รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ Ricoh GR1 เจ้าคุณปู่สตรีทคอมแพค

ช่วงปีสองปีมานี้ เทรนกล้องฟิล์มที่ฮิตแรงมากๆคือพวกกล้องคอมแพคทั้งหลาย เดี๋ยวๆ..อะไรคือกล้องคอมแพควะ? ต้องมีอีกหลายคนส่งมโนสำนึกโพล่งขึ้นมาระหว่างอ่านแน่ๆ… กล้องคอมแพคฟิล์ม ถ้าจะว่ากันตามประวัติศาสตร์แล้ว… (โคตรจริงจัง) มันเริ่มถือกำเนิดอย่างชัดเจนในยุค ’80s ช่วงที่เทคโนโลยีกล้องเริ่มมีความพยายามให้มันมีขนาดเล็ก เบา และทำงานง่ายๆ อันนี้ก็จะเริ่มมีระบบ “ออโต้โฟกัส” เกิดขึ้นมา

ไอ้ฟังก์ชั่นทั้งหลายที่ว่ามานี้ ทำให้กล้องฟิล์มมันพึ่งพาระบบไฟฟ้า 100% ก็ว่าได้ ซึ่งผิดไปจากยุค ’60-’70s ที่กล้องฟิล์มมักจะมีความพยายามที่จะไม่มีความจำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าเลย ทำให้มันมีความคงทนกว่า ซ่อมง่ายกว่า นอกจากนี้วัสดุของกล้องในยุคกล้องคอมแพคก็เป็นพลาสติก ทำให้มันพังง่ายเข้าไปอีก…

ไอ้ที่พูดมาทั้งหมดนี้มีแต่บั่นทอนความอยากทั้งนั้นเลย… 555 แต่จริงๆแล้วมันเป็นกล้องที่ได้รับความนิยมมากๆในช่วงยุค ’80-’90s เพราะมันสะดวกมากขึ้นๆเรื่อยๆ และคุณภาพก็ดีขึ้นๆเรื่อยๆด้วย ยิ่งในยุคบั้นปลายของยุคฟิล์มรุ่งเรืองด้วยแล้ว ประมาณยุค ’90 ถึงปี 2000 เทคโนโลยีมันก้าวไปถึงจุดที่สามารถผลิตกล้องคอมแพคที่คุณภาพสูงๆแทบจะทำงานแทนกล้องใหญ่ได้เลย เราเรียกกันว่า “กล้องพรีเมี่ยมคอมแพค”

เจ้ากล้องพรีเมี่ยมคอมแพคนี้ มียี่ห้อและรุ่นที่โดดเด่นเป็นตำนานมากมาย ซึ่งเราเคยรีวิวไปแล้วอย่าง Fujifilm Klasse เป็นต้น (และจะตามมาเพิ่มในไม่ช้านี้) แต่วันนี้จะมาพูดถึงอีกรุ่นที่เรียกว่า ฮิตที่สุดรุ่นหนึ่ง จนกลายเป็นชื่อรุ่นที่พัฒนามาเป็นกล้องดิจิตอลในปัจจุบันเลยด้วยซ้ำ นั่นคือ Ricoh GR1

img_3628-copy

Ricoh GR1 ถือกำเนิดขึ้นมาครั้งแรกในปี 1996 ก็เป็นยุคฟิล์มรุ่งเรืองที่สุดแล้วล่ะ ก่อนจะเป็นขาลงในอีกไม่กี่ปีต่อมา และมันก็ฮือฮามาก ด้วยขนาดเล็กและเบามากอาจจะที่สุดก็ว่าได้ (ตอนนั้นคือเกือบๆ 200 กรัม) แถมด้วยฟังก์ชั่นมันก็เอื้อให้ถ่ายได้หลากหลาย คุณภาพดี พูดง่ายๆนี่มันก็คือกล้องในมือถือไอโฟนยุคนี้นั่นแหล่ะ

มาดูจุดเด่นๆของมันที่ทำให้คนคลั่งไคล้มันหน่อยดีกว่า

  • เบาและจับสะดวกมาก! ด้วยวัสดุผสม พลาสติกบวกโครงสร้างแมกนีเซียมอัลลอยด์ มันเลยดูดี แข็งแรง พกใส่กระเป๋าได้จริงๆ
  • ใช้เลนส์ระยะ 28mm. รูรับแสงกว้างสุดที่ F/2.8 เอาเรื่องเลย
  • โหมด Aperture Priority หมายความว่าเราสามารถปรับรูรับแสงได้เอง และกล้องจะหาค่าความเร็วชัตเตอร์ให้ (ความเร็วสูงสุด 1/500s) นี่ทำให้เราควบคุมกล้องได้มากแล้ว
  • ปรับ EV +/- ได้อีก 2 ก็แทบจะ Manual ได้หมดแล้วล่ะ
  • ทีเด็ดอยู่ที่นี่… โหมด SNAP นี่คือไม้ตามของรุ่น GR ที่ส่งทอดไปถึงกล้องดิจิตอลด้วย การตั้งระยะ SNAP ที่ 1.5 m ทำให้กล้องไม่ต้องมาออโต้ให้มันช้าเสียเวลา

img_3627

เอาล่ะ… เล่าข้อดีกันไปแล้ว ทีนี้ลองมาใช้งานจริงบ้าง

จริงๆแล้ว ด้วยน้ำหนัก การออกแบบทุกอย่างของกล้อง GR1 มันเจ๋งมากๆเลย สำหรับเราแล้วมันเป็นกล้องฟิล์มคอมแพคที่ออกแบบได้ดีที่สุดตั้งแต่เคยใช้มา ความเบา ความถนัด การออกแบบฟังก์ชั่นที่ใช้งาน..

เริ่มตั้งแต่เปิดกล้องจะเป็นปุ่มเปิด/ปิดด้านหลังกล้อง เสียงการเอาเลนส์ออกมานี่มันเหมือนเครื่องกรอฟัน… แต่ไม่เลวร้ายเท่าเวลาใส่ฟิล์ม!! เพราะเจ้ากล้องนี้พิสดารกว่าชาวบ้านตรงที่เมื่อใส่ฟิล์มไปแล้ว มันจะเลื่อนฟิล์มไปจนสุดม้วนก่อนเพื่อถ่ายไล่ตั้งแต่ท้ายมาหน้าม้วน ไอ้ตรงนี้แหล่ะมึ๊ง!! เสียงกรอฟันยาวๆเป็นนาทีๆ ลองคิดดูว่าถ้าเรายืนใส่ฟิล์มอยู่ในพิพิธภัณฑ์ที่มีคนยืนอยู่เยอะๆเงียบๆ ชิบหาย!!

ในช่องมองภาพนั้น มีข้อมูลค่อนข้างครบถ้วนดี ตั้งแต่ Parallax Error หรือความผิดพลาดของการมองเฟรมกับเลนส์ ก็มีเส้นบอกชัดเจน , ระยะโฟกัส , การคอมเฟิร์มว่าโฟกัสตรงไหน , ความเร็วชัตเตอร์ , ค่า EV มีไฟข้างในให้เห็นได้

img_3625

เราไม่มีปัญหาอะไรเลยเวลาพามันออกไปเดินถ่าย โดยปกติเราจะถ่ายสตรีทเป็นหลัก (ซึ่งไอ้นี่มันเกิดมาเพื่อสิ่งนี้) โหมด Snap คือสวรรค์ เพียงกดที่ปุ่ม MODE ทีนึง เรากดถ่ายอะไรที่อยู่ในระยะ 1.5m โดยประมาณได้เลย (ปกติเราจะตั้งรูรับแสงไปที่ f/8 เป็นอย่างน้อย ดังนั้นระยะโฟกัสมันจะครอบคลุมเพียงพอ) หรือถ้าถ่ายอะไรที่ซับซ้อน มีระยะหน้า กลาง หลัง เราก็กดไปที่ MODE รูปภูเขา ก็คือโฟกัส Infinity อะไรแบบนี้

การปรับค่ารูรับแสงก็เหมือนกล้องหลายๆตัว โหมด P แล้วก็หมุนวนไปค่ารูรับแสงอื่นๆ ซึ่งก็ไม่แข็งและอ่อนจนเกินไป ใช้นิ้วโป้งขวาเลื่อนได้สะดวกดี

มีปรับ EV ที่ด้านบนซ้าย อันนี้เราก็ใช้บ่อย การมี EV เอาไว้ก็ทำให้กล้องแทบจะเป็นกล้อง Manual กลายๆนั่นแหล่ะ สามารถตั้งเป็น +/- 2 ก็เพียงพอสำหรับทั่วไปเลยล่ะ การหมุนก็ต้องใช้นิ้วหยิกมันหน่อย ไม่สามารถใช้นิ้วดันๆได้เลย

อีกส่วนที่ชอบก็คือการใช้ Flash มันมีปุ่มเปิด-ปิดที่สะดวกมาก เป็น Physical เลื่อนไปมาอย่างรวดเร็วที่ข้างหลังกล้อง ( เพราะเราเป็นคนที่ใช้แฟลชบ่อย )

img_3626

สำหรับคนที่ใช้ Auto Focus สำหรับเราให้คะแนนสัก 70% ถือว่าอย่างหวังผลกับมันมากนัก เทียบกับตัวอื่นๆที่ใช้ ถือว่าด้อยกว่าเพื่อน โอกาสวืดมีเยอะถ้าเรารีบหรืออยู่ในที่แสงน้อย (ปัญหาของกล้องในยุคเดียวกัน) แต่ถ้าช้าๆก็ไม่มีปัญหาอะไร ถ้ารีบร้อนมาก ควรหันไปใช้ SNAP ไปเลย

แต่…ปัญหาที่เราไม่ชอบมันนักอยู่ที่นี่ต่างหาก! ผลของภาพที่ได้ ซึ่งถือว่าเป็นเหตุผลหลักในการตัดสินใจใช้กล้องนั้นๆเป็นอันดับ 1 หลายๆคนเชียร์เจ้า Ricoh GR1 มากๆ แทบจะทุกสำนักก็ว่าได้ จนทำให้ราคาเจ้านี่ก้าวกระโดดไปก่อนเพื่อนตั้งแต่ช่วงที่กล้องฟิล์มเริ่มกลับมาบูม ซึ่งเราไม่เถียงเลยในการใช้งานที่เล่าให้ฟังไปแล้ว แต่…สำหรับผลงานแล้ว เราไม่ให้ผ่าน! โดยเฉพาะเราเป็นคนที่ถ่ายภาพสีเป็นหลัก กล้องที่ใช้เป็นกล้องที่แทบจะแทนกล้องใช้งานหลัก (เราใช้ Leica M6 + เลนส์ Carl Zeiss 35mm f/2 ZM) ในจังหวะที่ต้องการกำลังเสริม เช่น ใส่ฟิล์มไม่ทัน , ต้องการระยะเลนส์ 28mm , ต้องการการ Snap ไวๆ , ต้องการการยิงแฟลชแบบเร็วๆ

ผลงานภาพสีของ Ricoh GR1 สำหรับเราแล้ว มันไม่ดีพอเมื่อเทียบกับ Premium Compact ตัวอื่นๆ ทั้งความคม และ สี (อันนี้ไม่ชอบที่สุด) มันค่อนข้างออกจะทื่อๆไม่คมเมื่อเทียบกับกล้องคอมแพคเล็กๆอย่าง Olympus mju ด้วยซ้ำไป และสีก็ตุ่นๆ ซึ่งเป็นคาแรคเตอร์เลนส์ส่วนใหญ่ของกล้องคอมแพครุ่นเล็กๆ ซึ่งเรายอมรับได้ในระดับนึง ตัวที่เราให้ผ่านได้คือ Olympus mju แต่..เจ้า GR1 มันดันสูสีแค่นั้นเอง

แต่ข่าวดี!! ต้องยอมรับว่า ถ้าใครชอบภาพขาวดำล่ะก็… เจ้านี่ถือว่าสอบผ่านมาก!!! เราว่าเลนส์นี้เหมาะกับภาพขาวดำดีทีเดียว ดุดิบ คลาสสิค พอเราเปลี่ยนมาใช้ฟิล์มขาวดำปุ๊ป! ฟิวเปลี่ยนเลย… กลายเป็นสนุกมาก เพราะฟังก์ชั่นกล้องที่ตอบสนอง พอเจอความดิบของขาวดำ เจ๋งไปเลย!

101501-9

101501-34

121501gredited

101501-25

101501-16

121501gr-8

111501-7edited

111501-22

121508gr-5edited

มาถึงคำถามที่คนสนใจ GR-1 มักจะถาม “GR-1” , “GR-1s” , “GR-1v” ต่างกันยังไง? คุ้มมั๊ยที่จะซื้อตัวท็อป? มาดูสิ่งที่เพิ่มมาของรุ่นต่างๆก่อนละกัน

GR-1s 

  • เพิ่มไฟที่จอเวลามืดๆ
  • Coated เลนส์ใหม่ (แต่เราไม่ค่อยรู้สึกอยู่ดี)
  • การเพิ่มความละเอียดของ SNAP สามารถตั้งให้มากกว่าแค่ 1.5m เป็น 1 , 2 , 3 , 5 และ inf. อันนี้โคตรเจ๋งนะสำหรับเรา แต่การตั้งค่าก็ทำได้ช้าไปหน่อย

GR-1v

  • เหมือน GR-1s
  • DX-code override หมายถึงโดยปกติของกล้องคอมแพคแล้ว มันจะตั้งค่า ISO ตามบาร์โค้ดของฟิล์มนั้นๆ ถ้าม้วนไหนไม่มีมันจะตั้งเป็น ISO 100 เสมอ ทำให้มีปัญหากับฟิล์มที่ม้วนเอาเอง หรือยี่ห้อประหลาดๆ และอีกปัญหาใหญ่ก็คือ เวลาเราอยากจะถ่าย Push หรือ Pull ฟิล์ม มันก็ทำไม่ได้ในกล้องที่อ่านตาม DX-code แต่สำหรับ GR-1v สามารถทำได้!! นี่แหล่ะ เป็นจุดแพงของมันเลย

ถามว่าควรซื้อถึง GR-1v มั๊ย? ตอนนี้ราคา GR-1v กระโดดไปสูงมากที่สุด ต้องมีหมื่นกลางขึ้นไป เทียบกับ GR-1 ธรรมดายังพอหาที่ราคาสัก 7 พันได้อยู่ ถ้า GR-1s ก็เฉียดหมื่น เทียบราคา GR-1 กับ GR-1v ก็เรียกว่าเกินเท่าตัว.. อันนี้ก็ลองตัดสินใจกันเองนะ แต่บอกเลยว่าคุณภาพภาพไม่ต่างกัน

สรุป

เราเคยลองใช้เจ้านี่มาหลายรอบ ลองมาตั้งแต่ GR-1 มา GR-1s แล้วยังจะมา GR-1v จบท้ายด้วยกันหย่าขาดทั้งหมด.. การที่ลองมาหลายรอบเพราะลังเลกับการรีวิวของเวบต่างๆว่ามันโคตรดีโง้นงี้ บวกกับเราชอบรูปทรงกับความถนัดมากๆ จนขายไปแล้วก็หามาใหม่ แล้วก็เจอปัญหาเดิมคือไม่ถูกใจภาพ..ขายทิ้งซื้อใหม่

เอาความเห็นเราคือ เราไม่ชอบภาพสีของเจ้านี่เลย พยายามจะชอบก็ยังไม่ชอบ เราคงไม่ชอบคาแรกเตอร์เลนส์มันเลยล่ะ.. ซึ่งมันอาจจะถูกโฉลกกับคนอื่นก็ได้นะ อันนี้จริตคนไม่เหมือนกัน แต่…แนะนำสำหรับคนชอบถ่ายขาวดำ อันนี้ดีจริงๆ กลายเป็นอีกเรื่องเลย

ถ้าได้ในราคาไม่แพง และชอบความดิบ ชอบความสะดวกในการพกพา เราว่ามันเป็นทางเลือกที่ดีทีเดียวแหล่ะ แต่ถ้าเอาคุณภาพซีเรียส เราแนะนำให้มองตัวเลือกอื่นจะดีกว่า

รูปร่างหน้าตา // ★★★★☆
(ชอบเลย ดูเป็นสินค้ายุค ’90s โดยแท้จริง)

วัสดุ // ★★★★☆
(ดูทนทานและเบา อาจจะไม่พรีเมี่ยมมาก แต่เวิร์ค)

คุณภาพการถ่าย // ★★★☆☆
(เป็นจุดที่เรายอมแพ้กับเจ้านี่ที่สุด แต่ถ้าใครชอบขาวดำ แนะนำ)

ฟังก์ชั่น // ★★★★★
( ดีมาก สะดวก ว่องไว ครบครัน )

คุ้มค่า? // ★★★★☆
(ถ้าได้ในราคาไม่แพงมาก ก็ถือว่าคุ้มอยู่นะ เป็นอีกตัวที่น่าเล่น)

รีวิว โดย SUN

facebook.com/artytsun

Instagram @artytL

ผู้สนับสนุนหลัก Husband & Wife Film Photography and Bookstore

www.husbandandwifeshop.com

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s