Jeff Bridges ช่างภาพกล้องพิสดาร ระดับดารารางวัลออสก้าร์

ใครที่เป็นแฟนๆหนังฮอลลีวูด คงจะคุ้นเคยกันดีกับ Jeff Bridges กันบ้างแหล่ะ ถึงจะไม่ใช่แฟนหนังก็คงคุ้นหน้าแกอยู่ดี เพราะเล่นหนังดังๆไว้เยอะไปหมด คุณน้า Jeff นี่แกมีความเป็นศิลปินสูงมาก ไม่ใช่แต่เป็นดาราฝีมือดี (ถ้าจำได้คือแกคว้าออสก้าร์จากบทนำในหนังเรื่อง Crazy Heart ที่แกเล่นเป็นศิลปินคันทรี่แหลวแหลกนั่นแหล่ะ )  แกยังเป็นทั้งนักร้อง นักดนตรี นักแต่งเพลง ทำอัลบั้มของตัวเองมาก็หลายชุด แถมตระเวนเล่นคอนเสิร์ตด้วย และที่สำคัญ… แกเป็นช่างภาพ

ความเป็นช่างภาพในตัวแกนี่ก็ไม่ธรรมดาเลย เราเป็นคนที่ชื่นชมและชื่นชอบช่างภาพที่ยึดมั่นในแนวทางของตัวเอง ไม่วอกแวกไปกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป มีลายเซ็นต์  มีวิธีการถ่ายภาพ การสื่อสารในเรื่องราวที่อยากจะเล่าจากมุมมองที่ชัดเจน ซึ่งน้า Jeff แก มีคุณสมบัตินั้นครบถ้วนเลย

Jeff Bridges แกเริ่มถ่ายภาพมาตั้งแต่สมัยมัธยมโน่น จริงจังถึงขนาดล้างฟิล์ม อัดภาพเองอย่างบ้าคลั่ง น้าแกเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า จริงๆแล้วสมัยก่อนแกก็ไม่ได้ชอบล้างฟิล์มเท่าไหร่เลย แต่มันดันเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก ( ถ้าไม่ล้างฟิล์มก็ไม่ได้เห็นภาพน่ะสิ..) แต่แกชอบมากคือขั้นตอนของการอัดภาพ! การที่ได้เห็นภาพมันค่อยๆปรากฏขึ้นมา มันเหมือนความมหัศจรรย์ ความภูมิใจที่ใช้เวลากับมันตั้งแต่ถ่าย ล้าง ยันอัดภาพ ซึ่งหลายๆครั้งก็ลืมไปแล้วว่าได้ถ่ายอะไรมา ทุกครั้งที่ได้อัดภาพ มันก็เลยเสมือนการได้แกะของขวัญวันคริสมาสต์แบบนั้นเลย

สิ่งที่เด็ดดวงมากของน้า Jeff แกก็คือ แกหลงใหลในกล้อง Widelux เอามากๆ ไอ้เจ้ากล้อง Widelux นี่มันเป็นกล้องพิเศษ สามารถถ่ายภาพได้รอบเกือบๆ 180 องศาเลยทีเดียว โดยใช้ฟิล์ม 35mm. นี่แหล่ะ

ก่อนจะไปถึงงานของน้า Jeff ก็เลยขอเล่าถึงกล้อง Widelux สักหน่อย เจ้ากล้อง Widelux นี่เป็นกล้องของญี่ปุ่นนะ ทำโดยบริษัท Panon Camera Shoko เมื่อปี 1958 ซึ่งเป็นยุคที่เรียกได้ว่า ญี่ปุ่นมีความบ้าพลังอย่างที่สุดในการกู้ชื่อเสียง กู้ชาติ กู้ประเทศหลังจากแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้เทคโนโลยีในประเทศนี่ก้าวกระโดดเอามากๆในช่วงนั้น จะเห็นได้จากกล้องญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียง จะเกิดขึ้นมาในยุคนั้น อย่างเช่น Canon , Nikon กล้องของแบรนด์เหล่านี้ในยุคนั้นนี่เป็นสุดยอดกล้องที่นักสะสมนิยมเก็บกันทั้งนั้น

บริษัท Panon Camera Shoko นี่ตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 1952 เน้นพัฒนากล้องมุมกว้างโดยเฉพาะ ซึ่งตอนแรก กล้องจะใช้ฟิล์ม 120 เป็นหลัก จนกระทั่งพัฒนามาสร้างกล้อง Widelux ที่ใช้ฟิล์ม 35mm. เมื่อปี 1958 นี่แหล่ะ ปัจจุบัน กล้อง Widelux เลิกผลิตไปตั้งแต่ปี 2000 และบริษัทนี้ก็ปิดกิจการไปแล้วตั้งแต่ปี 2005

 

เครดิตภาพจาก http://leitz-camera.eu
กล้อง Widelux รุ่น F V เครดิตภาพจาก http://leitz-camera.eu

 

กล้อง Widelux ที่ใช้ฟิล์ม 35mm. นี่เป็นซีรีย์ที่ชื่อว่า F Series เป็นกล้องที่ใช้เลนส์ระยะ 26mm. เก็บองศาภาพได้ 140 องศา เมนวลล้วนๆเลย ใช้ความเร็วชัตเตอร์ 1/15 , 1/125 และ 1/250 sec แค่นั้น ฟิล์มม้วนนึงจะถ่ายได้ 21 รูป

สมัยนั้น กล้อง Widelux นี่จะได้รับการโฆษณาตลอดว่า เป็นกล้องที่ NASA เอาไปใช้ถ่ายในอวกาศ ซึ่งแน่นอนว่าสมัยนั้น ไอ้กล้องแบบนี้ก็ถือว่าเป็นเทคโนโลยีสุดยอดในการถ่ายภาพแล้วล่ะ

การใช้งานของกล้อง Widelux นี่ค่อนข้างยุ่งยากและต้องระมัดระวังพอสมควร เพราะมันไม่เหมือนชาวบ้านชาวช่องเค้า อย่างเช่นในคู่มือที่จะต้องมีข้อห้ามชัดเจน อย่าง ห้ามกดชัตเตอร์ก่อน โดยที่ยังไม่ได้ตั้งค่าความเร็วชัตเตอร์ ซึ่งอาจจะทำให้กล้องเสียหายได้ อะไรแบบนี้.. ที่สำคัญ.. แม้จะผ่านมา ห้าหกสิบปี กล้อง Widelux ก็ยังมีราคาสูงมาก ( ราคาทั่วๆไปก็อยู่สัก 4-5 หมื่นบาท )

 

ลักษณะการรับภาพของกล้อง Widelux / เครดิตภาพ http://farm3.staticflickr.com
ลักษณะการรับภาพของกล้อง Widelux / เครดิตภาพ http://farm3.staticflickr.com

กลับมาที่เรื่องน้า Jeff แกต่อ การที่น้าแกเกิดคลั่งไคล้กล้อง Widelux นี่ก็เกิดจากสมัยมัธยมที่แกบ้าถ่ายรูปนั่นแหล่ะ วันหนึ่งในชมรมที่ถ่ายภาพอยู่น่ะ ก็มีช่างภาพคนหนึ่งที่มาอธิบายเรื่องการถ่ายภาพ ช่างภาพแกใช้กล้อง Widelux และก็มาแนะนำเจ้ากล้องนี่ให้ทุกคนฟัง เทคนิคที่มันน่าสนใจมากคือ ถ้าเราวิ่งไปเร็วพอในจังหวะที่ถ่าย มันจะสามารถเก็บสองชอตในภาพเดียวได้ คล้ายๆ  Double Exposure

น้า Jeff ลืมการถ่ายรูปช่วงวัยรุ่นไปยาวนาน จนกระทั่งปี 1976 น้าแกได้แสดงนำในหนังเรื่อง King Kong (เวอร์ชั่นที่คนไทยสมัยนั้นรู้จักกันในชื่อ คิงคอง ’77) ซึ่งตอนนั้น คาแรคเตอร์ที่น้าแกเล่นเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ติดตามพวกซากสัตว์อะไรแบบนั้น ก็จะต้องมีกล้องติดตัวตลอดเวลา เป็นเหตุผลที่กระตุ้นให้แกอยากกลับมาถ่ายรูปจริงจังอีกครั้ง

จุดที่ทำให้น้า Jeff กลับมาสนใจกล้อง Widelux อีกครั้งคือเมื่องานแต่งงานของแก ช่างภาพ Mark Hanauer ซึ่งเป็นช่างภาพในสายบันเทิงที่มีชื่อเสียง ได้ใช้กล้อง Widelux ถ่ายในงานแต่งนั้น ซึ่งภาพที่ออกมามันมีเสน่ห์ที่โดนใจน้า Jeff เอามากๆ

น้าแกบอกว่า ด้วยความที่กล้อง Widelux มันเอาใจยาก ทั้งระบบที่ไม่เหมือนชาวบ้าน การโฟกัสที่ไม่มีตัววัดอะไรเลย กะเอาอย่างเดียว ช่องมองภาพก็ไม่ได้ตรงกับภาพที่ได้อีกต่างหาก ข้อจำกัดต่างๆเหล่านี้ กลับเป็นจุดที่นำไปสร้างงานในแบบที่แกต้องการได้

คุณภรรยาของน้า Jeff แกซึ่งเป็นช่างภาพมืออาชีพนะ เห็นน้าแกคลั่งไคล้เอามากๆ ก็เลยซื้อกล้อง Widelux ให้เป็นของขวัญแต่งงานเอาซะเลย ตั้งแต่นั้นมา น้าแกก็แบกเจ้ากล้องนี่ไปด้วยทุกที่ เพื่อเก็บภาพในทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการถ่ายทำหนังทุกเรื่องที่แกเล่น จนกลายเป็น Photo Book ที่น่าสนใจมากของแก

กล้อง Widelux F8 (1988-2000) แบบที่น้า Jeff ใช้ / เครดิตภาพจาก http://www.kehblog.com
กล้อง Widelux F8 (1988-2000) แบบที่น้า Jeff ใช้ / เครดิตภาพจาก http://www.kehblog.com

Photo Book ที่ว่านี้ ชื่อว่า “Pictures by Jeff Bridges” ซึ่งวางจำหน่ายเมื่อปี 2006 เป็นการรวบรวมงานภาพถ่ายฝีมือน้า Jeff กว่า 20 ปีที่รวบรวมไว้จากกองถ่ายหนังหลายสิบเรื่อง เช่น The Big Lebowski , The Fisher King , Seabiscuit ด้วยกล้อง Widelux F8 คู่ใจ เป็นหนังสือภาพที่น่าสะสมเล่มหนึ่งเลยทีเดียว

 

จากหนังเรื่อง 'The Big Lebowski' (1998)
จากหนังเรื่อง ‘The Big Lebowski’ (1998)
ตัวอย่างการถ่ายสองภาพในชอตเดียว โดย Philip Seymour Hoffman จากหนัง The Big Lebowski (1998)
ตัวอย่างการถ่ายสองชอตในภาพเดียว โดย Philip Seymour Hoffman จากหนัง The Big Lebowski (1998)
จากหนังเรื่อง 'The Fabulous Baker Boys' (1989)
จากหนังเรื่อง ‘The Fabulous Baker Boys’ (1989)
จากหนังเรื่อง 'Tron' (1982)
รูปน้า Jeff ถ่ายตัวเองจากหนังเรื่อง ‘Tron’ (1982)
จากหนังเรื่อง 'Fearless' (1993)
จากหนังเรื่อง ‘Fearless’ (1993)
Michelle Pfeiffer กำลังเตรียมตัวกับฉากร้องเพลง ในหนัง The Fabulous Baker Boys (1989)
Michelle Pfeiffer กำลังเตรียมตัวกับฉากร้องเพลง ในหนัง The Fabulous Baker Boys (1989)
จากหนังเรื่อง 'Arlington Road' (1999)
Tim Robbins กับ Joan Cusack โพสในอารมณ์นัวร์ๆ จากหนังเรื่อง ‘Arlington Road’ (1999)
จากหนังเรื่อง 'The Mirror Has Two Faces' (1996)
ป้า Barbra Streisand กำลังเตรียมตัวถ่าย จากหนังเรื่อง ‘The Mirror Has Two Faces’ (1996)
จากหนังเรื่อง 'Wild Bill' (1995)
จากหนังเรื่อง ‘Wild Bill’ (1995)

 

ซึ่งจนปัจจุบันนี้ Jeff Bridges ก็ยังคงถ่ายภาพด้วยกล้อง Widelux ตัวเดิมอยู่ต่อไป จะเห็นได้จากภาพที่ปรากฏในเพจของน้าแก หวังว่าในอนาคตคงจะมี Photo Book ออกมาให้ชื่นชมกันอีก ใครอยากจะติดตามผลงานแกเรื่อยๆ ก็เข้าไปที่เพจ www.facebook.com/JeffBridgesOfficial กันได้นะ

 

 

น้า Jeff ถ่ายเซฟฟี่ในหนัง 'True Grit' (2010)
น้า Jeff ถ่ายเซฟฟี่ด้วย Widelux ในหนัง ‘True Grit’ (2010)
1490823_763332020421960_7755974567438824184_o
จากหนังเรื่อง Seventh Son (2014)

 

บทความโดย SUN

facebook.com/artytsun

Instagram @artytL

ผู้สนับสนุนหลัก Husband & Wife Film Photography and Bookstore

www.husbandandwifeshop.com

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s