกล้องของท่านก่อนใช้งานนะจ๊ะ

 

เทสการถ่ายในที่สว่าง

จริงๆที่สิ่งที่ทาง CineStill บอกให้พึงระวังแสงจ้า แต่ก็ไม่ได้ห้ามปราบอะไรกัน เราทดสอบถ่ายแสงในแบบต่างๆ ก็พบว่า มันถ่ายได้ดีทีเดียว โดยเฉพาะ Portrait คือตัวคนน่ะ ผิวเนียนสวย น่าจะเหมาะกับการถ่าย  Pre Wedding อะไรแบบนั้น แต่จะมีจุดบอดนึงคือแสงสีขาวมากๆ มันจะเปลี่ยนเป็นสีแดงๆ ( ซึ่งผลนี้จะเห็นได้ชัดเวลาถ่ายหลอดฟลูออเรสเซนต์ )  แต่การถ่ายวิว เราค่อนข้างเฉยๆนะ ไม่ได้ประทับใจเท่าไหร่

 

ถ่ายด้วยกล้อง Bessa R เลนส์ Canon 50mm LTM

 

ถ่ายด้วยกล้อง Bessa R เลนส์ Skopar 35mm
ถ่ายด้วยกล้อง Bessa R เลนส์ Skopar 35mm

 

Cinestill 800 ถ่ายกลางวัน ต้องไม่เผชิญแสงจังๆ
Cinestill 800 ถ่ายกลางวัน ต้องไม่เผชิญแสงจังๆ

 

 

มีอีกจุดที่น่าสนใจของโทนสี ถ้าถ่ายโดย Under ไปเล็กน้อย โทนภาพจะออกมาเป็นสีม่วงหน่อยๆ แต่ถ้าถ่ายโดยตั้งให้ Over จะมีสีอมชมพูระเรื่อๆด้วย อันนี้แล้วแต่คนชอบ

รวมๆคือ การถ่ายกลางวัน อย่าเปรี้ยวไปถ่ายแสงแรงเกิน นอกจากจะผิวไหม้แล้ว ยังเปลืองฟิล์มโดยใช่เหตุด้วย ให้ดูแสงพอเหมาะๆ สวยๆกำลังดี เหมาะกับถ่าย Portriat มาก แต่วิว ค่อนข้างเรื่อยๆ ไม่ได้โดดเด่น (ส่วนตัวนะ)

 

เทสการถ่ายในที่มืด

อันนี้เป็นจุดขายหลักของฟิล์ม เพราะชื่อก็บอกว่ามี Tungsten ต่อท้าย White Balance เลยเหมาะกับแสงพวกไฟๆทั้งหลายแหล่ะ จะให้แสงที่ดีงามมาก และเราก็จะง่ายในการถ่ายด้วย เพราะมันไวแสงถึง ISO 800 ฟิล์มสมัยนี้หาค่อนข้างยากนะ ไวๆแบบนี้

เราเทสทั้งใช้เลนส์ 35mm , 50mm และ 135mm กับกล้อง Bessa R โดยเฉพาะ 135mm เวลสถ่ายในที่มืด ก็ยังไหวนะ เยี่ยมเลย

 

ถ่ายด้วยกล้อง Bessa R เลนส์ Canon 50mm LTM จะสังเกตว่ามีประกายแสงอมแดงอมชมพู

 

ถ่ายด้วยกล้อง Bessa R เลนส์ Jupiter 8 50mm. LTM

 

ถ่ายด้วยกล้อง Bessa R เลนส์ Canon 135mm. LTM
ถ่ายด้วยกล้อง Bessa R เลนส์ Canon 135mm. LTM ซึ่งเลนส์ Tele มักจะถ่ายยากในที่มืด แต่อันนี้สบาย

 

ถ่ายด้วยกล้อง Bessa R เลนส์ Jupiter 8 50mm. LTM
ถ่ายด้วยกล้อง Bessa R เลนส์ Jupiter 8 50mm. LTM

 

 

สิ่งที่เราชอบที่สุดของ CineStill น่าจะอยู่ตรงที่การถ่ายคนตอนกลางคืนนี่แหล่ะ เพราะเวลาเราใช้ฟิล์มอื่นๆเนี่ย ปัญหาเรื่อง Contrast เรื่องเกรนจะมีปัญหามาก แม้ว่าฟิล์มจะไวแบบ 400 หรือ 800 เองก็ตาม แต่เจ้านี่ ถ่ายคนออกมาดูดีมากในที่มืด โดยที่ไดนามิคของภาพมาเต็มเลย ไม่ดูแบนๆ หรือมืด หรือเกรนเพียบจนหยาบ ต้องยกความดีความชอบให้ในจุดนี้สุดๆ

ทาง CineStill บอกว่า เราสามารถถ่าย Over 1-2 Stop ได้สบายๆ เช่น ตั้ง ISO 200-400 งี้นะ Hilight และเกรน ก็ยังดีมากๆอยู่เลย ส่วนตัวยังไม่เคยเทส แต่ว่าจะเทสต่อไปนี่แหล่ะ

อีกจุดที่น่าสนใจ คือที่บอกไปว่า ถ้าเจอไฟโทนสีขาวๆ มันจะมีเอฟเฟคกลายเป็นสีอมชมพูอมแดง ไอ้จุดนี้ CineStill ดันเคลมเป็นจุดเด่นซะงั้น เออแปลกดีๆ

ภาพโดยรวม เหมือนดูหนังหว่องกาไว ก็ปานนั้น ว่าจะไปหาโลเคชั่นเก๋ๆถ่ายแบบในหนังสักหน่อย

 

การล้าง

CineStill ดัดแปลงให้ใช้น้ำยาล้างฟิล์มสี C-41 ปกติทั่วไป การล้างก็ไม่มีอะไรพิสดาร แต่ฟิล์มสามารถ Push ได้อีกเยอะ ไปถึง 3200 โน่นเลย ค่อนข้างยืดหยุ่น

 

สรุปสักหน่อย

จากการใช้งาน CineStill เป็นฟิล์มสีระดับโปรฯได้สบายๆ เน้นงานถ่ายกลางคืนหรืองานสตูดิโอเป็นหลัก งานถ่ายกลางวันได้ในบางเรื่อง เช่น Portrait ที่แสงไม่แรงเกินไป ส่วนตัวถ้าให้เทียบกับตัวโปรๆอย่าง Kodak Portra หรือ Fuji Pro400H เราคิดว่า Cinestill ยังแพ้ทั้งสองตัวนั้นอยู่บ้าง เพราะสองตัวนั้นค่อนข้างไดนามิคดีมากๆในตอนกลางวัน และถ่ายได้หลากหลายกว่า ในขณะที่ CineSill ส่วนตัวเราว่าถ่ายวิวเฉยๆ ยังไม่โดนมาก ถ่ายคนก็สวยดีนะ คล้ายๆ Portra อยู่เหมือนกัน แต่จะอมชมพูหน่อยๆ โทนแสงมีเอกลักษณ์ ถ่ายพวก Pre-Wedding ก็ดีเหมือนกัน

แต่ถ้าในส่วนของการถ่ายสตูดิโอ การถ่ายกลางคืน ถ่ายแสงไฟแล้วล่ะก็.. เราว่า CineStill กินขาดเลย

ส่วนในเรื่องราคา ต้องยอมรับว่า… แพงชิบเป๋งเลย..  เราขายอยู่ในเวบร้านเรา ม้วนละ 390 บ. ด้วยความชอบเอง ก็เอามาขาย กลัวๆว่าจะรอดมั๊ยวะเนี่ย แพงเหลือเกิน ถามว่าคุ้มมั๊ย?  ถ้าถามเรา เราคุ้ม! เพราะทุกวันนี้หยิบมาใช้เองนะ ขายของนี้ไม่ได้กำไรหรอก เอามาใช้เองหมด 555 คือภาพมันสวยจริงๆ เราเป็นคนชอบภาพแบบฟิล์มหนังมาก แล้วเราไม่ต้องกลัวเรื่องแสงน้อยเลย ใช้ฟิล์ม ISO 200 บางทีเดินเล่นในที่ร่มๆหน่อย เฮ้ย..อ่าว ไม่รอด รูปสั่นเป็นเจ้าเข้าเลย

นานาจิตตังนะ ตอนนี้ฝั่งของ Lomo เค้าออกราคาตัว Cine200 Tungsten มาแล้วเหมือนกัน ม้วนละ 350 บ. ราคาใกล้เคียงกันเลย แต่เป็น ISO 200 เดี๋ยวถ้าได้มาเทสเมื่อไหร่ จะรีบรีวิวให้ดูนะ แว่วๆมาว่าเมืองไทยได้มาไม่เยอะนะครับ ทั่วโลกเค้าผลิตแค่ปีละ 4,000 ม้วน ต้องลองมาเทียบกับ CineStill ดูแล้วล่ะ

สำหรับวันนี้ รีวิวไว้เพียงเท่านี้ สอบถามเพิ่มเติมได้นะจ๊ะ

รีวิว By SUN

facebook.com/artytsun

Instagram @artytL

ผู้สนับสนุนหลัก Husband & Wife Film Photography and Bookstore

www.husbandandwifeshop.com

 

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s