ใครว่ากล้องฟิล์มจะถ่ายช้า? เคล็ดไม่ลับฝึกโฟกัสให้โคตรไว

“หูย..ถ่ายกล้องฟิล์มแล้วจะถ่ายอะไรทันเหรอ?”

“กว่าจะหมุน กว่าจะปรับอะไรก็ไม่ทันกินพอดี..”

อย่าเพิ่งบ่นกันไปๆ.. ใช่ว่ากล้องฟิล์มมันจะช้าสักหน่อย อย่าเพิ่งดูถูกกันไปสิ.. เอาจริงๆแล้วเซ็ตกันดีๆน่ะ.. บางทีน่ะถ่ายได้เร็วกว่าออโต้ซะอีกนะคู๊ณ!!

ในสมัยก่อนสักประมาณยุค ’60s กล้องขนาด 35mm. เริ่มเป็นที่นิยมในคนหมู่มาก เพราะมันสามารถทำราคาได้ถูกลง ขนาดเล็กลง โดยเฉพาะมีคู่แข่งทางการตลาดที่มาจากญี่ปุ่น สามารถผลิตกล้องในราคาที่ถูกกว่าทางยุโรปหรืออเมริกาซะอีก

จุดสำคัญที่ทำให้ตลาดฟิล์มเติบโตมากขึ้นในวงกว้างก็คือการทำกล้องออกมาเพื่อขายให้กับสาวๆ เพราะก่อนหน้านั้น กล้องถ่ายรูปคือสินค้าสำหรับผู้ชายซะ 99% สาวๆน่ะ..เค้าไม่อยากแบกหรอก ทั้งหนัก ทั้งใช้ยาก ใช้ผู้ชายถ่ายง่ายกว่าเยอะ!!

จุดกำเนิดของกล้องขนาดย่อมและถ่ายง่ายๆในยุค ’60s จึงมักจะใช้หลักการ Hyperfocal Distance หรือแปลเป็นภาษาไทยง่ายๆหน่อยว่า “ช่วงระยะรับภาพระยะหนึ่งของเลนส์ที่ยอมรับได้ว่าภาพจะชัด”

จริงๆแล้วมันไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร ไอ้หลักการนี้อันที่จริงก็ใช้กันตั้งแต่กล้องถ่ายภาพมันเริ่มเกิดขึ้นมานั่นแหล่ะ เพียงแต่ว่ามันจะถูกปรับใช้ให้ง่ายขึ้น ผู้คนเข้าใจได้ง่ายขึ้นยังไงบ้าง (หรือใครอยากจะยาก เค้าก็มีสูตรคำนวณให้สำหรับคนที่เก่งเลขนะ)

มาเข้าเรื่องกันดีกว่า เราจะข้ามอะไรที่มันยากๆไปเลย เพราะกูนี่ก็ตกเลข ตกฟิสิกซ์ ตกทุกอย่างที่ใช้การคำนวณ จะมาสอนเป็นสูตรอะไรยากๆก็คงขอลาก่อยนะครับ ขอสอนเป็นอะไรจำๆง่ายๆดีกว่า

ปกติแล้ว เราถ่ายสตรีทเป็นหลัก เพราะฉะนั้นมันต้องถ่ายให้เร็วๆ เกิดเจออะไรปุ๊ปปั๊ป จะมาปรับโน่นนี่ โฟกัสให้เข้าอะไรนี่ไม่ทันกินหรอก ไอ้หลักการ Hyperfocal Distance นี่ก็เลยจำเป็นอย่างมาก

โฟกัสยังไง ให้โคตรเร็ว

ก่อนอื่นเลย..ต้องมาดูก่อนว่า เราใช้กล้องและเลนส์อะไร? โดยปกติแล้วไอ้หลักการนี้มันใช้กับกล้องประเภทเมนวลโฟกัสได้หมดแหล่ะนะ (ไอ้พวกออโต้นี่คือไม่ต้องปรับอะไรอยู่แล้ว ไม่ต้องไปบิดเลนส์หมุนไปหมุนมานะ 555) จะ SLR จะ Rangefinder จะแบบกะระยะก็ได้หมด

ส่วนระยะเลนส์ที่ใช้ มีผลอยู่พอสมควร อย่างเลนส์พวก Tele จะไม่ค่อยมีประโยชน์สักเท่าไหร่กับหลักการนี้ เพราะอะไร… เพราะ Tele ส่วนใหญ่มันกินระยะไกลๆอยู่แล้ว วิธีนี้จึงเหมาะกับเลนส์ที่ไม่ Tele มากเกินไป (เต็มที่ 50mm กำลังดี)

เริ่มต้น..ทำความเข้าใจ Hyperfocal Scale ก่อน

ก้มดูที่เลนส์ของตัวเองก่อน โดยปกติแล้วเลนส์เมนวลมักจะมีสเกล Hyperfocal ให้ดูกัน ซึ่งถ้าไม่มี.. ก็ไม่เป็นไร ให้ดูตัวอย่างจากสเกลนี้ก่อน เพื่อทำความเข้าใจหลักการทำงานของมันก่อน

จากภาพจะสังเกตว่า เส้นสีส้ม หมายถึง ค่ารูรับแสง (f) ของกล้อง เอาไว้หรี่รู ขยายรูให้แสงเข้ามากเข้าน้อย นึกถึงตัวเองเวลาแสงจ้าๆ ตาดำเราจะเล็ก เวลาอยู่มืดๆ ตาดำเราจะใหญ่ ไอ้กล้องนี่ก็เหมือนกันเลย ยิ่งเลขเยอะก็คือรูยิ่งหรี่นะ

เส้นสีเขียว คือ ระยะโฟกัสของเลนส์ เช่น ถ้าเราหมุนจนไอ้ตรงเข็มมันชี้ที่เลข 1.5 ก็แปลว่าระยะโฟกัสตอนนี้อยู่ที่ 1.5 เมตร เป็นต้น

เส้นสีเหลือง อันนี้แหล่ะ.. คือตัวสำคัญ มันคือสเกลที่จะบอกว่าค่าต่างๆข้างบนนั่นสัมพันธ์กันยังไง

ยกตัวอย่างการอ่าน ตามในรูปนี้ ค่ารูรับแสง (f) = 8 และระยะโฟกัสตอนนี้อยู่ที่ 1.5 เมตร เอามาเทียบในสเกลก็ให้ดูที่เลข 8 ด้านซ้าย (คือค่าที่รูรับแสงตั้งไว้ขณะนี้) ยาวไปถึงเลข 8 ที่อยู่ด้านขวา ดูสิว่าระหว่างสเกลนั้น มีระยะทางเท่าไหร่บ้าง?

ตามที่อ่านตรงนี้คือ 1.2 ถึง 2 เมตรนิดๆ นั่นแปลว่า ระยะโฟกัสที่คมชัดอย่างยอมรับได้คือตั้งแต่ 1.2 ถึง 2 เมตรนิดๆนั้น อะไรก็ตามที่อยู่ในระยะนี้ “จะชัดหมด”

“แล้ว…ถ้ากล้องผมไม่มีสเกลล่ะคร๊าบบ!!”

ไม่ต้องตกใจไป.. สูตรไม้ตายนี้สามารถใช้ได้แม้ไม่มีสเกลให้ดู ซึ่งโดยปกติแล้ว เอาจริงๆ..เราก็ไม่เคยดูสเกลหรอกนะ มันถ่ายไปด้วยความเคยชินซะแล้วล่ะ

เพียงแต่..แนะนำว่าควรมี Lens Tab เพื่อให้เรารู้ตำแหน่งว่าตอนนี้โฟกัสอยู่ตรงไหน Lens Tab คืออะไร.. มันคือตัวช่วยเลื่อนโฟกัส ดูตามภาพข้างล่างนี้

หน้าตามันก็เปลี่ยนไปตามกล้องรุ่นต่างๆ แต่การทำงานคล้ายๆกัน ขอเพียงให้เราพอรู้ว่าตอนนี้โฟกัสอยู่ระยะอะไรนั่นแหล่ะนะ

ฝึกๆๆๆๆ

ทีนี้มาดูขั้นตอนว่า เราจะฝึกยังไงเพื่อให้โฟกัสได้รวดเร็วนะ.. ก่อนอื่นอยากให้ดูว่า Setup ของตัวเองคืออะไร? ฟิล์มที่ใช้ , ระยะเลนส์ที่ใช้ ฯลฯ อย่างเราจะใช้ฟิล์ม ISO 400 ตลอด ข้อดีของการใช้ ISO สูงๆก็คือเราสามารถปรับค่ารูรับแสงได้แคบและความเร็วชัตเตอร์ยังเร็วได้อยู่ แต่อาจจะไม่เหมาะกับคนที่ชอบถ่ายหน้าชัดหลังเบลอ (จริงๆวิธีโฟกัสให้เร็วนี่ก็ไม่ค่อยจะเหมาะกับงานถ่ายแบบนั้นสักเท่าไหร่)

เลนส์ที่เราใช้เป็นระยะ 35mm. ซึ่งก็จัดอยู่ในเลนส์ค่อนข้างไปทาง Wide หน่อย กล้องที่ใช้ก็เป็น Leica M6 ซึ่งเป็นกล้อง Rangefinder ขนาดเลนส์ก็เลยเล็กและหมุนง่ายกว่าพวก SLR

ฝึกจากตัวอย่างของ Hyperfocal Distance นี้ดู

  1. ตั้งค่ารูรับแสงหลักของเราไว้ ปกติเราจะพยายามให้แคบอยู่ที่ f/8 สำหรับเวลาที่อยู่ข้างนอก หรือแสงแดดเพียงพอ ถ้าแสงแรงจ้าก็แคบได้อีก f/11 , f/16 (แต่ปกติจะไม่เกิน f/11 เพราะแคบกว่านั้นมักไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่) แต่ถ้าแสงน้อยลงประมาณร่มๆแล้ว ก็จะอนุโลมมาที่ f/5.6 บ้าง
  2. ความเร็วชัตเตอร์ ถ้าเอาตามกฏ SUNNY 16 เมื่อใช้ฟิล์ม ISO 400 และถ้าเราใช้รูรับแสง f/8 , f/11 เมื่อแสงแดดสว่างๆ มันก็ควรจะอยู่ประมาณ 1/500 sec ซึ่งส่วนใหญ่เราจะยืนพื้นที่ 1/500 sec นี่แหล่ะ
  3. ถ้าเกิดสมมติว่าแสงมันเบาลง โดยปกติเราจะปรับที่ความเร็วชัตเตอร์ก่อน เช่นปรับลงจาก 1/500 ลงเป็น 1/250 แทนที่จะไปปรับรูรับแสง เหตุผลก็เพื่อให้ความกว้างของ Hyperfocal มันได้มากที่สุด (ยิ่งรูรับแสงกว้าง Hyperfocal จะแคบตาม ทำให้โอกาสโฟกัสพลาดสูงขึ้น)
  4. มาถึงพระเอก… โดยปกติเราจะตั้งโฟกัสให้อยู่ที่ระยะ 1.5 เมตรเป็นนิจศีล (งงอ่ะดิ..แปลว่าไรวะ 55 ) แล้วพยายามทำความคุ้นเคยกับตำแหน่งนี้ โดยอาศัย Lens Tab เป็นที่ตั้ง จำตำแหน่งเอาไว้ๆ เมื่อเราตั้งไว้ที่ระยะ 1.5 เมตรแล้ว แปลว่าเวลาเราเดินไปตามถนน เราสามารถกดถ่ายสิ่งที่เราต้องการจะถ่ายในระยะประมาณ 2-3 ช่วงแขนตัวเองได้ทันที โดยไม่ต้องทำอะไรเลย (ดูจากภาพตัวอย่าง)
  5. เมื่อเราต้องการถ่ายอะไรที่ใกล้กว่า 2-3 ช่วงแขน ก็แค่เพียง..กระดิกนิ้วมาทางซ้ายหน่อย (ทิศทางนี้ต้องดูเลนส์ที่ใช้ด้วยนะ แต่ละเลนส์ไม่เหมือนกัน) อันนี้ต้องอาศัยการฝึกบ่อยๆว่าเลนส์เรา กระดิกแค่ไหนมันจะได้ระยะไหน แต่มันกะได้ง่ายมากๆเลยล่ะ
  6. ส่วนถ้าถ่ายอะไรที่ไกลกว่า 2-3 ช่วงแขนนี่ก็ทำทิศทางตรงข้ามกับเมื่อกี้  เช่นในภาพตัวอย่าง ถ้าเราโฟกัสไปที่ระยะ 2.5 m มันก็จะครอบคลุมตั้งแต่ 1.5 m ไปถึง 5 m เลย เป็นต้น ยิ่งถ้าถ่ายไกลแบบวิวงี้ก็หมูเลย คือบิดไปสุดทางแค่นั้นเอง จบข่าว

สำหรับคนที่ใช้ Setup ที่ต่างไปจากเรา เช่น ฟิล์ม ISO อื่นๆ สมมตินะๆ ISO 200 ก็ง่ายๆเลย กฏ SUNNY 16 ก็คือเรายืนพื้นรูรับแสงเหมือนที่เราทำนั่นแหล่ะ f/8 อะไรแบบนี้ แล้วเน้นปรับที่ความเร็วชัตเตอร์ก่อน ถ้า ISO 200 แสงแดดจ้าๆ ก็ความเร็วชัตเตอร์ 1/250 sec ยืนพื้นเป็นต้น ทดลงมา 1 Stop

ลองฝึกกันดู แล้วปรับใช้ให้เข้ากับตัวเองนะ แต่ถ้าทำได้ล่ะก็..ไม่ต้องกลัวเพื่อนล้ออีกแล้ว โฟกัสแข่งกะแม่งเลย 555 สวัสดี

ภาพนี้ เราเห็นและยกกล้องขึ้นมากดทันทีโดยไม่ทำอะไรเลย เพราะเกิดขึ้นภายใน 1 วินาทีเท่านั้น
ภาพนี้ก็กดเดินเข้าไปกดถ่ายได้เลย ไม่ต้องโฟกัสใดๆ

 

บทความ โดย SUN

facebook.com/artytsun

Instagram @artytL

ผู้สนับสนุนหลัก Husband & Wife Film Photography and Bookstore

www.husbandandwifeshop.com

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s