รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ : กล้อง Rolleicord VB จุดเริ่มต้นของคนถ่ายฟิล์ม 120

DSC_0422-2

 

ช่วงปีก่อนนี่ เป็นช่วงที่ได้ลองกล้องใหม่ๆเยอะมาก จะบอกว่าลองกล้องใหม่ก็ไม่ถูก เพราะจริงๆแม่งโบราณทั้งนั้น เวลาใครได้ถ่ายกล้องฟิล์ม 35mm. ไปถึงจุดนึง ก็ต้องอยากสัมผัสสิ่งที่เหนือกว่าเป็นธรรมดา

หลายๆครั้งเราก็ลูบๆคลำๆกล้อง Medium Format หรือกล้องที่ใช้ฟิล์มขนาด 120 ของคนโน้นคนนี้ไปตามเรื่อง แต่ไม่เคยได้ถ่ายจริงจังเท่าไหร่ จริงๆแล้วเป็นคนที่ชอบพกกล้องเล็กๆมากกว่า การแบกอะไรใหญ่ๆนี่ไม่ใช่ทางเลย แต่คนมันยังไม่เคยน่ะนะ ก็ต้องขอสักครั้ง เพราะมีแต่คนบอกว่า ลองแล้วจะกลับตัวยาก แหม่.. ยิ่งท้านี่ยิ่งต้องลองเลย

เช้าวันหนึ่ง ก็เดินออกไปจะถอยรถออกจากบ้าน พอเข้าไปนั่งในรถก็พบกล่องของขวัญใบหนึ่ง เมื่อเปิดออกมา … โอ้โห.. Rolleicord VB คุณภรรยาทำซะไพ้ น้ำตาร่วงกันเลยทีเดียว ตั้งแต่บัดนั้นก็เลยมีกล้อง Medium Format ของตัวเองกะเขาบ้าง

เราใช้ Rolleicord VB ไปถ่ายอยู่หลายที่ที่จริงๆจังๆ เรียกว่าเอาจนคล่องล่ะนะ อุตส่าห์แบกไปทริปไกลๆ ผลที่ออกมาก็เรียกว่าน่าประทับใจมากแหล่ะ แต่ไม่เคยเอามารีวิวจริงๆจังๆสักที วันนี้ก็เลยคิดว่า เอาวะ! ไม่ได้เขียนนาน หยิบเจ้านี่มาเขียนรีวิวละกัน

ก่อนอื่นเลย อยากเรียบเรียงรุ่นของเจ้า Rolleicord ให้มือใหม่ได้เข้าใจก่อน ว่าควรหรือไม่ควรซื้อตัวไหนนะ เพราะตอนก่อนที่เราจะได้มา พยายามจะศึกษามัน แต่โคตรงงเลยว่า ควรใช้รุ่นไหน หรือมันต่างกันยังไง เริ่มต้นกันไม่ถูก

Rolleicord ถือได้ว่าเป็นกล้อง Twin Lens Reflex (คือมีสองเลนส์ เลนส์นึงเอาไว้ถ่ายเก็บภาพจริง อีกเลนส์เอาไว้สะท้อนภาพที่จะถ่ายให้ดู)  ของ ยี่ห้อ Rollei สัญชาติเยอรมันที่สร้างมาสำหรับคนงบน้อย คือสมัยก่อนนั้นกล้องมีราคาแพง Rollei ผลิตกล้อง Twin Lens Reflex ที่ชื่อว่า Rolleiflex ออกมาจนโด่งดัง คุณยาย Vivian Miar อันเลื่องชื่อก็ใช้นั่นล่ะ แต่พอผลิตออกมามากเข้า ก็อยากจะขยายตลาดไปสู่คนที่งบน้อยหน่อย ก็เลยลดชิ้นส่วนบางอย่าง เปลี่ยนสเปคบางอย่างไป (แต่ข้อดีของคนสมัยก่อนคือ วัสดุมีให้เลือกไม่มาก ลดสเปคด้วยวัสดุที่ห่วยกว่าไม่ค่อยได้ วัสดุแต่ละอย่างก็เลยโคตรจะดีและทนมาก ไม่ได้ต่างกันกับรุ่นที่ว่าดีๆ ไม่เหมือนสมัยนี้ที่พอลดต้นทุน วัสดุก็กากไปเลย)

ท้าวความ Rolleiflex นิดนึง คือ Rolleiflex จะมีเลนส์หลักๆสองแบบ ซึ่ง Flex จะใช้เลนส์ Zeiss Tessar คือ

1.เลนส์ f/3.5 (จะเป็นระยะ 75 mm.)

2.เลนส์ f/2.8 (จะเป็นระยะ 80mm.)

มาถึง Rolleicord เริ่มผลิตครั้งแรกในปี 1933  หลังจาก Rolleiflex กำเนิดขึ้น 5 ปี

จุดที่ Rolleicord แตกต่างจะ Rolleiflex อย่างชัดเจนน่าจะเป็นเรื่องเลนส์ ส่วนของ Cord แรกๆยังใช้เป็นเลนส์ Zeiss Triotar อยู่ รุ่นหลังๆถึงจะเปลี่ยนไปใช้ Schneider แทน (แต่เอาจริงๆคือคุณภาพเลนส์มันแทบไม่ต่างกันเลยระหว่าง Rolleiflex และ Rolleicord )

เลนส์ของ Rolleicord จะเป็น f/3.5 ระยะ 75mm. ทั้งหมด ซึ่งถ้าเทียบกับกล้อง 35mm. แล้ว จะได้ระยะประมาณ 40mm. ซึ่งก็ออก Wide เล็กน้อย ในขณะที่ Rolleiflex จะมีระยะ 80mm. ให้เลือก ถ้าเทียบกับกล้องขนาด 35mm. มันก็คือระยะประมาณ 45-50mm.

ยุคนั้นเป็นยุคแฟชั่น Gatsby เทือกๆนั้น รุ่นแรกของ Rolleicord เลยมีชื่อว่า Art Deco ตามยุคสมัยไปด้วย หน้าตาก็โคตรจะ Art Deco จริงๆเลย

Rolleicord Art Deco
Rolleicord Art Deco : ภาพจาก flickr.com/photos/sharkhats

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ถ้านับรุ่นกันจริงๆแล้ว Rolleicord มีรุ่นไล่ไปคือ

Rolleicord I Model 1 “Art Deco”

Rolleicord I Model 2 – Model  K3 – 511

Rolleicord Ia Model 1 – Model  K3 – 520

Rolleicord II Model 1 – Model  K3

Rolleicord Ia Model 2 – Model  K3 – 530

Rolleicord IIa Model 2 – Model  K3

Rolleicord IIb Model 3- Model  K3  – 541

Rolleicord Ia Model 3 – Model  K3 – 531

Rolleicord IIc Model 4 – Model  K3 – 542

Rolleicord III Model  K3B

Rolleicord IV Model  K3D

Rolleicord V Model  K3C

Rolleicord Va Model  K3E Type 1

Rolleicord Vb Model  K3Vb Type 1

Rolleicord Vb Model  K3Vb Type 2

 

ไล่มายาวมาก และ…ช่างมันไปเถอะ เอาเป็นว่า อย่างน้อยๆ เราแนะนำให้เป็น Rolleicord Va (ประมาณปี 1957-1958) ถ้าเป็นไปได้ก็ควร Vb จะ Type 1 , Type 2 (ปีหลังๆเลยคือ 1966-1977) ก็ว่าไป ยิ่งใหม่ที่สุดก็ยิ่งดีนั่นแหล่ะ

ข้อดีของ Rolleicord ที่เหนือกว่า Rolleiflex  ชัดๆเลยคือ ความคล่องตัว เพราะมันเบากว่า เล็กกว่านิดนึง การใช้งานบางอย่างก็กลับเป็นว่าสบายกว่าซะด้วย บางคนใช้ Flex ไปๆมาๆก็หิ้ว Cord มาใช้ซะอย่างนั้นก็มี

ข้อควรใส่ใจในการซื้อ

  1. ดูสภาพภายนอกว่ามันบุบสลาย มีรอยตรงไหน อันนี้แล้วแต่พิจารณา
  2. เลนส์ สำคัญที่สุด เลนส์เป็นรอย เลนส์ฝ้า เลนส์ขึ้นรา พวกนี้จบเห่ อย่าได้ซื้อ
  3. กลไก เช่น ชัตเตอร์สปีด ใช้ได้ทุกสปีดมั๊ย? ตรงมั๊ย? ตัวปรับรูรับแสง ทำงานถูกต้องมั๊ย? ถ้าเป็นรุ่นหลังๆก็จะมี Double Exposure ทำงานมั๊ย? ตั้งเวลาถ่ายใช้ได้หรือเปล่า? เป็นต้น
  4. สำคัญมากอีกอย่างนึง กระจก Viewfinder มันมืดหรือเปล่า? ตัวนี้ถ้ามืดนี่เปลี่ยนทีก็ราคาไม่ถูกเลย และถ้ามันมืดนี่ก็ยากจะโฟกัสแล้ว เพราะฉะนั้น ต้องดูให้ดีๆด้วย



เริ่มสำรวจ Rolleicord VB

DSC_0423-2

DSC_0424-2

 

เจ้ากล้อง Rolleicord VB เป็นกล้องที่ใช้ฟิล์ม 120 ถ่ายออกมาได้ภาพขนาด 6×6 ได้ 12 รูป ซึ่งถ้าจะถ่ายเป็นสัดส่วนอื่นก็สามารถหา Option มาใส่ได้นะ เป็น 5.5×4 หรือ 4×4 ก็จะได้ 16 รูป ( เรียกว่า 16 Exposure Kit ) หรือจะเป็นแบบ 24 รูปก็มีอีก Kit ให้ซื้อมาใส่นะ

ภาพที่เราถ่ายโดยใช้ 16 Exposure Kit : ฟิล์ม Fujicolor Pro160NS
ภาพที่เราถ่ายโดยใช้ 16 Exposure Kit : ฟิล์ม Fujicolor Pro160NS
Untitled (43)
ภาพที่เราถ่ายโดยใช้ 16 Exposure Kit : ฟิล์ม Kodak EKTAR 100 ขนาด 120
Untitled (23)sdfds_edit
ภาพที่เราถ่ายโดยใช้ 16 Exposure Kit : ฟิล์มสไลด์ Fujichrome Provia 100F ขนาด 120

แต่เอาเป็นว่า ขนาดปกติมันคือ 6×6 นะ สี่เหลี่ยมจัตุรัสนี่แหล่ะ สวยงาม ซึ่งจริงๆเป็นเสน่ห์ของกล้องแบบนี้เลยแหล่ะ พอไปใช้สัดส่วนอื่นๆมันก็ค่อนข้างรู้สึกเสียดายของอยู่

มาดูวิธีใส่ฟิล์มกันนะ

1.เอาแกนฟิล์มอันนึงไปใส่ที่ด้านบน

DSC_0436-2 copy

 

 

 

 

 

 

 

 

 

2.เอาหัวฟิล์มซึ่งมันจะมีที่เอาไว้เสียบกับตรงกลางแกนนะ

3.หมุนๆให้กระดาษฟิล์มมันขึ้นว่า START มาตรงกับจุดตรงนี้

Screen Shot 2558-08-19 at 15.54.04

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

4.ปิดฝา ล็อค แล้วหมุนที่ขึ้นฟิล์มไปเรื่อยๆเลย มันจะล็อคให้เองอัตโนมัติ

 

เจ้ากล้อง Rolleicord นี่ไม่มีที่วัดแสง เพราะฉะนั้นไม่วัดแสงเอง ก็กะแสงเอาเองนะ ถ้าถ่ายบ่อยๆก็ไม่ยากหรอก วิธีปรับกล้องก็ไม่มีอะไรมาก โฟกัสนี่เป็นเรื่องที่แรกๆอาจจะงงหน่อย เพราะมันจะกลับด้านกัน แต่ถ้าเล่นบ่อยๆก็จะชิน เราชอบนึกถึงตอนเด็กๆที่เล่นเกมพวกขับเครื่องบิน Simulator ทั้งหลายอ่ะ มันชอบกลับด้านๆ

 

DSC_0434-2

 

เวลาโฟกัส ถ้าเราเห็นจุดโฟกัสไม่ชัดนัก ก็สามารถดึงเอาแว่นขยายขึ้นมาแล้วส่องดูได้ จะเห็นชัดๆกันไปเลย

DSC_0435-2

 

หรือถ้า Subject ที่เราจะถ่ายมันไม่ได้อยู่ในระดับ Waist Level อย่างที่ฝรั่งใช้เรียกกล้องพวกนี้ คือมันจะต่ำกว่าสายตา ก็สามารถเปิดช่องเฟรมด้านบนได้ แบบนี้ เพื่อดู Subject ที่อยู่ในระดับสายตา แต่จะใช้โฟกัสไม่ได้ ต้องโฟกัสให้เรียบร้อยก่อน

DSC_0432-2

DSC_0431-2

 

การปรับรูรับแสง และสปีดชัตเตอร์ จริงๆแล้วกล้องพยายามจะสอนในเรื่องการใช้เป็นค่า EV ซึ่งมันจะสะดวกเช่น ถ้าเราล็อคค่ารูรับแสงที่ F/5.6 ความเร็วชัตเตอร์ 1/250 แบบนี้ จะเท่ากับค่า EV 13 (ด้านขวาจะบอกเอาไว้) สมมติเราต้องการให้มันถ่ายสว่างขึ้น เป็น EV 12 ก็เลื่อนไปที่ EV 12 ( ซึ่งจริงๆมันก็คือปรับรูรับแสงกว้างขึ้น) อะไรแบบนั้น งงมั๊ย? 55 ช่างมันเถอะ เอาเป็นว่าถ่ายเหมือนกล้อง Manual ทั่วไปนั่นแหล่ะ

ผังการกะแสงเอาเองของคนสมัยก่อน หรือก็คือกฏ sunny 16 นั่นแหล่ะ
ผังการกะแสงเอาเองของคนสมัยก่อน หรือก็คือกฏ sunny 16 นั่นแหล่ะ

ระบบชัตเตอร์ของกล้องเป็นแบบ Leaf Shutter ซึ่งมันจะเบามากกกก โอกาสที่ภาพจะสั่นก็จะน้อย แต่ท่าการประคองกล้องเราต้องซ้อมกันให้ดีๆก่อนนะ แรกๆอาจจะไม่ชิน หาท่าที่มันดูถนัดๆหน่อย

ระยะ Close Focus ของกล้องคือ 1 m. เพราะฉะนั้นไอ้ประเภทชอบถ่ายใกล้กันมากๆ อาหงอาหารนี่ไม่ได้นะ ต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่ม เค้าเรียกว่า Rollinar ซึ่งมีรหัสด้วย คือ 1 , 2 , 3 แต่ละขนาดมันจะให้ความใกล้ไม่เท่ากัน ใกล้สุดก็คงจะเป็น Rolleinar 3 ใกล้ได้ประมาณฟุตนึง

ตัวอย่างรูปที่ใช้ Rolleinar
ตัวอย่างรูปที่ใช้ Rolleinar ทำให้เข้าใกล้ได้มากขึ้นเยอะเลย

เท่าที่ลองกับฟิล์มมาหลายๆแบบแล้ว ซึ่งปกติเราจะชอบถ่ายฟิล์มสีเป็นส่วนใหญ่ เลยหนักไปทางรูปสี อันนี้เป็นตัวอย่างรูปที่เราถ่ายเก็บเอาไว้ เอามาให้ดูว่าใช้ฟิล์มอะไรเป็นแบบไหน

มาลองดูตัวอย่างงานที่เราถ่ายๆมานะ

ฟิล์ม Fujicolor Pro160NS ขนาด 120
ฟิล์ม Fujicolor Pro160NS ขนาด 120
ฟิล์ม Kodak EKTAR 100 ขนาด 120
ฟิล์ม Kodak EKTAR 100 ขนาด 120
ฟิล์ม Kodak EKTAR 100 ขนาด 120
ฟิล์ม Kodak EKTAR 100 ขนาด 120
Myanmar (2) (50)_edit
ฟิล์ม Kodak EKTAR 100 ขนาด 120
ฟิล์ม Fujifilm Acros Neopan 100 ขนาด 120
ฟิล์ม Fujifilm Acros Neopan 100 ขนาด 120

 

สรุปแล้ว

กล้อง Rolleicord VB เป็นกล้องที่เหมาะกับคนเริ่มจะเล่นกล้อง Medium Format หรือถ้าจะใช้จริงจังมันก็ใช้งานได้ดีเช่นกัน หรือเหมาะกับพกไปเที่ยว ไปถ่ายสตรีทแบบคุณยาย Vivian ก็สบายมาก เพราะมันตัวเล็กหน่อย เบาหน่อย เมื่อเทียบกับกล้อง Medium Format แบบอื่นๆ หนักเกือบๆ 1 กิโลกรัม ในขณะที่ Rolleiflex จะหนักกว่าอีกหน่อย ประมาณเกือบๆกิโลครึ่ง พอๆกับพวก Rangefinder อย่าง Mamiya 6 ก็ยังกิโลกว่าๆ  ส่วนไอ้พวก SLR นั่นน่ะ หนักเข้าไปใหญ่ ไม่เหมาะกับพกพา

แต่แนะนำว่าถ้าคนที่ชอบความคมชัดจัดๆ สีคมๆแล้ว เราว่าไม่เหมาะ เพราะเจ้านี่ค่อยข้างออกแนวคลาสสิคนะ (สังเกตได้ว่าเลนส์จะเป็นลักษณะโฟกัสคมตรงกลาง ส่วนด้านข้างจะหมุนๆ ซึ่งคนที่ชอบแนวคลาสสิคจะเข้าใจ ดูได้จากรูปต้นไม้ขาวดำของเราจะเห็นชัด) เอาจริงๆคืองานขาวดำ ออกจะเหมาะกับกล้องตัวนี้มากกว่าถ่ายสีซะด้วยซ้ำ รวมไปถึง Resolution ของเลนส์เองก็คงสู้กล้อง Medium Format ยุคหลังๆอย่างพวก Mamiya 6 หรือ 7 อะไรแบบนั้นไม่ได้  พวกนั้นดีกว่า

 

ปิดท้าย มาสรุปคะแนนกันสักหน่อย

รูปร่างหน้าตา // ★★★★★
(ในบรรดากล้อง Medium Format ทั้งหมด เราขอยกให้แก๊งค์ Rollei นี่หล่อที่สุด )

วัสดุ // ★★★★★
(เหล็กทั้งนั้น เลนส์เยอรมันแท้ๆ)

คุณภาพการถ่าย // ★★★★☆
(คลาสสิค)

ฟังก์ชั่น // ★★★★☆
( ขาดอย่างเดียวคือวัดแสง ซึ่งเทคโนโลยียุคนั้นยังไม่ดี )

คุ้มค่า? // ★★★★☆
( เหมาะแล้ว และเราก็ไม่มีท่าทีจะขยับไปรุ่นอื่นด้วย )

 

 

รีวิว โดย SUN

facebook.com/artytsun

Instagram @artytL

ผู้สนับสนุนหลัก Husband & Wife Film Photography and Bookstore

www.husbandandwifeshop.com

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s