รีวิวเลนส์แบบบ้านๆ Lomo LC-A Minitar-1 เลนส์ที่เกิดมาเพื่อการสตรีท

ครั้งนี้มาแปลก ปกติจะรีวิวแต่กล้องฟิล์มนะ ครั้งนี้จะรีวิวเลนส์ คือจริงๆร้านเราเองก็เป็นตัวแทน มีสินค้าของ Lomography ขายด้วย หลักๆก็ฟิล์มนั่นแหล่ะนะ แต่ยังไม่เคยจริงจังสินค้าอื่นๆของทาง Lomo เลย ด้วยความที่เรานี่ก็ขาสตรีท ไอ้เลนส์ LC-A Minitar-1 Art Lens ตัวนี้ก็ดันป่าวประกาศมาเลยว่า เฮ้ย นี่เกิดมาเพื่อสตรีทนะเว้ย.. แหม่… ออกตัวกันขนาดนี้ ก็เลยอยากลองเป็นธรรมดา

ต้องขอขอบคุณทาง Lomography Thailand สำหรับเจ้าเลนส์ Minitar-1 ที่ให้มาหยิบยืมลองกัน คราวนี้เราเอามาลองแบบสตรีทจ๋าๆกัน ต้องออกตัวก่อนว่า ปกติแล้ว ไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้กล้อง Lomo เอาซะเลย ด้วยสเปคของเลนส์ตัวนี้ เป็น M Mount สำหรับกล้อง Rangefinder พวก Leica ทั้งหลาย หรือจะเอาไปใส่พวกกล้อง Mirrorless ทั้งหลายก็ได้ ก็แปลงไปใช้ได้ ส่วนใหญ่ที่รีวิวๆกันก็เป็นกล้องดิจิตอลกันเป็นส่วนใหญ่ วันนี้เราก็เลยขอจัดเต็มแบบฟิล์มๆกันไป

มาดูแพคเกจกันก่อนดีกว่า ตามสไตล์ของ Lomo เอง แพคเกจนี่ก็จัดเต็มมาก ดูดีมีชาติตระกูล

DSCF4420

DSCF4419

 

มี Booklet เก๋ๆ ไว้ดูเล่นๆ


DSCF4421

มี Certificate ซะด้วย ซึ่งก็จะบอก Spec ของเลนส์ตัวนี้ ใครสนใจ Spec ก็ดูที่รูปนี้ได้

DSCF4422

อันนี้ก็ยังมี คู่มือ และกระเป๋าหนังเทียมใส่เลนส์แถมมาให้อีกต่างหาก ไฮโซมาก

DSCF4424

 

ทีนี้มาดูที่ตัวเลนส์กันเลยดีกว่า ข้อดีหนึ่งที่ทำให้เจ้า Minitar-1 น่าสนใจ คงเป็นเรื่องขนาดด้วยล่ะ จะเห็นว่าเมื่อเทียบกับเลนส์ระยะ 35mm. ทั่วไป เจ้านี่ตัวเล็กกว่ามากๆ เกินคำว่า Pancake ไปแล้ว น่าจะเรียกว่าเลนส์ ขนมครก หรือ เลนส์ แป้งจี่ จะเหมาะมากกว่า

DSCF4413 DSCF4414 DSCF4416

 

ในการทดสอบครั้งนี้ เราจะใช้กล้องประจำกาย Leica M2 ซึ่งเป็น M Mount แท้และดั้งเดิม โดยที่เลนส์ Minitar-1 นี้เป็นระยะ 32mm. กล้อง M2 นี่จะดีด Frameline ระยะ 35mm. มาให้ ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร ห่างกันนิดนึง เผื่อๆเอาได้

DSCF4417 DSCF4418

 

มาดูข้อมูลคร่าวเรื่องการรีวิวครั้งนี้นิดนึง

สเปคการทดลอง

ฟิล์ม Fujicolor X-tra 400 // ล้างน้ำยา Rollei Digibase C-41 // สแกน Plustek

ฟิล์ม CHM-400 // ล้างน้ำยา Rollei R09 // สแกน Plustek

 

เริ่มต้นเราทำความคุ้นเคยกับตำแหน่งต่างๆของเลนส์ก่อน เพราะปกติการถ่ายสตรีท จำเป็นมากเรื่องจำตำแหน่งการโฟกัส เช่น เลนส์ปกติที่เราใช้ จะต้องมี Lens Tab เพื่อรู้ว่าตอนนี้เราโฟกัสอยู่ที่ระยะไหนโดยที่ไม่ต้องดูที่เลนส์ แต่เจ้า Minitar-1 นี่ ลักษณะจะเป็นเลนส์แบบ Zone Focus คือทำมาให้เลยว่าเลื่อนมาตรงนี้คือระยะ 0.8 , 1.5 , 3 และ Infinity แบบนี้

ซึ่งที่เหนือความคาดหมายเราคือ มันไม่ได้เป็น 4 ขั้นแบบ Zone Focus ซะทีเดียว แต่มันสามารถเลื่อนเกาะไปกับตัว Rangefinder บนกล้องได้ด้วย ทำให้หาระยะโฟกัสแบบละเอียดก็ได้ด้วยนะ อันนี้เป็นข้อดีที่ไม่ได้คาดคิดไว้ (แต่ก็อีกนั่นแหล่ะ.. การถ่ายสตรีทจริงๆเราก็ใช้ Zone Focus อยู่ดี)

ส่วนเรื่องการปรับรูรับแสง อันนี้ดูยากและปรับยากไปหน่อย ไม่ค่อยจะถนัดนัก แถมมันเล็กมาก สายตาเราก็ไม่ค่อยจะดี แต่ก็ด้วยความที่เราปรับค้างที่ F8 , F11 อะไรแบบนี้ตลอดเวลา ก็เลยไม่เดือดร้อนมาก จะเสียวๆอยู่เหมือนกันที่มันไม่ได้ล็อครูรับแสงนั้นๆไว้ มีโอกาสเลื่อนไปเองโดยไม่รู้ตัว

วัสดุของเลนส์โดยรวม ถือว่าดีกว่าที่คาดคิดเอาไว้นะ ดูแน่นๆ จะรู้สึกว่าบอบบางไปนิดคือที่ปรับโฟกัสนั่นแหล่ะ ไอ้ก้านนั่นดูเล็กกลัวทำหักไปหน่อย

เราเริ่มต้นเดินถ่ายด้วยฟิล์มสีก่อน ข้อดีข้อแรกที่รู้สึกคือ “น้ำหนัก” คือโคตรเบา อยากให้เลนส์ทุกตัวมันเป็นแบบนี้จริงๆ สะดวกมากๆ อันนี้ถือเป็นข้อดีที่สุดสำหรับเรา

พอลองถ่ายๆออกมาก็พบว่า การถ่ายสตรีทของเลนส์นี้ อาจจะไม่ได้ตอบโจทย์ไปกับสตรีททุกแนวซะทีเดียว เพราะภาพที่ออกมา (ยังไม่นับเรื่องสีนะ) คือมันคมเฉพาะกลางๆภาพ และ Zone ที่เรากะระยะไป แต่ระยะหลังจากนั้น จะไม่ได้ชัดเท่าที่ควร แม้ว่าเราจะใช้ F8 ถึง F11 แล้วก็ตาม

BessaR4M0915005 (25)Edited-2

BessaR4M0915005 (21)Edited

BessaR4M0915005 (34)Edited

BessaR4M0915005 (39)

 

จะเห็นว่า ไม่ว่าจะใช้ F แคบขนาดไหน ภาพก็จะดูเหมือนชัดตื้นอยู่ดี และด้านขอบภาพก็จะเกิดขอบดำ Vignette ( ซึ่งเป็นคาแรคเตอร์ของ Lomo อยู่แล้ว ) และจะเบลอแบบหมุนๆ สไตล์เลนส์โบราณ อันนี้ถ้าคนชอบเอฟเฟคลักษณะนี้ก็จะกรี๊ดกร๊าดมากทีเดียว

จุดเด่นเวลาถ่ายฟิล์มสี ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องสี ที่มีลักษณะเฉพาะของ Lomo ที่เป็นคาแรคเตอร์ของกล้อง LC-A นั่นแหล่ะ มันก็มาอยู่ในเลนส์นี้ด้วย สีที่ดูผิดเพี้ยนไปจากธรรมชาติ ดู Contrast จัดๆ แต่ก็สีเฟดๆไปในที อันนี้แหล่ะที่คนหลงรัก Lomo จะเห็นว่าสีรูปที่เราถ่ายนี่ ไม่ได้ทำสีเลยนะ ล้างมาไง ก็ไปงั้นเลย เดี๋ยวจะเทียบกับเลนส์ปกติให้ดูกัน

BessaR4M0915005 (26)Edited
// Lomo LC-A Minitar-1 Art 32mm. F2.8 // ปรับ F/22 Shutter 1/500s Fujicolor X-tra 400 //
BessaR4M0915005 (27)Edited
// Carl Zeiss 35mm. F2 // ปรับ F/22 Shutter 1/500s Fujicolor X-tra 400 //

เมื่อเปรียบเทียบกับเลนส์ทั่วไป เราเห็นข้อแตกต่างชัดๆ 2 อย่างคือ อย่างแรกที่บอกไปแล้วว่า ความคมนี่ Lomo คมได้สัก 60-70% ของเลนส์ Carl Zeiss Biogon ที่ทดสอบ อย่างที่สองคือ แม้ว่าจะปรับรูรับแสงที่ F22 เท่ากัน แต่เลนส์ Lomo กลับดูสว่างกว่า อันนี้เราไม่ได้แก้อะไรเลย มาไงไปงั้น รูปที่ถ่ายด้วยเลนส์ Lomo ส่วนที่เป็น Hi-light จะหายๆไปหลายจุด เช่นที่รายละเอียดเมฆ และที่ตัวพระที่นั่งฯตรงกลางที่แดดแรงๆ เพราะฉะนั้น เวลาถ่าย ก็อาจจะเผื่อ Under ได้อีกนะ เพื่อจะเก็บรายละเอียดภาพให้มากขึ้น

BessaR4M0915005 (38)Edited
// Lomo LC-A Minitar-1 Art 32mm. F2.8 // ปรับ F/11 Shutter 1/500s Fujicolor X-tra 400 //
BessaR4M0915005 (40)Edited-2
// Carl Zeiss 35mm. F2 // ปรับ F/11 Shutter 1/500s Fujicolor X-tra 400 //

 

อ่ะ.. เทียบให้ดูอีกรอบ รูปนี้โคตรเหนื่อยเลย คือม้าก็เดินไปสิ เราก็วิ่งตามไปสิ กดช็อตแรกเสร็จ.. วิ่งไปเปลี่ยนเลนส์ไป… เชี่ย.. โหดมาก ต้องขออภัยหาก Composition ไม่ค่อยเป๊ะเท่าไหร่ แต่จะเปรียบเทียบให้เห็นสีและโทนของภาพได้ชัดเจนเลย

 

ทีนี้มาดูภาพขาวดำกันบ้าง

 

LeicaM20915007 (13) LeicaM20915007 (16) LeicaM20915007 (17)

 

ทีนี้ลองมาเทียบกันดูอีกสักที ระหว่างเลนส์ Minitar-1 กับเลนส์ Carl Zeiss Biogon 35mm. F/2

LeicaM20915007 (20)
// Lomo LC-A Minitar-1 Art 32mm. F2.8 // ปรับ F/11 Shutter 1/250s CHM- 400 //
LeicaM20915007 (19)
// Carl Zeiss 35mm. F2 // ปรับ F/11 Shutter 1/250s CHM- 400 //

 

 

สรุปเลย

เจ้า Lomography LC-A Minitar-1 Art Lens ตัวนี้ เหมาะกับคนที่ชอบสไตล์ Lomo นั่นแหล่ะ สีแปลกๆเก๋ๆ มีเอฟเฟคภาพที่มันเบลอๆมึนๆขอบดำไปด้วย ถ้าถามว่า เหมาะกับคอสตรีทมั๊ย? ถ้าเป็นสตรีทที่ไม่ได้แนวสตรีทเป๊ะเว่อร์นะ ก็โอเคนะ เราชอบ แต่เพราะเลนส์มันมีข้อจำกัดที่ทำให้บางท่าของการสตรีทไม่ค่อยเหมาะ เช่นการถ่ายแบบ Layer (มี Subject หลายๆระดับความลึก) เพราะมันระยะชัดมันแคบมาก ไม่กว้างพอสำหรับการถ่ายแบบ Layer ชัดลึก

ส่วนสีนี่ไม่ต้องห่วงเลย ใครชอบโทน Lo-Fi แบบกล้อง LC-A ก็คงชอบโทนสีแบบนี้แหล่ะ ใช่ๆเลย ถ้าคนที่ต้องการสีถูกต้องจริงจัง ก็ขอให้บายไปดีกว่า หรือว่าหลบไปถ่ายเป็นขาวดำ ก็ถือว่าโอเคนะ มันดูวินเทจดีอ่ะ ถามว่าถ่ายสนุกมั๊ย? ก็ต้องบอกว่าสนุกเลย เพราะมันเล็ก คล่องตัว เบาสบายมากกก อยากให้เลนส์ในโลกเป็นแบบนี้ ให้คะแนนจุดนี้สุดๆ

ระยะ 32mm. ทำให้ได้ฟิวของระยะ 35mm. อยู่ แต่ได้กว้างขึ้นอีกนิด ก็โอเค สำหรับเราไม่บวกไม่ลบ เราชอบระยะนี้อยู่แล้ว มันเหมาะกับการถ่ายสตรีทหรือจะเดินถ่ายเรื่อยเปื่อยทั่วไปก็ดีเหมือนกัน

ราคา อาจจะสูงไปนิด ไม่เหมาะกับคนที่คิดจะซื้อเป็นเลนส์หลักนะ แต่ถ้าซื้อเพื่อจะเป็นเลนส์สนุกๆ พกไปเที่ยวเปลี่ยนอารมณ์อะไรแบบนี้ เราว่าเหมาะมาก สนุกดี วัสดุอะไรก็ใช้ได้เลย ไม่ป๊อกแป๊ก

 

ปิดท้าย มาสรุปคะแนนกันสักหน่อย

รูปร่างหน้าตา // ★★★★☆
(หน้าตาใช้ได้ทีเดียว เล็กๆกะทัดรัด)

วัสดุ // ★★★★☆
(ถือว่าดีกว่าที่คาดไว้มาก วัสดุดูไม่ก๊อกแก๊กเลย)

คุณภาพการถ่าย // ★★★☆☆
(อันนี้อยู่ที่ความชอบส่วนตัว ถ้าชอบแนว Lo-Fi จุดนี้ก็ไม่ใช่ประเด็น)

ฟังก์ชั่น // ★★★★☆
( เวิร์คนะสำหรับเรา มันไม่ใช่แค่ Zone Focus แต่สามารถปรับโฟกัสตาม Rangefinder ได้ นี่กรี๊ดเลย และ F/2.8-F/22 โอ้ว เยี่ยม )

คุ้มค่า? // ★★★☆☆
( ราคาสูงไปนิด แต่ถ้าเอาไว้สำหรับถ่ายเล่นเป็นเลนส์ที่เอาไปถ่ายเล่นนะ เพลินมาก)

รีวิว โดย SUN

facebook.com/artytsun

Instagram @artytL

ผู้สนับสนุนหลัก Husband & Wife Film Photography and Bookstore

www.husbandandwifeshop.com

 

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s