รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ Olympus XA กล้องเล็กในตำนาน มันเกิดมาเพื่อแนวสตรีท

ช่วงนี้มีเราออกจะบ้าถ่ายสตรีทเยอะสักหน่อย ด้วยความชอบส่วนตัว ก็เลยไม่ค่อยได้ถ่ายสวยๆงามๆตามจารีตประเพณีวัยรุ่นทั่วไป เช่น ถ่ายฟ้ากว้าง ยืนตัวเล็กๆตรงๆ ดอกไม้ฟรุ้งฟริ้ง (เริ่มใช้ไม่ได้แล้วนะคำนี้) ถ่ายดอกหญ้าย้อนแสง ฯลฯ เราได้แต่ไปยืนจ่อถ่ายแต่ป้าๆลุงๆหน้าตางงงวยว่ามึงมาถ่ายกูทำไม ซึ่งคนดูก็อาจจะงงๆเช่นกันว่า มึงถ่ายอะไรมาเนี่ยยย ต้องขออภัย จะพยายามเก็บภาพกรุ๊งกริ๊งมาฝากให้เยอะขึ้นสักหน่อย เดี๋ยวคนจะเลิกคบ

ที่เริ่มพูดเรื่องสตรีทนี่ส่วนนึงก็เพราะว่าจะเข้าเรื่องกล้องที่จะรีวิวในวันนี้ล่ะ เป็นกล้องที่ช่างเหมาะเจาะกับคนชอบถ่ายสตรีท เพราะเล็ก คนโดนถ่ายไม่ค่อยจะรู้ตัวหรือสนใจ แถมถ่ายได้รวดเร็ว คุณภาพเยี่ยม ใครอ่านรีวิวกล้องของเรามานานจะรู้ว่าแทบทั้งหมดเราจะรีวิวกล้องประเภท Rangefinder ด้วยความชอบส่วนตัว ยังไม่เคยได้รีวิวกล้องแบบอื่นๆอย่าง SLR ที่คนใช้กันเยอะแยะสักที (อยู่ในลิสแล้ว รอเดี๋ยวๆ ลิสมาปีกว่าแล้ว)

กล้อง Rangefinder ที่จะรีวิววันนี้เป็นตัวที่อยากจะเขียนตั้งแต่เริ่มเล่นแรกๆแล้วด้วยซ้ำ เพราะค่อนข้างเป็นกล้องที่มีความสำคัญกับวงการกล้องฟิล์ม แถมบ่อยมากที่จะมีคนมาถามให้แนะนำเจ้าตัวนี้หน่อย ถ้าใครเคยอ่านรีวิว กล้อง Olympus Pen F เราเคยพูดถึงคนนี้ Mr.Yoshihisa Maitini ชายที่มีความสำคัญต่อกล้องฟิล์มเป็นอย่างยิ่ง ด้วยความอัจฉริยะทางการออกแบบ ลุงแกเคยออกแบบแต่กล้องระดับตำนานทั้งนั้น ไม่ว่าจะ Olympue Pen ทั้งหลายแหล่ , Olympus OM-1 กล้อง SLR ที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ และมีความเจ๋งที่ไม่เหมือนใคร และเจ้าตัวที่จะพูดถึงวันนี้ ก็เป็นอีกตัวที่เป็นผลงานช่วงท้ายๆของลุงแก นั่นคือ Olympus XA

DSC_0209
กล้องที่เราขายไปเมื่อนานชาติแล้วล่ะ (ใครเอารูปไปแอบอ้างขายของ ป๊าตายยย 555)

 

กล้อง Olympus XA ถูกสร้างมาในยุคที่กล้องฟิล์มเกิดการแข่งขันเรื่องเทคโนโลยีเพื่อให้กล้องมันเล็กลงๆ พกสะดวก (แถมกล้อง Half Frame ตอนนั้นก็เกิดไม่ฮิตอีกต่อไป คนรู้สึกว่าการถ่ายได้ 72 รูปนี้มันยาวนานมาก ฟิล์มสีก็มีราคาถูกลง) กล้อง Full Frame ที่เล็กและคุณภาพดี เป็นที่ต้องการของตลาด ซึ่งเจ้าตลาดในเวลานั้นคือเยอรมัน ไม่ว่าจะเป็นเจ้า Rollei 35 หรือเจ้า Minox ที่ถือว่าเป็นกล้อง Full Frame ที่ตัวเล็กที่สุดในโลกและเบามากๆ

Maitani ไม่รอช้าที่จะคิดค้นให้กล้องของ Olympus เหนือกว่า เค้าสร้างเจ้า Olympus XA ให้เป็นกล้องขนาดเล็กแถมยังเป็น Rangefinder ค้นหาระยะได้แม่นยำ ในขณะที่กล้องตัวอื่นๆเป็นแบบกะระยะเบบี้ๆทั่วไป แต่กล้อง  Olympus XA มันครบเครื่อง ทั้งฟังก์ชั่นและคุณภาพ ถึงที่สุดมันจะตัวไม่เล็กเท่า Minox ก็ตาม แต่ก็ใกล้เคียง

ว่ากันว่า Maitani แกนั่งปั้นแบบจากดินอยู่ที่บ้านประหนึ่งปั้นซูชิจนดึกจนดื่น กว่าจะเป็นแบบที่แกพอใจ ด้วยรูปทรงที่หนาแค่ 4 cm. ในสมัยนั้นมันก็ยากที่จะใส่เลนส์แบบ Tessar ระยะ 35mm. ลงไปได้ แต่จนแล้วจนรอด แกก็หาวิธีดีไซน์เลนส์จนใส่เข้าไปได้

Olympus เข็น XA ออกมาในปี 1978 ด้วยดีไซน์ล้ำสำหรับยุคนั้น จนมีชื่อเล่นว่า Capsule Camera เพราะมันหน้าตาเหมือนแคปซูล เจ้านี่มีดีตั้งแต่เลนส์ ที่ใช้เลนส์  F.Zuiko 35mm F2.8 (จนกล้องพกพารุ่นต่อๆมาของ Olympus ก็ยึดเจ้านี่แหล่ะที่แบบ) ถือเป็นเลนส์เทพๆ 6 ชิ้น ไม่ธรรมดาๆ

maitani_xa

กล้องใช้ระบบ Aperture Priority ก็คือเราปรับรูปรับแสงเอง กล้องจะคำนวณความเร็วชัตเตอร์ให้ สะดวก รวดเร็ว ดูจากฟังก์ชั่นแล้ว เลยไม่แปลกใจว่ามันเหมาะกับการถ่ายแบบสตรีทสุดๆเลย (จริงๆก็ถ่ายได้ทุกอย่างแหล่ะ ฟังก์ชั่นขนาดนี้)

ลองมาดูสเปคกันสักนิด

  • เลนส์ F.Zuiko 35mm F2.8 ชิ้นเลนส์ 6 ชิ้น
  • ระบบ Aperture Priority รูรับแสง F2.8 – F22  และความเร็วชัตเตอร์ 10 วินาที – 1/500 วินาที
  • Close Focus 0.85 cm. ( ไม่เลวเลย ส่วนใหญ่จะ 1 m. )
  • มีชดเชยแสง 1.5 stop เรียกว่า +1.5 Backlight
  • ตั้งเวลาถ่ายได้
  • ต่อแฟลชได้ (แฟลชเฉพาะรุ่น) แถมมาให้กับกล้อง เป็นรุ่น A11
  • ใช้ถ่าน SR44 หรือ LR44 สองก้อน
  • น้ำหนักแค่ 225 กรัม

ที่ผ่านมา เราได้มาขายไปเจ้า Olympus XA ไปแล้วนับสิบตัว (เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยขายกล้องแล้วล่ะ ขายแต่ฟิล์ม) แต่เชื่อมั๊ย..ว่าตัวเองไม่เคยมีเลย จนกระทั่งได้ซากเจ้า XA มาตัวนึง เลยส่งช่างซ่อมเอาไว้นานนับปี จนในที่สุด..มันก็มาอยู่ในมือ (แม้ว่าสภาพจะสะบักสะบอม แต่ก็ใช้งานได้ดี) ปกติแล้ว ในชุดของ XA จะมีแฟลชคู่กันมาด้วย โดยจะเป็นแฟลชรุ่น A11 สามารถใส่-ถอดได้ตามอัธยาศัย แต่ด้วยความที่เราได้มาแบบพิการๆ จึงไม่มีแฟลชมาให้เรา แต่ปกติก็ไม่ค่อยได้ใช้เท่าไหร่

 

มาเรียงลำดับญาติพี่น้องกันสักหน่อย

เป็นคำถามที่หลายๆคนชอบมาถามบ่อยๆเวลามาปรึกษา ก็คือ XA แต่ละรุ่นมันต่างกันยังไงบ้าง? เราเลยขอทำตารางให้ดูกันง่ายนะ

Screen Shot 2558-04-04 at 13.34.15

** สีแดง คือ จุดที่ดีกว่ารุ่นอื่น // สีเขียว คือ จุดดีคนละอย่างกับรุ่นอื่น

XA ตั้งแต่รุ่น XA 2 - 4 จะมี สี่สีให้เลือก
XA ตั้งแต่รุ่น XA 2 – 4 จะมี สี่สีให้เลือก

จะเห็นว่า XA นี่เป็นรุ่นที่โดดเด่นกว่าเพื่อน ด้วยสเปคที่อัดแน่นมาก  ส่วนรุ่นที่น่าสนใจอีกรุ่นก็คือ XA 4 ซึ่งหายาก และราคาแพงสุดในบรรดา XA ทั้งหมด ( และมีสีให้เลือก 4 สีด้วยนะ ) เพราะมันเป็นเลนส์ Macro สังเกตว่ามันถ่ายได้ใกล้ 30 ซม.เอง สมัยนั้นถือว่าเป็นเรื่องสุดยอดนะ กล้องเล็กที่ถ่ายได้ใกล้ขนาดนี้ สมัยนี้เป็นเรื่องธรรมดามากๆ แต่รวมๆแล้ว ยังไงก็ตาม การที่ XA เป็น Rangefinder ก็เรียกว่าโดดกว่าเพื่อนแล้วล่ะ

สำรวจสภาพรวมๆของกล้องกันก่อน

เราถ่ายเล่นเจ้า XA มาตั้งแต่สักเดือนธันวาปีที่แล้ว แต่ก็ไม่ได้เขียนรีวิวมันสักที จนเอาไปถ่ายทริปญี่ปุ่นที่ได้เขียนเล่าให้ฟังไปใน “15 วัน ทริปถ่ายรูปโตเกียวอันแสนน่าเบื่อ” ก็เอาเจ้านี่ไปถ่ายฟิล์มขาวดำเป็นสิบม้วนเลย ได้ผลที่น่าพอใจมาก ถึงเวลาสักทีที่จะเขียนนะ

 

FullSizeRender
กล้องเราเอง ตอนพกไปเทสที่ญี่ปุ่น

เอาจากสภาพบอดี้มันก่อนเลย เจ้า Olympus XA นี่ส่วนตัวเราจะไม่ใช้แฟลชนะ เพราะมันไม่ค่อยได้ใช้เท่าไหร่ พอถอดออกแล้วทำให้มันเล็กมาก ใส่กระเป๋ากางเกงสบายๆเลย เบาด้วย การถือก็ถนัดมือดีนะ ตรงปูดๆข้างหน้ามันนี่ช่วยให้แน่นขึ้น วิธีเปิดกล้องก็แค่ Slide บานหน้าออกก็กดถ่ายได้เลย ถือว่าสะดวกและเร็วนะ

การปรับรูรับแสงจะเป็นตัวเลื่อนๆอยู่ขวามือเรา เลื่อนขึ้นลง ตั้งแต่ F2.8 ลงไป F22 อาจจะเล็กไปหน่อยตามขนาดกล้อง  ส่วนการปรับโฟกัสคืออยู่ใต้เลนส์ เราว่าวงโฟกัสมันแคบไปหน่อย แต่ก็ไม่เลวร้าย ส่วนที่เลวร้ายหน่อยคือ ช่องมองภาพ หรือ Viewfinder เนี่ย โอเค ไม่มืดมาก แต่เจ้าตัว Rangefinder นี่สิ เล็งค่อนข้างยาก มันเล็ก เล็งกันตาเขเลยทีเดียว ซึ่งเป็นปัญหาของกล้อง Rangefinder ขนาดเล็กแทบทุกตัว (คือตั้งแต่ลองๆมา เราว่า Olympus 35 ECR นี่โปร่งโล่งเล็งสบายที่สุดในบรรดากล้อง Rangefinder ขนาดเล็กแล้ว)

ปัญหาตรงนี้จะไม่ค่อยมีผลมากถ้าเราถ่ายในที่แสงเยอะๆ กลางแดดแบบนี้นะ แต่ถ้าที่ร่ม แสงน้อย ก็ค่อนข้างจะมองยาก ส่วนตัวไม่ค่อยกังวลเพราะค่อนข้างใช้การถ่ายแบบกะระยะเยอะ

จุดที่เจอปัญหามากที่สุดของ XA เป็นที่กล่าวขานกันไปทั่ว แม่งดังฮอทฮิตติดชาร์ตมากปัญหานี้ คือชัตเตอร์ลั่น! ด้วยความที่ชัตเตอร์เป็นระบบสัมผัสแทบจะเป็น iPhone เลยมึ๊งง แตะปุ๊ปลั่นปั๊ป ดีเกินไป บางทีรู้สึกหลอนเหมือนกูยังไม่ทันจะแตะมึงก็ลั่นแล้ว เอาเป็นว่าฟิล์มม้วนนึงถ้าไม่ลั่นเลยนี่ถือว่าวันนั้นดวงดี ควรไปซื้อหวยเผื่อเลย

วิธีป้องกันก็คือ ถ้าขึ้นฟิล์มแล้วควรปิดฝากล้องไว้ หรือถ้าเปิดฝากล้องอยู่ ก็อย่าเพิ่งขึ้นฟิล์ม อันนี้เป็นวิธีเดียวที่จะป้องกันได้ (การเลื่อนฝาปิด-เปิด ค่อนข้างสะดวก เร็วมาก คอนเฟิร์มว่าเร็วกว่าการเปิด-ปิดกล้องดิจิตอลอีก)

อีกเรื่องที่เกี่ยวกับการตรวจสอบเวลาได้กล้อง XA มานะ คือเรื่องระบบวัดแสง กล้อง XA เป็นระบบ Aperture Priority เลยต้องพึ่งพาระบบวัดแสงทั้งหมด เวลาเรามองเข้าไปในช่องมองภาพ จะเห็นว่ามีเข็มๆวิ่งบอกว่าความเร็วชัตเตอร์ว่าอยู่ที่เท่าไหร่ เพื่อให้เราประเมินได้ว่า ชัตเตอร์ช้าไป เร็วไป อะไรแบบนี้ ก็ปรับรูรับแสงเพื่อให้มันสมดุลกัน ทีนี้มันมีข้อที่เป็นทั้งปัญหาและข้อดีของกล้องตัวนี้ คือ ระบบวัดแสงกับเข็มที่แสดงผลของกล้อง จะแยกออกจากกัน ข้อดีคือ แม้ว่าเราจะเช็คดูจากเข็มว่าวัดแสงอาจจะไม่ตรง (ซึ่ง XA มักจะมีปัญหาเรื่องวัดแสงไม่ตรง ด้วยความที่มันเก่าแล้ว ควรเช็คดีๆก่อนจะตัดสินใจซื้อนะ) เพราะฉะนั้น ถึงกล้องบางตัวจะแสดงผลวัดแสงผิด แต่การถ่ายออกมาจริงๆอาจจะถูกก็ได้ ดังนั้นควรถ่ายเทสก่อนสักม้วน และการซ่อมก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตเท่าไหร่

 มาถึงการถ่ายจริงกันดีกว่า

กล้อง XA นี่เราพกใส่กระเป๋าสะพายไว้ตลอดเวลานะ สลับกับ Fujifilm Klasse S แล้วแต่ช่วง แต่ส่วนใหญ่จะพก XA นี่แหล่ะ เรามันเล็กกว่าอีก และเอาจริงๆ การกะระยะทำให้เราถ่ายได้เร็วกว่า Auto Focus ซะอีก

หลายๆคนจะข้องใจว่า เฮ้ย.. กล้องตัวแค่นี้ พลาสติกๆนี่มันจะดีเหรอ ชัดเหรอ ขอบอกเลยว่าอย่าดูถูก! ลองดูผลงานกันสักหน่อย

Color Negative Film

AGFA Vista 200

B&W Negative Film

Bergger BRF-400

Rollei RPX-400

 

Untitled (35)_edit

Untitled (45)_edit_edit

Untitled (46)_edit

Untitled (2) (9)

Gold400 (11)

Untitled (30)

Untitled (20)

Untitled (17)

Untitled (4)

Untitled (4) (12)

Untitled (3) (70)

Untitled (2) (10)

 

จะเห็นว่า ความคมนี่ไม่ธรรมดานะ อาจจะไม่ได้คมขนาดกล้อง Leica อะไรแบบนั้นหรอก แต่ก็ไม่กระจอกนะครับ เรียกว่าไม่ขายขี้หน้าใคร ที่สำคัญคือกล้องให้ Contrast ที่ดี เราลองถ่ายขาวดำมานี่ ใช้ได้ทีเดียว ปกติกล้องเล็กๆนี่มันจะ Contrast ไม่ค่อยได้เท่าไหร่ ไม่ค่อยมีน้ำหนัก บางๆ และถ้าถ่ายสีนี่นะ XA ก็ยังให้สีที่จัดจ้าน ไม่แปลกใจที่คนชอบสไตล์กล้อง Lomo จะนับ XA เป็นหนึ่งในกล้องที่ชาว Lomo ชอบ

 

การใช้งานแฟลช

ปกติเราไม่ค่อยได้ใช้แฟลชนะ แต่พอได้ใช้ก็หนุกดี สาดแหลก 555 แฟลชโดยปกติ XA จะมีแถมมากับกล้องเป็นรุ่น A11 สามารถปรับแฟลชได้สองระดับ คือ ASA 100 กับ 400 ( ไอ้ 400 ก็จะแรง กว่า 100 ) วิธีใช้ก็แค่พอเอาแฟลชมาต่อกับกล้อง ที่ตัวกล้องตรงที่ปรับรูรับแสง ถ้าดันขึ้นไปสุดจะเป็นการเปิดใช้แฟลช รอแฟลชมันโหลดหน่อย ใช้ได้เมื่อไหร่  ไฟแฟลชก็จะติด ซึ่งถือว่าสะดวกดีนะ ไม่เลวๆ ใช้พลังงานแค่ถ่าน AA ก้อนเดียว

 

เพิ่มเติม

ส่วนพิเศษที่ซ่อนเอาไว้ของ XA ที่อยากจะแนะนำ คือ +1.5 backlight ซึ่งก็เหมือน EV สมัยนี้นั่นแหล่ะ ใช้เวลาถ่ายย้อนแสงก็จะเพิ่ม Stop ขึ้นไป 1.5 ง่ายๆเลย เป็นเทคนิคที่เอาไปใช้อะไรได้อีกเยอะเลยล่ะ เช่น ถ่ายอยากให้มันโอเว่อร์ๆ ก็เปิดเจ้าโหมดนี้ไปเลย

 

Untitled (3) (4) copy

 

เอาล่ะ ถือว่ารีวิวกันได้ครบถ้วนแล้วนะ น่าจะตัดสินใจกันได้ไม่ยาก สำหรับคนที่ชอบกล้องแนว Rangefinder อยากได้กล้องเล็ก พกง่ายๆ พอจะได้ทำอะไรเองเล็กๆน้อยๆ ( ปรับรูรับแสงเอง ) แถมมีแฟลชให้เล่นได้อีก

การเลือกกล้องนี่ย้ำอีกทีว่า ดูการใช้งานของตัวเองเป็นหลัก ว่าเหมาะกับชีวิตเราหรือเปล่า บางทีเห็นเค้าฮิตๆกันก็ไม่ใช่ว่าเราจะใช้แล้วดี เช่น น้องผู้หญิงตัวจิ๋วนึงอยากพกกล้องไปถ่ายที่โรงเรียนทุกวัน เห็นเพื่อนผู้ชายแม่งแบกกล้อง Nikon F3 ตัวเท่าควายประหนึ่งต้องยกเวทแล้วเกิดอยากได้ อันนี้ดูไม่เหมาะ ถ้าจะพกไปตลอดเวลา เพราะมันถ่ายสวย เป็นต้น บ่อยๆที่เรารีวิว เราชอบกล้องตัวนี้ ก็ค่อนข้างต่างไปจากตลาดที่เล่นๆกันนะ ถ้ามีโอกาสก็ควรลองจับๆถ่ายๆดูก่อน กล้องฟิล์มไม่ควรรีบซื้อ ใจเย็นๆ

 

ปิดท้าย มาสรุปคะแนนกันสักหน่อย

รูปร่างหน้าตา // ★★★★☆
(หนุ่มใหญ่ยุค ’80s พลาสติกไปสักหน่อย แต่ก็เก๋ๆ Retro นะ )

วัสดุ // ★★★★☆
(ถึงจะไม่ใช่เหล็กแบบยุค ’60-70s แต่ก็ไม่พังกันง่ายๆ)

คุณภาพการถ่าย // ★★★★☆
(ระดับ Olympus ไม่เคยทำให้คุณผิดหวัง)

ฟังก์ชั่น // ★★★★★
( ครบครัน สุดๆ )

คุ้มค่า? // ★★★★☆
( รักเลย )

 

 

รีวิว โดย SUN

facebook.com/artytsun

Instagram @artytL

ผู้สนับสนุนหลัก Husband & Wife Film Photography and Bookstore

www.husbandandwifeshop.com

 

 

 

7 Comments Add yours

  1. mogaman says:

    เคยมี XA2 แต่โดนล้วงเป๋าไปตอนลงรถเมล์เสียดายมากครับ

  2. phunnarin says:

    จากตารางนะ คือกล้องax1มันเป็นตัวเดียวที่ไม่มีส่วนดีเลยใช่ไหมคะ(จุดเขียว-แดง) 5555555. คือกำลังจะซื้อด้วย *ร้องไห้แรง* TvT

    1. มันป๊อกแป๊กมากครับ

  3. porsonal says:

    สงสัยเรื่องการปรับระยะโฟกัสค่ะ
    แบบปรับไปที่3 มันก็จะเริ่มโฟกัสสิ่งที่เราจะถ่ายตั้งแต่3เมตรรึเปล่าคะ?
    ส่วนตัวมีตัวนึง แต่พอลองปรับระยะโฟกัส ม้วนนั้นดูไม่ได้เลยค่ะ เบลอมาก
    (ม้วนก่อนหน้านี้ปรับ f5.6 ระยะ3)

    1. ถ้าเป็น XA คือเป็น Rangefinder ลองดูในช่องมองภาพครับ ปรับจุดไหนที่ซ้อนกัน ตรงนั้นคิอชัด ส่วนตรงที่กล้องบอกระยะ คือบอกว่าโฟกัสตรงนี้คือระยะ 3 เมตร ส่วนจะชัดต่กไหนถึงไหน ต้องขึ้นกับค่า f ด้วยครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s