เหตุผลที่เราถ่ายสตรีทด้วยกล้องฟิล์ม

ถ้าคนที่ติดตามอ่านบล็อกเกี่ยวกับถ่ายรูปโน่นนั่นนี่เยอะๆ อาจจะผ่านๆมาบล็อกที่ชื่อว่า สยาม.มนุษย์.สตรีท ว่าด้วยเรื่องการถ่ายสตรีท แด่สตรีทชาวไทยโดยเฉพาะ (เพราะส่วนใหญ่บล็อกเรื่องสตรีทมักเป็นภาษาอังกฤษ แต่นี่ล่อเขียนเป็นไทยกันทั้งบล็อก..) ซึ่งตอนนี้นอกจากบล็อกของเราเองที่เขียนอยู่นี่ ก็ไปทำบล็อกนั้นอยู่ด้วย อาจจะเขียนเยอะกว่าบล็อกตัวเองอีก เป็นเหตุให้ช่วงหลังเราอัพเดทน้อยไปหน่อย ถ้าใครสนใจเรื่องการถ่ายสตรีท ไม่มีความรู้เลย และเราเองก็เชื่อว่า…สิ่งที่รู้ๆกันมาเกี่ยวกับการถ่ายสตรีทเนี่ย ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยถูกต้องสักเท่าไหร่ ก็ลองเข้าไปอ่านกันดูได้

ด้วยความที่เราถ่ายสตรีทอย่างจริงจัง บวกกับความที่เราใช้แต่กล้องฟิล์ม ก็เลยทำให้เรากลายเป็นมนุษย์กล้องฟิล์มที่ถ่ายสตรีท.. ซึ่งสมัยนี้ไม่ค่อยมีใครเค้าถ่ายสตรีทกันด้วยกล้องฟิล์มเท่าไหร่ เหตุผลง่ายๆก็คือ มันเปลือง..นั่นเอง

โดยปกติสามัญของคนถ่ายกล้องฟิล์ม มักจะมาคู่กับความพิถีพิถันบรรจงกดชัตเตอร์ แต่ละรูปที่จะถ่ายนี่คิดแล้วคิดอีก เพราะฟิล์มม้วนนึงก็ไม่ใช่ถูกๆใช่มั๊ย ก็เห็นกันอยู่แทบทุกคนแหล่ะ (แต่ก็ยังใช้กันอยู่นั่นแหล่ะ หุๆ) นึกไปถึงป้าวิเวียน (Vivian Mier คงรู้จักกันนะ ถ้าไม่รู้จักลองกูเกิ้ลดูได้) การที่แกถ่ายสตรีทตั้งแต่ยุค ’60s นั้น ไม่แปลกใจที่หลังจากป้าแกตายไปแล้ว จะยังคงมีฟิล์มที่ยังไม่ได้ล้างอีกเป็นพันๆม้วนตกค้างอยู่

การถ่ายสตรีทไม่ใช่ว่ามันจะไม่พิถีพิถันในการถ่ายนะ แต่ว่าด้วยหลักการที่ส่วนใหญ่เป็นการจับภาพในเสี้ยววินาที ทุกอย่างไม่ได้พร้อมจะอยู่กับที่ให้เราถ่ายจนเสร็จเรียบร้อย  (เพราะทุกอย่างไม่มีการจัดฉาก) ทำให้แต่ละช็อตจำเป็นจะต้องย้ำซ้ำลงไปให้มั่นใจว่าได้จังหวะที่ดีที่สุดจริงๆ ลองนึกง่ายๆว่าเวลาช่างภาพข่าวกีฬาถ่ายรถแข่งหรือนักวิ่ง นักมวย อะไรก็แล้วแต่ ก็จะต้องมีโหมดการรัวแหลกชัตเตอร์กันเกิดขึ้น เพื่อให้ได้ช็อตที่ดีที่สุด

ขอขายของนิดนึง.. ชมคลิปของพวกเรา สยาม.มนุษย์.สตรีท ได้ เพิ่งเริ่มเป็นคลิบแรก

ย้อนกลับมาที่ตัวเรา จริงๆแล้วการถ่ายสตรีทให้สะดวกสบาย ควรใช้กล้องที่เล็ก พกพาง่าย ถ่ายง่ายๆ กล้องดิจิตอล หรือแม้แต่มือถือนั่นล่ะ ดีที่สุดเลย เพราะมันสามารถหยิบมาถ่ายได้รวดเร็ว ไม่เป็นเป้าสายตาคนอื่น แถมซ้ำได้เป็นพันๆรูป ฟังๆดูแล้ว…ทำไมเราถึงใช้กล้องฟิล์มถ่ายสตรีทวะเนี่ย?

เหตุผลที่ 1

ถึงแม้การถ่ายสตรีทจะต้องซ้ำช็อตให้มั่นใจ แต่ไม่ได้แปลว่าถ่ายมั่วๆได้นะเว้ย… การใช้กล้องฟิล์ม ฝึกให้เราคิดดีๆว่าช็อตนั้นคุ้มค่าจะกระหน่ำซ้ำแล้วมันจะได้รูปที่ดีหรือเปล่า? (หลายๆครั้ง ซ้ำกันหมดม้วน แต่…ได้แค่ความว่างเปล่าก็มีบ่อยๆ) พอเราใช้จนเคยชินแล้ว เรามักจะใช้ตาตัวเองนี่แหล่ะ.. มองแล้วคิดพิจารณาช็อตนั้นๆ หลายๆครั้ง พอเห็นบ่อยๆเข้า เราจะรู้เลยว่าถ้ามันไม่ควรถ่าย เราก็ไม่กดเลย แต่พอในจังหวะที่มั่นใจแล้วว่าน่าจะดี เราจะพยายามจับจังหวะภาพนั้นกับนิ้วที่กดชัตเตอร์ ให้มันสัมพันธ์กัน ไม่ใช่ว่ากดๆไปเรื่อยๆ

24965252941_6e7898c681_b
ช็อตนี้ ถ่ายไปประมาณเกินครึ่งม้วนได้ เพราะซีนนี้น่าจะดี แต่ไม่มั่นใจว่าจังหวะไหนจะได้ดีที่สุด

 

สุดท้ายก็ใช่ว่าจะได้ภาพแน่นอนนะ.. หลายๆครั้ง หรือแทบจะทุกครั้งก็ว่าได้ เราก็ไม่ได้ภาพที่ดีหรอกนะ มันต้องอาศัยดวงอยู่ดีด้วย แต่ก็เรียกว่าเรามีโอกาสเข้าใกล้จังหวะที่ได้ภาพดีที่สุดแล้ว ดั่งคำกล่าวของเจ้าคุณปู่แห่งวงการสตรีท Henri Cartier-Bresson ที่ว่า “Your first 10,000 photographs are your worst.”   แปลว่า หมื่นภาพแรกที่มึงถ่ายน่ะ กากเสมอ!! แต่สมัยนี้ อาจจะสักแสนใบแรกนี่ก็อาจจะยังกากอยู่…  แปลรอบสองก็คือ ถ่ายไปเถอะ.. ซ้อมเยอะๆกว่ามันจะได้ภาพที่ดีน่ะ

เหตุผลที่ 2

เราชอบโทนภาพของฟิล์ม เอ๊ะ..แต่สมัยนี้ปลั๊กอินมากมาย VSCO โน่นนั่นนี่ เหมือนชิบหายเลย.. ใช่… ไม่เถียงเลยว่ามันเหมือนมาก คนส่วนใหญ่แยกไม่ออกด้วยซ้ำ แต่ถ้าถ่ายฟิล์มไปเยอะๆแล้วจะรู้ว่า มันมีอีกหลากหลายรายละเอียดที่เรารู้ดีแก่ใจว่ามันไม่เหมือนการถ่ายฟิล์มอยู่ดี เช่น การเลือกใช้ฟิล์มแบบต่างๆ เมื่อไปอยู่กับกล้องที่เราเลือกใช้ ข้อจำกัดในการถ่ายต่างๆที่จะทำให้ได้ผลที่ไม่เหมือนดิจิตอลย้อมสีเป็นฟิล์ม ยิ่งพอใช้กับงานสตรีท เราเลยยิ่งสามารถดีไซน์ให้ภาพของเรามันได้อะไรที่แปลกออกไปอีก เป็นลักษณะเฉพาะของเราเองได้ เรียกว่าด้วยความที่มันไม่เพอร์เฟคนั่นแหล่ะ เลยทำให้มันต่าง (จะว่าดิจิตอลดีเกินไปก็ว่าได้)

22584916553_ce8eed114d_b
ภาพนี้จะสังเกตว่า เกรนเยอะ และที่คุณป้าก็โฟกัสไม่ได้คมกริบนัก เราเลือกถ่ายให้อันเดอร์เยอะๆ ถ้าเป็นดิจิตอล สิ่งที่จะได้คือ เงาทั้งหมดจะได้ดำมืดกว่านี้ เกรนจะไม่มีทางเท่านี้ แม้ว่าจะใส่เกรนด้วยโปรแกรมต่างๆ และที่สำคัญ โฟกัสที่ไม่ได้คมกริบ ทั้งหมดคือความไม่เพอร์เฟคของฟิล์ม

 

เหตุผลที่ 3

เราชอบขั้นตอนการถ่ายด้วยฟิล์ม ขั้นตอนนี่หมายถึงตั้งแต่การปรับค่าต่างๆ การเลือกฟิล์มที่จะใช้ การโฟกัส การกด การขึ้นฟิล์ม การกรอฟิล์ม การเอาฟิล์มไปล้าง การสแกนฟิล์ม หรืออัดภาพ ฯลฯ ทั้งหมดนี่คือประสบการณ์ที่นอกเหนือไปจากการได้ผลลัพธ์เป็นภาพสวยๆนะ เราต้องใช้เวลากับมันมากหน่อย ผลแต่ละขั้นตอนอาจจะทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ แตกต่างกันไปเรื่อยๆ เหมือนการทดลองวิทยาศาสตร์ แต่…เราก็ไม่รีบเอาไปใช้ที่ไหนนิหว่า

เหตุผลที่ 4

คือเราคิดว่ากล้องดิจิตอลมันดีเกินไป ทำอะไรได้เยอะเกินไป สิ่งที่เราต้องการใช้จริงๆแค่ ปรับรูรับแสง ปรับความเร็วชัตเตอร์ ปรับ ISO ก็โฟกัสถ่ายได้แล้ว ไม่ต้องสนใจอะไรอีกเลยจนถ่ายหมดม้วนนั่นแหล่ะ การถ่ายสตรีทค่อนข้างใช้สมาธิเยอะ หมดไปกับการมองหาเรื่องราวบนท้องถนนหรือรอบๆตัวเรา เราไม่อยากมานั่งพะวงว่าต้องปรับอะไรโน่นนี่ ปรับ EVF ปรับความสว่างจอ ปรับปุ่มฟังก์ชั่น ปรับระบบโฟกัสร้อยจุดพันจุด เฮ้ย..แบตหมด เฮ้ย..เปลี่ยน SD Card เฮ้ย..ส่งรูปเข้ามือถือ เราว่ามันน่าเวียนหัวไปหน่อย

24_09001 (24)Edited
รูปนี้เราใช้เวลาตัดสินใจเสี้ยววินาทีมาก ซึ่งเกิดจากการเดินตามเจ๊คนนี้มาหลายช็อต พอเราเห็นเฟรมนี้ ก็คือยกกล้องแล้วกะโฟกัสกดทันทีเลย อันนี้คือความสะดวกสำหรับเรา

 

เหตุผลที่ 5

ส่วนใหญ่เราศึกษางานสตรีทจากศิลปินในยุคที่ยังใช้ฟิล์มกันอยู่ ทำให้เราค่อนข้างชอบโทนงานในยุคที่ยังเป็นฟิล์ม มันเหมือนการละเลงสีน้ำลงบนผืนผ้าใบ การถ่ายด้วยฟิล์มก็เช่นกัน มันก็เหมือนเอากล้องละเลงแสงลงบนฟิล์มประมาณนั้น ในขณะที่กล้องดิจิตอลมันให้อีกอารมณ์นึง ไม่ใช่ไม่ดีนะ แต่อารมณ์เหมือนการที่เรานั่งใช้โปรแกรมต่างๆบนคอมวาดรูปน่ะ สะดวก แก้ไขง่าย เป๊ะ.. ในขณะที่ฟิล์ม เรารู้สึกเหมือนกำลังจับพู่กันระบายสีบนกระดาษ เละได้ แก้ไม่ได้ มึงทำอะไรไว้ มันก็ออกมางั้นแหล่ะ เป็นต้น

grh1988005k086
© Harry Gruyaert งานของคุณลุงแฮร์รี่ที่เราชอบ ในยุคดั้งเดิม แกใช้ฟิล์มสไลด์ Kodachrome แม้ว่าทุกวันนี้เราจะใช้ฟิล์มเนกาทีฟธรรมดา แต่ก็ยังมีโทนที่ใกล้เคียงกันได้อยู่

ทั้งหมดนี้เป็นความชอบส่วนตัวนะ เราเลยจากจุดที่มานั่งพูดว่า กล้องดิจิตอลกับกล้องฟิล์ม อะไรดีกว่ากัน? มันมีเหตุผลในการใช้ที่ต่างกันไป เอาจริงๆแล้วเรามักจะบอกกับใครที่สนใจการถ่ายสตรีทด้วยซ้ำว่า ถ้าเริ่มต้นน่ะ ควรใช้กล้องดิจิตอลถ่าย โอกาสที่จะได้รูปที่ดีก็มากกว่า เพียงแต่ตัวเราเอง เป้าหมายไม่ใช่การได้รูปที่ดีที่สุดไปทั้งหมดน่ะ หลายๆครั้ง ไปถ่ายทั้งทริปไม่ได้รูปที่ดีเลย แต่ก็แฮปปี้แล้วที่ได้กดชัตเตอร์ไป

อุปกรณ์ที่ใช้

เรื่องเซ็ตอัพของตัวเองนี่ ไม่จำเป็นต้องเลียนแบบกันเลยนะ ควรอย่างยิ่งที่จะต้องเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง ทดลองจับมาเยอะๆว่าชอบแบบไหน อย่างเรานี่ชอบกล้องประเภท Rangefinder ซึ่งหลายๆคนก็ไม่ชอบเลย ถนัด SLR มากกว่า เป็นต้น

กล้องที่เราใช้อยู่ จะมีอยู่สองตัวหลักๆคือ Leica M6 TTL ใช้เลนส์ Carl Zeiss 35mm. F2 ZM เพราะระยะ 35mm. เป็นระยะที่ถนัดที่สุด มาตรฐานที่สุดของการถ่ายสตรีทนั่นเอง

IMG_0748

จริงๆกล้องหลักนี่เปลี่ยนมาหลายตัวสุดๆ แต่อยู่บนพื้นฐานว่าชอบกล้อง Rangefinder ซึ่งมันก็มีหลายตัวน่าสนใจ แต่เราเปลี่ยนมาเป็น Leica นี่เพราะเรื่องความรู้สึกในการกดชัตเตอร์เป็นหลักเลย ถามว่าสเปคดีที่สุดมั๊ย? ก็ไม่.. ถ้าให้บอกว่ากล้อง Rangefinder แบบเปลี่ยนเลนส์ที่สเปคดีๆ ยังมีอย่าง Voigtlander Bessa R ต่างๆ ไม่ว่า R2 , R3 , R4 เป็นต้น พวกนี้สเปคดีกว่าอีก และถูกกว่าเป็นหลายเท่าตัวเลยด้วย ต้องลองจับๆกันดูเอง

ส่วนอีกตัวคือกล้อง Fujifilm Klasse W เป็นกล้องพรีเมี่ยมคอมแพค ระยะเลนส์ 28mm. เราจะเอาไว้เป็นกล้องสองในจังหวะที่ไม่อยากสะพายกล้องไปด้วย หรือถ้าสะพายกล้องไปด้วยแล้วอยากได้ภาพที่กว้างกว่า 35mm. อีกนิด เช่น มีคนยืนอยู่รวมกันเยอะๆ หรือที่แคบ ก็จะใช้ตัวนี้แทน เป็นต้น

IMG_0750

เดิมทีเราใช้ Fujifilm Klasse S ซึ่งเคยรีวิวไปเมื่อนานชาติแล้ว เรารักตัวนั้นมาก แต่…พังไปจากทริปลอนดอนเรียบร้อย ต่างกันก็คือตัวนั้นเป็นระยะ 38mm. เราเพิ่งหันมาใช้ระยะที่กว้างกว่าคือ 28mm. ไม่นานนี้เอง

ส่วนฟิล์มที่ใช้ก็มักจะใช้ฟิล์มความไวแสง ISO 400 แต่ถ้าในวันที่แสงแรงมากๆ ก็จะพยายามไปใช้ ISO 200 แทน อันนี้แล้วแต่ความถนัด แต่การถ่ายสตรีทก็ควรใช้ ISO ที่เร็วๆเข้าไว้ ปลอดภัยสุด

การใช้กล้องประเภท Rangefinder มีประโยชน์ในการถ่ายสตรีทมากๆ เพราะกล้องประเภทนี้จะสามารถเห็นภาพในช่องมองภาพแบบชัดทั้งหมด เพราะมันเป็นกระจกใสเฉยๆเลย ลองคิดถึงกล้องพวก SLR นะ เราจะเห็นว่ามันจะชัดเฉพาะจุดที่เราโฟกัสไป อันนี้ต่างๆกันเลย (อ่านบทความ ‘เหตุผลดีๆและ 10 อันดับกล้อง Rangefinder ที่ทำให้เราหลงรักกล้องฟิล์ม’)

การเห็นชัดทั้งหมดดียังไง? การถ่ายสตรีทส่วนใหญ่คือการจัดองค์ประกอบภาพให้มีมิติ สิ่งที่อยู่ด้านหน้า สิ่งที่อยู่ตรงกลาง สิ่งที่อยู่ด้านหลัง เวลาที่เราเห็นชัดทั้งหมด จะช่วยให้เราจัดองค์ประกอบภาพได้ง่ายขึ้น

แต่ข้อเสียมันก็มี ก็คือสิ่งที่เราเห็นในช่องมองภาพ มันจะไม่ใช่พอดีแบบนั้นเป๊ะๆเมื่อถ่ายได้ เพราะช่องมองภาพกับเลนส์อยู่คนละเรื่องเลย ไม่เหมือน SLR ที่มันสะท้อนภาพที่จะถ่ายได้นั่นแหล่ะมาให้เราดูเลย อันนี้ก็ต้องอาศัยความเคยชิน ฝึกฝนเยอะๆจนเราชินกับกล้องนั้นๆเอง

เทคนิคสำคัญในการใช้กล้องฟิล์มในการถ่ายสตรีทคือ การโฟกัสแบบ Zone Focus

Zone Focus คืออะไร? เราอธิบายง่ายๆคือ กล้องฟิล์มส่วนใหญ่ ยังไม่มีระบบออโต้โฟกัส หรือถ้ามีก็เป็นระบบที่ยังไม่ทันสมัยเหมือนสมัยนี้ ทำให้การโฟกัสมันจะช้าเกินทันกิน การใช้ Zone Focus จะช่วยให้เราโฟกัสได้เร็วมาก มากกว่าออโต้โฟกัสสมัยนี้ซะอีก จริงๆแล้วไอ้วิธีนี้มันมีมาแต่ดึกดำบรรพ์ คนสมัยก่อนเค้าก็จะถ่ายกันด้วยหลักการนี้แหล่ะ

วิธีการก็คือ ใช้รูรับแสงที่แคบเสมอ ยิ่งแคบระยะโฟกัสก็จะกว้าง ระยะโฟกัส แปลเป็นภาษาอังกฤษก็คือ Zone Focus กล้องฟิล์มหลายๆตัวที่เป็นระบบกะระยะถ่าย ก็เช่นกัน ถ้าเราจะถ่ายระยะ 1m ถึง 1.5m ก็เป็นโซนนึง จาก 1.5m ถึง 3m. ก็เป็นโซนนึง จาก 3m ไปถึง infinity ก็โซนนึงแบบนี้ เพียงแต่ว่าถ้าใช้กับกล้องที่ปรับโฟกัสได้ เราก็ต้องกะเอาเอง ไม่มีใครบอก

IMG_0751

 

โดยปกติที่เราใช้คือ เวลาเดินถ่ายกลางวัน มักจะใช้รูรับแสง f8 เป็นอย่างน้อย ถ้าสามารถใช้ถึง f11 หรือ f16 ก็จะใช้ จะเลือกใช้อันไหนนี่ก็ขึ้นอยู่กับว่า ความเร็วชัตเตอร์ตอนนั้นเป็นเท่าไหร่ด้วย ไม่ควรต่ำกว่า 1/125 sec ถ้าจะให้ดีคือ 1/250 sec เป็นอย่างน้อย

จากนั้นคือ ตั้งโฟกัสระยะที่ 1.5m เอาไว้เสมอ แปลว่าเมื่อเราเดินๆไป ถ้าจะถ่ายอะไรที่ระยะ 1.2m ถึง 2.5m มันจะชัดแน่นอน โดยไม่ต้องทำอะไรเลย

ทีนี้.. ถ้าเกิดเราจะถ่ายอะไรที่ใกล้กว่า 1.2m ล่ะ? ง่ายมาก ก็แค่กระดิกนิ้วที่แตะไว้ที่ Focus Tab ของเลนส์ หมุนไปทางซ้ายนิดเดียว.. มันก็จะได้ใกล้เข้ามาแล้ว ง่ายมากหรือถ้าเราต้องการไกลกว่า 2.5m เช่นสัก 5m ก็แค่กระดิกไปทางขวานิดนึง โดยไม่ต้องมองเลย ง่ายมากๆๆ

อันนี้เป็น Tips สำหรับการถ่ายสตรีทแบบหนึ่ง ใครสนใจก็เข้าไปอ่านในบล็อก ในเพจ ใน Youtube ของ สยาม.มนุษย์.สตรีท ตามข้างล่างนี้ได้เลย

www.siamstreetnerds.com

facebook.com/siamstreetnerds

youtube.com สยาม.มนุษย์.สตรีท

 

บทความโดย SUN

facebook.com/artytsun

Instagram @artytL

ผู้สนับสนุนหลัก Husband & Wife Film Photography and Bookstore

www.husbandandwifeshop.com

 

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s