วิธีล้างฟิล์มสีด้วยตัวเอง แบบบ้านๆมาก..ถึงมากที่สุด

เป็นเรื่องที่อยากเขียนมานานนะ มีสองเหตุผลหลักๆคือ หนึ่ง.. มีคนถามมาเยอะ ซึ่งจะอธิบายทีก็จะยาว เลยต้องอาศัยการเขียนเหมือนหลายๆเรื่องที่เราเขียนในบล็อกนี่แหล่ะ สอง.. เรื่องนี้ถือเป็นจุดกำเนิดจริงๆจังๆของการเล่นกล้องฟิล์มของเราเลยนะ

ย้อนกลับไปช่วงที่เราเล่นกล้องฟิล์มจริงๆจังๆช่วงแรกๆ เวลาเราถ่ายเสร็จ เราก็ส่งล้างฟิล์มตามร้านแถวบ้าน ส่วนสแกนก็สแกนเอาเองมาตลอด แต่ใจน่ะ อยากล้างเองมาก คิดเอาไว้ในใจตลอด ส่วนตัวเราชอบถ่ายฟิล์มสีมากกว่าฟิล์มขาวดำ ซึ่งไอ้การล้างฟิล์มสีเองนี่ถามใคร ใครก็มักจะบอกว่า “ยาก!” หรือแม้แต่บอกว่า “อันตราย” ยังมีเลย เฮ้ย..ล้างฟิล์มหรือข้ามถนน 8 เลนวะนั่น แถมลองหาข้อมูลก็หาเจอแบบงงๆ เข้าใจยากชิบเป๋งเลย

เราเองก็ถอดใจไปจนลืมล่ะ แต่ก็จำเอาไว้ตลอดว่าอยากล้างฟิล์มสีเอง จนวันนึงเริ่มเขียนบทความเกี่ยวกับฟิล์มนะ แต่ตอนนั้นไม่ได้เขียนในบล็อกหรอก เขียนใน Pantip ด้วยความอะไรก็ไม่รู้ล่ะ ดันไปโดนใจพี่สักคนที่เล่นกล้องดิจิตอลในนั้นเข้า

จุดขัดใจนั้น เราเขียนและมีเนื้อหาบางจุด ให้เข้าใจได้ว่า การถ่ายด้วยฟิล์ม เราต้องควบคุมทุกอย่างเองในการถ่าย มันท้าทายความสามารถ ทำให้ได้ภาพที่สวยอย่างที่เราต้องการ ซึ่งเราโดนตอกกลับมาว่า “ถ้าไม่ได้ล้างฟิล์มเอง สแกนเอง จะเรียกว่า ถ่ายฟิล์มแล้วภาพที่ออกมาควบคุมด้วยตัวเองหมดได้ไง”  

นั่นล่ะ! โอ้โห! ต่อมพลังคอสโมผุดขึ้นฝุดๆเลย จากที่เคยลืมๆไปแล้วว่าเออ..จะล้างฟิล์มเองอะไรนี่ ทีนี้แม่ง Google ข้ามวันข้ามคืนหน้ามืดตามัว จนได้เบาะแสเดียวที่เราได้จากพี่ๆใน Thaidphoto

ในความจริงแล้ว การล้างฟิล์มสีไม่ยากอย่างที่คิดเลย เอาจริงๆแล้ว สำหรับส่วนตัวเรา เราว่ามันง่ายกว่าฟิล์มขาวดำซะอีก ทุกวันนี้เวลาจะล้างฟิล์มขาวดำ เราจะอิดออด (อิดออดแปลว่าไม่ค่อยอยากจะทำ แปลเผื่อคนอ่านจะเด็กมาก แม่งไม่เข้าใจภาษาคนแก่) แต่ถ้าล้างฟิล์มสี เราจะล้างได้อย่างรวดเร็วคล่องแคล่ว พลิ้วไหวดั่งสายลม

วันนี้.. การเขียนบทความนี้ เลยขออุทิศเก็บไว้ให้ลูกหลานในวันข้างหน้า จะได้ไม่เจอความลำบากในการค้นคว้า แบบที่เราเคยเจอมาก่อน (ซึ่งเดี๋ยวนี้หาง่ายขึ้นเยอะนะ มีฝรั่งโพสไว้เยอะ ของเราถือว่าเป็นเวอร์ชั่นภาษาไทยละกัน) ไม่ต้องปะติดปะต่อเรื่องกันเอง เราเลยจะเขียนเอาไว้เป็นเบื้องต้นง่ายๆนะ

เริ่มต้นอย่างแรก การล้างฟิล์มสีแบบบ้านๆ ต้องมีอุปกรณ์ดังนี้

1.ชุดน้ำยาล้างฟิล์มสี สูตร C-41 แบบ Home User ซึ่งมีหลายยี่ห้อนะ และจริงๆมีหลายสูตร แต่ยี่ห้อที่ดังและหาง่ายคือ Tetenal และ Rollei 

0028B4B8

2.ถุงมืด ภาษาฝรั่งเรียก Changing Bag ไอ้ถุงนี่สำคัญมาก คือเวลาจะโหลดเอาฟิล์มออกจากกลักเพื่อม้วนเข้าไปในรีล ต้องใช้ความมืดสนิท , ที่ดึงฟิล์มออกมาจากกลัก ภาษาฝรั่งเรียก Film Extractor 

IMG_1212

3. อุปกรณ์แท้งก์ล้างฟิล์ม จะประกอบด้วย แท้งก์ ( Developing Tank ) , รีลม้วนฟิล์ม ( Reel ) ซึ่งก็มีหลากหลายแบบ หลากหลายยี่ห้อเช่นกัน แต่ยี่ห้อที่เราแนะนำเลย คือ Paterson เหตุผลเพราะมันใช้ง่าย

IMG_0911

4.เทอร์โมมิเตอร์ ฝรั่งเรียก Thermometer คนไทยเรียก ปรอท! เออนั่นแหล่ะ เอาที่มันสามารถวัดความร้อนได้ถึง 38°C มีขายทั่วไป หรือถ้าเอาโปรฯๆก็มี ยี่ห้อ ADOX นี่ขอแนะนำ

5.ภาชนะต่างๆ

  • ขวดพลาสติกทึบแสง ขนาด 1 ลิตร สัก 3 ใบ
  • กาละมัง หรือพลาสติกอะไรที่พอจะใส่ไอ้ขวดพลาสติกทั้ง 3 ใบนั่นได้ ไม่ใหญ่เกินหรือพอดีเกิน และควรสูงให้ได้สักครึ่งนึงของขวดเป็นอย่างน้อย
  • ถ้วยตวงต่างๆ เอาที่มันตวงได้สัก 500 ml. เผื่อใช้ตวงโน่นนั่นนี่
  • กรวย

6.ตัวหนีบกระดาษ + เชือก เอาที่มันตัวใหญ่ๆหน่อยนะ อย่างเล็กเกินไปและไม่ต้องใหญ่แบบหนีบจะไปตากผ้า

7.อันนี้สำคัญสุด.. เครื่องทำน้ำอุ่น!

อุปกรณ์อาจจะเยอะสักหน่อยนะ แต่จัดๆเอาไว้ทีเดียว ทีหลังก็ทำได้ยาวๆเลย ไอ้ที่ต้องลงทุนหนักๆครั้งแรกก็คงเป็นอุปกรณ์เฉพาะในข้อ 2-4 (รวมๆน่าจะประมาณ 3-4 พันบาท)

เอาล่ะ.. เราจะมาอธิบายการล้างฟิล์มสีแบบบ้านๆให้ฟังกัน

1. เริ่มต้นที่น้ำยากันก่อน แต่ละยี่ห้อก็จะมีสูตรไม่ได้เหมือนกันเป๊ะๆ แต่ก็ใกล้เคียงกัน วันนี้เอาเป็นตัวอย่างโดยใช้ของ Tetenal สูตร C-41 ซึ่งแบบเล็กสุดจะเป็นรุ่น 1 ลิตร (ปัจจุบันเลิกผลิตขนาด 1 ลิตรแล้ว *แก้ไข 25 เมษายน 2016) ใช้ล้างได้ 16 ม้วน โดยมันจะมีอายุประมาณ 1 เดือน หลังจากการผสมแล้ว  Tetenal เค้าก็มีคู่มือมาให้ ไม่ยากเลย น้ำยามีหลัก 3 ตัว คือ

IMG_0919

  • Colour Developer ทำหน้าที่สร้างภาพให้มันขึ้นบนฟิล์ม
  • Bleach / Fix ทำหน้าที่ ขัดเกลาฟอกฟิล์มโน่นนั่นนี่และทำให้ฟิล์มมันหยุดทำปฏิกิริยา (อธิบายได้มักง่ายมาก)
  • Stabilizer หรือ STAB ทำหน้าที่เคลือบให้ฟิล์มมีอายุยืนยาว

น้ำยาทั้ง 3 ตัวนี้ เราก็เอาใส่ขวดทึบแสงที่เตรียมไว้ เวลาไม่ใช้แล้วก็เก็บให้ห่างแสงแดดและความร้อนนะ หลังจากผสมเพื่อใช้งาน จะอยู่ได้ประมาณเดือนนึง ถึงเดือนครึ่ง ( ฝรั่งโหดๆบางคน ล่อแช่ช่องฟรีซไว้ แล้วบอกว่าอยู่ได้นานกว่านั้นก็มี แต่เราขอไม่เสี่ยงนะ )

2. เราต้องโหลดฟิล์มที่ถ่ายแล้วเข้าไปในแท้งก์ก่อนนะ เริ่มต้นก็ใช้ ที่ดึงฟิล์ม หรือ Film Extractor ดึงออกมา

IMG_1217

3. ตัดปลายฟิล์มให้มันเรียบร้อยนะ จะได้โหลดเข้าไปง่ายๆ

4.เอาแท้งก์ , รีล , ฟิล์มที่จะล้าง , กรรไกร เข้าไปในถุงมืด

5.ขั้นตอนการโหลดนี่ต้องอาศัยการฝึกเล็กน้อย เราถ่ายให้ดูเป็นตัวอย่างในที่สว่างก่อน แต่ของจริงต้องไปทำในถุงมืดนะ อย่าลืม! เดี๋ยวเจ๊งแล้วจะมาโทษไม่ได้

  • เริ่มจากการงมรีลดูนะ มันจะมีแง่งอยู่สองด้าน ด้านนึงจะเล็ก ( รูปแรก) ด้านนึงจะใหญ่กว่า ( รูปสอง )  นั่นแหล่ะ เราจะใส่ไปในแง่งใหญ่ สังเกตดูที่รูป

IMG_1214

IMG_1213

  • เอาฟิล์มเสียบเข้าไปในร่องที่แง่งมันใหญ่ๆกว่านี่แหล่ะ เอาไปให้มันลึกสัก 3-4 นิ้ว
  • เอานิ้วโป้งทั้งสองข้างแตะที่แง่งใหญ่ๆนี่ไว้แล้วขยับรีลไปมาๆ ฟิล์มมันจะเข้าไปเรื่อยๆเอง ( ข้อควรระวังอย่างมาก รีลต้องแห้งสนิท ไม่งั้นสารที่เคลือบฟิล์มจะทำปฏิกิริยากับน้ำแล้วก็เหนียวติดรีล ทำให้โหลดไม่เข้า เจ๊ง! )
  • พอสุดม้วนแล้ว ลองดึงๆดูนะว่าสุดจริงๆ ก็เอากรรไกรตัดที่ขั้วที่ติดกับกลักออกเลย (อย่าลืมเอากรรไกรเข้าไปในถุงมืดนะเฟร้ย โหลดๆเสร็จแล้วไม่มีอะไรตัดในนั้น กลับตัวก็ไม่ได้ จะเดินต่อไปก็ไปไม่ถึงนะเฟร้ย)
  • เสร็จก็เอารีลที่โหลดฟิล์มแล้ว เสียบหลอดแท้งก์ ใส่ลงไปในแท้งก์ แล้วปิดฝาแท้งก์ ล็อคให้ชัวร์ๆว่าปิดสนิทๆแน่ๆ ถึงจะเปิดถุงมืดออกมานะ

*** อย่าลืมขั้นตอนที่ 5 ทั้งหมดนี้ต้องทำในถุงมืดนะเฟร้ย จนกว่าจะปิดแท้งก์สนิทเรียบร้อย ถึงจะออกจากถุงมืดได้ ***

6.พอโหลดฟิล์มเรียบร้อยแล้ว ขั้นต่อไปก็คือ อุ่นแท้งก์ และอุ่นน้ำยา การอุ่นน้ำยาเนี่ย สำคัญเลยคือตัว Colour Developer ต้องมีอุณหภูมิ 38°C ห้ามต่ำห้ามเกินจากนี้ไป (อาจจะสวิงได้ +- ไม่เกิน 2) ก็จะมีผลต่อภาพ ส่วนน้ำยาตัวอื่นๆก็ผิดไปบ้างเล็กๆน้อยๆก็ยังโอเคอยู่ วิธีการอุ่นก็ไม่ยาก

เปิดเครื่องทำน้ำอุ่น เอาให้สุดเลยนะ ร้อนสุด ถ้าบ้านใครไฮโซเป็นเครื่องทำน้ำร้อนก็ไม่ต้องร้อนสุดก็ได้ ร้อนเกิ๊น เอาให้ได้สัก 50°C  ก็พอ เอาน้ำใส่กะละมัง หรือพลาสติกที่เราเตรียมไว้นะ ซึ่งเราก็เอาไอ้ขวดที่ใส่น้ำยาเฉพาะ Colour Developer และ Bleach/Fix ใส่ลงไปด้วยนะ เพื่อจะอุ่นมัน

IMG_0912

การอุ่นน้ำยาต้องลองจับเวลาดูในแต่ละบ้านน่าจะไม่เท่ากัน อย่างเช่น บ้านเราจับเวลาว่าถ้าใส่น้ำอุ่นลงไป ใช้เวลาประมาณ 2:30 นาที น้ำยาของเราจะอุณหภูมิ 38°C พอดี อันนี้ก็บ้านใครบ้านมัน ลองวัดกันดู แต่ขอให้ได้ 38°C เป็นพอ

IMG_0914

ระหว่างที่อุ่นน้ำยานั้น สิ่งที่สำคัญอีกอย่างก็คือการอุ่นแท้งก์ไปด้วย ซึ่งทำได้สองอย่างคือ อุ่นโดยใช้น้ำอุ่นเทลงไปในแท้งก์ที่มีฟิล์มเลย ก็ได้นะ หรือถ้ากะละมังมันกว้างพอ ก็เอาแท้งก์วางลงไปพร้อมกับอุ่นน้ำยานั่นแหล่ะ  (ฝรั่งบางคนว่า อุ่นแบบฟิล์มไม่เปียกจะดีกว่า อันนี้ก็ทดลองกันดู)

7. เมื่อน้ำยา Colour Developer ได้อุณหภูมิ 38°C แล้ว เราก็เริ่มการล้างเลย โดยมาตรฐานเวลาแล้ว จะใช้เวลา 3:15 นาที ซึ่งตรงนี้ต้องศึกษาตารางคู่มือแต่ละน้ำยาด้วย เพราะมันไม่เหมือนกัน รวมถึงใช้ล้างไปแล้วกี่ม้วนก็ต้องปรับเวลาเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ลองดูที่ตารางเวลานี้
tetenal_c41_2

ซึ่งระหว่าง 3:15 นาที นี่ก็คนไปด้วย สูตรการคนนี่ไม่ตายตัว แล้วแต่สูตรใครสูตรมัน สูตรที่จำง่ายๆเช่น คน 15 วินาทีแล้วหยุด 30 วินาที ทำแบบนี้สลับไปจนหมดเวลา เป็นต้น

IMG_0915

เทคนิคอีกอย่างของขั้นตอน Colour Developer คือเราจะเอาแท้งก์ใส่ในกะละมังแล้วคนไปด้วย เพราะจะช่วยรักษาอุณหภูมิในแท้งก์ไม่ให้ตกเร็วเกินไป ซึ่งมีผลต่อภาพ

8. พอน้ำยา Colour Developer เสร็จ ก็เทเก็บไป เอาน้ำยา Bleach/Fix เทต่อไป ใช้เวลามาตรฐานตามตารางข้างบนนั่นล่ะ การคนก็เหมือนกัน

9. เทน้ำยา Bleach/Fix เก็บกลับไป ถึงขั้นตอนนี้ ฟิล์มสามารถโดนแสงได้แล้ว เราก็เปิดฝาแท้งก์ออกมาได้ แล้วล้างแท้งก์ให้ไม่มีน้ำยาค้าง ล้างรีลให้สะอาด จากน้ำก็เป็นขั้นตอน Wash หรือทำความสะอาดฟิล์ม โดยการเปิดน้ำลงในแท้งก์ไปเรื่อยๆ ตามเวลามาตรฐานคือ 3 นาที แต่ปกติเราจะเปิดไว้ 3 นาทีแล้วเอาขึ้นมาฉีดล้างทำความสะอาดอีกครั้ง ยิ่งสะอาดยิ่งดีน่ะ

IMG_0917

10.ขั้นตอนสุดท้ายคือเทน้ำยา Stabilizer เพื่อรักษาฟิล์มให้คงทน ใช้เวลา 1 นาทีเสมอ

11.หมดขั้นตอนนี้แล้วก็คือการตาก หาที่ที่ไม่มีฝุ่น ไม่มีลม ส่วนตัวเราในห้องน้ำมันดีสุดแล้วล่ะ ฝุ่นน้อยและไม่มีลม อย่างห้องน้ำเราตรง Shower มีประตูปิดด้วย เราก็แขวนนี่เลย เวิร์คมาก เราเชือกผูกกับตัวหนีบ และเอานิ้วนี่แหล่ะ รูดน้ำออก (ถ้ามีตังไฮโซก็ซื้อฟองน้ำหรือที่รูดฟิล์มสำหรับการล้างฟิล์มโดยเฉพาะก็ได้นะ) อย่าให้มันเปียกๆชุ่มๆตากไปทั้งอย่างนั้น มันอาจจะทิ้งคราบไว้ได้

IMG_0922

12. ตากฟิล์มถ้าอากาศแห้งๆก็ 3-4 ชม.กำลังดีเลย เอาให้แห้งสนิทก็เป็นอันใช้ได้ อย่ารีบร้อนเอามาเร็ว ฝุ่นจะเกาะ ฟิล์มสกปรกได้

13. อันนี้เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่หลายๆคนมองข้าม คือการทำความสะอาดเครื่องมือ โดยเฉพาะ Reel ม้วนฟิล์ม ควรแปรงด้วยน้ำสบู่ ปกติเราจะเอาแปรงสีฟันที่ไม่ใช้แล้วจะขัด เพราะว่าน้ำยา Stabilizer หรือพวกน้ำยา Hyper Clean ของการล้างฟิล์มขาวดำอะไรแบบนั้น จะทำให้ Reel มันเหนียว และมีผลต่อการใส่ฟิล์มครั้งต่อๆไป ถ้ามันเหนียวมากก็เจ๊งไปเลย  หรือพวกแท้งก์ล้างฟิล์มเองก็ควรล้างให้ดี เพราะมันเป็นสารเคมีทั้งนั้น

จบ!! เก่งมาก เขียนซะยาวเลย ทั้งหมดนี่เป็นขั้นตอนการล้างฟิล์มสีแบบบ้านๆ ง่ายที่สุดเท่าที่จะง่ายได้ คิดว่าคงจะเป็นประโยชน์กับคนที่อยากจะเริ่มต้นพัฒนาขึ้นมาอีกขั้น ถามว่าข้อดีของการล้างฟิล์มเองคืออะไร? ก็อยากล้างเมื่อไหร่ก็ล้างได้เลย ควบคุมคุณภาพได้ เราถ่ายเองเราย่อมรู้ว่าอยากให้มันเป็นแบบไหน และที่สำคัญคือ มันเป็นความสุขเล็กๆของคนทำงานศิลปะนะ ทุกอย่างทำด้วยมือเราเองทั้งหมด แต่ถ้าจะบอกว่าประหยัดกว่ามั๊ย? ก็ไม่นะ แต่มีความสุข

ใครที่ต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมก็ถามเรามาได้นะ ติดต่อได้ตามช่องทางที่สะดวก

facebook.com/artytsun

Instagram @artytL

ผู้สนับสนุนหลัก Husband & Wife Film Photography and Bookstore

www.husbandandwifeshop.com

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s