รีวิวแบบบ้านๆ หนังสือเขียนเอง รีวิวเอง “พาราณสี.มนุษย์.สตรีท” คนบ้าถ่ายรูปออกเดินทาง

รีวิวกล้องก็เยอะ รีวิวฟิล์มก็หลายตัวแล้ว แต่วันนี้..จะมารีวิวหนังสือตัวเอง! (แบบบ้านๆด้วย) ในเมื่อไม่มีใครรีวิว เราจะรีวิวตัวเอง 555 (จะว่าไปก็เรียกว่าแนะนำก็ได้) เกริ่นนำเล็กน้อย หนังสือ พาราณสี.มนุษย์.สตรีท ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ happening ว่าด้วยคนบ้าถ่ายสตรีท เดินทางไปเมืองพาราณสี ประเทศอินเดีย พร้อมฟิล์มราว 60 ม้วน ล้วนๆเลย เพื่อไปฝึกปรือวิทยายุทธการถ่ายสตรีท ณ เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงแห่งหนึ่งในการถ่ายสตรีทบนโลกใบนี้ ที่เหลือ..ก็คือเรื่องราวการเดินทาง เล่าประสบการณ์ที่บ้าบอคอแตกของคนอินเดีย ที่เราได้ประสพพบเจอระหว่างเดินทาง พร้อมด้วยรูปที่ได้มา นี่คือฉบับย่อ..

เอาล่ะ..  ทีนี้มาเปิดดูกันแบบจริงจังขึ้นอีกนิด หนังสือเล่มนี้นับได้ว่าเป็นหนังสือเล่มแรกอย่างเป็นทางการที่เราได้เขียน การเขียนก็นับเป็นความใฝ่ฝันอันหนึ่งที่อยากจะทำมายาวนาน เราใช้เวลาเขียนโดยการเอาสิ่งที่จดบันทึกระหว่างเดินทาง มาจัดระเบียบใหม่ ซึ่งใช้เวลาทั้งหมด 7 เดือนหลังจากที่เดินทางกลับมาจากพาราณสีแล้ว ทำให้สิริรวมแล้วหนังสือเล่มนี้มีความหนาราว 238 หน้า ภาพประกอบเกือบ 80 ภาพ จากกล้องฟิล์มล้วนๆที่เอาไป 60 ม้วน ซึ่งจบที่ถ่ายไปทั้งหมด 45 ม้วน ก็ราวๆ  1,500 รูป

img_2456edited-3

ดั้งเดิมของการเดินทาง เราตั้งใจจะไปฝึกถ่ายภาพสตรีทอย่างเดียว นั่นทำให้เรายังไม่ได้คิดถึงเรื่องงานเขียนเอาไว้ในใจเลย เราเพียงแต่จดบันทึกทุกอย่างเอาไว้ ทุกครั้งที่นั่งพัก หรือกลับมาที่พักแล้ว เราจะหยิบสมุดขึ้นมาจดทุกอย่างเท่าที่จำได้ หรืออะไรที่น่าสนใจ (เพราะที่นั่นมันไม่มีอะไรให้ทำ นอกจากการชิวไปเรื่อยๆ) แต่พอรู้ตัวแล้วว่าจะทำเป็นหนังสือ เราก็เลยตั้งใจเอาไว้เลยว่าจะเขียนเล่าเรื่องให้ดีๆแบบที่ไม่คิดจะพึ่งพาภาพก่อน สมมติในใจเอาไว้ว่าถ้าหนังสือเล่มนี้ไม่มีภาพเลย เราจะเล่ายังไงให้สนุกและคนอ่านไม่เบื่อ ต่อเมื่อเราเขียนเรื่องทั้งหมดเสร็จแล้ว จึงค่อยๆเอาภาพที่ถ่ายมาเอามาปะติดปะต่อทีหลัง

ในส่วนของภาพ เราใช้เวลาล้างฟิล์มทั้งหมดราวๆเดือนนึงได้หลังจากที่กลับมาถึงเมืองไทย คัดรูปออกมาจากทั้งหมด 1,500 รูป จริงๆแล้วรูปที่เราชอบจริงๆจังๆมีประมาณสัก 20 เท่านั้นแหล่ะ แต่นั่นมันเป็นภาพเชิงสตรีท ส่วนที่เหลือเราต้องคัดเพื่อมาประกอบการเล่าเรื่องอีก นั่นก็เลยทำให้หนังสือเล่มนี้มีภาพอยู่ราวๆ เกือบ 80 ภาพอย่างที่บอกไป โดยวิธีการคัด ส่วนตัวเราเคยดูหนังสือแนวๆท่องเที่ยวมาเยอะตั้งแต่เล็กแต่น้อย แต่อ้อนแต่ออก สิ่งที่ขัดใจมากๆก็คือ มีหนังสือหลายเล่มดูไม่ตั้งใจถ่ายเอาซะเลย หรือบางทีก็เป็นมุมที่ใครๆก็ถ่ายกันมาได้ทั้งนั้นแหล่ะ ยิ่งนับวันๆคนก็ใส่ใจการถ่ายภาพกันน้อยลง เราเองโตมากับหนังสืออย่าง National Geographic ซึ่งภาพทุกภาพในเล่มโคตรสวยเลย เราคิดว่านั่นควรจะเป็นบรรทัดฐานหนังสือเดินทางที่ดี ดังนั้น…นั่นคือเป้าหมายของเราว่า จะไม่ยอมให้มีรูปที่ดูธรรมดา หรือไม่ตั้งใจอยู่ในเล่มโดยเด็ดขาด!

การเล่าเรื่องในหนังสือเล่มนี้ เราเล่าผ่านการเขียนกึ่งๆจะเป็นไดอารี่ เพราะเราจดบันทึกเป็นวันๆไป การเดินทางครั้งนี้เราโชคดีมาก ที่ทุกช่วงเวลาของมันดันมีเรื่องราวให้เล่าอย่างลงตัว คือมีวันที่พีค มีเรื่องให้พูดถึง มีจังหวะให้ปล่อยมุก มีช่วงเวลาที่สวยงามและไม่น่าเบื่อเลย รวมถึงการแลนด์ดิ้งจบลงอย่างสวยงามประหนึ่งมีคนวางพล็อตเอาไว้ให้เรา หลายๆครั้งตอนที่กำลังเขียนถึง ก็คิดอยู่เหมือนกันว่าถ้าไม่ใช่ที่พาราณสี..เราจะมีเรื่องให้เล่าเยอะขนาดนี้มั๊ยนะ?

หนังสือเล่มนี้เหมาะกับใคร? ถ้าคุณเป็นคนรักการถ่ายภาพ โดยเฉพาะกล้องฟิล์ม นี่คือหนังสือที่จะพูดถึงการถ่ายภาพด้วยฟิล์มอย่างจริงจัง และล้วนๆเลย โดยปกติเราก็ไม่พกกล้องดิจิตอลอยู่แล้ว เพราะไม่ถนัดเท่าไหร่ ดังนั้นทั้งทริปนี้ เราจะไม่ได้เห็นสิ่งที่เราถ่ายมาก่อนเลย เราจดบันทึกแบบไม่รู้ว่าเราถ่ายอะไรไปบ้างจนกระทั่งกลับมาถึงเมืองไทยแล้ว ล้างฟิล์มออกมาแล้ว นี่เป็นความลุ้นและความสนุกอย่างนึง สุดท้ายหลังจากกลับมา ภาพจากทริปนี้ยังได้เข้ารอบสุดท้ายรายการประกวดการถ่ายภาพสตรีทที่เมืองนอกเมืองนากับเค้าถึงสองรายการอีกต่างหาก นี่น่าจะการันตีได้สำหรับคนที่ชอบถ่ายภาพ

img_2460edited-2

สำหรับคนที่ชอบการเดินทาง หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่ไกด์บุ๊ค แต่มันคือการเล่าประสบการณ์การเดินทางที่พาเราไปเจอเรื่องต่างๆมากมาย โดยมีฉากหลังเป็นเมืองพาราณสี ประเทศอินเดีย ทุกสิ่งที่เราเจอตลอดสิบวันที่นี่ เป็นการผจญภัยเล็กๆในชีวิตวัยกลางคน และมันกลายเป็นจุดที่เปลี่ยนความคิดบางอย่างของเราไปได้ด้วย ถ้าภาษาหนังก็ต้องเรียกว่า “Coming of Age” เจ็บปวดแต่เติบโต.. นี่ก็น่าจะการันตีได้เช่นกันว่า จะได้อ่านอะไรที่สนุกสนานและน่าสนใจเพียงพอ

มาถึงรูปเล่ม.. ทีมงาน happening ตั้งใจสุดยอดในการทำให้เล่มนี้น่าสนใจที่สุด ทั้งการเลือกใช้กระดาษ การวางเลย์เอ้าท์ การพิมพ์ การเย็บเล่ม ที่ทีมงานภาคภูมิใจ คือการเย็บกี่ด้วยด้ายสีชมพูแปร๊นสวยงาม เข้ากับธีมเล่มนี้ และมันยังทำให้หนังสือเล่มนี้เปิดอ่านได้ง่าย กางได้กว้าง 180 องศากันเลยทีเดียว

img_6355

img_6353-copy

 

ระยะเวลากว่า 7 เดือนในการปลุกปั้นให้เป็นรูปเป็นร่าง หลังจากที่เราเขียนและเลือกภาพอย่างตั้งอกตั้งใจ ต้องขอขอบคุณทีมงาน happening ไล่มาตั้งแต่พี่วิภว์ที่ช่วยขัดเกลาให้หนังสือเป็นหนังสือ พี่หยกที่ชักชวนกันมาร่วมหัวจมท้าย น้องๆทีมงานทุกคนที่ทำให้หนังสือออกมาสวยงามเป็นรูปเล่มจริงๆ ถ้าไม่มีทีมงานทุกคน ก็คงไม่มีหนังสือเล่มนี้เกิดขึ้นมา

สุดท้าย.. เราปิดท้ายด้วยบทเริ่มต้นจากหนังสือเล่มนี้ ลองอ่านแล้วจินตนาการตามไปกับเราดู วันแรกที่เราไปถึงที่นั่น เวลาเย็นๆ อากาศเย็นๆเหมือนหน้าหนาวเมืองไทยวัยเด็ก แต่แดดกลับอุ่นดี ท้องฟ้าโปร่งใสในเดือนมกราคม

“นี่รถผมเอง” เสียงพี่แท๊กซี่แนะนำ

“รกนิดหน่อยนะ”

เราก้าวขาขึ้นรถแท๊กซี่ที่ดูก็เป็นรถเก๋งธรรมดาๆนี่แหล่ะ ดูไม่ออกว่ายี่ห้ออะไร แต่สภาพก็ผ่านศึกมาพอสมควร

“ยินดีต้อนรับสู่ พาราณสี” คุณพี่แท๊กซี่กล่าวผ่านกระจกมองหลังพร้อมรอยยิ้ม และบิดกุญแจสตาร์ทเครื่อง

“เราจะใช้เวลาประมาณชั่วโมงนึงนะ อากาศวันนี้เย็นสบายดี ถนนที่นี่ค่อนข้างแย่และสภาพจราจรในเมืองก็วุ่นวายมาก”

รูปประโยคดูคุ้นๆ ถ้าใส่ไปด้วยว่าเวลาขณะนี้กี่โมง ลงท้ายด้วยบอกชื่อตัวเองอีกหน่อยนี่ก็น่าจะเป็นกัปตันขับเครื่องบินได้

“ชื่ออะไรครับ” เราลองเริ่มต้นผูกมิตรกับคนที่นี่ดู

“เดปราปุนเย ครับ” ด้วยการออกเสียงแบบอินเดีย เราถึงกับต้องทบทวนสองครั้ง แล้วบรรจงพิมพ์วิธีออกเสียงเป็นภาษาไทยเก็บไว้ในมือถือ

“เพิ่งเคยมาอินเดียครั้งแรกหรือเปล่า”

“ใช่ครับ”

“จะไปที่ไหนบ้างครับเนี่ย”

“อ่อ พาราณสีที่เดียวเลยครับ มาถ่ายรูป”

“ที่นี่เหมาะกับการถ่ายรูปมากครับ มากี่วันครับ”

“ถ้าไม่รวมวันนี้ก็ 10 วันครับ”

“โอ้โห 10 วันเลยเหรอ ดีครับ”

เวลานี้เป็นเวลาประมาณ 4 โมงเย็นพี่แท๊กซี่ไม่ได้ประกาศ แต่เรามองในมือถือตัวเอง เรากวาดตามองสองข้างทางด้วยความตะลึงงัน แสงแดดยามเย็นกำลังส่องผ่านทุ่งข้าวสองข้างทาง สวยงามเหมือนที่เขาเรียกว่า Golden Light ถนนลูกรังฝุ่นตลบตลอดเส้นทางที่ไม่ราบเรียบ มีวัวเดินประกอบเฟรมอยู่เนืองๆ บ้านเมืองในบริเวณนี้ตั้งอยู่กันแบบห่างๆ ทำการเกษตรอะไรบ้างเราก็ดูไม่ออกนอกจากข้าว ตามกำแพงนั้นเป็นป้ายโฆษณาสินค้าที่ถูกวาดและระบายสีเองทั้งหมด มีฟ้อนท์แบบฝรั่งยุค ‘20s ‘30s อะไรแบบนั้นเลย สีที่ระบายลงไปก็ช่างเหมือนตั้งใจให้เข้ากับท้องฟ้า สีแดง สีเหลือง สีเขียว ผสมผสานไปกับเสื้อผ้าลายต่างๆแบบดั้งเดิมของผู้คนที่เดินไปมา

“ที่นี่สวยจังครับ” เราเผลอพูดความรู้สึกตัวเองตอนนี้ออกมา

“แถวนี้จะสงบกว่าในเมืองเยอะครับ ชานเมืองพาราณสีนี่น่าอยู่กว่าในเมืองเยอะ”

เรานั่งดูวิวไปเรื่อยๆตลอดเวลาสักครึ่งชั่วโมงอย่างอิ่มเอมโดยไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก แม้ว่าโดยปกติจะเป็นมนุษย์ขี้เมารถอย่างรุนแรง แต่ความสวยและอากาศเย็นก็พอจะช่วยให้เราไม่เวียนหัวได้

ขายของ ฮ่าๆๆ..  หนังสือ พาราณสี.มนุษย์.สตรีท เล่มละ 340 บาทเองนะ หาซื้อได้ตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป B2S , ซีเอ็ด , นายอินทร์ , ร้าน happenning shop และอื่นๆ หรือร้านเราเอง Husband & Wife Shop สั่งออนไลน์ได้เลย

 

Advertisements

3 Comments Add yours

  1. Panuwat says:

    ซื้อมาแล้ว อ่านจบแล้ว เป็นหนังสืออีกเล่มที่อ่านจบเร็วมาก อ่านเพลิน เขียนดีภาพสวยครับ

    1. Doc says:

      Reading posts like this make surfing such a plaeruse

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s