D.I.Y ตู้ตากฟิล์ม แห้งไวในราคาไม่เกินสองพัน

ข้อดีของเมืองไทยที่นึกได้อย่างรวดเร็วก็คือ.. เครื่องมือช่างๆ ที่เราสามารถดัดแปลงโน่นนั่นนี่ได้ง่ายๆ มันหาได้ไม่ยากเลย และราคาก็ไม่แพง สำหรับคนที่บ้าฟิล์มลงลึกไปเรื่อยๆแล้ว บางคนก็จากเห็นเพื่อนมันคล้องคอเดินเกร๋ๆแล้วอยากจะห้อยเกร๋ๆบ้าง เริ่มหาซื้อจากตัวละพันสองพัน ลามไปห้าหกพัน ลามไปเป็นหมื่น… ลามไปล้างฟิล์มเอง …ลามไปสแกนฟิล์มเอง

มาถึง ณ จุดนี้.. พวกเราชาวฟิล์ม… นอกจากต้องกินมาม่าจนหมดบ้านไปแล้ว ก็อาจจะไม่เหลืออะไรติดตัว บทความนี้..จึงช่วยเสนอทางออกให้กับผู้ยากไร้อย่างเราๆด้วยการ “D.I.Y ตู้ตากฟิล์ม แห้งไวในราคาไม่เกินสองพัน!!”

จริงๆแล้ว ตู้ตากฟิล์มในสมัยก่อนกาลดิจิตอลนั้น มีราคาหลายหมื่นทีเดียว ว่าแต่…ทำไมต้องใช้ตู้ตากฟิล์มล่ะ? สำหรับคนที่ล้างฟิล์มไม่ได้เยอะ การตากฟิล์มในห้องน้ำถือเป็นทางออกที่ดีที่สุด เนื่องจากฟิล์มต้องการพื้นที่ที่ไร้ฝุ่น ซึ่งห้องน้ำถือเป็นสถานที่เดียวในบ้านที่ฝุ่นน้อยที่สุด

แต่การตากฟิล์มแบบนั้น นอกจากจะได้จำนวนไม่มากแล้ว ก็ยังแห้งช้า..ไม่ทันใจโลกดิจิตอล (แต่แม่งเล่นอนาล็อก) สักเท่าไหร่ อย่างน้อยก็ควรตากไว้สัก 5-6 ชั่วโมง หรือข้ามคืนอะไรแบบนี้ และที่สำคัญ.. ถ้าดันตากไว้ในพื้นที่ที่ต้องใช้อาบน้ำ แล้วกูจะอาบยังไง…

ตู้ตากฟิล์มเลยเป็นนวัตกรรมที่น่าสนใจสำหรับวัยรุ่นใจร้อนอย่างพวกเรา

เริ่มต้นช็อป!!

ก่อนอื่นเลยต้องเตรียมตังค์ก่อน เม้มๆแม่ เม้มๆแฟนไว้สัก 2 พัน แล้วเข้าเวบช็อปกันได้เลย เริ่มจากเข้าไปที่ www.ikea.com/th (อันนี้ไม่ได้ค่าโฆษณานะ…แต่ถ้าอีเกียมาเห็นแล้วอยากให้ ก็จะรับ 555)

ตรงไปที่หมวด “ที่เก็บเสื้อผ้า”

มองหาเจ้าตู้ที่ชื่อว่า “เบรม” เลือกสีที่ชอบได้เลย เราแนะนำสีดำ เพื่อเพิ่มความร้อนให้กับตู้ไปในตัว ว่าแต่..ทำไมถึงต้องใช้เจ้าอันนี้ล่ะ? อันอื่นได้มั๊ย? เนื่องจากคุณสมบัติของเจ้าตัวนี้คือ

  1. มันมีความสูง 180 cm. .ซึ่งเป็นความสูงที่เหมาะกับการตากฟิล์ม (ฟิล์ม 35mm. จะมีความยาวประมาณ 135 cm.) โดยที่มันไม่มีชั้นคั่นอะไรภายในเลย
  2. ราวที่ใช้แขวนตากก็อยู่สูงเกือบชิดด้านบน มีพื้นที่ในการแขวนได้เยอะ
  3. ด้านล่างเป็นตะแกรงโปร่ง ไม่ปิดทึบ เพื่อป้องกันน้ำจากฟิล์มเวลาตากหยดเปียก ขัง ขึ้นราหรือเกิดสกปรก เราเลยสามารถเช็ดที่พื้นห้อง ที่ตะแกรงได้แทน
  4. วัสดุมันเป็นผ้าร่ม ซึ่งทำให้ไม่มีฝุ่นจากผ้า

จริงๆแล้วถ้าสามารถหาคุณสมบัติใกล้เคียงนี้ได้ ก็ใช้แทนได้เลยนะ เราเห็นว่ามันเหมาะและหาซื้อง่าย ราคาไม่แพง เลยอยากจะแนะนำให้ใช้ตัวนี้

พอเราได้ตู้แล้ว ทีนี้เอาอุปกรณ์ทำความร้อน เราใช้หลักการ “ไก่ฟักไข่” คือใช้หลอดไฟแบบหลอดไส้นี่แหล่ะ… ไม่ต้องมา LED อะไรเลยนะ แม่งไม่ร้อน กูจะเอาร้อนๆ!!! เปลี่ยนเวบบ้าง.. ไปที่ www.homepro.co.th (เช่นกันนะ.. ถ้าทางโฮมโปรใจดี ให้ค่าโฆษณา ก็ไม่ปฏิเสธ 555 รับสองที่)

 

เข้าไปที่ “อุปกรณ์ไฟฟ้า” และต่อด้วย “เครื่องมือช่างไฟ”

เราเรียกสิ่งนี้ว่า “ไฟส่องซ่อม” (ตอนแรกพยายามหาซื้อสิ่งนี้ แต่ไม่สามารถนึกชื่ออย่างเป็นทางการได้) ราคาก็ประมาณ 300 บ. พร้อมหลอดไฟแบบไส้มาให้แล้ว พร้อมใช้งาน ซื้อมาเลย 2 อัน!! (หรือจะสัก 4 อันก็ได้ถ้าเม้มมาเยอะ) ว่าแต่..ทำไมต้องเลือกสิ่งนี้ล่ะ?

  1. เราต้องการไฟที่สามารถแขวนได้ง่ายๆไว้ในตู้เสื้อผ้า โดยที่มันต้องมีความคงทนในตัวในระดับนึง แน่นอนว่า ไฟส่องซ่อม แม่งเกิดมาเพื่อให้เราใช้ซ่อม มันย่อมต้องแข็งแรงเพื่อไม่ให้เราต้องไปซ่อมมันอีกที…
  2. วัสดุบางรุ่นก็พลาสติกทั้งหมดนะ แต่รุ่นนี้มันจะเป็นเหล็กตรงที่ครอบ ซึ่งเราเห็นว่ามันน่าจะดูทนทานกว่า ก็แล้วแต่จะเลือก คิดว่าเค้าคงคิดมาดีแล้วล่ะว่าทนความร้อนได้
  3. มันใช้หลอดไฟแบบไส้ดั้งเดิม ซึ่งโคตรร้อน เวลาเดินไปถามพนักงานก็บอก “พี่..ขอหลอดที่แม่งร้อนๆเลย” พนักงานจะงงมาก ปกติมีแต่คนขอแบบประหยัดๆไฟ ไม่ร้อน แต่กูขอแบบเปลืองๆ ร้อนๆเลย

สำหรับหลอดที่ให้มานั้น จะเป็นขนาด 60W ซึ่งก็ร้อนแล้ว แต่ถ้าอยากให้ร้อนกว่านี้ เค้ามีแบบ 100W อะไรแบบนี้ด้วย ก็เปลี่ยนได้นะ มันจะยิ่งโคตรร้อน

ขั้นต่อมา ก็เอาปลั๊กต่อที่สามารถต่อได้สัก 4 อัน สายไฟก็ยาวๆให้พอกับที่เราต้องลากจากตู้ไปที่ปลั๊ก เผื่อๆก็ 5 เมตรขึ้นไป เอาอันที่ปลอดภัยหน่อยนะ เดี๋ยวไฟไหม้แล้วจะซวย

ประกอบร่าง!!!

จริงๆก็ไม่ค่อยอยากโชว์ความรกในห้องน้ำสักเท่าไหร่… แต่ก็.. ต้องตั้งให้เห็นเป็นตัวอย่าง ห้องที่แนะนำในการติดตั้งก็คือห้องน้ำ เพราะอยากที่บอกไปแล้วว่ามันฝุ่นน้อยที่สุด การมีตู้นั้นก็ใช่ว่ามันจะปลอดจากฝุ่น พยายามเลือกตั้งในที่ที่ฝุ่นน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะฟิล์มมันโคตรแพ้ฝุ่นเลย อนามัยสุดๆ โดยเฉพาะอย่างย่ิง… จังหวะที่มันกำลังเปียกนี่ ถ้าโดนฝุ่นไปนี่พัง!!!

ขั้นต่อมา..อ่ะ.. แขวนเล๊ย ไฟส่องซ่อม ถ้าซื้อมา 2 ก็แนะนำให้แขวนตรงกลางตู้ซ้ายขวา มันจะมีราวอยู่ จะได้ร้อนทั่วถึง แต่ถ้าซื้อมาสัก 4 ก็แขวนบนราวแขวนเสื้อผ้าด้านบนซ้ายขวาอีก… แม่งร้อนสะใจแน่นอน

ที่นี้ก็ลากสายไฟมาเสียบให้เรียบร้อย แนะนำให้เอาปลั๊กต่อแขวนกับราวด้านข้างตู้นะ เหตุผลเพราะการวางที่พื้น อาจจะมีน้ำที่มันหยดจากฟิล์มไปโดนปลั๊กได้ อันตราย… เราก็ควรแขวนให้อยู่สูงหน่อย แล้วก็เดินสายไฟจากไอ้เจ้าไฟส่องซ่อมมาเสียบให้เรียบร้อย (มันมีโครงตู้มากมายให้ผูกหลบด้านหลัง ด้านข้าง ซึ่งนี่แหล่ะข้อดีของตู้นี้)

ถ้ามีงบอีกหน่อย… แนะนำให้ซื้อ Timer มาด้วย อันนี้แค่สองร้อยปลายๆ เพื่อความปลอดภัย ป้องกันเวลาที่เราเสียบตากฟิล์มแล้วลืม.. ตั้งเอาไว้ได้สักชั่วโมงแล้วตัด ก็จะปลอดภัย

จุดสำคัญอีกจุดคือตัวแขวนฟิล์ม… ไม่ยากเลย แผนกเครื่องเขียนทั่วไป (ไม่ต้องแนะนำเวบแล้วเนอะ! เดี๋ยวสปอนเซอร์จะเยอะไป) ที่หนีบกระดาษนี่แหล่ะ!! เอาอันใหญ่ๆเลย ฟิล์ม 1 ม้วนใช้สองอันนะคุณ หนีบบนและล่างด้วย คำนวณมาให้ดีว่าจะแขวนกี่อัน ถ้าตรงราวเล็กๆที่ก็หนีบมันไปกับราวได้เลย แต่ถ้าตรงราวใหญ่ ก็ใช้เชือกผูกเอาหน่อย แต่อย่าให้ยาวมากไป ไม่อย่างนั้นฟิล์มจะติดพื้นได้

แนะนำเพิ่มเติม เสริมฟังก์ชั่นไฮโซอีกนิดหน่อย ซื้อเทอร์โมมิเตอร์จากศึกษาภัณฑ์อันละ 25 บาท มาติดไว้กับราวข้างสักราว เราจะได้ที่วัดอุณหภูมิภายในตู้ได้ด้วย เจ๋งป่ะล่ะ..

วิธีใช้งาน

พอเราประกอบทุกอย่างเป็นที่เรียบร้อย ก็เริ่มใช้งาน แนะนำว่าให้เสียบอุ่นตู้ไว้ก่อนสัก 10 นาที จะช่วยให้ฟิล์มแห้งเร็วแห้งไวขึ้นอีก จากการทดลองอุ่นไว้สัก 10 นาทีก่อน ตู้จะมีอุณหภูมิตามการอ่านค่าของฟังก์ชั่นไฮโซประมาณ 37 องศาเซลเซียส  จากนั้นพอล้างฟิล์มเสร็จก็เอามาตากกันได้เลย ใช้เวลาเพียง ครึ่งชั่วโมง – 1 ชั่วโมง (แล้วแต่เสียบไฟเอาไว้ทำร้อนมากร้อนน้อย) ฟิล์มก็จะแห้งกรัง..เอ้ย แห้งสนิทเลยทีเดียว

โดยรวมแล้ว เราจะสามารถตากฟิล์มได้เป็นสิบๆม้วนในตู้นี้ ยังไม่เคยนับว่ามันจะอัดไปได้สักเท่าไหร่ แต่เกินสิบม้วนสบายๆ

ด้วยอุปกรณ์ทั้งหมดนี้ ตู้ , ไฟ , ปลั๊ก , ที่หนีบกระดาษ รวมราคา (999 + (305×2)+299+70) =  1,978 บ. เหลือตังค์กินมาม่าอีกนิดหน่อย… (ไม่รวมค่ารถ ค่าโน่นนี่นะ ไม่ต้องท้วง ดักคอก่อนเลย!!) หรือถ้าใครมีปัญญาประดิษฐ์เหนือชั้น เช่น การต่อหลอดไฟได้เอง ต่อตู้ได้เอง ก็คงประหยัดกว่านี้นัก.. อันนี้เป็นแบบกึ่งสำเร็จรูปในสถานะคนทำอะไรไม่เป็นอย่างเรา

สำหรับคนที่ยังไม่เคยล้างฟิล์ม ซึ่งไม่ใช่การที่เอาฟิล์มไปล้างน้ำเฉยๆแต่อย่างใด… สามารถกดกลับไปอ่านบทความ ตอบคำถามง่ายๆ “ถ้าอยากเริ่มล้างฟิล์มเอง ต้องทำอย่างไร?” 

สำหรับวันนี้…ขอสวัสดีลาก่อน

บทความโดย SUN

facebook.com/artytsun

Instagram @artytL

ผู้สนับสนุนหลัก Husband & Wife Film Photography and Bookstore

www.husbandandwifeshop.com

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s