รีวิวสั้นจุ๊ด กล้องฟิล์ม Polaroid OneStep+ เจ้าเดิม..เพิ่มเติมที่ Bluetooth

ยังไม่ทันจะครบปีดีเลย Polaroid Onestep2 ก็มีการอัพเดทไปแล้วถึงสองรอบ ว่ากันมาตั้งแต่ Minor change คือรุ่น Onestep2 Viewfinder ที่ถ้าไม่ใช่ขาเนิร์ดโพลารอยด์ก็คงไม่รู้ว่ามีอะไรใหม่วะ? จนพี่แกต้องออกเป็นรุ่นสีพิเศษ Mint Limited ออกมาด้วย เพราะการมี Viewfinder เพิ่มขึ้นมาก็งงว่าแล้วเดิมทีที่เรามองๆกันนั่น…ไม่ใช่ Viewfinder หรอไงวะ!!! จริงๆแล้ว Viewfinder ใหม่ก็คือแก้ปัญหาการเหลื่อมของภาพเป็นหลักนั่นแหล่ะนะ

และนี่เป็นครั้งที่สองแล้ว แต่ครั้งนี้จะนับว่าเป็น Major change ได้มั๊ยนะ? เรียกว่าเพิ่มสมรรถนะขึ้นมาครั้งสำคัญละกัน ที่เรียกว่าสำคัญจนต้องเอามารีวิวให้ดูกันสักหน่อยนี่ก็เพราะ การที่โพลารอยด์ยัดเอา Bluetooth เข้ามาเพื่อให้กล้องเชื่อมต่อกับมือถือได้นั้น.. ไม่ใช่ขี้ๆ!! มันกลายเป็นนวัตกรรมที่ชวนให้คิดไปในวันข้างหน้าได้อีกหลายๆอย่างเลยทีเดียว

มาดูเจ้า Polaroid Onestep+ กันเลยดีกว่า เจ้านี่ถ้าดูจากรูปร่างภาพนอกก็แทบไม่มีอะไรเปลี่ยน จะเห็นได้ชัดๆก็มี 3 จุดนั่นคือ สีบอดี้.. พี่แกออกมาเป็นสีดำสนิทเลย ซึ่งยังไม่เคยมีมาก่อน และออกมาแค่สีเดียวก่อนด้วย ประมาณว่าให้คนห้อยแล้วรู้เลยว่านี่มึงรุ่น Onestep+ นะเว้ย

ส่วนต่อมาก็คือที่ด้านบนของกล้องจะเห็นสวิทซ์ปรับเปลี่ยนระยะโฟกัสได้ อ่า…อันนี้ถือว่าดีมากเลย กล้องตัวนี้ได้เพิ่มระยะ 30-90 cm. ขึ้นมาสำหรับการถ่าย Portrait… เยี่ยม!!! แค่นี้ก็กรี๊ดล่ะ

แต่ๆ… จุดสำคัญที่เราจะมาเล่าให้ฟังคือตรงนี้ต่างหาก เจ้าปุ่ม + อันเป็นที่มาของชื่อรุ่นนี้ ก็คือปุ่มสำหรับการ Pair กล้องกับมือถือของเราผ่าน Bluetooth นั่นเอง!! ว่าแต่… Pair ไปทำอะไรได้มั่งล่ะ? แค่เป็นน้ำจิ้มๆขำๆหรือเปล่า?

ก่อนอื่นเลย เราก็ต้องเข้าไปโหลดแอพที่ชื่อว่า Polaroid Onestep+ ที่มีให้โหลดทั้งใน iOS และ Android ซะก่อน ขนาดแอพประมาณ 150 MB ไม่มีอะไรซับซ้อน ที่หน้าแรกของแอพจะมีเมนูให้เลือก

  • OneStep+ หมายถึง การควบคุม, เชื่อมต่อต่างๆกับกล้อง
  • Scanner หมายถึง เราสามารถสแกนภาพที่ถ่ายเสร็จแล้ว ไปเก็บไว้ในมือถือของเราได้ ถ้าใครเคยใช้โปรแกรมสแกนภาพหรือเอกสารต่างๆบนมือถือจะเข้าใจดี มันทำงานคล้ายๆกัน
  • My photos หมายถึง ภาพที่เราได้ทำการสแกนเก็บเอาไว้
  • Inspiration หมายถึง บทความต่างๆที่ Polaroid เค้าทำเอาไว้ให้อ่านดูเล่นๆน่ะ

มาดูการเชื่อมต่อและควบคุมกล้องกันเลยดีกว่า พอเรากดเข้ามาในหมวด OneStep+ ด้านบนขวาก็จะมีรูปไอคอนเป็นกล้องอยู่ เมื่อคลิกตรงนั้น แอพจะพยายามค้นหากล้องที่อยู่ในระยะใกล้ๆ ซึ่งเราก็ต้องทำการเปิด On ที่กล้องและกดปุ่ม + ที่หน้ากล้องก่อน

เมื่อกล้องกับแอพเชื่อมต่อแล้ว ในแอพจะโชว์ให้เราเห็นเลยว่ากล้องมีแบตเหลือเท่าไหร่ ถ่ายภาพได้อีกกี่ภาพ อะไรแบบนี้.. เป็นอันใช้ได้ ซึ่งต่อไปนี้มันจะเชื่อมให้อัตโนมัติเวลากล้องเปิดเลยล่ะ ไม่ต้องมานั่งติดๆต่อๆกันใหม่

ขั้นต่อมาเราก็ดูฟังก์ชั่นการทำงานในแอพกันดีกว่า ว่ามันทำอะไรได้บ้าง? 

  1. Remote อันนี้เบสิคเลย ก็คือเราใช้มือถือแทนรีโมตชัตเตอร์นั่นแหล่ะ 
  2. Self Timer ก็เบสิคอีกเช่นกัน สามารถตั้งเวลาถ่ายได้ตั้งแต่ 1-12 sec  
  3. Double Exposure อันนี้เริ่มมีอะไรมากขึ้นหน่อย หมวดนี้แอพจะช่วยให้เราถ่ายภาพซ้อน ก็คือถ่ายภาพที่ 1 มันก็จะยังไม่คายภาพออกมา กดถ่ายอีกทีก็จะได้ภาพซ้อนออกมาเป็นต้น
  4. Light Painting อันนี้ก็ดูโลโม๊โลโม่ ทางโพลารอยด์น่าจะพยายามทำให้มันมีลูกเล่นไปทางประมาณเดียวกันอยู่ ไอ้นี่ก็ทำหน้าที่เป็นแสงไฟ แล้วกล้องก็จะเป็นชัตเตอร์ B ลากยาวให้เรากวาดแสงเป็นเส้นรูปต่างๆนั่นแหล่ะ
  5. Noise Trigger อันนี้ก็โลโม๊โลโม่อีกเช่นกัน แต่ก็แปลกๆดี คือเราสามารถสั่งให้กล้องกดถ่ายด้วยเสียงต่างๆ เพียงแค่เราทำเสียงดังใส่กล้อง
  6. Manual Mode นี่สิ!!! ความคุ้มค่าของมันอยู่ตรงนี้แหล่ะ หมวดที่จะทำให้กล้อง OneStep+ สามารถตั้งค่ารูรับแสงและความเร็วชัตเตอร์ได้เอง!! ว้าวว.. ทีนี้ก็สบายล่ะ ถ่ายได้อย่างใจเลย

อ่ะ… เรามาคุยกันเฉพาะ Manual Mode นี่แหล่ะ ส่วนตัวแล้วเราคิดว่าความคุ้มค่าของกล้องตัวนี้อยู่ตรงนี้แหล่ะ ปัญหาโดยทั่วไปของกล้อง OneStep คือมันเป็นกล้อง Snap ที่ฟิกซ์ค่าตายตัวมาให้ ทำอะไรไม่ได้แล้ว กดถ่ายแล้วลุ้นเอาดาบหน้า ถ้าฟิล์มแม่งใบละ 10 บาทก็จะไม่ว่าหรอก… แต่นี่ใบละเป็นร้อยโว้ยยยย!! ดังนั้นการที่กล้องสามารถตั้งค่าอะไรได้อิสระนี่คือสวรรค์เลย

ที่สำคัญคือมันไม่ใช่ว่าตั้งค่าอย่างเดียว แต่มันยังสามารถอ่านค่าวัดแสงแบบ Realtime จากตัวกล้องส่งมาที่แอพด้วย เพราะฉะนั้นระหว่างที่เราปรับค่าต่างๆ เจ้าตัววัดแสงที่แอพก็จะบอกไปด้วยว่า Over หรือ Under อยู่เท่าไหร่ เจ๋ง!!!

แม้ว่ามันจะไม่ได้ตั้งได้ละเอียดเหมือนกล้อง Manual จริงจัง แต่ก็ไม่ใช่เล่นๆ!! เช่น รูรับแสงก็จะได้ตั้งแต่ f/12 – f/64 และความเร็วชัตเตอร์ตั้งแต่ Bulb , 30 sec ไปจนถึง 1/125 sec ก็นับว่าบ้าพลังใช้ได้นะ แถมด้วยการตั้งเปิด-ปิดแฟลช และตั้งให้กล้องคายภาพออกเองเลยหรือเปล่า? 

จากการทดลองในโหมดนี้ก็พบว่า กูสบายแล้ว!! 555 โอกาสพลาดน้อยลงไปเยอะมาก ได้รูปอย่างใจเลย เยี่ยม!! ถ่ายเสร็จก็เข้าโหมด Scanner เก็บเป็นไฟล์ภาพในมือถือ เอาไปโพสก็ได้ง่ายๆ เพราะฉะนั้น…ลองคิดดูว่าในอนาคตเกิดมีการผลิตกล้องอย่าง Polaroid SX-70 ที่เชื่อมต่อกับแอพแบบนี้ได้อีกล่ะก็.. มันจะกลายเป็นกล้องโพลารอยด์ที่เจ๋งไปเลย!! 

ถ้าถามคนที่ใช้ OneStep2 เดิมๆอยู่ว่าควรเปลี่ยนมาเล่นตัวนี้มั๊ย? ส่วนตัวเราเปลี่ยนนะ.. แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับงบประมาณและการใช้งานของแต่ละคนเป็นหลักด้วย 6,990 บาท คือการเพิ่มเงินจากรุ่นก่อนอีกพันกว่าบาท สำหรับเราก็คุ้มค่าสำหรับฟังก์ชั่นนี้มากๆ อย่างน้อยก็แลกกับการที่ถ่ายรูปเสียน้อยลง ก็ประหยัดไปได้รูปละร้อยนะเว้ยเฮ้ย!!!

บทความโดย SUN
facebook.com/artytsun

Instagram @artytL

ผู้สนับสนุนหลัก Husband and Wife Film Photography and Bookstore

www.husbandandwifeshop.com


Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.