รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ Agfa Optima 1035 Sensor ปี 1978 กล้องดีที่เพิ่งหากันเจอ

ถ้าแบรนด์ Olympus มีซีรี่ส์ Pen เป็นซีรี่ย์กล้องที่โด่งดังและผลิตต่อเนื่องหลายรุ่นยาวนานนับ 10 ปีตั้งแต่ 1960 ไม่ว่าจะ Pen EE , Pen D , Pen F (นี่ยังไม่นับรุ่นย่อยแบบเกินจะนับนิ้ว ยาวไปถึงยุค 1970)

ฝั่งแบรนด์ยุโรปอย่าง Agfa ซึ่งเป็นแบรนด์โบร่ำโบราณมาเป็นร้อยปี ย่อมต้องมีของเด็ดเป็ดย่างอร่อยแบบนี้เก็บไว้เหมือนกัน นั่นก็คือซีรี่ส์ที่ชื่อว่า “Optima”

Agfa นี่เค้าใช้คำว่า Optima มาตั้งแต่ยุค 1950s แล้วนะ จนกระทั่งมาในยุคปลายๆ 1960s เค้าได้เปลี่ยนมาใช้ Optima Sensor ให้มันดูไฮเทคขึ้น (สำหรับยุคนั้น) ซึ่งวันนี้เราจะมาคุยกันถึงซีรี่ส์นี้กัน

รุ่นแรกที่มีการปรับเปลี่ยนมาก็คือ Agfa Optima 200 Sensor โดยโปรโมตว่า ต่อไปนี้คุณจะถ่ายภาพโดยที่กล้องจะไม่สั่นแล้วเพราะปุ่มชัตเตอร์กดแล้วนุ่มมาก ( ชัตเตอร์หรือขนมปัง เอ๊ะ..เดี๋ยวว!!! แล้วสรุปแม่งเกี่ยวไรกะ Sensor วะ?? 555)

ถึงจะงงกับปุ่มชัตเตอร์ว่าแม่งเกี่ยวอะไรกับคำว่า Sensor ซึ่งควรจะแบบมีแสงเสองอะไรพุ่งออกมา แต่ปุ่มชัตเตอร์ของซีรี่ส์นี้ก็นับว่าเป็นจุดเด่นจริงๆ เพราะมันทั้งใหญ่ และสีส้ม (และนุ่ม)

นับตั้งแต่มันออกมาในช่วงปลายๆ 1960s ก็ขายดีระเบิดระเบ้อทีเดียว เพราะจริงๆแล้ว ในยุคสมัยนั้นเจ้าพ่อเทคโนโลยีเริ่มเบี่ยงเบนไปทางญี่ปุ่นแทน (จนยุโรปหลายเจ้าเจ๊งไปตามๆกัน เพราะเจอเทคโนโลยีที่ใหม่กว่า ถูกกว่า) มีระบบวัดแสงเพื่อให้กล้องสามารถจัดการค่ารูรับแสงและความเร็วชัตเตอร์ให้อัตโนมัติ (โหมด P นั่นแหล่ะ)

เจ้า Agfa Optima Sensor ก็เช่นกัน และยังมีขนาดเล็ก คุณภาพภาพที่ดีมากด้วย

กล้องตัวที่เราจะพูดถึงในวันนี้คือช่วงท้ายๆซีรี่ส์แล้ว นั่นคือรุ่น Agfa Optima 1035 Sensor วางจำหน่ายในปี 1978 ซึ่งเป็นการพัฒนามาจากรุ่นก่อนหน้าคือ Agfa Optima 335 Sensor ต่างกันหลักๆแค่ความเร็วชัตเตอร์เท่านั้นเอง

ในยุคนั้น กล้องส่วนใหญ่ยังใช้วัสดุเป็นเหล็ก ทำให้มีน้ำหนักมาก แต่เจ้า Optima 1035 นี้มีวัสดุอื่นปนมาเยอะพอสมควร ทำให้มันมีน้ำหนักโดยรวมเบาลงกว่ายุคเดียวกันเป็นเท่าตัว เลยเป็นข้อดีนึงที่เราชอบมาก นอกจากมันดูแข็งแรง แต่ก็ยังมีน้ำหนักที่เบาหน่อย

สิ่งที่คนมักพูดถึงเกี่ยวกับเจ้านี่อีกอย่างก็คือ การออกแบบที่หน้าตามันเหมือนกันกล้องมีเดียมฟอร์แมท Plaubel Makina 67 แบบยังกะเป็นพ่อลูกที่พลัดพรากกัน จนระแวงว่าใครก็อปใคร ซึ่งพอไปดูปี 1978 ไล่ๆกันเลย อ่าวอีห่า.. Makina นี่มึงก็อปเค้ามาป่ะเนี่ย 5555

ภาพจาก http://www.instagram.com/mitsubadocamera

เรื่องจริงๆของ Plaubel Makina 67 ก็คือมันเริ่มต้นออกแบบโดยคนเยอรมัน แต่โดนคนญี่ปุ่นที่ชื่อว่า Kimio Doi ซื้อไป แล้วก็จ้างคนญี่ปุ่นที่ทำงานให้กับแบรนด์ Konica แก้แบบใหม่อีกที ซึ่งแม่งดันไปหน้าตาออกมาเหมือนกล้อง Agfa Optima Sensor ของเยอรมัน แต่สุดท้าย…ผลิตในญี่ปุ่น… (มึนงงกว่าหลงป่าก็มึงนี่แหล่ะ)

กลับมา Agfa Optima Sensor ต่อ.. (ไม่มีสาระเอามากๆเลย) ที่เราต้องเอามารีวิวให้อ่านกันเพราะกล้องตัวนี้มีพิษสงร้ายแรงมากอย่างไม่น่าเชื่อ

หลักๆแล้ว กล้อง Agfa Optima 1035 Sensor ทำงานด้วยไฟฟ้าเท่านั้น โดยเป็นโฟกัสแบบกะระยะ มีสัญลักษณ์เพื่อให้เข้าใจระยะต่างๆได้ง่าย กลไกเป็นแบบโหมด P คือกล้องจะปรับรูรับแสงกับความเร็วชัตเตอร์ให้หมด เน้นใช้งานง่ายๆมากๆ

มาดูสเปคกันหน่อย

  • โฟกัสแบบกะระยะ Zone Focus
  • ระยะตั้งแต่ 0.9m / 1.5m / 3m / infinity
  • เลนส์ 40mm f/2.8
  • ความเร็วชัตเตอร์ 15 sec – 1/1000 sec (อัตโนมัติ)
  • ISO 25 – 400
  • แบตเตอรี่ V-625 x 3 ก้อน (หรือก็คือ PX-625)
  • น้ำหนัก 276 กรัม

เอาล่ะ…มาสู่การรีวิวจริงๆจังๆ

ด้วยความที่ส่วนตัวเรา เป็นคนชอบกล้องที่มันกลไกหน่อย เอาจริงๆคือไม่ค่อยชอบถ่ายกล้องคอมแพคยุค ’90s ขึ้นมาเท่าไหร่ เพราะมันไม่หนุก การได้ขึ้นฟิล์มบ้าง ได้โฟกัสเองบ้างก็ถือว่าได้ความฟินในระดับนึง ซึ่ง…ไอ้เจ้า Agfa ตัวนี้มันให้ความรู้สึกนั้นเราได้

สัมผัสแรก อย่างที่บอกไปว่าเราชอบน้ำหนักและขนาดมันมาก ค่อนข้างเล็ก อวบๆนิดหน่อย น้ำหนักเบาดีมากกกกก แม้ว่าจะดูพลาสติกกว่ากล้องฟิล์มในยุคเดียวกัน แต่ก็นับว่าแข็งแรงกว่ากล้องยุคหลังๆอยู่ดี การหยิบจับถือว่าสะดวกเต็มไม้เต็มมือ โฟกัสอาจจะไม่ค่อยลื่นนัก ค่อนข้างขัดใจอยู่ บางเจ้าจะเป็นแบบล็อคระยะไปเลยให้หมุนเป็นสเตปๆก็ง่ายดี แต่ไอ้นี่หมุนฟรีเลย แต่หนืด ไม่ค่อยเวิร์คเท่าไหร่

การโฟกัสจะมีสัญลักษณ์บอกระยะที่ต้องการโฟกัส ซึ่งอาจจะเหมือนแบรนด์อื่นๆ เช่น รูปคน 1 คน , รูปคน 2 คน , รูปภูเขา แต่…ปัญหาคือแม่งระยะไม่เท่าคนอื่น เช่น รูปคน 1 คน โดยปกติของชาวบ้านชาวช่องคือ 1 เมตร อีนี่… 1.5 เมตร แล้วระยะใกล้สุดล่ะ.. ไม่มีรูป.. เป็นบ้า!!! 555  เกลียดก็ตรงนี้ แต่มันก็อุตส่าห์งานละเอียด มีบอกระยะเป็นตัวเลขอยู่ด้านล่างโฟกัสด้วย

ข้อดีที่เด่นชัดที่สุดก็คงจะเป็นช่องมองภาพที่ใหญ่มากกกก และใสสะอาดแวววาวสุดๆ ชนะเลิศทุกตัวในระดับเดียวกัน ในช่องมองภาพจะมีสัญลักษณ์ว่าเราโฟกัสอยู่ที่ระยะไหน และมีไฟสีเขียวบอกว่าเรากำลังอยู่ในโหมดที่ชัตเตอร์สปีด 1/30 – 1/1000 sec , ไฟสีแดงบอกว่ากำลังอยู่ในโหมดชัตเตอร์สปีดต่ำกว่า 1/30 มีโอกาสที่ภาพจะสั่นได้

ระบบไฟจะใช้ถ่าน V-625 สามก้อน!! (หรือก็คือใช้ PX-625 ก็ได้ ) อยากจะนั่งไทม์แมชชีนไปบอกไอ้คนออกแบบว่า “มึงรู้มั๊ยว่าไอ้ถ่านพวกนี้ ในปี 2018 ราคาก้อนเท่าไหร่!!” แต่เราก็มีทางออกสำหรับคนประหยัดให้หันมาใช้ LR44 สามก้อนยัดเข้าไปแทนก็ได้นะ ทำงานได้เหมือนกัน แม้ว่าจะไม่ดีเท่าก็ตาม

ปัญหาของการใส่ถ่านของกล้องนี้คือ..รางถ่านมันดันอยู่ในฝาหลังกล้อง แปลว่าถ้าถ่ายๆไปแล้วถ่านหมด!! แต่ฟิล์มไม่หมด!! แม่งจบเห่…ม้วนฟิล์มกลับเลยนะจ้ะ แทบอยากจะนั่งไทม์แมชชีนไปนั่งคุยเปิดอกกะคนออกแบบอีกรอบเลย..

สิ่งที่เราชอบอีกอย่างคือกลไกการใส่ฟิล์มของกล้องตัวนี้ โคตรจะดีไซน์ฝั่งยุโรปเลย ค่อนข้างจะดูเฟิร์มๆ ไม่ว่าจะเป็นก้านล็อคแกนฟิล์ม , ช่องล็อคฟิล์มที่ไม่ต้องเสียบยากๆ แต่มีช่องสอดง่ายๆ และมีช่องให้เห็นการหมุนของฟิล์ม ว่าฟิล์มเดินแน่นอน ไม่วืด ฯลฯ (ยกเว้นก็แต่ที่มึงใส่รางถ่านไว้ข้างในฝาหลังนี่แหล่ะ..)

สิ่งที่ขัดใจอีกอย่างคือที่ใส่สายคล้องกล้อง นอกจากมันจะเป็นแบบสกรูซึ่งปัจจุบันหายากแล้ว มึงยังจะเอาไว้ด้านซ้าย!! อยากจะนั่งไทม์แมชชีนไปถามกะคนออกแบบอีกรอบ ถามว่า “พี่! ถนัดซ้ายใช่มั๊ยมึง!! คือกูถนัดขวาไงพี่!!” เพราะฉะนั้นถ้าเราคล้องไว้มือขวา สายกล้องแม่งจะพันหน้าพันตาพอสมควร (อ่อ..ใครหาสายไม่ได้ ให้ไปเอาจากพวกไม้ Selfie นะ เราก็เอามาจากไม้ของ Yi Action Cam แม่งเป๊ะ!!)

มาดูผลงานกันบ้าง

เราทดสอบโดยใช้ฟิล์ม Agfa Vista 200 กดไปเรื่อยๆเปื่อยๆในร้านเรานี่แหล่ะ สแนปแบบไม่คิดมาก ปรากฏว่า..พอล้างและสแกนออกมา (โดยร้าน Husband and Wife#แทรกโฆษณา 2 วินาที) เชี่ย$%^&!!! ดีไป!!!! ดีวัวหายควายล้ม!! บ้าไปแล้ว!! คม สีดี อาการเลนส์สีตุ่นแบบกล้องยุคเดียวกันมีน้อยมาก วัดแสงก็เป๊ะ…

เท่าที่มองเห็นข้อเสียคือขอบภาพหมุนเบลอมีให้เห็นบ้างเล็กน้อย นอกนั้นคือโอเคหมดเลยนะ!!

สรุปเลย

ไอ้พวกกล้องฟิล์มที่เป็นเพชรจมกองอึยังมีให้เห็นอีกมากนัก รอการขุดค้นพบ Agfa Optima 1035 Sensor นับว่าเป็นอีกตัวที่เราประทับใจกว่าที่คาดไว้ ถ้าให้ย้อนอารมณ์ที่รู้สึกแบบนี้คือครั้งที่เคยรีวิว Olympus 35 DC เนี่ย! ได้อารมณ์นั้น

สรุปสิ่งที่ชอบคือความเล็ก เบา ใช้ง่ายชิบเป๋งเลย ภาพดีมาก ยอม.. ระยะเลนส์ 40mm สำหรับเราก็แคบไปนิด (แต่ก็เป็นระยะปกติของกล้องยุคนั้น) ซึ่งพอมันเป็นระยะนี้ก็ชวนให้เทียบกับ Rollei 35 เราว่าไอ้นี่ถ่ายสีดีกว่าด้วยซ้ำนะ ในขณะที่ความคมพอๆกัน

สิ่งที่ติดคือ อีถ่านที่ไปอยู่ในฝาหลัง , เสียงชัตเตอร์ที่ดูไม่ไพเราะเอาซะเลย ฟังดูคล้ายจิ้งหรีดกัดกัน แต่มันก็กดสบายมากก (อย่างที่เค้าโฆษณาจริงๆ) จุดบอดอีกจุดคือ ISO มันมีให้ปรับสูงสุดแค่ 400 เท่านั้น อันนี้ถือว่าต้องคิดหนักสำหรับบางคนอยู่เหมือนกัน แต่กับเราซึ่งใช้ฟิล์มไม่เกิน ISO 400 อยู่แล้วก็ไม่ห่วงอะไร

ก็จริงๆไม่อยากจะโม้เยอะเลย เพราะอีกล้องรุ่นนี้นี่ราคาปัจจุบันมันถูกมาก เมื่อเทียบกับคุณภาพมัน ราวๆ 2 พันปลายๆขึ้นไป แล้วแต่สภาพ ถ้ายกตัวอย่างง่ายๆคือปัจจุบันกล้องคอมแพครุ่นที่ฮิตๆกันบางตัวนี่ปาไปครึ่งหมื่น (บ้าไปแล้ว!!) คุณภาพสีไม่เท่าตัวนี้แน่นอน คอนเฟิร์ม!!! ก็ขอภาวนาว่าอย่าให้มันราคาไปไกลกว่านี้เล๊ยยย

สำหรับใครที่มองหา Agfa Optima Sensor เราว่าสามารถซื้อได้ตั้งแต่รุ่น 335 , 535 , 1035 (รุ่นเก่าก็จะถูกกว่าหน่อยนึง) หลักๆมันจะต่างกันที่ความเร็วชัตเตอร์ที่สูงสุดที่ 1/300 , 1/500 และ 1/1000 ตามลำดับแค่นั้น คุณภาพภาพได้เหมือนกัน ใครรับได้ที่ตรงไหนก็ซื้ออันนั้น (ให้ชัวร์ก็คือรุ่นที่เรารีวิวนี่แหล่ะ)

ส่วนรุ่น Agfa Optima 1535 Sensor จะไม่เหมือนพวกนี้ตรงที่มันเป็นกล้อง Rangefinder คือมีตัวช่วยโฟกัส ทำให้โฟกัสได้แบบเป๊ะๆ!! ฟังดูดีเนอะ แต่มีปัญหานึงที่เราไม่ชอบคือมันมีบอดี้ที่ใหญ่เทอะทะกว่าไอ้พวกแก๊งค์ที่ว่าไป (เอาเป็นว่าไม่สวยเท่า) แต่ถ้าใครรับได้ ก็โอเค

รูปร่างหน้าตา // ★★★★★

(ดีงามแบบลูกครึ่งยุโรปผสมเอเชีย)

วัสดุ // ★★★★★

(เหล็กผสมพลาสติก ถือเป็นทางออกที่ดีที่ทำให้กล้องแข็งแรงและเบา)

คุณภาพการถ่าย // ★★★★★

(โอ๊ยดี @#$%^&&***&)

ฟังก์ชั่น // ★★★★☆

(ตัดคะแนน ISO และโฟกัส)

คุ้มค่า? // ★★★★★

(ซื้อเลย!! ถ้าต้องการกล้องคูลๆคุณภาพดี ถ่ายง่ายและขนาดเล็ก)

บทความโดย SUN

facebook.com/artytsun

Instagram @artytL

ผู้สนับสนุนหลัก Husband & Wife Film Photography and Bookstore

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s