Oskar Smolokowski ซีอีโอวัย 28 ผู้ชุบชีวิตกล้องฟิล์ม Polaroid ขึ้นมาใหม่

มันดูจะ “เป็นไปไม่ได้” เลย หลังจากการประกาศล้มละลายของ Polaroid เมื่อปี 2001 ว่าบนโลกนี้ผู้คนจะหันกลับมาใช้กล้องฟิล์ม Instant ของ Polaroid ได้อีกครั้ง เมื่อศตวรรษที่ 21 ได้เริ่มต้นขึ้นบนพื้นฐานของดิจิทัลทั้งหมด

เดือนกันยายน 2017 อีก 16 ปีให้หลัง เหล่าคนรักกล้องฟิล์มทั่วโลกต้องตื่นเต้นที่ได้เห็นการฟื้นคืนชีพของแบรนด์กล้องที่ทรงอิทธิพลแบรนด์หนึ่งในอดีต แบรนด์ที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้คนในยุค ’70s ไม่เว้นแม้แต่กับ Steve Jobs ศาสดาแห่งโลกดิจิทัลยุคใหม่ และผู้ที่ออกมาประกาศการปลุกผีครั้งนี้ด้วยการถือกล้อง Polaroid OneStep 2 กล้องฟิล์มตัวล่าสุดอยู่นั้นคือ CEO เด็กหนุ่มชาวโปแลนด์วัย 28 ปี

…เขาชื่อว่า Oskar Smolokowski

แบรนด์ “Polaroid” มีคนหลงรักมันอย่างมากตลอดช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 20 ด้วยความล้ำของสินค้า ความสวยงาม ความคูลของตัวผู้ก่อตั้งและผู้ประดิษฐ์กล้อง Edwin Land ว่ากันว่าวิธีการเปิดตัวสินค้าเท่ๆของ Polaroid ที่น่าตื่นตาตื่นใจของเขา ก็คือต้นแบบให้กับ Steve Jobs ในการเปิดตัวสินค้าของ Apple นั่นเอง

Dr.Edwin Land กับการขึ้นปก LIFE

แต่โลกนี้ไม่มีอะไรยั่งยืน เมื่อโลกก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัล บริษัทที่เกี่ยวกับฟิล์มทั้งหมดต่างถูกปิดตัวลงทีละเจ้าสองเจ้า ไม่เว้นแม้แต่ Polaroid ที่เคยเป็นแบรนด์ที่ทุกคนหลงใหล หลังจากมีการประกาศล้มละลายในปี 2001 อีก 3 ปีต่อมา Polaroid ก็ประกาศยกเลิกการผลิตตัวกล้องฟิล์มตลอดกาล

และในปี 2008 พวกเขาก็ตัดสินใจยกเลิกการผลิตฟิล์มทั้งหมดของ Polaroid ลง ถือได้ว่าเป็นการปิดฝาโลงกล้อง Polaroid อย่างแท้จริง เพราะนั่นเท่ากับว่า กล้อง Polaroid กว่า 200 ล้านตัวทั่วโลกจะกลายเป็นขยะไปในทันที แต่…มันยังไม่จบสำหรับเหล่าคนรัก Polaroid เมื่อมีคนกลุ่มนึงไม่ยอมให้มันสิ้นสุดลงแค่นั้น

“Impossible Project” ไม่ใช่เพียงคำคุณศัพท์เพื่อบอกเล่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่มันคือเป้าหมายและชื่อบริษัทของคนกลุ่มนึงที่พยายามรักษาให้ Polaroid ยังคงอยู่ด้วยการซื้อเครื่องจักรและที่ทำการที่ใช้ผลิตฟิล์ม Polaroid มาดำเนินงานต่อ ในราคา 3.1 ล้านเหรียญ!

พวกเขาที่ว่านี้ ประกอบไปด้วยหลักๆคือ Florian “Doc” Kaps และ André Bosman ซึ่งพวกเขาคือเหล่าคนมีตังค์ที่รักในความคูลของ Polaroid และไม่อยากให้มันตายไป  แม้ว่าพวกเขาจะยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะจัดการกับสายการผลิตพวกนี้อย่างไร..

Florian “Doc” Kaps

Florian “Doc” Kaps คือเจ้าเนิร์ดหัวเรือหลักผู้บ้าคลั่งใน Polaroid และแน่วแน่ในการตัดสินใจเข้าซื้อเครื่องจักรในการผลิตฟิล์ม รวมถึงสต็อคฟิล์มที่เหลือทั้งหมดของ Polaroid เขาเป็นอดีตนักเคมีชาวออสเตรียที่เคยทำงานให้กับ Lomography บริษัทกล้องฟิล์มในยุคหลังอีกแห่งที่ยืนหยัดความเป็นฟิล์มท่ามกลางกระแสดิจิทัล ซึ่ง Florian เองก็คลั่งไคล้ฟิล์มพวก Instant แบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร

Andy Warhol กับกล้อง Polaroid SX-70

แต่เรื่องทั้งหมดไม่ง่ายแค่นั้น นวัตกรรมของ Polaroid คือสิ่งที่ถูกขับเคลื่อนมาจากวิศวกรหัวกะทินับร้อย และเงินในการลงทุนวิจัยนับพันล้านมายาวนาน …มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับพวกเขาที่มีกันอยู่ไม่เกิน 5 คนในวันที่เริ่มต้น

ปี 2012 Oskar Smolokowski แวะเวียนไปที่ร้าน Impossible Project ในนิวยอร์คเหมือนลูกค้าคนอื่นๆทั่วไป แต่ Osakar ในวัย 23 ไม่ใช่เป็นแค่เด็กหนุ่มทั่วไป เขาเป็นลูกชายของ Wiaczeslaw Smolokowski มหาเศรษฐีชาวโปแลนด์ที่ทำธุรกิจมากมาย เรียกได้ว่าเป็นนักลงทุนตัวยงที่ติดอันดับ Forbe

ใครจะรู้ว่านี่จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของทุกสิ่งอย่างแท้จริง Oskar หลงใหลในโลกของ Polaroid อย่างหัวปักหัวปำในทันที และได้เข้าร่วมกับ Impossible Project ในฐานะผู้ช่วยของ Florian เพื่อเสาะหาทีมดีไซน์กล้องตัวใหม่ รวมถึงการพัฒนาสินค้าต่างๆด้วย

แต่ส่วนสำคัญที่มากไปกว่านั้นก็คือ เขาได้โน้มน้าว Wiaczeslaw Smolokowski ผู้เป็นพ่อให้เห็นคล้อยตามไปกับสิ่งที่เขาหลงรัก การกล่าวอ้างถึงตลาดฟิล์ม Instant ของ Fujifilm ย่อมเป็นประเด็น ในช่วงปีนั้น (2012) Fujifilm สามารถขายกล้องฟิล์ม Instant ไปได้มากถึง 5 ล้านตัว สวนกระแสดิจิทัลอย่างงงงวย ซึ่ง Fujifilm เลือกทำตลาดโดยตรงไปที่วัยรุ่น ไม่ใช่กลุ่มตลาดผู้ใหญ่ที่โหยหาอดีต Nostagic อย่างที่ใครหลายคนเข้าใจ และ Oskar ก็มองเห็นความเป็นไปได้ของตลาดฟิล์มที่จะกลับมา

จนกระทั่งช่วงปลายปี 2014 ดิวสำคัญก็เกิดขึ้น เขากำเงิน $70 ล้านพาบริษัท Impossible Project เข้าถือหุ้น 20 เปอร์เซนต์ของ Polaroid และตัวเขาเองก็ได้ก้าวขึ้นเป็น CEO ของ Impossible Project พร้อมๆกับช่วงเวลานั้นที่เขาได้คุยกับ Jesper Kouthoofd นักออกแบบชาวสวีเดนที่เคยร่วมงานกับ ikea , New Balance และ Absolut มาแล้ว เพื่อทำการร่างแบบของกล้องผลิตขึ้นใหม่ ที่จะเป็นกล้องฟิล์ม Instant ตัวแรกของ Impossible Project

กล้องฟิล์ม Impossible Project “I-1”

กล้องตัวนี้มันไม่ได้มีสไตล์ที่ดูย้อนยุคอย่างที่ใครๆคิด เฉกเช่นกับที่เขาคิดแล้วว่า ตลาดนี้มันไม่ใช่ว่าจะเป็นการโหยหาอดีตซะทีเดียว เขาจึงเลือกแนวทางที่เป็น Minimalist กล้องทรงพีระมิดเรียบง่ายไม่หวือหวา ควบคุมด้วยปุ่มไม่กี่ปุ่ม ไม่มีอะไรที่ดูดิจิทัลเกินไป แต่สามารถเชื่อมต่อการควบคุมผ่านแอพในมือถือได้ด้วย

ปี 2016 กล้องฟิล์มรุ่น “I-1” ที่ใช้ฟิล์ม Instant สไตล์ Polaroid ดั้งเดิมเปิดตัวมาด้วยราคา $299 มันได้รับความสนใจในตลาดที่เขาหมายมั่นปั้นมือมากทีเดียว และตลาดฟิล์มก็เติบโตขึ้น แต่มันยังไม่ดีพอสำหรับฝั่งฝันของ Oskar เขามีเป้าหมายที่ใหญ่กว่านี้

Oskar ในวันเปิดตัวกล้อง “I-1” มันคือหลักไมล์สำคัญของเขาและ Impossible Project

ปี 2017 เขาใช้สิทธิ์การเป็นหุ้นของ Polaroid และ CEO ของ Impossible Project ทำการเปลี่ยนชื่อ Impossible Project ไปเป็น “Polaroid Originals” โดยผลิตสินค้าทั้งหมดให้อยู่ภายใต้ชื่อ “Polaroid Originals” และอาศัยช่องทางการจัดจำหน่ายทั้งหมดที่แบรนด์ Polaroid เดิมมี ไปทั่วโลก (ราวๆ 100,000 ร้านทั่วโลก) มันจึงดูเหมือนว่า “Polaroid Originals” และแบรนด์ Polaroid กลืนกันเป็นเรื่องเดียวกันในสายตาคนทั่วโลก แม้ว่าทางเทคนิคแล้ว มันจะเป็นคนละบริษัทกัน

แต่นั่นก็ไม่สำคัญ… Oskar กลายเป็น CEO ของบริษัทใหม่ที่ชื่อว่า “Polaroid Originals” ทำให้เขาเป็นเด็กหนุ่มวัยเพียง 28 ปีที่ปลุกชีพแบรนด์ Polaroid ขึ้นมาใหม่ได้สำเร็จ ภายใต้ภาพลักษณ์ใหม่ที่โคตรคูล ซึ่งดูเหมือนได้ดึงเอาความสำเร็จในแบบยุค ’70s กลับมาอีกครั้ง

กล้อง Polaroid OneStep 2 เป็นกล้องฟิล์มที่เดินตามรอยกล้องรุ่น OneStep เมื่อปี 1977 ซึ่งมันโด่งดังมากจนแทบจะเป็นอีกสัญลักษณ์หนึ่งที่คนนึกถึงเสมอของ Polaroid ไปแล้ว ด้วยลายพาดสายรุ้งบนกล้องนั่น แม้แต่ Instagram ในยุคแรกก็ยังมีสัญลักษณ์แบบนี้

ความสวย ความคูลของ OneStep ไม่เคยเสื่อมไป นั่นคงเป็นเหตุผลที่มันถูกนำมาผลิตใหม่อีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันถูกผนวกรวมกับเทคโนโลยีในวันนี้ลงไป อย่างการชาร์ทผ่านสาย USB และอื่นๆที่ทำให้มันสะดวกกว่ารุ่นแรกมาก ที่สำคัญ… มันราคาเพียง €119.99 (ราวๆ 4,700 บาท) เท่านั้น

กล้อง Polaroid OneStep2 กับภาพลักษณ์ที่โคตรวัยรุ่น

เดือนตุลาคม 2017 กล้อง Polaroid OneStep 2 ขายหมดทั่วโลกในทันทีที่มันวางจำหน่าย และพวกเขาต้องรีบจัดการสายพานการผลิตซะใหม่ให้ทันกับความต้องการของตลาด

หลายๆคนคงจะมองว่า Oskar ก็แค่เด็กหนุ่มพ่อรวยคนหนึ่ง ซึ่งนั่นก็เป็นข้อเท็จจริงข้อหนึ่ง แต่มากไปกว่านั้น เขาเป็นตัวแทนความคิดความรู้สึกของคนรุ่นใหม่ที่มีต่อกล้องฟิล์ม เขาเป็นนักประดิษฐ์ เขารู้จักน็อตทุกตัว ชิ้นส่วนทุกชิ้น ระบบทุกอย่างในกล้องพวกนั้น และเขาก็ยังมีวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนให้ Impossible Project ฝ่าฝันอะไรมากมาย เกือบ 10 ปีพอดีที่ Impossible Project สามารถยืนอยู่ในตลาดนี้ได้ และเติบโตจากยอดขายที่มากขึ้น 20-30% ในทุกปี ทำกำไรจากการขายฟิล์มไปนับล้านๆกล่อง

…และแน่นอน เขาจะไม่หยุดอยู่แค่นี้

 

บทความ โดย SUN

ผู้สนับสนุนหลัก Husband and Wife Film Photography and Bookstore

http://www.husbandandwifeshop.com

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s