รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ Argus C3 กล้องคลาสสิคจากหนังแฮร์รี่ พอตเตอร์

09_08_14OM030_edit

 

เคยมีน้องคนนึง ไม่เคยเล่นกล้องฟิล์มมาก่อนเลยนะ เข้ามาถามเราว่า “พี่คะ หนูเพิ่งหัดเล่นกล้องฟิล์มค่ะ พอดีไปซื้อกล้องตัวนี้มา เห็นว่ามันสวยดี พี่สอนหน่อยได้มั๊ยคะ” สักพักนึง รูปก็ถูกส่งมาใน message “ปิ๊ง!” เสียงข้อความเข้า เรากดดู ถึงกับช็อคคค! ………….

รูปไม่ขึ้น… T T

เน็ตไม่ค่อยดีน่ะ..  สักพัก พอโหลดรูปขึ้นมา.. เฮ้ยย! ถึงกับช็อค! อันนี้ช็อคจริง เพราะกล้องตัวนั้นมันคือ.. “Argus C3” กล้องซุปเปอร์คลาสสิคของชนชาวอเมริกันแต่โบราณกาล เห็นดังนั้น ก็อยากจะตอบไปว่า คือน้องครับ.. พี่จะบอกว่า พี่เองยังถ่ายไม่เป็นเลยครับ ฮาๆ วันนี้เราก็เลยขอเสนอการรีวิวสุดกล้ำกลืน กล้อง Argus C3 ในตำนาน!!

 

Argus C3 ตัวที่ใช้ทดสอบ ตัวนี้ผลิตปี 1958 ยุคกลางๆของรุ่นแล้ว
Argus C3 Mathmatic ตัวที่ใช้ทดสอบ ตัวนี้ผลิตปี 1958 ยุคปลายของกล้องแล้ว

 

เจ้า Argus C3 นี่ โด่งดังในยุคหลังๆอยู่เหมือนกัน เพราะมันถูกนำไปอยู่ในหนังหลายต่อหลายเรื่อง ล่าสุดที่กลายเป็นที่จดจำของเด็กรุ่นใหม่ๆ ก็คงหนีไม่พ้น Harry Potter  ก่อนอื่นเลย ขอเล่าประวัติของมันก่อน (ขอเล่ายาวเลยล่ะ เพราะเนื้อหาเทสไม่เยอะ ถ่ายมาแล้วเละ ฮาๆๆ) เจ้า Argus C3 นี่เป็นกล้องในระดับประวัติศาสตร์โลกเลยนะ จริงๆเราชอบหน้าตามันอยู่แล้วล่ะ แต่ที่ชอบกว่าคือประวัติของมันที่คู่กับคนอเมริกันมาช้านาน เรียกว่าคนอเมริกันสมัยก่อน มีติดบ้านกันทุกคน เริ่มต้นเจ้านี่ถูกผลิตตั้งแต่ปี 1939 โน่นน ก็แปลว่าก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ซะอีก ในยุคนั้นถือว่าตลาดกล้องถูกครองโดยฝั่งยุโรปแทบทั้งนั้น และส่วนใหญ่จะมีราคาแพง คนบ้านๆนี่ยากจะมีในครอบครอง

 

จากหนัง Harry Potter and the Chamber of Secrets
จากหนัง Harry Potter and the Chamber of Secrets

 

Argus ซึ่งเป็นบริษัทผลิตกล้องของอเมริกันในยุคนั้น เลยผลิตเจ้า Argus C ขึ้นมาตีตลาดอย่างเจ้ากล้องระดับกลางอย่าง Kodak 35 RF ซึ่ง Argus ราคาถูกกว่าเกือบครึ่งในคุณภาพเท่ากัน ตอนปี 1938 เจ้า Argus C ซึ่งเป็นรุ่นแรก ราคาเพียงตัวละ $25 เท่านั้น ( เทียบกับ Leica ในสมัยนั้น ราคา  $150 และ Kodak 35 RF ราคา $48 ) และต่อมาก็มีการปรับปรุงเรื่องการใส่ตัวปรับ Rangefinder เรื่องจุดต่อกับ Flash เข้ามา จนกลายเป็น Argus C3 ในที่สุด

 

โฆษณา Argus C3 ใน Life Magazine ปี 1939 ปีแรกที่วางขาย
โฆษณา Argus C3 ใน Life Magazine ปี 1939 ปีแรกที่วางขาย

 

Screen Shot 2557-08-25 at 23.37.00
โฆษณา Argus C3 ใน Life Magazine ปี 1957

 

Argus C3 ออกแบบโดย Gustave Fassin เป็นคนบัลเกเรีย (ที่ไม่ใช่ชื่อโยเกิร์ต และไม่เกี่ยวกับ เจมส์ จิ) แต่แกมาทำงานอยู่ที่อเมริกา แกออกแบบมาหลายรุ่นแล้วล่ะ แล้วการออกแบบแกนี่ไม่เปลี่ยนเลย ก็ขนาด Argus C3 เนี่ยขายกันมา 30 ปีเลยนะ โดยไม่มีการเปลี่ยนรูปทรงใดๆ กว่าจะเลิกผลิตก็ปาไปปี 1966 โน่นแหน่ะ!!

Argus C3 ขายดีถล่มทลาย โดยเฉพาะกับมือใหม่หัดถ่ายรูป (ในสมัยนั้นนะ สมัยนี้ พี่ยังขอช็อคกับน้องที่ส่งรูปมาให้ดูต่อไป) แบบที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน มันถูกขายไปมากกว่า 2 ล้านตัว! ในสมัยก่อน ช่างภาพมืออาชีพมักจะดูถูกเจ้านี่ ว่ามันน่าเกลียด แต่คนสมัยนี้มองมันในทางกลับกันเลย ว่ามันสวยคลาสสิคมาก มันมีชื่อเล่นว่า “The Brick” หรือเจ้าก้อนอิฐน้อย (ตั้งชื่อไทยให้เองแหล่ะ)

อีกสิ่งนึงที่บันทึกเอาไว้สำหรับกล้องตัวนี้ หรือจะเรียกได้ว่าเป็นอีกส่วนนึงที่ทำให้ Argus C3 โด่งดังเป็นตำนานก็คือ ช่างภาพที่มีชื่อเสียงมากในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 “Tony Vaccaro” สมัยหนุ่มๆ แกเป็นทหารที่ไปรบในยุโรป แล้วพกเจ้า Argus C3 ไปด้วย เรียกว่ามือนึงถือปืน มือนึงถือกล้อง คนสมัยนั้นเค้าก็ตื่นเต้นสิ.. กล้องมันใช้ง่ายมากขนาดนั้นเลย ( หราา T T ) ลุงแกถ่ายไป ล้างฟิล์มไประหว่างสงครามด้วย คือแกไปเอาน้ำยาล้างฟิล์มจากร้านถ่ายรูปที่โดนถล่มนั่นแหล่ะ พอตอนกลางคืน มืดสนิท แกก็ล้างฟิล์มกันในหมวกทหารเล๊ยย เก๋ไก๋มาก จนมีรูปหลายๆรูปกลายเป็นรูปถ่ายในสงครามที่คลาสสิคมากๆ

หนึ่งในภาพที่โด่งดัง ของ Tony Vaccaro ที่ถ่ายด้วย Argus C3
หนึ่งในภาพที่โด่งดัง ของ Tony Vaccaro ที่ถ่ายด้วย Argus C3

 

มาถึงการทดสอบล่ะ

เล่ามาซะยาว มาเริ่มถ่ายกันดีกว่า เราใช้กล้อง Argus C3 ตัวที่เป็น Matchmatic สีครีม ผลิตปี 1958 ( ปกติจะเป็นสีดำ ) แตกต่างจากรุ่นปกติตรงที่ปรับความเร็วชัตเตอร์ รุ่นอื่นเค้าจะบอกความเร็ว 1/10 sec อะไรแบบนี้ แต่รุ่นนี้จะบอกเป็นค่า EV แทน เจ้า Argus C3 เนี่ย เป็นกล้องประเภท Ragefinder นะ คือมีตัวช่วยวัดระยะโฟกัสให้เรา แต่มันก็ไม่ได้สะดวกเหมือนกล้อง Rangefinder รุ่นหลังๆหรอก ตัว Rangefinder จะแยกออกมาอีกรูนึง และเล็กมากกกก เล็งกันปวดตาล่ะ

 

สเปคของเจ้า Argus C3 คร่าวประมาณนี้

– เลนส์ Argus Coated Cintar 50mm. F3.5 ปรับรูรับแสงได้ 3.5 – 16 

– ความเร็วชัตเตอร์ 1/10 , 1/25 , 1/50 , 1/1001/300 sec และมีชัตเตอร์ B

– ระยะโฟกัส 90 cminfinity

– น้ำหนัก  749 กรัม

 

ต้องบอกก่อนว่า เจ้า Argus C3 เป็นกล้องที่นอกจากจะใช้ความสามารถในการกะแสงเอาเองแล้ว ( เพราะมันไม่มีที่วัดแสงในตัว จนตอนหลังถึงจะมีอุปกรณ์เสริมเพื่อช่วยวัดแสงแยกออกมา ) ระบบของมันเป็นแบบโบราณจนแม้แต่การขึ้นฟิล์ม ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เรามาดูวิธีการขึ้นฟิล์มกันก่อนนะ

 

DSC_0914
ตำแหน่งการทำงาน ด้านซ้ายมือ Winding Film ด้านล่างขวาคือ Film Catch

วิธีการขึ้นฟิล์ม

1. หมุนที่หมุนฟิล์ม ฝรั่งเรียกมันว่า “Winding Knob” เขียนคำว่า Wind อยู่บนนั้น หมุนจนรู้สึกตึงๆ

2. ง้างแกนที่อยู่ใกล้ๆที่นับฟิล์ม ฝรั่งเรียกว่า “Film Catch” ค้างไว้ แล้วหมุนเจ้า Winding Knob ไป 1 ใน 4 ของวงกลม (ถ้านับเป็นนาฬิกา ก็คือรอบ 15 นาทีน่ะ) แล้วปล่อยเจ้า Film Catch

3. หมุนเจ้า Winding Knob ต่อไปจนรู้สึกตึงๆ

 

เป็นไงล่ะ.. การขึ้นฟิล์มใน 1 รูป สนุกดีมั๊ย? ขอแนะนำว่า พอกดถ่ายไปแล้ว ให้ขึ้นฟิล์มไว้ก่อนเลย ไม่งั้นล่ะก็ ลืมแน่!! ขอบอก

 

มาเริ่มถ่ายกันเลยดีกว่า

 

DSC_0907
Argus C3 พร้อมฟิล์ม AGFA APX 100

 

คราวนี้เราเลือกใช้ฟิล์มขาวดำมาถ่าย เพราะอยากคลาสสิคบ้าง ซึ่งจริงๆกล้องมันถ่ายได้หมดนะ ขาวดำ สี อะไรเนี่ย แต่แค่อยากเก๋อ่ะ เลยใช้ AGFA APX 100 ฟิล์มขาวดำเจ๋งๆจากเยอรมัน ซื้อได้ที่ Husband & Wife นะจ๊ะ เบรคขายของ 1 ที

หลังจากผ่านความลำเค็ญของการใส่ฟิล์มมาแล้ว เราก็เริ่มไปถ่ายรูปกัน เนื่องจากไม่มีที่วัดแสงในตัว เราจึงเลือกใช้ App วัดแสงใน iPhone ชื่อว่า MyLightMeter ลองหาโหลดกันได้ มีทั้งแบบฟรี และ เสียตังค์

ถ้าไม่นับการขึ้นฟิล์มที่แสนลำบากแล้ว เราคิดว่าน้ำหนักชัตเตอร์มันเบาใช้ได้ทีเดียว คล้ายๆการกดเปิดสวิตซ์ไฟ การถ่ายในความเร็วชัตเตอร์ 1/10 sec น่าจะไม่มีปัญหา มีปัญหาก็ที่คนถ่ายที่แหล่ะ ที่เล็งยากเหลือเกิน

การเล็งภาพนี่แหล่ะ ถือว่าคลาสสิคมาก คือมองยากชิบ.. ช่องเล็กเหมือนเจาะรูแอบดูผู้หญิงอาบน้ำ ช่องนึงเอาไว้คอมโพภาพ อีกช่องคือเล็งระยะด้วย Rangefinder วิธีการก็คือเราเล็งระยะก่อนก็ได้ Rangefinder มันจะเป็นเฟืองๆด้านหน้ากล้อง เราก็หมุนๆไปให้ภาพที่มันเหลื่อมกัน มาต่อกันได้พอดี

พอเล็งระยะได้แล้ว ก็ค่อยมาคอมโพภาพ จะให้อะไรอยู่ในกรอบบ้างก็เล็งไป การปรับรูรับแสง และความเร็วชัตเตอร์ก็ปกติ คล้ายๆกล้องฟิล์มอื่นๆ วัดแสงด้วย App แล้วก็ปรับตามก็ได้

 

ถ่ายด้วย Argus C3 ฟิล์ม AGFA APX 100
ถ่ายด้วย Argus C3 ฟิล์ม AGFA APX 100 ( แบบแสงในร่ม )

 

Test (5)
ถ่ายด้วย Argus C3 ฟิล์ม AGFA APX 100 ( แบบแสงน้อย )

 

Test (4)
ถ่ายด้วย Argus C3 ฟิล์ม AGFA APX 100 ( แบบแสงน้อย )

 

Test (9)
ถ่ายด้วย Argus C3 ฟิล์ม AGFA APX 100 ( แบบกลางแจ้ง รูรับแสงแคบสุด )

 

Test (6)
ถ่ายด้วย Argus C3 ฟิล์ม AGFA APX 100 ( ถ่ายภาพคน )

 

Test (15)
ถ่ายด้วย Argus C3 ฟิล์ม AGFA APX 100 ( ถ่ายวิวกลางแจ้ง )

 

สรุปผลกันหน่อย

หลายๆคนอาจจะเฮ้ยย.. พี่ อยากดูรูปเยอะกว่านี้ได้มั๊ย หรือเขียนเยอะๆกว่านี้สิ..  ก็บอกเลยว่า ทั้งม้วนได้มาแค่นี้แหล่ะครับ นอกนั้น… T T  เลยไม่รู้จะเขียนยังไงต่อ เอาเป็นว่า… คือถ้าไม่นับความยากในการขึ้นฟิล์มแล้วล่ะก็ ผลออกมาใช้ได้นะ ตอนแรกเราคิดว่ามันจะโบราณกว่านี้ แต่นี่เลนส์ก็ไม่ธรรมดาเลย คมใช้ได้เลยนะ ระยะเลนส์ 50mm. ก็เป็นระยะแทนสายตา ไม่กว้าง ไม่แคบ เป็นระยะที่เราชอบเลยล่ะ (เป็นคนไม่ชอบเลนส์ Wide )

สิ่งที่ต้องระวังก็คือการวัดแสงให้ดี ควรจะหา App วัดแสง หรือเครื่องวัดแสงก็แล้วแต่ และถ้าถ่ายเป็นภาพสี ก็จะยืดหยุ่นได้มากกว่าขาวดำครับ

สรุปก็คือ เป็นการถ่ายรูปที่สนุกดีนะ ต้องตั้งสติดีๆ มีสติ ปัญญา ศีล สมาธิ ถึงจะใช้กล้องนี้ได้ จะมาไก่กา กดเร็วๆนี่ไม่ได้…เจ๊งทั้งม้วน แนะนำว่าถ้าน้องมือใหม่นะ อย่าซื้อตัวนี้ไปเลย ขอร้องล่ะนะ แต่ถ้ามั่นใจว่ามีสติ ปัญญา ศีล สมาธิ ก็ซื้อได้ครับ เพื่อหน้าตาที่หล่อสวย เราไม่ห้ามกัน

 

ให้คะแนน

รูปร่างหน้าตา // ★★★★☆
(หล่อ คลาสสิค )

วัสดุ // ★★★★☆
(เอาไปก่อกำแพงได้ แข็งแรงแน่นอน)

คุณภาพการถ่าย // ★★★☆☆
(พอใช้ได้เลย ไม่ใช่ขี้ๆนะ)

ฟังก์ชั่น // ★★☆☆☆
( แค่ขึ้นฟิล์มอย่างเดียวก็ไม่ต้องพูดถึงแล้วล่ะ วัดแสงต้องพึ่งพาตัวเอง)

คุ้มค่า? // ★★★☆☆
(มือใหม่ ไม่ควรเห็นแก่หน้าตา มือเก่า ถ่ายเอาสนุก ฝึกสมาธิดีมาก)

 

 

รีวิว โดย SUN

facebook.com/artytsun

Instagram @artytL

ผู้สนับสนุนหลัก Husband & Wife Film Photography and Bookstore

www.husbandandwifeshop.com

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s