รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ Contax TVS II โปรดอย่ามองข้ามเลนส์ซูม

หลังๆนี่เทรนกล้องคอมแพคฟิล์มมันมามากขึ้นเรื่อยๆ จนบางทีก็เซ็งที่ราคามันก็ขึ้นเอาๆ หลายๆตัวราคาก็โอเว่อร์เกินคุณภาพไปเยอะ เราเคยยกตัวอย่างอย่าง Ricoh GR-1 อันถือได้ว่าเป็นกล้องคอมแพคตัวแรกๆที่เกิดปรากฏการณ์อัพราคาไปจนเกินคุณภาพของมัน หรืออย่างล่าสุดที่รู้สึกว่าเฮ้ย!! เกินไปและนะ!! คือ Olympus mju II เดิมทีเดียวนี่ราคาสัก 1,000 ถึง 2,000 ก็เรียกว่ายังโอเค มันก็เริ่มกระโดดไป 3,000… เออกัดฟันเว้ย.. ล่าสุด..ได้ข่าวว่ามีถึง 6,000-7,000 แล้ว!! เฮ้ย..เดี๋ยวๆใจเย็นๆ มันดีน่ะใช่..แต่สำหรับราคาเดิมของมันไง ไม่ใช่ราคานี้เว้ยเฮ้ย!!

ไม่เป็นไร…เรายังพยายามหากล้องที่มันเจ๋งเว้ย!! แต่ไม่ค่อยมีใครเหลียวแลและราคายังไม่แรงมากมานำเสนอต่อไป สำหรับวันนี้…ขอนำเสนอ Contax TVS II กล้องคอมแพคพรีเมี่ยมที่เป็นเลนส์ซูม!! เราจะมาทำลายความเชื่อว่า “เลนส์ซูมมันแย่” กันสักหน่อย

จะว่ากันแล้ว ยี่ห้อ Contax นี่ถือได้ว่าเป็นกล้องฟิล์มระดับไฮโซโฮ่ฮิ้วจากเยอรมัน หายใจรดต้นคอ Leica กันมาแต่ตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่สองซะอีก จนโดนย้ายสัญชาติมาเป็นแบรนด์ญี่ปุ่นในช่วงปลายๆศตวรรษที่ 20  และล้มหายตายจากไป เหลือเศษซากอารยธรรมไว้คือแบรนด์ Carl Zeiss (ปัจจุบันก็ไปอยู่ภายใต้ร่มของ Sony) อันเป็นเลนส์คู่บุญกับกล้อง Contax มาโดยตลอด ซึ่งก็นับได้ว่ามันเป็นชื่อที่การันตีได้เลยว่าเป็นกล้องคุณภาพดีแทบทุกตัว แต่ถ้าพูดถึงเฉพาะกล้องพรีเมี่ยมคอมแพคในยุค ’90s คนก็มักจะพูดถึงกันแต่ Contax T2 และ Contax T3  อันเป็นกล้องคอมแพคแบบเลนส์ระยะเดียวตายตัว (Fixed Lens) ที่มันได้รับความนิยมอย่างรุนแรงเพราะคุณภาพเลนส์ที่เยี่ยมยอดไม่น้อยหน้า Leica , ระยะเลนส์ที่เป็นระยะช่วงที่ครอบจักรวาล 38mm. (Contax T2) , 35mm. (Contax T3) , ความสามารถของมันที่ใช้งานแทบจะใกล้เคียงกล้องเมนวลเลยก็ว่าได้ ฯลฯ

ราคาปัจจุบันของทั้ง Contax T2 ก็เลยเส้น 2 หมื่นขึ้นไปเป็นที่เรียบร้อย ส่วน Contax T3 ไม่ต้องพูดถึง.. เอาแค่สีธรรมดา ไม่ต้อง Limited อะไรก็เฉียดๆ 4 หมื่น ด้วยราคาบ้าคลั่งขนาดนั้น.. เราขอหลีกเลี่ยงไปหากล้องที่คุณภาพดีไม่แพ้กันแต่ราคาไม่โดนปั่นกันขนาดนี้ดีกว่า

Contax TVS เป็นซีรี่ย์ที่เป็นกล้องคอมแพคพรีเมี่ยมเหมือนกัน เพียงแต่เน้นไปที่เลนส์ซูม เหมาะสำหรับใช้งานได้หลากหลายมากขึ้น ซึ่งมันก็งอกต่อมาจาก Contax T2 นั่นล่ะ หลังจากเจ้านั่นเค้าประสบความสำเร็จในช่วงปี 1990 อีก 3 ปีต่อมา Contax TVS รุ่นแรกก็ออกวางขาย

เราจะข้ามประวัติมันไปเลยละกันนะ เล่าคร่าวๆว่าทำไมเราถึงแนะนำ TVS เวอร์ชั่นที่ 2 แทนที่จะเป็นเวอร์ชั่น 1 หรือ 3 (ซึ่งใหม่กว่าอีก) เจ้า TVS ตั้งแต่เวอร์ชั่นแรก รูปทรงก็เรียกว่าโคลนนิ่งกันมาจาก Contax T2 เด๊ะๆเลย เพียงแต่ใช้เลนส์ Zeiss Vario-Sonnar 28-56 Zoom เลนส์ Carl Zeiss นี่ก็ไม่ต้องห่วงอยู่แล้ว การที่เป็นเลนส์ซูม ก็เลยทำให้ตัวกระบอกเลนส์มันใหญ่ขึ้นหน่อย แต่ก็ไม่เลวร้ายนัก

มาดูส่วนที่แตกต่างระหว่าง TVS ตัวแรกกับ TVS II อาจจะดูไม่เยอะมาก แต่กลับเป็นส่วนสำคัญในการใช้งานเลยล่ะ

  • TVS มีปัญหาเรื่องฝาปิดเลนส์ ที่มักจะหาย รุ่นต่อมาจึงเป็นระบบ Leaf ปิดกล้องมันก็จะมีฉากมาปิดให้ เปิดกล้องมันก็เปิดเองคล้ายๆกล้องคอมแพคสมัยนี้บางตัวนั่นแหล่ะ

  • TVS มีปัญหาเรื่องช่องมองภาพมืด มักเจอในกล้องยุคนั้นหลายๆยี่ห้อ TVS II จึงแก้ปัญหานี้ รวมถึงการแสดงผลค่าต่างๆที่จำเป็นไว้ในนั้นให้ด้วย

  • ส่วนที่เราชอบมากที่สุดคือการเปิด-ปิดของ TVS II ที่เพียงบิดเลนส์ก็จะเปิดกล้องเลย และถ้าบิดต่อไปมันก็คือการซูมนั่นเอง ในขณะที่ TVS มีที่เปิด-ปิดกล้องแยกออกมาจากการซูมอีกที

ทีนี้..มาดูความดีความชอบของกล้อง Contax TVS II กันหน่อย ว่าอะไรที่ทำให้เราเลือกใช้มัน..

  • ขนาด.. มันอาจจะไม่ได้เล็กอย่าง Contax T3 แต่การที่มันตัวเท่า T2 ก็ไม่ได้เลวร้ายนัก ถือเป็นกล้องที่ไม่เล็กพอจะพกใส่กระเป๋ากางเกง แต่ก็พอจะพกไปเที่ยวใส่กระเป๋าสะพายได้สบายๆ
  • คุณภาพเลนส์ Zeiss Vario-Sonnar 28-56 Zoom สำหรับเราแม่งคุณภาพระดับไฮเอนท์มาก คาแรคเตอร์จะใสๆหน่อย คือไม่ไดนามิคโหดๆ แต่เคลียร์ดี สีดีเลย เราสามารถใช้เป็นกล้องที่สองร่วมกับ Leica M6 ได้แบบไม่มีใครรู้ว่าภาพไหนใช้ตัวไหนแน่ๆ
  • รูรับแสงของเลนส์ f/3.5 – f/16 แบบปรับได้เอง จะโหมด P (กล้องหาค่าให้เองหมด) หรือปรับรูรับแสงเองก็ได้ สำหรับการถ่ายภาพสตรีท เราเพียงพอแล้ว เพราะปกติใช้ f/8 ด้วยซ้ำ ในข้อนี้สำหรับบางคนอาจจะติด อยากได้โบเก้หรือ f กว้างกว่านี้ (ซึ่งก็คงเป็นเหตุผลว่าทำไม..มันถึงราคาถูกกว่า T2) ถ้าติดแบบนั้น..ตัวนี้ควรข้ามไป Contax T2 อะไรแบบนั้น

  • ระยะถ่ายใกล้สุดคือ 0.5m เยี่ยมไปเลย! สำหรับคนใช้ Leica อย่างเรา ปกติใช้ 0.7m กับเลนส์ระยะ 35mm. การใช้ 0.5m ที่ระยะเลนส์ 28mm. ถือว่าสอบผ่านมากๆ
  • สามารถปรับ Manual Focus ได้ง่ายมากๆ โดยการบิดจาก AF ไปที่ระยะที่ต้องการเลย แถมในจอจะมีไฟคอนเฟิร์มระยะให้อีก สวรรค์มาก!! นี่คือข้อดีที่เราชอบตั้งแต่มันเป็น Contax T2 แล้ว เรามักจะใช้โหมดนี้เวลาถ่ายสตรีทที่ต้องการการกะระยะโฟกัส (ซึ่งใช้บ่อยมากด้วย)

  • การซูม จริงๆแล้วเราไม่ค่อยได้ใช้มากนัก แต่มันก็เปรียบเสมือนเราพกเลนส์ทั้ง 28mm. , 35mm. และ 50mm. (จริงๆมันไปได้ถึง 56mm.) ไปด้วย ถ้าพูดถึงไปเที่ยวนี่ก็จบนะ แค่นี้โคตรแฮปปี้เลย ที่สำคัญ…คุณภาพภาพไม่ได้แย่อย่างที่เลนส์ซูมสมัยนั้นเจ้าอื่นๆเป็นเลยล่ะ
  • ปรับ EV ได้ -/+ 5 โห…แม่งเยอะมาก ปกติใช้แค่ -/+ 2 เอง เหลือๆ.. การมีสิ่งนี้คือทำให้แทบจะบังคับเป็นกล้องเมนวลได้แล้ว

  • แฟลช เราเป็นคนที่ใช้แฟลชเยอะพอสมควร ข้อดีของแฟลชมันคือปุ่มเปิด-ปิดง่ายมาก และสามารถตั้งโปรแกรมได้เลยว่าเวลาเปิดกล้องมา ให้ปิดแฟลชหรือเปิดแฟลชไว้ก่อน (บางตัวมีปัญหาเรื่องนี้นะ กลายเป็นอุปสรรคเลยล่ะ) ข้อดีอีกอย่างคือ มัน Sync แฟลชได้ที่ชัตเตอร์สปีดสูงๆเลยล่ะ ( 500 – 700/sec ) โคตรดี.. แต่ข้อเสียคือ แฟลชค่อนข้างเบา ยิ่งเวลากลางวันคือสู้แสงแดดไม่ได้..  แต่…มันก็ยังมีทางออกที่อลังฯขึ้นไปอีก เจ้า Contax นี่ได้ผลิต Accessories ออกมาชื่อว่า SA-1 เป็นก้านเพื่อต่อ External Flash สำหรับเจ้า TVS โดยเฉพาะเอาไว้ด้วย! เพราะฉะนั้น ถ้าคิดว่าแฟลชในตัวไม่ดี ไม่แรง… ต่อออกไปใช้แฟลชแยกเลยหมดเรื่อง!! เจ๋งโคตร

บางคนก็อาจจะสงสัยว่า อ่าว…แล้วทำไมไม่แนะนำ Contax TVS III ไปเลยล่ะ ใหม่กว่า เล็กกว่านิดนึงด้วย ประเด็นคืองี้นะ.. ข้อแรกเลย TVS III ราคาค่อนข้างแพงกว่า (แต่ก็อยู่ในราคาที่รับได้นะ) ประมาณ 15,000 – 20,000 บ. ซึ่งแพงกว่า TVS II ประมาณ 5,000 – 10,000 บ. ก็ถือว่าไม่น้อย.. กับสิ่งที่ได้คือ Interface มันเปลี่ยนใหม่หมด ส่วนตัวคิดว่ามันไม่ฟังก์ชั่นเท่าเดิม เริ่มตั้งแต่การเปิด-ปิด ก็ช้าแล้ว , การซูมเข้าออก ที่ต้องไปกดปุ่มซูมแยกอีก..มันไม่ไปตามมือเรา ไม่เวิร์ค

ต่อมา ระยะเลนส์ที่ไม่ใช่ระยะปกตินัก คือเริ่มต้นที่ 30mm. ไปถึ 60mm. ส่วนตัวเราใช้ประโยชน์จากระยะ 28mm. ได้มากกว่า 30mm. แน่ๆ และก็ไม่ได้ใช้ระยะอะไรที่เกิน 50mm. ขึ้นไปเช่นกัน

สรุปโดยรวมก็เลยไม่ค่อยจะแนะนำว่าเพิ่มเงินอีกพอสมควร แต่ได้ของที่สู้ของเดิมไม่ได้นี่สิ.. สู้ข้ามไปเล่น Contax T2 ไปเลยดีกว่า

มาดูผลงานกัน.. (ทั้งหมดใช้ฟิล์ม Agfa Vista 400)

สรุป

เล่าๆมานี่มีข้อเสียยังวะเนี่ย! 555 ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีนะ.. เอาจริงๆแล้วแม้ว่าฟังก์ชั่นมันจะครบจะล้นขนาดนี้ แต่กลับกลายเป็นว่ามันไม่ได้ทำให้เราใช้งานได้รวดเร็วอย่างที่คิด หรือดีเต็ม 100% ถ้าให้เต็ม 100 ก็ให้สัก 80 ประมาณนี้ ปัญหาที่เราเจอมากที่สุดคือระบบวัดแสงที่ยังแม่นยำไม่เท่ากล้องตัวเก่าที่เราใช้ Fujifilm Klasse S และ W (แน่ล่ะ..ไอ้นี่มันเกิดหลังจาก TVS ตั้ง 14 ปี) ทำให้เราต้องทดแสงไว้ในใจในระดับนึง แล้วคอยปรับ EV เพิ่มเพื่อให้ได้แสงอย่างที่ต้องการ อาจจะเพราะเราเป็นคนชอบถ่ายซีนที่วัดแสงยากๆด้วย เลยอาจจะไม่ได้ถนัดเท่าที่ควร ถ้าเจอซีนรีบๆเร็วๆ

แฟลชที่ยังเบาเกินไป.. ในบางซีนคือหวังผลไม่ได้ 100% แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่โตมากขนาดนั้น คิดว่านี่น่าจะเป็นข้อเสียที่เจอมากที่สุดแล้ว นอกนั้นเราว่าแม่งโคตรดีเลย! สมมติไปเที่ยวแล้วมีโอกาสเอากล้องไปได้ตัวเดียว ก็ควรเอาตัวนี้ไปนะ..ถ่ายได้สบายเลย แนะนำเป็นอย่างยิ่ง

รูปร่างหน้าตา // ★★★★☆
(หน้าตามีชาติตระกูล ผู้ดีจากยุโรป อาจจะใหญ่ไปหน่อย ตัดออกสักดาว)

วัสดุ // ★★★★★
(เกรดเอ ของดีที่หาไม่ได้ในกล้องสมัยนี้แน่ๆ)

คุณภาพการถ่าย // ★★★★★
(ให้เต็มไปเลย ถ้าได้จังหวะดีๆคือแยกกันไม่ออกหรอกว่า Leica หรือ Contax )

ฟังก์ชั่น // ★★★★★
( คำเดียว..ครบ! )

คุ้มค่า? // ★★★★★
(คำเดียว..คุ้ม!)

 

บทความโดย SUN

facebook.com/artytsun

Instagram @artytL

ผู้สนับสนุนหลัก Husband & Wife Film Photography and Bookstore

www.husbandandwifeshop.com

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s