รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ กล้อง Voigtlander VF101 กล้องจิ๋วเยอรมันที่สาบสูญ

กล้อง Voigtlander VF101
กล้อง Voigtlander VF101

 

 

ได้รับการตอบรับอย่างล้มหลาม กับการรีวิวกล้อง Olympus 35 ECR ที่ผ่านมา หลายๆคนจะบอกว่า เฮ้ย! มีกล้องตัวนี้ด้วยเหรอ ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย! คือกล้อง Olympus ในยุค  1970s นี่มันเยอะจริงๆ ไอ้ที่เห็นมาถึงยุคนี้นะ ก็มีเหลือให้ฮิตกันไม่กี่ตัว คนก็เลยไม่รู้จักอีกเยอะ ซึ่งไม่ใช่ว่ากล้องไม่ดีเลย หลายคนมาถามว่าแล้วตัวไหนดีที่สุด? กล้องนี่นะ ย้ำอีกหลายๆครั้งเลยว่า มันดีหมดแหล่ะ ขึ้นอยู่กับว่าเราถนัดหรือเปล่า? เหมือนที่เค้าว่า “กระบี่อยู่ที่ใจ” .. คมมั๊ยล่ะ..

ซึ่งพอหลายๆคนมาตื่นเต้นกับกล้องเล็กๆแบบนี้ ไอ้เรานี่ก็เป็นคนนิยมชมชอบกล้องเล็กอยู่แล้ว ก็เลยตัดสินใจควาญหากล้องเล็กในตำนานที่สาบสูญไปจากวงการ คือคนมองข้ามนั่นแหล่ะ จนไม่มีใครฮิตหยิบมาถ่าย ไอ้ตัวที่เราหยิบมารีวิววันนี้ ก็เป็นหนึ่งในกลุ่มที่ว่านี่แหล่ะ นั่นคือ Voigtlander VF101

เจ้า Voigtlander VF101 นี่ ต้องเล่าตำนานกันหน่อย เพื่อความตื่นเต้น ( เราเคยรีวิว Bessa R ไปก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งก็เป็นยี่ห้อ Voigtlander เหมือนกัน แต่เป็นยุคปัจจุบันนี่แหล่ะ ถูกซื้อลิขสิทธิ์ชื่อ Voigtlander โดยบริษัท Cosina ของญี่ปุ่นไปนานแล้ว ) เจ้ายี่ห้อ Voigtlander นี่เป็นยี่ห้อเก่าแก่ของเยอรมันเค้า ตั้งแต่ปี 1756 โน่น!! บางคนก็ว่าเป็นชื่อที่เก่าที่สุดของกล้อง แต่คนก่อตั้งนี่เค้าก่อตั้งในออสเตรียนะ ไม่ใช่เยอรมันแต่ดั้งเดิมหรอก

ปี 1849 Voigtlander ก็เป็นบริษัทที่ผลิตกล้องใช้วัสดุเป็นโลหะเป็นรายแรกของโลก ก่อนหน้านั้นเค้าใช้ไม้ผสมเป็นวัสดุกันน่ะ เจ้าบริษัท Voigtlander นี่มีการปรับเปลี่ยน เปลี่ยนแปลงอยู่หลายครั้ง เช่น ปี 1925 ก็เติบโตจนเข้าตลาดหุ้นได้ แต่พอปี 1929 ซึ่งเป็นปีที่ตลาดหุ้นโลกล้ม Voigtlander ก็เริ่มถูกขายแบรนด์ไป (คือขายชื่อนี้ไปให้โรงงานอื่นทำ ซึ่งก็เป็นจุดเปลี่ยนที่คนจำได้ว่ามันคือแบรนด์เยอรมันนี่ล่ะ) แบรนด์นี้ก็เติบโตๆขึ้นเรื่อยๆ จนมีชื่อเสียงอย่างมากในกล้องหลายๆรุ่น รวมไปถึงเลนส์ที่มีคุณภาพหลายๆตัว เรียกว่าเป็นผู้นำเทคโนโลยีกล้องถ่ายรูปในยุคนั้นเลยล่ะ (เช่นการคิดค้นเลนส์ซูมสำหรับกล้อง 35mm เป็นต้น)

การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่เกี่ยวพันกับเจ้ารุ่น  VF101 นี้ด้วย ก็คือปี 1956 บริษัท Carl Zeiss  แบรนด์ยักษ์ใหญ่ในตลาดกล้องของเยอรมันจนถึงปัจจุบันนี้ ใครเล่นกล้องจะรู้ดีว่า เลนส์เค้าเทพขนาดไหน  เข้ามาซื้อหุ้นของ Voigtlander จนกระทั่งปี 1965 ก็เลยมีการควบรวมแบรนด์กัน แต่ก็รวมกันได้ไม่นาน แบรนด์ Voigtlander ค่อนข้างกระท่อนกระแท่นมาก เหมือนไม่เป็นที่โปรดปรานของ Carl Zeiss ประหนึ่งเป็นลูกเมียน้อย ปี 1982 Carl Zeiss ก็ขาย Voigtlander ไปให้กับ Rollei ซึ่งเรียกว่าเป็นบริษัทพี่บริษัทน้อง ทำงานร่วมกันมานาน กล้อง Rollei เองก็ให้ Carl Zeiss ออกแบบเลนส์ให้เป็นต้น

ในช่วงคาบเกี่ยวนั้นเอง (ช่วงปี 1970 – 1982) เป็นผลทำให้ VF101 เป็นลูกครึ่งลูกเสี้ยวลูกผสมของทั้ง 3 บริษัทรวมกัน เจ้า VF101 ถูกผลิตขึ้นในปี 1972 – 1976 ถือเป็นช่วงสูญญากาศของ Voigtlander คือ Zeiss ก็ขี้เกียจผลิตกล้องในชื่อ Voigtlander ก็โยนไปให้โรงงานของ Rollei ในสิงคโปร์ทำ (แต่ตอนนั้นก็ยังไม่ได้ขายให้ Rollei ซะทีเดียว) ดังนั้น VF101 จึงถูกผลิตขึ้นในโรงงานเดียวกับที่ Rollei ผลิตเจ้า Rollei 35 กล้องในตำนานอีกตัวนึง จนเรียกได้ว่า VF101 มันมีลักษณะหลายๆอย่างคล้ายๆเจ้า Rollei 35 มากๆ

 

กล้อง Rollei 35 เครดิต flickr.com/photos/casualcameracollector/
กล้อง Rollei 35 เครดิต flickr.com/photos/casualcameracollector/

 

นอกจากจะใช้โรงงานเดียวกับ Rollei แล้ว Carl Zeiss ยังผลิตรุ่นนี้ออกมาเหมือนกันในชื่อของตัวเองด้วย คือรุ่น Zeiss-Ikon S312 หน้าตาเหมือนกันเป็นฝาแฝดเลยล่ะ อะไหล่แทบจะเหมือนกันหมด (ระวังอย่าจำผิดเป็น S310 เพราะหน้าตาเหมือนกันเช่นกัน แต่เป็นกล้องแบบกะระยะ ไม่ใช่ Rangefinder ) และเปลี่ยนชื่อรุ่นเลนส์เป็นของตัวเองด้วย คือเลนส์  Carl Zeiss Tessar 40mm F2.8 ( จึงเดาได้ว่า เลนส์ของ VF101 รุ่นนี้ ก็คือเลนส์เทพๆของ Carl Zeiss รุ่น Teassar นั่นเอง ว้าวว! )

 

flickr.com/photos/xavier_leon
กล้อง ZEISS IKON S312 เครดิต : flickr.com/photos/xavier_leon

 

เอาล่ะ.. เล่ามาเยอะแล้ว มึนกันไปยัง? 555 กลับเข้าเรื่องดีกว่า เจ้ากล้องตัวนี้เป็นกล้องที่น่าสนใจมากๆ ไม่ใช่เพราะประวัติของมันอย่างเดียว แต่เพราะมันมีจุดเด่นที่น่าสนใจคือ ขนาด ที่เล็กมาก และสเปคที่ไม่ธรรมดาเลย เราลองมาดูกันหน่อยสิ

สเปคของ Voigtlander VF101

– เลนส์ Color-Skopar 40mm F2.8 ชิ้นเลนส์ 4 elements ( อย่างที่เล่าไปแล้วว่า จริงๆน่าจะเป็นเลนส์ของ Carl Zeiss Tessar 40mm F2.8 มาใส่ชื่อ )

– ระบบ Aperture Priority ปรับรูรับแสงได้เองตั้งแต่ F2.8 – F22

– ความเร็วชัตเตอร์แบบอัตโนมัติ ตั้งแต่ 4 sec – 1/500 sec

–  ระยะโฟกัสใกล้สุด 90 cm.

– ขนาด 102 x 73 x 35 mm. น้ำหนัก 490 กรัม

 

กล้อง Voigtlander VF101
กล้อง Voigtlander VF101

 

มาเริ่มพิสูจน์กันเลยดีกว่า

เหมือนเดิม เราหยิบเอาฟิล์ม KODAK COLOR PLUS 200 เจ้าเก่า มาทดสอบ ( หาซื้อได้ที่ www.husbandandwifeshop.com นะจ๊ะ ) ส่วนอีกม้วนเป็นฟิล์มสไลด์ Rollei Digibase CR200 ใหม่ล่าสุด  ( หาซื้อได้ที่ www.husbandandwifeshop.com เช่นกัน โฆษณานิดนึง อิอิ )  ต้องบอกว่าประทับใจตั้งแต่การใส่ฟิล์มแล่้วล่ะ กลไกการใส่ฟิล์มของ VF101 นั้น ใกล้เคียงกับ Rollei 35 มากๆ เรียกว่าโคลนนิ่งกันมาเลยดีกว่า ซึ่งเจ๋งมากนะ มันแข็งแรงและมั่นคงโคตรๆ ใส่ง่ายและชัวร์มาก ที่สำคัญ.. ด้วยขนาดและการใส่ฟิล์มแบบนี้ ทำให้ถ่ายได้ถึง 38 รูปสบายๆ (เราถ่ายได้ 38 1/2 ด้วย ฮาๆ )

ขนาดของกล้อง เป็นจุดนึงที่เราชอบมากๆ เพราะมันสั้นๆ เทียบกับ Olympus 35 RC แล้วเจ้า VF101 นี่สั้นกว่า ออกแนวป้อมๆ ลองเทียบสัดส่วนระหว่าง Olympus 35 RC และ Rollei 35 ซึ่งถือว่าเคยเป็นกล้อง 35mm ที่ขนาดเล็กที่สุดในโลกช่วงเวลานึงเลย

 

Voigtlander VF101 ขนาด 102 x 73 x 35 mm.   น้ำหนัก 490 กรัม

Olympus 35 RC        ขนาด 109 x 70 x 50 mm.   น้ำหนัก 410 กรัม

Rollei 35                      ขนาด 99 x 6845 mm.   น้ำหนัก 360 กรัม

 

จะเห็นว่า VF101 ขนาดเล็กกว่า Olympus 35 RC เล็กน้อยและเล็กใกล้เคียงกับ Rollei 35 พอสมควร แต่สิ่งที่เป็นจุดบอดนั่นก็คือ “น้ำหนัก” ด้วยความที่มันแบกน้ำหนักกว่าชาวบ้านเยอะนะ สำหรับคนชอบความเบาก็อาจจะไม่ชอบตรงนี้ เราได้ยินกิตติศัพท์มาก่อนได้จับตัวจริงแล้วล่ะ แต่ส่วนตัวนะ พอได้มาจับแล้ว ถามว่าหนักมั๊ย? ก็หนัก…(เล่นเอาปวดข้อเลย) แต่ก็เป็นข้อดีเหมือนกันในการถ่าย คือมันทำให้บาลานซ์ระหว่างน้ำหนักกล้องกับการกดชัตเตอร์มันพอดีกัน เวลาที่ต้องการใช้มือนิ่งมากๆ มันช่วยได้เยอะ ไม่เชื่อ..เดี๋ยวลองดูผลการทดลองถ่ายได้

DSC_0929
กลไกใส่ฟิล์มของ VF101 คล้ายกับ Rollei 35 มากๆ
DSC_0930
กล้อง VF101 สามารถดัดแปลงใช้ถ่าน LR44 ธรรมดา 4 ก้อนใส่เข้าไปได้ โดยวัดแสงได้ตรง เพราะใช้ไฟ 1.5V

 

 

มาดูในเรื่องฟังก์ชั่นก่อน  การใช้งานของ VF101 คือเป็น Aperture Priority เราต้องเป็นคนเลือกรูรับแสงเอง แล้วกล้องถึงจะจัดความเร็วชัตเตอร์ให้เหมาะสม ด้วยวิธีนี้ Yashica จะใช้ในกล้องของเค้าทุกตัว และมันจะตรงข้ามกับ Olympus 35 RC ที่โหมดออโต้คือให้เราเลือกความเร็วชัตเตอร์เอง ข้อดีของวิธีที่ VF101 ใช้ก็คือ เราควบคุมให้ได้ภาพชัดตื้นชัดลึกได้ง่าย ใกล้เคียงกล้อง Manual 100% (ส่วนตัวก็ชอบวิธีนี้มากกว่าที่ Olympus ใช้) และที่มันเจ๋งมากกว่านั้นก็คือ ในช่องมองภาพ มันบอกข้อมูลเราทุกอย่าง ว่าเราเลือกรูรับแสงขนาดเท่าไหร่อยู่ และวัดแสงให้เลยว่า กล้องจะใช้ความเร็วชัตเตอร์ประมาณเท่าไหร่ ถ้าต่ำมากกว่า 1/30 sec ให้ระวังมือสั่นนะ ( ในกรณีช้ามากๆ กล้องสามารถทำความเร็วไปถึง 4 sec ได้เลย สบายมาก )

 

ช่องมองภาพของ VF101 ถึงแม้ว่ามันจะบอกข้อมูลการทำงานได้ครบถ้วน เป็นข้อดีมากก็ตาม แต่ข้อเสียสำคัญของมันเลยก็คือ ขนาดช่องมองภาพที่เล็กเกินไป ประกอบกับยัดข้อมูลลงไปอีก ก็เลยยิ่งอึดอัด และที่มึนตึบกว่านั้นก็คือ ความไม่ชัดของช่องมองภาพ กระจกที่ใช้ออกแนวโค้งๆมึนๆเหมือนแว่นสายตา (เป็นวิธีทำให้คนถ่ายได้ประเมินระยะภาพใกล้เคียงกับเลนส์ที่ใช้) และไม่เคลียร์ใสแบบของทาง Olympus โดยเฉพาะ 35ECR ที่เพิ่งเทสไป ตัวนั้นใสกิ๊งดีมาก แม้แต่ของ Yashica ที่เราว่าสู้ Olympus ไม่ได้นะ เจ้า VF101 ก็ยังสู้ Yashica ไม่ได้เลย.. อันนี้เป็นข้อที่สอบตกที่สุดของกล้อง

 

ช่องมองภาพของ VF101
ช่องมองภาพของ VF101 เล็กอึดอัด และมึนเหมือนใส่แว่นสายตา

 

ข้อเสียของช่องมองภาพนี้ ทำให้โฟกัสยากพอสมควรในบางมุม แต่ถึงกับถ่ายไม่ได้เลยมั๊ย? ก็ไม่ขนาดนั้น ยังโอเคอยู่ อาจจะต้องอาศัยความชำนาญพักนึงล่ะนะ ยังไม่ถึงขนาดว่า เฮ้ย…ไม่ไหวและ

 

การโฟกัส ตัวโฟกัสของ VF101 เก๋มากเลยทีเดียว เวลาที่เราจะปรับโฟกัสและรูรับแสงนั้น  เราต้องดึงที่เลนส์ขึ้นมา แปลงร่างกลายเป็น Hood ไปด้วยในตัว และด้านในจะปรากฏรูรับแสงให้เราได้ปรับ ส่วนตรงที่เป็นเสมือน Hood ก็จะใช้สำหรับโฟกัสได้ การวางตำแหน่งแบบนี้แจ๋วมาก ทำงานได้สะดวกเก๋ไก๋ไม่เหมือนใคร ชอบมาก วงโฟกัสออกจะหนืดๆหน่อย แต่ไม่เลวร้าย วงไม่กว้างเกินไป ทำให้โฟกัสได้ไม่ยาก

 

DSC_0935
DSC_0934

ฮู้ดพับเข้าออก เวลาปรับรูรับแสง

 

มาถึงการถ่ายจริง เราทดสอบการถ่ายกลางวัน ถ่ายเย็น ถ่ายย้อนแสง ถ่ายที่มืดครบถ้วน พบว่า เจ้า VF101 นี่ทำงานได้เยี่ยมมากๆ!! รักเลย!! มาดูภาพที่เราถ่ายกัน

 

23_07_14VF101016_edit
ถ่ายแสงทั่วไป ใช้รูรับแสงประมาณ 2.8 ก็คมได้ขนาดนี้

 

อันนี้ใช้ฟิล์มสไลด์ Rollei CR200 ถ่าย
อันนี้ใช้ฟิล์มสไลด์ Rollei CR200 ถ่าย

 

สำหรับกลางวัน อันนี้ไม่ห่วง ระยะเลนส์ 40mm เป็นระยะที่เราชอบ (ส่วนใหญ่เราจะไม่ถนัด Wide เกินไป อย่าง Yashica บางรุ่นจะใช้ระยะ 35mm. ซึ่งไม่ค่อยชอบเท่าไหร่) ระยะนี้ ไม่กว้าง ไม่ใกล้เกินไป ทิ้งระยะกำลังสวย เป็นเหตุผลนึงที่เราชอบ Olympus เพราะมักเลือกใช้เลนส์ระยะ 40mm. หรือ 42mm.

 

ความคมของเลนส์ เราลองท้าพิสูจน์กับ F22 ดู ก็เรียกได้ว่า โคตรคม! แบบที่เราเคยลองกับ Olympus 35 RC แล้วรู้สึกถึงความคมนั้น ( แต่เจ้า VF101 สบายกว่าเยอะตรงการหมุนรูรับแสงที่ไม่หมุนยากแบบ 35 RC นะ ) และถึงจะใช้แค่ F2.8 มันก็ยังคม!! ในระดับที่พอใจมากเลยล่ะ ชื่อชั้นของ Carl Zeiss ไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ

 

23_07_14VF101015_edit
ชอบเทสกล้องด้วยการถ่ายย้อนแสง เพื่อดูว่าวัดแสงมันทำงานยังไง?

 

การถ่ายย้อนแสง เป็นการทดสอบการวัดแสงของกล้องว่าไว้ใจได้แค่ไหน ซึ่งผลออกมาไม่ผิดหวังเช่นกัน ได้ภาพอย่างที่ต้องการเป๊ะๆ แม้ว่าจะเพิ่งเคยถ่ายกับกล้องนี้เป็นครั้งแรก

 

ทีนี้ การถ่ายแสงน้อยล่ะ.. การถ่ายแสงน้อยเป็นจุดขายสำคัญของกล้องตัวนี้ แม้ว่าเลนส์จะไวแสงแค่ F2.8 แต่สำหรับกล้องที่ทำความเร็วชัตเตอร์ได้ต่ำระดับ 4 sec แถมชัตเตอร์ก็เบามากขนาดนี้ เลนส์เท่านี้ก็เพียงพอสำหรับการถ่ายแสงน้อยแล้ว เราทดสอบโดยการไปถ่ายรูปในที่จอดรถห้าง (เวลาตี 2!!) กล้องใช้ความเร็วชัตเตอร์ประมาณ 1 sec ก็เห็นได้เลยว่า “ชัดเป๊ะ!!!”  มือนิ่งสบายๆ แม้จะใช้ฟิล์ม ISO 200 ก็ตาม เราลองแบบนี้อีกหลายรูป ก็ไม่มีหลุด เรียกว่าไว้ใจได้เลยกับแสงน้อย

ถ่ายในที่แสงน้อยๆ ลานจอดรถห้างตี 2 โน่น ภาพยังคมได้
ถ่ายในที่แสงน้อยๆ ลานจอดรถห้างตี 2 โน่น ภาพยังคมได้

 

27_07_14VF101025_edit
ถ่ายด้วยฟิล์มสไลด์ Rollei CR200 แสงน้อยๆ ใช้ F 5.6 ชัตเตอร์สปีดต่ำก็ไม่มีปัญหา คมกริบและนิ่งมาก

 

30_07_14VF101029_edit
ถ่ายด้วยฟิล์ม Kodak ธรรมดา แสงในห้างก็สบายๆ

 

 

บทสรุป

หลังจากที่เราเทสเสร็จ และล้างฟิล์มปุ๊ป.. เราบอกได้เลยว่า นี่แหล่ะกล้องที่อยากพกจริงๆ (เปลี่ยนใจจาก Olympus 35 RC ทันที ฮาๆๆๆ) เพราะเหตุผลเรื่องขนาดที่ใช่เลย เราเอาใส่กระเป๋าสะพายที่ใช้ตลอดได้ , การปรับรูรับแสงเองได้ ทำให้ควบคุมชัดตื้นชัดลึกเอง , การที่กล้องคำนวณความเร็วชัตเตอร์ให้ สะดวกเวลาที่เราต้องการ snap เร็วๆ , ชัตเตอร์ที่เบามาก ไว้ใจได้ในยามแสงน้อย  ( ซึ่งเป็นข้อที่เราผิดหวังกับ Olympus 35 RC และเคยคาดหวังกับ Olympus XA แต่ก็ไม่รอด ) , คุณภาพภาพที่สุดยอดมาก ทั้งหมดนี้ตัดสินใจไม่ยากเลยว่าจะใช้กล้องตัวนี้พกใส่กระเป๋าเอาไปถ่ายทุกที่

หลายๆคนมักจะมองหากล้อง Rollei 35 ซึ่งหน้าตาดี และเล็กมาก แต่สิ่งที่มือใหม่หลายคนไม่รู้ก็คือ Rollei 35 เป็นกล้องโฟกัสแบบกะระยะ ซึ่งถ้ามือใหม่จะไม่ชินแน่ๆ แถมมันเป็น Manual ทั้งหมด ก็ไม่ง่ายเลยที่จะใช้ บางคนก็กะจะซื้อมา Snap เร็วๆ ก็บอกอีกนั่นแหล่ะ ว่ามันไม่เร็วนะจ๊ะ กว่าจะดึงเลนส์ออกมาน่ะ เพราะฉะนั้น เราถึงชอบ VF101 มากกว่า เพราะมันให้ฟิวเดียวกัน แต่เป็นกล้องแบบ Rangefinder แท้ๆ และกล้องก็ช่วยปรับความเร็วชัตเตอร์ให้ด้วย ถ่ายได้เร็วจริง

ข้อเสียของกล้องนะ ก็ต้องสรุปกันนิดนึง เดี๋ยวจะหาว่าชมจั๊งงงเลย…  อย่างที่บอกทีแรก เรื่องช่องมองภาพ เป็นจุดบอดมากของกล้อง แต่ถ้ารับได้ ก็ดีไป อีกเรื่องคือถ้าต้องการ Shutter B เจ้านี่ไม่มีนะ (แต่เราก็ไม่ได้ใช้นะ ถ้าจะใช้คงไปใช้กับกล้องที่จริงจังกว่านี้) และไม่มี Self Timer หรือตั้งเวลาถ่ายนั่นแหล่ะ ซึ่ง Olympus เค้ามีแทบทุกรุ่น และสุดท้ายก็คือ “น้ำหนัก” อันนี้เท่าที่เคยอ่านรีวิวเจ้าอื่นๆมา มักจะบ่นกันมาก ซึ่งก็หนักจริง เราเดินถ่ายไปห้อยไว้ที่ข้อมือ นานๆนี่มีปวดนะ อยากให้ลองจับของจริงดูว่าชอบหรือเปล่า ส่วนตัวเราคิดว่า ถึงมันน้ำหนักขนาดนี้ แต่ก็มีผลต่อการกดชัตเตอร์ในที่แสงน้อยเลยนะ ทำให้มันนิ่งได้น่ะ

สำหรับราคาในตลาด เนื่องจากเราไม่เห็นใครขาย เลยสรุปราคาตลาดโลกในฟัง ราคาอยู่ที่ 4,000 – 6,000 บาท แล้วแต่สภาพและออปชั่นที่แถมมา (ปกติคือซองหนัง) และถ้าเป็นสีดำ ซึ่งหายากมาก ราคาจะอยู่ที่ 13,000 – 17,000 บาท บางคนบอกว่า ถ้าหาตัวนี้ไม่ได้ ก็ให้หา Zeiss-Ikon S312 ที่เหมือนกันเด๊ะแทน แต่ในไทยก็ไม่เคยเห็นใครขายเช่นกัน

 

ให้คะแนนสักหน่อย

รูปร่างหน้าตา // ★★★★★
(หล่อแสรดด ดูไฮโซขนาดนี้ )

วัสดุ // ★★★★★
(โคลนนิ่ง Rollei 35 มาเลย ถ้าไม่ดีก็ไม่รู้ว่ายังไง)

คุณภาพการถ่าย // ★★★★★
(เลนส์ Carl Zeiss ไม่ต้องห่วงอะไรทั้งสิ้น)

ฟังก์ชั่น // ★★★★☆
( เว้นดาวนึงไว้สำหรับติ่งๆอย่าง Self Timer และ Shutter B )

คุ้มค่า? // ★★★★☆
( ไอ้นี่ไม่คุ้ม ก็ไม่มีอะไรคุ้มแล้วล่ะ)

 

 

รีวิว โดย SUN

facebook.com/artytsun

Instagram @artytL

ผู้สนับสนุนหลัก Husband & Wife Film Photography and Bookstore

www.husbandandwifeshop.com

 

 

 

 

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s