วิธีการเลือกซื้อกล้องฟิล์มให้ไม่เสียความรู้สึก

พอดี๊พอดี มีสองเรื่องที่เข้ามาในวันเดียวกันจนต้องหาเวลาอันน้อยนิดเจียดมาเขียนบล็อกอย่างรวดเร็วถึงหัวข้อในวันนี้ เรื่องแรกคือมีน้องมาถามถึงวิธีการเลือกกล้อง ซึ่งจริงๆมีถามมาบ่อยๆ แต่ก็ตอบไปแบบกว้างๆเพราะแต่ละรุ่นเองก็มีประเด็นของมันยิบย่อย ก็เคยนั่งคิดอยู่ตลอดว่า อยากย่อยเนื้อหาให้มือใหม่สามารถตรวจสอบกล้องแบบง่ายๆในแต่ละแบบได้เนอะ

อีกประเด็นที่เรียกว่าร้อนแรงมากคือ เพจขายกล้องฟิล์มชื่อดัง เกิดมีลูกค้ามาโพสถึงปัญหากล้องที่ซื้อไปว่าไม่ตรงตามที่โฆษณา แถมด้วยการย้อมแมวเมี๊ยวๆซะด้วย อันนี้เค้าก็ต้องเคลียร์กันไป แต่รู้สึกว่าโจทก์จะมีเยอะหน่อย

ทีนี้.. ด้วยประเด็นหลังนี่แหล่ะ ที่เรารู้สึกว่า ไม่ได้การล่ะ.. ถ้าปล่อยไว้แบบนี้จะทำให้มือใหม่ที่เพิ่งเข้ามาเล่นกล้องฟิล์มอาจจะเข็ดขยาดเอาได้ ก็เลยคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่าง ซึ่งไอ้สักอย่างนั้นก็คงเป็นการเขียนบล็อกในแบบของเรานี่ล่ะ

มาเริ่มกันเลย.. ต้องบอกก่อนว่า มีน้องๆชอบให้เราแนะนำว่าร้านไหนดีไม่ดี คือเราเองไม่เคยซื้อกับตามร้านในเมืองไทยเลย ก็เลยไม่สามารถแนะนำได้จริงๆ ซึ่งน้องๆส่วนใหญ่ก็จะซื้อกันตามเวบ ตามเพจนี่แหล่ะ ทางที่ดีที่สุดคือการได้สัมผัสตัวจริงถ้าเป็นไปได้ แต่ถ้าไม่ได้ ด้วยเหตุผลต่างๆ เช่นบ้านไกลอะไรก็ว่าไป (เราเองก็ขายกล้องอยู่บ้าง นานๆที ต้องยอมรับว่าเราไม่มีเวลาไปนัดเจอตามสถานที่ต่างๆเหมือนกัน บ้านก็ไกลด้วย) ก็ต้องใช้วิจารณญาณกัน เราก็จะแนะนำวิธีการเลือกต่อไปนี้นะ

 

ข้อที่ 1 ดูสภาพบอดี้รวมๆ

 

Olympus Pen D , Pen EE , Pen F กล้องคลาสสิคปี 1962 - 1963

การดูสภาพบอดี้รวมๆที่ไม่ยาก เหมือนเราเห็นสาว เห็นหนุ่มหน้าตาดี บางเจ้าอาจจะถ่ายรูปซะสวยงาม เราอาจจะหลงรูปได้ ก็เหมือนการดูรูป Profile ตาม Facebook บางคนรู้มุมหรือใช้แอพฟรุ้งฟริ้ง มันก็ไม่น่าเชื่อถือ การดูกล้องก็แบบนั้นแหล่ะ ภาพนั้นเกิดการแต่งแสงมากเกินไปจนบิดเบือนสภาพหรือเปล่า? หลักการเลือกกล้องของเราคือ ภาพนั้นต้องถ่ายจากแสงธรรมชาติ แสงแดด ไม่ใช่แสงไฟสตูฯ และต้องสว่างจนมองเห็นริ้วรอยตามกล้องกันบ้าง บางเจ้าก็มืดเกิ๊น เหมือนบ้านไฟโดนตัด (ต้องยอมรับว่ากล้องฟิล์มส่วนใหญ่ อายุไม่ใช่น้อยๆ ต้องมีรอยกันบ้าง ) เวลาเราเลือกกล้องเองนี่นะ บางทีสภาพเป็นรอยๆชัดนี่เรากลับเลือก เพราะมันคือสภาพจริง

ควรขอดูภาพให้ครบทุกมุม หน้า หลัง ซ้าย ขวา บน ล่าง ในช่องใส่ฟิล์ม ถ้าบางเจ้าดีหน่อยจะถ่ายจุดที่เป็นตำหนิและบอกกันไปเลย ทั้งนี้ทั้งนั้น เราก็ต้องอ่านจากคำบรรยายประกอบด้วย เช่น ทางร้านบอกว่ามีรอยหรือไม่ ถ้าบอกว่าไม่มีเลย แล้วถ่ายแสงไฟซะดีงามเลยนี่ ต้องระวังแล้วล่ะ

 

ข้อที่ 2 ดูระบบการทำงาน

อันนี้เสมือนการจีบใครแล้วคงต้องลองดูนิสัยใจคอ ว่ามันจะดีอย่างที่เห็นหรือเปล่า บางคนบอกว่าเป็นคนโรแมนติก ใจเย็น พอคบจริงๆนี่แทบจะหยิบหัวเราไปโขกกำแพงก็เป็นได้  เพราะฉะนั้น เริ่มจากดูว่าคนขายแจ้งว่าระบบทำงานเป็นยังไง ทำงานได้ 100% มั๊ย หรือมีอะไรเสียบ้าง และการเสียนั้นมีผลต่อการใช้งานของกล้องแค่ไหน ประเด็นนี้ขอแตกย่อยๆดังนี้นะ

2.1 การเช็คการโฟกัส แบ่งออกเป็น

กล้องแบบกะระยะ

Screen Shot 2557-10-24 at 16.59.44

 

พวกนี้ส่วนใหญ่การโฟกัสมันไม่มีอะไรให้เช็ค นอกจากว่าการหมุนวงโฟกัสหมุนได้อยู่แค่นั้นเลย แต่เราไม่สามารถเช็คได้ว่าโฟกัสถูกต้องหรือเปล่า ต้องลองถ่ายจริงๆดู

กล้องแบบ Rangfinder

ซ้าย : ยังไม่โฟกัส ขวา : โฟกัสเข้าแล้ว
ซ้าย : ยังไม่โฟกัส ขวา : โฟกัสเข้าแล้ว

กล้องแบบนี้จะมีตัวหาระยะให้เรา ก็คือตัวภาพซ้อนนั่นแหล่ะ ต้องดูว่าตัวภาพซ้อนนั้นมันจางเกินไปหรือเปล่า หรือใช้งานได้อยู่หรือเปล่า บางตัวมันหายไปเลย หรือจางมากจนโฟกัสยากเป็นต้น

กล้องแบบ SLR

Screen Shot 2557-10-24 at 17.00.13

พวกนี้ง่ายสุด มองในช่องมองภาพแล้วเห็นเลยว่าโฟกัสชัดไม่ชัดยังไง ไม่ยาก

 

2.2 การเช็คตัววัดแสง รูรับแสง และความเร็วชัตเตอร์

กล้องแบบ Manual 100%

 

DSCF8083

 

 

กล้องพวกนี้มีทุกแบบนะ ทั้งแบบกะระยะ , แบบ Rangefinder และแบบ SLR การเช็คกล้องพวกนี้ง่ายสุด คือเช็ครูรับแสงและความเร็วชัตเตอร์ก่อน โดยการหมุนรูรับแสงไปในขนาดต่างๆ เช่น F2 , F4 , F5.6 หมุนแล้วดูว่ารูรับแสงเปลี่ยนไปตามนั้นหรือเปล่า บางกล้องหมุนแล้วต้องกดชัตเตอร์ดูว่ารูรับแสงเปลี่ยนไปตามหรือเปล่า บางกล้องเช่นพวก SLR จะเห็นได้เลยจากการหมุนว่ามันเปลี่ยนตาม จำง่ายๆคือ “เลขน้อยรูกว้าง เลขมากรูเล็ก”

ส่วนความเร็วชัตเตอร์ ก็ปรับดูว่าเสียงชัตเตอร์มันเปลี่ยนตามมั๊ย เช่น 1/8 , 1/15 , 1/500 อะไรพวกนี้ เสียงต่างกันมั๊ย “เลขน้อยยิ่งช้า เลขมากยิ่งเร็ว” จำง่ายๆ

สุดท้าย ก็ต้องดูด้วยว่า ถ้ากล้องมีตัววัดแสง แล้วตัววัดแสงทำงานหรือเปล่า? กล้องพวกนี้อาจจะดีที่ถึงวัดแสงเสียก็ยังทำงานได้ แต่เราก็ไม่อยากให้อะไรมันเสียอยู่ดีใช่มั๊ย?

กล้องแบบกึ่งออโต้ และออโต้

 

ด้านหลัง Olympus 35 EC2 กล้องโฟกัสแบบกะระยะ ก่อนจะถูกปรับปรุงเป็นกล้องเป็น Rangefinder ในรุ่น Olympus 35 ECR

อันนี้แยกย่อยเยอะหน่อย สำคัญที่ระบบไฟ กล้องพวกนี้ถ้าระบบไฟไม่ทำงานก็จบเห่เลย เราแบ่งแบบนี้นะ

  • แบบ Aperture Priority คือเราปรับรูรับแสงเอง แล้วกล้องจะปรับความเร็วชัตเตอร์ให้เอง วิธีเช็คก็คือปรับรูรับแสงดู แล้วกดถ่าย ดูว่าแต่ละรูรับแสงที่เราปรับไป ความเร็วชัตเตอร์มันมีเสียงต่างกันมั๊ย ถ้ามันเหมือนกันหมดนี่เจ๊งแน่  เช่น เราปรับ F2 ความเร็วชัตเตอร์ก็ควรจะเร็วกว่าเราปรับ F11 เป็นต้น
  • แบบ Shutter Priority คือเราปรับความเร็วชัตเตอร์เอง แล้วกล้องจะปรับรูรับแสงให้ วิธีเช็คก็คือปรับความเร็วชัตเตอร์ดู แล้วกดถ่าย ดูที่เลนส์นะ ว่ารูรับแสงมันต่างกันมั๊ยในแต่ละความเร็วชัตเตอร์ที่เราปรับไป เช่น ถ้าเราปรับความเร็วชัตเตอร์ 1/8 รูรับแสงย่อมเล็กกว่าเวลาที่เราปรับความเร็วชัตเตอร์ที่ 1/500 เป็นต้น
  • แบบ AE Program พวกนี้คือกล้องที่เราไม่ต้องปรับอะไรเลย โฟกัสแล้วถ่ายได้เลย อันนี้มีหลายรุ่นที่มือใหม่ฮิตๆ วิธีเช็คง่ายมาก หันกล้องไปที่สว่างๆมากๆ แล้วกดถ่ายดู ฟังเสียงชัตเตอร์ว่ามันเสียงสั้นๆหรือเปล่า แล้วหันกล้องไปที่มืดๆกว่าชัดๆ แล้วกดถ่ายดู ฟังเสียงชัตเตอร์ว่าเสียงมันยาวช้าๆกว่าหรือเปล่า ถ้ามันเปลี่ยนตามล่ะก็ แสดงว่าระบบทำงาน

** อีกจุดที่อยากให้เช็คเพิ่มเติมแบบละเอียดได้เอง ใครที่ใช้ iPhone , iPad ให้ลองโหลดแอพที่ชื่อว่า My Lightmeter มาดู แล้วลองตั้งสถานการณ์เดียวกับกล้องเรา เช่น ค่า ISO , รูรับแสง , ความเร็วชัตเตอร์ แล้วแต่กล้องนั้นๆ แล้ววัดแสงในจุดที่เราถ่ายเหมือนๆกัน ดูว่าค่าต่างๆที่แอพนี้วัดได้ เหมือนหรือใกล้เคียงกับกล้องมั๊ย? ถ้ามันต่างมากๆ ต้องสงสัยว่ากล้องมีปัญหาเรื่องระบบวัดแสงหรือเปล่า? จะแน่ใจได้ก็ต้องลองถ่ายฟิล์มจริง ลองล้างออกมาดูกันอีกที **

2.3 เลนส์ และช่องมองภาพ

เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมากทีเดียว โดยเฉพาะเรื่องเลนส์ เราถือว่าสำคัญที่สุดนะ ถ้าเปรียบกับการมีแฟน จุดนี้คือความเข้าใจ นิสัยจริงๆของคนๆนั้นเลยก็ว่าได้ คือถ้าเลนส์มีปัญหา ก็โยนกล้องทิ้งได้เลยล่ะ ส่วนช่องมองภาพ ส่วนใหญ่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ถ้ามันขุ่น ก็สามารถส่งช่างล้างได้ไม่ยาก แต่ตอนที่ซื้อมาต้องดูว่าคนขายแจ้งว่ายังไงบ้าง? เช่น บอกว่าใสกิ๊ง แต่มาจริงๆนึกว่าอยู่ดอยช่วงหน้าหนาว แบบนี้ก็ไม่ดีแน่

 

เลนส์

วิธีการดูเลนส์นั้น เริ่มต้นเราก็อ่านดูก่อนว่าคนขายเค้าบอกว่าเลนส์สภาพยังไง? ถ้าบอกว่ามีฝุ่น มีราบ้าง ก็ต้องดูว่าบ้างแค่ไหน แต่ถ้ามีฝ้าล่ะก็.. ขอให้หลีกเลี่ยง เพราะฝ้านั้น ประมาณ 99% จะล้างไม่ออก และมีผลต่อภาพทั้งนั้น แต่ถ้าคนขายบอกว่า ใสกิ๊ง… เราก็ต้องขอดูภาพที่เห็นเลนส์กันชัดๆหน่อย ถ้ารูปเห็นว่าบริเวณเลนส์ใสดี ไม่มีรอย ไม่มีฝุ่นที่เห็นได้ชัด ก็สบายใจไประดับนึง

แต่การเช็คเลนส์ที่ดีนั้น แค่รูปอาจจะยังไม่ดีพอ เมื่อกล้องมาถึงมือเรา หรือเราสามารถไปดูกล้องได้ถึงที่ ก็ต้องสอดส่องดูให้ชัดๆถึงข้างใน ว่าสภาพเลนส์ใสจริงมั๊ย ไอ้กล้องเล็กๆทั้งหลายอาจจะส่องยากหน่อย แต่ให้ส่องกับแดดจะเห็นชัดที่สุด และถ้ากล้องประเภทที่มี Shutter “B” จะดีมากๆ

วิธีการส่องเลนส์ เราแบ่งเป็นกล้องประเภทนี้นะ

กล้อง SLR พวกนี้ไม่มีปัญหา เลนส์ถอดได้ เราก็ถอดเอาเลนส์ออกมา หมุนรูรับแสงไปให้กว้างสุด (ก็คือเลขน้อยสุดนั่นแหล่ะ) ส่องกับแดดดูทั้งจากหน้าไปหลัง จากหลังไปหน้า ถ้ามีฝุ่นบ้างนี่ไม่ซีเรียส ว่ากันไปตามความพอใจ เพราะไม่มีผล แต่ถ้าเป็นรา ถ้ามันไม่เยอะ ก็ยังไม่มีผลต่อภาพ เราสามารถส่งล้างได้ ก็ว่ากันไปตามราคา แต่…ถ้าเป็นฝ้าเหมือนไอน้ำงี้ล่ะก็.. ตายๆ อย่าเอามาเด็ดขาด เพราะมันมีผลต่อภาพ และไม่สามารถล้างออกได้ ส่วนใหญ่คือล้างไม่ออก

IMG_0674

 

กล้องที่มีเลนส์ติดกล้อง กล้องพวกนี้จะดูยากนิดนึง เพราะเลนส์มีขนาดเล็ก เราลองส่องๆกับแดดหลายๆมุมดูว่าเห็นอะไรผิดปกติมั๊ย และจะดีมากถ้ากล้องมี Shutter B เราก็ทำงานเปิดฝาหลังกล้อง หมุนไปที่ Shutter B ปรับรูรับแสงให้กว้างที่สุด จากนั้นพอกดชัตเตอร์ค้างไว้ เราจะสามารถส่องไปที่แดด มองจากด้านหลังไปหน้าเห็นเลนส์ทะลุปรุโปร่งว่ามีอะไรแปลกประหลาดหรือเปล่า

IMG_0672

ช่องมองภาพ

ช่องมองภาพของ VF101
ช่องมองภาพของ VF101

ช่องมองภาพส่วนใหญ่ที่มีปัญหาจะเป็นเรื่องความขุ่น ความสกปรก ซึ่งไม่มีผลต่อภาพที่ได้ เราก็ต้องสอบถามดูก่อนว่าสภาพช่องมองภาพเป็นยังไง ถ้ามันไม่ขุ่นมืดมัวขนาดป้าน้อยเผาขยะข้างถนน แล้วพอจะรับได้ก็โอเค ถ้าติดใจมากก็ส่งช่างล้างได้ ไม่ยาก

อีกเรื่องที่ต้องตรวจดูคือ บางรุ่น กล้องจะบอกข้อมูลต่างๆในช่องนั้น เช่นค่าวัดแสงต่างๆ หรือมีไฟเตือนโน่นนั่นนี่ ก็ต้องเช็คสเปคด้วยว่า ค่าพวกนี้ กล้องยังแสดงได้ดีหรือเปล่า แต่ถ้าคนขายบอกว่ามันไม่ทำงานแล้ว อันนี้ก็แล้วแต่เราว่าจะรับได้มั๊ย เมื่อเทียบกับราคา เพราะพวกนี้ไม่มีผลต่อการทำงานเป็นส่วนใหญ่

 

สรุปส่งท้าย

เอาล่ะ.. อันนี้เป็นการดูแบบคร่าวๆนะ ถ้าเจาะลึกกว่านี้ มือใหม่อาจจะลำบาก เอาเป็นว่าถ้าเช็คตามนี้แล้ว ลองถ่ายกับฟิล์มดู ล้างออกมาว่าผลเป็นยังไง ก็จะเห็นสภาพกล้องที่แท้จริงด้วย ส่วนเรื่องย้อมแมวไม่ย้อมแมว ต้องอาศัยประสบการณ์อีกขั้นแล้วล่ะ

แนะนำว่ามือใหม่ อยากให้หาข้อมูลดีๆก่อนจะตัดสินใจซื้อ ข้อดีข้อเสียของกล้องรุ่นนั้น ใช้ถ่านอะไร ทำงานยังไง เราเห็นน้องๆหลายคนใจร้อนอยากได้ ซื้อดะเลย กล้องฟิล์มนั้นมันเป็นของเก่ามาก ผ่านมาไม่รู้กี่มือ บางตัวอย่าเรียกว่ามือสองเลย เรียกว่ามือสาธารณะเลยดีกว่าก็มี เพราะฉะนั้น อยากให้หาข้อมูลของรุ่นนั้นๆให้ดีๆ จะได้รู้ว่าควรจะตรวจเช็คอะไรบ้าง

สุดท้าย กล้องฟิล์มมันเป็นกล้องเก่า ต้องทำใจระดับนึงว่าอาจจะมีตำหนิ ซึ่งจุดความพอใจต้องดูที่ราคาว่าเรารับได้กับราคานี้หรือเปล่า? และกล้องเองก็ควรจะรับใช้เราได้ถูกต้องแม่นยำในระดับนึงด้วย ก็ขอให้น้องๆได้เจอเนื้อคู่ของตัวเองในเร็ววัน และเจอเนื้อคู่ที่ถูกใจด้วย

ป.ล. สำหรับใครที่อยากให้ช่วยดูอะไรยังไง ถ้าเรามีเวลา หรือพอจะช่วยตอบอะไรได้บ้าง ก็มาคุยกันได้  ไม่ต้องซื้อกับเราหรอก เพราะจริงๆเราไม่ได้ขายกล้องเป็นหลักอยู่แล้ว

 

บทความ โดย SUN

facebook.com/artytsun

Instagram @artytL

ผู้สนับสนุนหลัก Husband & Wife Film Photography and Bookstore

www.husbandandwifeshop.com

 

 

Advertisements

One Comment Add yours

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s