กว่า100ปี แห่งยุคฟิล์มอนาลอค : บทสัมภาษณ์ FILM FERRANIA ประกาศแผนการกลับสู่สังเวียน

ตลกดีที่เมื่อวานเพิ่งจะเรียบเรียงเป็นบทความ “ถึงคราวปลุกชีพโรงงานฟิล์มระดับตำนาน Ferrania” เสร็จ  เพราะเพิ่งจะมีการเข้าโปรเจค Kickstarter เพื่อนำฟิล์ม Ferrania แบรนด์ระดับโลกที่อายุเฉียด 100 ปี กลับเข้าสู่กระบวนการผลิตขายจริงสักที

มาวันนี้ก็มีบทความต่อเนื่องของ Dylan & Sara ซึ่งอาทิตย์ก่อนเราเพิ่งแปลที่เขาสัมภาษณ์ผู้ก่อตั้ง CineStill ไป ( ย้อนกลับไปอ่านได้ในบทสัมภาษณ์  อนาคตของฟิล์มถ่ายรูป : สัมภาษณ์ CineStill บริษัทฟิล์มหน้าใหม่ไฟแรง ) บทสัมภาษณ์ต่อเนื่องอาทิตย์นี้ก็เลยเป็นเรื่องของฟิล์ม Ferrania โดย Dylan เขาสัมภาษณ์ Dave Bias หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง ไม่สิ..ผู้ร่วมปลุกชีพ Ferrania ขึ้นมาใหม่ โดย Dave Bias ปกติแล้วทำหน้าที่ในทีมเป็นผู้ผลักดันด้านการขายของ Ferrania ให้เกิดขึ้น โดยมีออฟฟิศอยู่ในอเมริกา

ก่อนจะอ่านบทสัมภาษณ์นี้ อยากให้ลองกลับไปอ่านบทความ “ถึงคราวปลุกชีพโรงงานฟิล์มระดับตำนาน Ferrania” ที่เราเพิ่งเขียนไป จะได้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ในสมัยก่อนของโรงงาน Ferrania น่าสนใจมากๆ จะทำให้การอ่านบทสัมภาษณ์นี้ เข้าใจและสนุกมากขึ้นด้วย

เอาล่ะไม่รอช้า มาอ่านบทสัมภาษณ์ของทีม Ferrania กัน

 

a2b87-gruppo2-800

 

กว่า100ปี แห่งยุคฟิล์มอนาลอค : Film Ferrania ประกาศแผนการกลับสู่สังเวียน

แปลจาก 100 More Years of Analog Film : Film Ferrania Announces Comeback Plan

บทสัมภาษณ์โดย Dylan & Sara

Film Ferrania ประกาศแผนธุรกิจแห่งศตวรรษที่ 21 ที่จะกลับมาผลิตขายในอุตสาหกรรมฟิล์มอีกครั้ง

อุตสาหกรรมฟิล์มมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในช่วงสิบปีที่ผ่านมา บริษัทฟิล์มส่วนใหญ่ต้องต่อสู้ฝ่าฟัน ทั้งการปรับลดการผลิต หรือแม้แต่การล้มละลาย. Film Ferrania ซึ่งเป็นบริษัทฟิล์มเก่าแก่ที่ยิ่งใหญ่จากอิตาลี ก็เป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากยุคดิจิตอล แต่การประกาศกร้าวที่จะกลับมาครั้งนี้ คือการกลับมาที่จะแข็งแรงกว่าเดิม

Film Ferrania กำลังทำการปรับปรุงตึกทำการภายในโรงงานขนาดใหญ่ดั้งเดิมซึ่งตั้งอยู่ในตอนเหนือของอิตาลี โดยนำเอาเครื่องมือเครื่องใช้จากโรงงานดั้งเดิม และแผนกวิจัยและพัฒนามาซ่อมแซม

เครื่องมือเหล่านี้สามารถผลิตฟิล์มภาพนิ่งและฟิล์มภาพยนตร์ได้ตั้งแต่เริ่มต้นจากวัตถุดิบไปจนสำเร็จเป็นฟิล์ม ซึ่งมีเพียง 4 โรงงานในโลกเท่านั้นที่ยังสามารถผลิตแบบนี้ได้ และโรงงาน Ferrania ก็เป็นหนึ่งในนั้น ซึ่งแผนการของ Ferrania ตอนนี้คือทำให้โรงงานกลับมาผลิตได้อีกครั้งในปริมาณพอเหมาะกับตลาดในยุคศตวรรษที่ 21

” โรงงาน Ferrania เคยผลิตฟิล์มมากกว่า 40 ล้านม้วนต่อปี และใช้ต้นทุนหลายสิบล้านดอลล่าห์ในการขับเคลื่อนโรงงานนี้ มันใหญ่เกินกำลังสำหรับปัจจุบันนี้ เฉพาะตึกวิจัยและพัฒนาที่ใช้อยู่ในปัจจุบันสามารถผลิตฟิล์มได้ราวๆ 4 แสนม้วนต่อปี แต่ถ้าลองคำนวณต้นทุนดูแล้ว มันยังมีต้นทุนต่อม้วนที่สูงเกินไปและการผลิตเท่านี้ก็น้อยเกินไปสำหรับการค้า การหาจุดตรงกลางระหว่างโรงงานใหญ่และตึกวิจัยและพัฒนา คืออนาคตที่พวกเราคิดว่ามันน่าจะดีที่สุด พวกเรากำลังจัดการปรับปรุง ซ่อมแซม ดัดแปลงเครื่องมือพวกนี้ ซึ่งก็ทำมาหลายปีแล้ว พวกเราเริ่มจากซ่อมแซมตึกวิจัยและพัฒนาจนสามารถให้มันผลิตฟิล์มขึ้นมาได้ และตอนนี้เรากำลังซ่อมแซมเพิ่มเติมเครื่องจักรอื่นๆเข้ามาอีก เพื่อให้มันผลิตได้มากขึ้น พอเพียงต่อตลาด เริ่มตั้งแต่วัตถุดิบเลย ทั้งเนื้อฟิล์ม สารเคมีต่างๆ เพื่อป้อนให้กับอุตสาหกรรมนี้ทั่วโลก รวมไปถึงสินค้าฟิล์มแบบสำเร็จให้กับลูกค้าทั่วไปด้วย”

พวกเขาเพิ่งจะเปิดโปรเจค Kickstarter ไป เพื่อที่จะกอบกู้โรงงานที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้ขึ้นมาใหม่ ก่อนที่เส้นตายของการรื้อโรงงานทั้งหมดทิ้งในสิ้นปีนี้จะมาถึง พวกเขาได้ทำการทดสอบและผลิตฟิล์มไปแล้ว ซึ่งได้ผลดี สินค้าล็อตแรกสำหรับผู้ที่ร่วมบริจาคโปรเจค Kickstarter นี้จะถูกส่งให้ทุกคนในเดือนเมษายนปี 2015 ( ล่าสุดโปรเจคได้เงินบริจาคมาถึงครึ่งทางของเป้าหมายแล้ว )

 

เนื้อหาจากโปรเจค Kickstarter

พวกเราได้จัดตั้งภารกิจใหม่ในตึกวิจัยและพัฒนาของ Ferrania ที่ชื่อว่า ตึก L.R.F ซึ่งเป็นที่ที่ผลิตฟิล์มได้ในปริมาณหนึ่ง ทีมของพวกเราทำงานกันมาหลายปีในการปรับปรุงตึกแห่งนี้เพื่อเตรียมพร้อมในการผลิตอีกครั้ง จนเราสามารถผลิตฟิล์มได้แล้ว แต่..มันผลิตได้ไม่มากนัก และต้นทุนสูงเกินไป

พวกเรามีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ขึ้นอีกขึ้น ด้วยการออกแบบโรงงานซะใหม่ให้มันผลิตฟิล์มในปริมาณที่มากพอ ในราคาที่ไม่แพงเกินไป เราซ่อมแซมเครื่องมือในโรงงาน Ferrania แห่งนี้ไปแล้วเพียบเลย  แต่เรายังต้องการเครื่องมือมากกว่านี้ และเวลาของเรากำลังจะหมดลง… เพราะตึกพวกนี้กำลังจะถูกรื้อทิ้งในสิ้นปีนี้

บทสัมภาษณ์ Dave Bias แห่ง Film Ferrania

ถาม : คุณกำลังรีบูทแบรนด์นี้ขึ้นมาใหม่หลังจากที่มันเลิกผลิตฟิล์มไปแล้วหลายปี อะไรกำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้?

ตอบ : เราเริ่มต้น Film Ferrania กันนี้ ด้วยการปรับกระบวนการคิดใหม่ ปรับกระบวนการวิศวกรรมใหม่ รวมไปถึงการปรับโครงสร้างเครื่องไม้เครื่องมือเดิมในโรงงานเพื่อที่จะผลิตฟิล์มได้อีกครั้ง ในปริมาณที่พอดีกับตลาดในปัจจุบัน

ทุกๆอย่างในเป้าหมายของพวกเราคือใหม่หมด ผลิตสินค้าใหม่ๆรองรับตลาดใหม่ๆมากกว่าแค่ความต้องการของทุกวันนี้

ผมเองไม่เคยยึดติดกับการซื้อฟิล์มยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่ง ผมชอบที่จะเลือกแต่ละอันให้เหมาะกับตัวเอง อย่างตอนนี้ถ้าเป็นฟิล์มขาวดำ ผมชอบ ILFORD Delta 3200 ถ้าเป็นฟิล์มสี ผมชอบ Kodak EKTAR 100

Film Ferrania  จะมาเริ่มต้นคิดกันใหม่ (แน่นอนว่ามันคงไม่ได้เหมือนเดิมเด๊ะๆ 100%) อย่างฟิล์มสไลด์ Scotch Chrome 100 ASA ที่ Film Ferrania เคยผลิตในสมัยก่อน ก็คงไม่ได้เหมือนเดิมเป๊ะๆ พวกเรากำลังผลิตฟิล์มขนาด 35mm และ 120 รวมไปถึงฟิล์มถ่ายหนัง Super 8 และ 16mm อีกด้วย

 

Photo: หนังที่ถ่ายด้วยฟิล์มของ Ferrania ( เครดิตรูป fstoppers.com )
Photo: หนังที่ถ่ายด้วยฟิล์มของ Ferrania ( เครดิตรูป fstoppers.com )

 

ถาม : อะไรที่มันเปลี่ยนแปลงไปบ้างสำหรับตลาดฟิล์มถ่ายรูป และฟิล์มถ่ายหนัง?

ตอบ : ทุกอย่างมันเปลี่ยนแปลงไปหมดครับ เว้นแต่บริษัทที่ผลิตฟิล์มค่ายหลักๆ เมื่อดิจิตอลเกิดขึ้นมา ไอโฟนเกิดขึ้นมา กล้อง RED (กล้องดิจิตอลที่ใช้ถ่ายหนัง) เกิดขึ้นมา อะไรที่มันเป็นเทคโนโลยีใหม่ๆเกิดขึ้นมา

เมื่อหลายๆอย่างพวกนี้มันเกิดขึ้น ยักษ์ใหญ่ในวงการ มีแค่สองทางเลือก หนึ่งคือจ่ายเงินนับสิบๆร้อยๆล้านดอลล่าห์เพื่อที่จะลดขนาดการผลิตของตัวเองลง หรือ.. ตัดพนักงานออกไป ตัดอะไรที่ไม่จำเป็นการผลิตออกไป ตัดสินค้าบางตัวออกไป และปรับทิศทางของตัวเองให้เบนไปสู่ดิจิตอลซะ แน่นอนว่าไอ้สินค้าประเภทที่ไม่ได้รับการสนใจอีกต่อไป ย่อมได้รับผลกระทบมาก การลงทุนส่วนใหญ่ก็ต้องมุ่งไปที่ตลาดใหม่ๆมากกว่า

แต่ในอีกมุมหนึ่ง ตลาดฟิล์มอนาลอคยังมีความเสถียรอยู่ จากรายงานในหลายๆแหล่งบอกเราว่า หลายๆปีมานี้ตลาดฟิล์มมันกลับมาโตอีกครั้ง แต่แน่นอนว่ามันคงไม่ได้โตเหมือนหรือเทียบเท่ากับสมัยก่อน ไม่สามารถมีโรงงานขนาดยักษ์ จ้างคนงานเป็นพันๆคนได้

แต่ด้วยโอกาสนี้ มันทำให้เป็นเสมือนประตูให้ผู้เล่นตัวเล็กๆทั้งหลายได้เข้ามาเล่นในธุรกิจนี้ได้ แต่ยังไงก็ตาม การผลิตฟิล์มก็ยังต้องใช้โรงงานอยู่ดี การสร้างโรงงานใหม่ก็ใช้ทุนสูง เลยไม่มีผู้เล่นหน้าไหนคิดจะลงทุนหลายๆร้อยล้านกับการสร้างโรงงานใหม่เพื่อผลิตฟิล์มหรอก

Film Ferrania เลยกลายเป็นโอกาสที่ดีมาก มันคือโรงงานหนึ่งเดียวในโลกที่ยังสามารถผลิตฟิล์มสีได้ด้วยตัวของพวกเราเอง พวกเราสามารถเข้ามาจัดการ เข้ามาเลือกเครื่องไม้เครื่องมือพวกนี้ได้ ซึ่งถ้าจะใช้เงินซื้อใหม่คงเป็นไปไม่ได้เลย

ถาม : ฟิล์มมีความหมายกับคุณยังไงบ้าง?

ตอบ : สำหรับผม ฟิล์มคือทางเลือก ตราบเท่าที่มีฟิล์มอยู่ ผมก็จะเลือกใช้มัน แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ใช้ดิจิตอลเลย

ถาม : ฟิล์มกับดิจิตอลสามารถรวมกันเป็นหนึ่งได้?

ตอบ : ถ้าเอาตามจริง ก็ได้แน่นอน ก็เหมือนกับการใช้ Software ในการวาดรูป หรือแผ่นเสียงแปลงเพลงลง Mp3

แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทั่วโลกยังมีพวกอุปกรณ์ต่างๆที่จำเป็นต่อการถ่ายรูปด้วยฟิล์มอยู่ในวงจำกัดเท่านั้น มันก็เลยเป็นแค่ทางเลือกเล็กๆในการถ่ายรูป

และนี่แหล่ะที่เราวางทิศทางให้กับ Film Ferrania

ถาม : คุณมองอนาคตแบบไกลๆของฟิล์มว่ามันจะเป็นอย่างไร?

ตอบ : บริษัทฟิล์มขาวดำอย่าง ILFORD ผ่านร้อนผ่านหนาวจนประสบความสำเร็จได้ในปัจจุบัน มันเป็นเรื่องยากมากนะ แต่มันก็เป็นสิ่งที่ทำให้ทุกคนเห็นแล้วว่าถ้าเราปรับขนาดให้เหมาะกับสมกับตลาด มันก็จะอยู่รอดได้อย่างมีความสุขในอนาคต

ยังมีคนที่ถ่ายรูป อัดรูปด้วยเทคนิคดั้งเดิมแบบยุค 1800s ยังมีคนที่ใช้ปากกา ใช้ดินสอเขียนบนกระดาษ ยังมีคนอีกมากที่ใช้ชีวิตโดยปราศจากสมาร์ทโฟน , อีเมล , กูเกิ้ล เอาจริงๆผมก็ไม่รู้หรอกว่าพวกเขาทำแบบนั้นได้ยังไง

ไม่นานนี้เอง J.J. Abrams (ผู้กำกับหนังชื่อดังอย่าง Star Trek และซีรีย์ Lost แถมเนื้อหอมจนได้กำกับ Star wars Episode ใหม่ที่กำลังถ่ายทำอยู่)  ประสบความสำเร็จกับการรวบรวมพรรคพวกที่รักในการใช้ฟิล์ม ไปเจรจาผลักดันให้ Kodak ผลิตฟิล์มถ่ายหนังต่อไป

เราจะเห็นได้ว่า ยังมีคนที่เลือกฟิล์มอยู่ คงไม่ได้มีจำนวนระดับเป็นพันๆล้านคน แต่ก็หลายล้านคนอยู่ สิ่งที่พวกเราต้องทำก็คือสร้างสิ่งพื้นฐานในการผลิตฟิล์มให้กับคนหลายล้านคน ไม่ใช่พันล้านคน แล้วทุกอย่างจะเป็นไปได้ด้วยดี

เรายังมีสะพานอีกหลายสะพานให้ข้ามไป แต่มันก็ดูสดใสดี

 

ใครอยากมีส่วนร่วมกับการระดมทุนครั้งนี้ (ซึ่งเราก็ร่วมไปเรียบร้อย ไม่พลาดๆ) เชิญเข้าไปที่ลิ้งนี้

 

คลิก! เพื่อระดมทุน FERRANIA

 

แปลโดย SUN

facebook.com/artytsun

Instagram @artytL

ผู้สนับสนุนหลัก Husband & Wife Film Photography and Bookstore

www.husbandandwifeshop.com

 

 

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s