รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ Lomo’Instant Sqaure กล้องที่ใช้ฟิล์ม Instax Square แท้ๆตัวแรก

มีการฮึ่มๆกันเมื่อหลายเดือนก่อน ระหว่าง Polaroid และ Fujifilm เกี่ยวกับที่ทาง Fujifilm เริ่มสายการผลิตฟิล์ม Instant ตัวใหม่ที่ได้ภาพทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส หรือที่เรียกว่า Fujifilm Instax Square

หลังจากประสบความสำเร็จกับ Instax Mini และ Instax Wide อย่างต่อเนื่อง ขายดีโคตรๆไปทั่วโลก จนกลายเป็นสินค้าตัวนึงที่ช่วยพลิกตลาดฟิล์มให้ฟื้นคืนกลับมาฟู่ฟ้าอีกครั้ง

แต่ประเด็นขัดแย้งมันก็เกิดจากว่าไอ้เจ้า Fujifilm Instax Square นี่มันดันมีรูปร่างหน้าตาคล้ายเจ้าฟิล์มของ Polaroid แบบมาตรฐานที่รู้จักกันมาอย่างยาวนานตั้งแต่ยุค ’70s จนเป็นเอกลักษณ์ที่ใครๆก็รู้จัก

Anyway… แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่เราจะมาคุยกันในวันนี้ ช่างพี่สองคนนั้นแม่งไปเหอะ… 555 มาดูเรื่องของเรากันดีกว่า หลังจากที่ฟิล์ม Fujifilm Instax Sqaure วางตลาดเมื่อปีที่แล้ว มันก็เพิ่งจะมีกล้องอยู่แค่รุ่นเดียวเท่านั้นเองที่ใช้ได้ นั่นคือกล้อง Fujifilm SQ-10 ซึ่งมันก็เป็นกล้อง Hybrid ลูกครึ่งกึ่งดิจิตอล กึ่งอนาล็อค

แต่สำหรับคนบ้าอนาล็อคอย่างเรา การใช้เจ้า Fujifilm SQ-10 มันยังไม่สาสมใจกับความเนิร์ดฟิล์ม เหมือนกินข้าวกะเพราแต่ดันใส่แครอท ถั่วฝักยาว และไม่ใส่ไข่ดาว

ในที่สุด.. ก็มีผู้ที่เข้าใจหัวอกคนรักฟิล์ม กล้อง Lomo’Instant Square ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น มันจึงเป็นกล้องฟิล์มตัวแรกที่ใช้ฟิล์ม Fujifilm Instax Square ในแบบอนาล็อคเต็มรูปแบบ!! ดังนั้น..วันนี้เราจะมารีวิวเจ้ากล้องตัวนี้กัน

ต้องขอบคุณทาง Lomography Thailand ไว้ ณ ทีนี้ด้วยที่ได้ส่งเจ้า Lomo’Instant Sqaure มาให้เทสกันก่อนที่มันจะมีวางตลาด แต่สุดท้าย…กูนี่แหล่ะที่เพิ่งจะเขียนบล็อกเสร็จ 55 เอาล่ะ… ช้าแต่ชัวร์เว้ย.. มาดูกันดีกว่าว่าการเป็นกล้องฟิล์มจริงๆจังๆตัวแรกที่ใช้ฟิล์ม Fujifilm Instax Square มันจะได้เรื่องสักแค่ไหนกัน

จากการสัมผัสลูบๆคลำๆเจ้า Lomo’Instant Sqaure สิ่งแรกที่ชอบคือความที่มันไม่ใหญ่อย่างที่คิด เพราะเรารู้สึกติดๆใจตอนที่ Lomo’Instant Wide ออกมาทีนึงแล้ว ว่ามันตัวใหญ่ไปหน่อย ทำให้เจอปัญหาเวลาจะพกไปไหนที มันจะเกิดความลังเลใจ (ซึ่งก็เข้าใจแหล่ะว่าฟิล์มมันใหญ่กว่าปกติเยอะ การได้ภาพเต็มๆตาย่อมแลกมาด้วยบอดี้กล้องที่ต้องใหญ่)

พอมาถึงตัวนี้ ด้วยความที่ฟิล์มมันเล็กกว่า Fujifilm Instax Wide แต่ก็ยังใหญ่กว่า Fujifilm Instax Mini คืออยู่ตรงกลางระหว่างสองเรา ทำให้ขนาดกล้องมันก็กลางๆไปด้วย ความลังเลใจก็น้อยลง รู้สึกว่าเออ.. กูเอาไปด้วยก็ได้วะ ไม่ลำบากๆ (เราเชื่อว่ามีคนที่รู้สึกติดใจเหมือนเราว่า เวลาใช้ฟิล์ม Instax Mini ก็เฮ้ย..เล็กไป พอมาใช้ Instax Wide ก็เฮ้ย..ใหญ่ไป เนี่ย!! Instax Square แม่งโคตรพอดี)

วัสดุรวมๆก็ยังเป็นแนวทางของ Lomo ในยุคหลังๆอย่างพวก Lomo’Instant Wide , Lomo Automat ที่ค่อนข้างลงตัวเรื่องวัสดุที่เฟิร์มมากขึ้น ปุ่มต่างๆก็ใช้ง่ายขึ้น แต่เจ้า Lomo’Instant Sqaure ไปไกลกว่ารุ่นพี่อีกหน่อย ตรงที่มันมาทางแนววินเทจๆ เพราะมันมี Bellow ด้วย ว้าววว.. (บางคนบอก ..อะไรคือ Bellow วะมึง.. #ใครงงมารวมกะกูตรงนี้) ไอ้ Bellow นี้ถ้านึกหน้าตาไม่ออก ให้นึกถึง Accordian เครื่องดนตรีชนิดนึง (คือถ้ายังไม่รู้จักอีก..ก็ข้ามไปนะ) มันก็คือตัวที่ช่วยให้กล้องยึดหดๆเพื่อปรับโฟกัสได้นั่นเอง

ไอ้ความวินเทจนี้เลยทำให้มันน่าสนใจมากกว่าตัวอื่นๆ สวยเฟี้ยวแบบคลาสสิค พับ Bellow เก็บเป็นการปิดกล้อง เปิดกล้องก็ดึงออก เดินสะพายได้สบายๆ พอจะถ่ายปุ๊ป…ดึง Bellow ออกมา… ว้าวว.. สาวกรี๊ด (เหยียบตีนสาว) แค่สะพายเฉยๆก็หล่อแล้ว ( ป.ล. Bellow ค่อนข้างแข็งแรง เป็นยางที่หนา แต่ก็อีกนั่นแหล่ะ..ควรใช้อย่างระมัดระวังอย่าให้อะไรไปจิ้มโดนทะลุเข้าล่ะ)

ในส่วนของรีโมตก็เปลี่ยนตำแหน่งจากตัวอื่นๆ (ซึ่งดี) เพราะปกติตัวอื่นจะเป็นฝาปิดเลนส์ แต่ด้วยความที่เจ้า Instant Sqaure มันไม่ต้องใช้ฝาปิดเลนส์แล้ว เพราะพับกล้องเข้าก็ปิดเลนส์แล้ว เจ้ารีโมตเลยต้องไปซ่อนอยู่ที่ฐานกล้อง เนียนดีมาก ไม่เกะกะเลย

นอกจากความหล่อแล้ว การที่ Lomo เค้าเลือกใช้เลนส์กระจกตั้งแต่แรก ก็ถือว่าเป็นการตั้งใจให้เป็น Flagship หรือแปลไทยว่าเรือธง หรือแปลไทยอีกทีว่าเป็นกล้องที่ดีที่สุดในสายการผลิตแบรนด์ตัวเอง เพราะจะเห็นได้ว่าปกติแล้ว Lomo จะมีทั้งตัวที่ราคาไม่แพง ก็จะใช้เลนส์พลาสติก และตัวที่พัฒนาอีกขั้นก็จะใช้เลนส์กระจกเพื่อให้ได้ภาพที่คมกว่า (อย่างเช่น Lomo’Instant Automat ธรรมดา กับรุ่น Automat Glass เป็นต้น) เพราะฉะนั้นภาพที่ได้มันจึงหายห่วงได้เลย

ดูสเปคกล้องกัน

  • เลนส์ระยะ 95mm หรือเทียบเท่า 45mm ของ Full-frame
  • Zone Focus แบบ 3 โซน : 0.8m / 1-2.5m / infinity
  • รูรับแสง : f/10 , f/22
  • ความเร็วชัตเตอร์ : 8 sec  – 1/250 sec , ชัตเตอร์ B (แต่ได้ถึง 30 sec)
  • มีรีโมตสำหรับกดถ่ายระยะไกลได้
  • ใช้ถ่าน CR2 สองก้อน
  • ใช้ได้ทั้งฟิล์ม Fujifilm Instax Square และ Fujifilm Instax Mini (ตัวเสริมอยู่ในชุดใหญ่)

จากสเปคทำให้นอกจากเจ้านี่จะให้สัดส่วนภาพที่แปลกไปจากเดิมแล้ว มุมมองของภาพก็ต่างไปด้วย การที่ Lomo เลือกใช้เลนส์ที่มีระยะค่อนข้างแคบ  (โดยปกติ Lomo จะเลือกใช้เลนส์ที่กว้างทั้งนั้น) ทำให้ระยะของภาพออกไปทางแนว Portrait มากกว่าตัวอื่นๆ น่าจะถูกใจคนที่ชอบถ่าย Portrait แน่ๆ

ระยะใกล้สุด 80 cm ถือว่าเหมาะสมกับเลนส์ระยะนี้  (เทียบเท่า Full-frame ที่ 45 mm) และการที่ต้องจัดวางองค์ประกอบของภาพเป็นสัดส่วน 1:1 หรือสี่เหลี่ยมจัตุรัส ก็ค่อนข้างเหมาะกับเลนส์ระยะแคบแบบนี้เช่นกัน (ถ้าเกิดซื้อชุดใหญ่ที่มีชุดเลนส์เสริมมาให้ จะมีเลนส์กระจกที่สามารถทำให้ถ่ายได้ใกล้ขึ้นอีกเป็น 50 cm ด้วย)

ปัญหาที่ต้องเจอกับกล้องประเภทกะระยะนั่นคือ Parallax error หรือความเหลื่อมของภาพเมื่อเทียบกับที่มองในช่องมองภาพ ก็เป็นปกติที่ต้องเจอ สิ่งที่ต้องทำคือเรียนรู้ว่ามันเหลื่อมไปสักเท่าไหร่ ทางไหน จากที่ทดลองดูพบว่ามันจะเหลื่อมซ้ายไม่มากนัก (เทียบกับกล้อง Polaroid OneStep 2 อันนั้นมีความเหลื่อมมากกว่าพอสมควร) เพราะฉะนั้นอาจจะต้องเผื่อขวาไว้สักนิดๆ (ยิ่งถ่ายใกล้ยิ่งต้องเผื่อมาก)

ระบบวัดแสง คล้ายกับตัว Lomo’Instant Automat ทำได้ไม่ค่อยพลาดนัก ปัญหาที่เจอบ่อยๆของตัววัดแสงกล้องประเภทนี้ก็คือ ถ้าจะต้องถ่ายภาพที่มีความเหลื่อมล้ำของแสงในภาพเดียวมากๆ มักจะมีการคำนวณพลาด เช่น แดดจัดและมีร่มเงาในภาพเดียวกัน หรือการถ่ายที่แหล่งกำเนิดแสงอยู่ด้านเดียวกับภาพ (ก็ประมาณย้อนแสงนั่นแหล่ะ แต่ต่อให้แสงที่ย้อนไม่แรง ก็ทำให้วัดแสงพลาดได้) เพราะฉะนั้นต้องเรียนรู้โดยการทดลองบ่อยๆ จะเข้าใจเองว่าต้องทดแสงอีกเท่าไหร่ ข้อดีของ Lomo’Instant ทุกรุ่นคือมี EV +/- ให้นี่แหล่ะ… ซึ่งสำหรับเจ้า Lomo’Instant Sqaure นี้เค้าก็มีมาให้ +/- 1 stop

ความพีคอีกอย่างของเจ้า Lomo’Instant Square ก็คือ.. มันสามารถเปลี่ยนมาใช้ฟิล์ม Fujifilm Instax Mini ได้ด้วย!! เย่! คุ้มโคตร!! แต่… ต้องซื้อชุดที่มีเลนส์เสริมนะ เค้าถึงจะแถมเจ้าอุปกรณ์ที่เปลี่ยนฟิล์มได้ วิธีการเปลี่ยนก็ดูซื่อตรงมาก นั่นคือเปลี่ยนฝาหลังเอา (นั่นแปลว่าต้องถ่ายให้หมดแพค 10 ภาพก่อน ถึงจะเปลี่ยนได้)

ที่ฝาจะมีเขี้ยวเล็กๆสำหรับล็อคฝาไว้ ก็ถอดเปลี่ยนกันซื่อนี่เอง
เทียบกันระหว่างการใส่ฟิล์มแบบ Sqaure กับ Mini

หลังจากลองเปลี่ยนฟิล์มและทดลองถ่ายด้วยฟิล์ม Instax Mini ก็ได้พบความเจ๋งของมันอีกอย่าง เฮ้!! มันได้ระยะภาพที่ไม่เหมือนกล้องฟิล์มที่ใช้ฟิล์ม Instax Mini ตัวไหนเลยแฮะ!! เพราะมันค่อนข้างได้ภาพระยะแคบอย่างที่บอกไปแล้ว พอเป็นสัดส่วนภาพยาวๆและใกล้ มันก็เลยสวยดีอ่ะ… เอ้าชิบหายและ ได้เสียตัง 555

 

สรุปเลย

กล้อง Lomo’Instant Square ถือว่าทำผลงานได้ดีน่าพอใจมากทีเดียว ถ่ายสนุก พกง่าย ได้ผลลัพธ์ที่ดี (การตัดสินใจทำเป็นเลนส์กระจกนี่ถือว่าดีงาม) เราอาจจะไม่ใช่แฟนเลนส์ระยะแคบแบบนี้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าการที่ภาพเป็นสัดส่วน 1:1 มันเหมาะกับระยะแคบแบบนี้จริงๆ ซึ่งผลงานออกมาก็สวยเลย

ถ้าจะให้นึกว่าอะไรที่เป็นข้อไม่ดีนี่นึกเร็วๆก็ยังนึกไม่ออกแฮะ… อ่อนึกออกและ…. การโฟกัส เราไม่ชอบตัวปรับโฟกัส มันค่อนข้างลำบากเพราะมันอยู่ด้านหน้าเลนส์  เลื่อนยากไปหน่อย และก็กลัวจะทำพังเพราะมันมี Bellow อยู่ ไอ้การมี Bellow นี่ทำให้รู้สึกว่าเราต้องใช้กล้องอย่างระวังมากขึ้นด้วย

ถ้าจะให้บอกว่าอยากให้มีอะไรเพิ่มก็คงอยากให้มีเลนส์เสริมแบบระยะกว้างให้หน่อย เราจะฟินกว่านี้อีก

รูปร่างหน้าตา // ★★★★☆
(โหยดี.. วินเทจ หล่อ)

วัสดุ // ★★★★☆
(ถือว่าเป็นกล้อง Lomo ที่ทำได้ดีเหมือนรุ่นหลังๆ)

คุณภาพการถ่าย // ★★★★☆
(สำหรับวงการฟิล์ม Instant ไอ้นี่เด็ด.. )

ฟังก์ชั่น // ★★★★☆
(ก็ครบหมดนะ ไม่เดือดร้อนอะไร)

คุ้มค่า? // ★★★★☆
(แนะนำคือซื้อเป็นเซ็ตที่มีตัวเปลี่ยนไปใช้ฟิล์ม Fujifilm Instax Mini ได้)

 

บทความโดย SUN

facebook.com/artytsun

Instagram @artytL

ผู้สนับสนุนหลัก Husband & Wife Film Photography and Bookstore

www.husbandandwifeshop.com

 

 

 

 

 

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s