รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ Contax T2 หล่อๆคมๆยุค 90’s

ภาพ Cover โดย MIKI Yoshihito

สิ่งที่น่ากลัวมากๆอย่างนึงในรอบ 5-6 ปีที่เราเล่นกล้องฟิล์มมาอย่างจริงจังก็คือ “ราคากล้อง” หลายๆคนมักจะบ่นว่าทำไมกล้องฟิล์มขายกันแพงขนาดนี้… ซึ่งมันก็เป็นกันทั้งโลกนะ ไม่ใช่เฉพาะเมืองไทย เอาจริงๆแล้วไอ้เมืองไทยนี่น่ะ..ราคากล้องถูกกว่าที่อื่นซะด้วยซ้ำ เหตุผลก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไร.. เพราะกล้องฟิล์มส่วนใหญ่ต้องการการ CLA หรือย่อมาจาก Clean , Lubricate , Adjust อันแปลเป็นไทยว่า ทำความสะอาด , หยอดน้ำมัน และจูนตั้งค่าต่างๆ

ซึ่งงานพวกนี้ ต้องยอมรับว่านอกจากฝีมือช่างไทยจะไม่น้อยหน้าช่างใดในโลกหล้าแล้ว (อาจจะติดแค่ว่า ซ่อมกันข้ามปี..) ก็ยังมีราคาค่าแรงที่ถูกกว่าประเทศโลกที่หนึ่งทั้งหลายอย่าง ญี่ปุ่น , เยอรมัน อะไรเทือกๆนั้น

ดังนั้น..เวลาใครจะไปตามหากล้องฟิล์มในต่างแดนเนี่ย เอาจริงๆ…ลองเดินหาตามแหล่งในเมืองไทยซะก่อนเนี่ยเวิร์คสุด ไม่เหนื่อยมาก ไม่เปลืองมาก แต่ก็ต้องระวังโจรทั้งหลายให้ดีละกัน

อ่ะ…ออกนอกเรื่องยาวไปนิด จริงๆก็เกี่ยวๆอยู่เล็กน้อยเรื่องราคากล้อง ว่าไอ้เจ้ากล้องที่พูดถึงในวันนี้ก็อยู่ในขอบข่ายราคาพุ่งพรวดจนน่ากลัว เอาแค่ในรอบ 5-6 ปีที่ผ่านมาเนี่ย.. เราเคยสามารถซื้อมันได้ในราคาหมื่นนิดๆ แต่ปัจจุบันนั้น.. ต้องกำเงินไว้อย่างน้อย 2 หมื่นปลายๆ (ในสีปกติมาตรฐานอย่างสีแชมเปญนะ ถ้าเป็นสีประหลาดๆอย่าง ดำ ทอง อะไรงี้… ไม่ต้องพูดถึง) นั่นแปลว่าในขณะที่กล้องมีอายุที่เสื่อมลงไปตั้งหลายปี แต่…ราคามันกลับดีดเป็นม้าเกินเท่าตัวไปแล้ว!!

กล้องที่เม้าท์กันมายาวๆนี่ก็คือ.. Contax T2 กล้องฟิล์มพรีเมี่ยมคอมแพค อันหมายถึงกล้องประเภทออโต้โฟกัสที่ถูกยัดฟังก์ชั่นอัดแน่นลงไปประหนึ่งกล้องโปรๆ คุณภาพวัสดุต่างๆก็ถูกผลิตอย่างดี (หลักๆก็คือบอดี้เป็นไทเทเนี่ยม.. แท่ด แท่ด แทแด๊ดๆๆแท่ด) ซึ่งเป็นแนวทางที่นิยมมากในยุค ’90s โดยเทคโนโลยีส่วนใหญ่ก็มาจากญี่ปุ่นด้วยเพราะเป็นยุคเฟื่องฟูของเขาต่อเนื่องมาจากยุค ’80s (ให้นึกถึงเทคโนโลยีแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหลายอย่าง Sony ที่กลายเป็นผู้เริ่มต้นหลายๆอย่างในตลาดตอนนั้น) จะเรียกว่าเป็นยุคที่ยุโรปกลับตาลปัตรเป็นเมืองขึ้นทางเทคโนโลยีให้กับญี่ปุ่นก็ว่าได้

แบรนด์ Contax ก็เป็นอีกแบรนด์หนึ่งของเยอรมันที่ถูกบริษัทของญี่ปุ่นที่ชื่อว่า Kyocera เทคไปตั้งแต่ยุค ’80s ซึ่งนี่ก็เป็นจุดกำเนิดของการผสมผสานเทคโนโลยีด้านอิเลคโทรนิคส์ กับเทคโนโลยีของเลนส์จากยุโรปเป็นหนึ่งเดียว

จนในปี 1991 Kyocera ก็ได้เปิดตัวกล้องเจนเนอเรชั่นที่ 2 ของซีรีส์ “T” ที่ประสบความสำเร็จในช่วงกลาง ’80s ด้วยขนาดกล้องที่เล็ก พกพาง่ายกว่ากล้องโปรๆ แต่กลับมีคุณภาพไม่น้อยหน้าระดับมืออาชีพทั้งหลาย นอกจากนี้มันยังถูกออกแบบด้วยดีไซน์เนอร์ชั้นนำของโลกอย่าง FA Porsche อีกด้วย

การมาของ Contax T2 เป็นการพัฒนาหลายๆส่วนมากๆ จะเรียกว่าเป็นการก้าวกระโดดของเทคโนโลยีกล้องไปเลยประมาณนั้น เดิมทีแล้วเจ้ากล้อง Contax T เป็นกล้องแบบ Rangefinder กึ่งอัตโนมัติ คือยังใช้การโฟกัสแบบ Manual อยู่ เพียงแต่มีระบบอิเลคโทรนิคส์ในการวัดแสงและคำนวณค่าต่างๆให้เอง (เทียบได้ก็ประมาณ Olympus ตระกูล XA อะไรแบบนั้น) พอมาในยุค ’90s เทคโนโลยี Auto Focus ถูกพัฒนาไปมากพอจะนำมาใช้เป็นจริงเป็นจัง เจ้า T2 จึงถูกอัดแน่นในหลายๆอย่าง แต่ยังคงไว้ซึ่งคุณภาพเลนส์ Carl Zeiss ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Contax

Contax T (1984) ภาพจาก Broken Camera . Club

ถ้าจะว่าไปแล้ว เจ้า Contax T2 ก็นับเป็นกล้องคอมแพคที่อยู่ในยุคกลางเก่ากลางใหม่ คืออยู่ในยุคต้นๆยุคทองของคอมแพค มีเทคโนโลยีที่กล้องคอมแพครุ่นหลังๆก็มี แต่อาจจะไม่ได้ดีเท่า ในขณะเดียวกันมันก็ถูกออกแบบการใช้งานบางอย่างในแบบกล้องฟิล์มดั้งเดิมปนๆอยู่ อันนี้เราคิดว่ามันเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของมันด้วย (ส่วนตัวชอบ Contax T2 มากกว่า T3 ด้วยเหตุผลประมาณนี้แหล่ะ)

การใช้งานจริง

ปุ่มปรับด้านบนกล้อง

ถ้าพูดถึงรูปร่างหน้าตา วัสดุ ขนาดอะไรแบบนี้ โดยรวมแล้วคือมันไม่ได้พกสะดวกมากซะทีเดียว สมมติให้เต็ม 10 ก็อาจจะได้สัก 7-8 เมื่อเทียบกับพรีเมี่ยมคอมแพคที่มีทุกเจนเนเรชั่น แต่ถ้าพูดในเชิงวัสดุและหน้าตาแล้วล่ะก็… มันก็คู่ควรกับคะแนนสัก 9-10 เลยทีเดียว อย่างที่บอกไปว่า การกำเนิดในยุคต้น ’90s มันก็จะได้เปรียบในเชิงที่ได้ยืนอยู่ระหว่างยุคที่วัสดุดีๆแบบดั้งเดิมยังมีให้เลือกใช้ และเทคโนโลยีอนาคตเริ่มใช้งานได้จริง ก็เป็นจุดแข็งสุดๆของมัน

การวางตำแหน่งใช้งานคล้ายๆกับกล้องโปรๆ เช่น การปรับรูรับแสงที่หน้าเลนส์ เป็นสิ่งที่ชอบมากๆอย่างนึง เลนส์ Carl Zeiss Sonnar 2.8/38 เป็นตัวเดียวกับที่ใช้ใน Contax T อันลือลั่น ความคมใสนี้เราชอบมาก (เอาจริงๆก็ค่อนข้างชอบกว่าค่าย Leica ซะด้วยซ้ำไป) แต่ใน T2 มันยังปรับปรุงเรื่อง Close Focus คือระยะถ่ายใกล้ จาก 1m ใน Contax T มาเป็น 0.7m ซึ่งเป็นมาตรฐานในยุคนั้น แม้ว่าจะไม่ได้ใกล้มากนัก (ไกลกว่า T3) แต่ก็เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไป

ในส่วนของการปรับระหว่างโหมด Auto Focus กับ Manual Focus นั้นก็ดีงามตามท้องเรื่อง (ยิ่งเมื่อเทียบกับคู่แข่งทางตรงอย่าง Leica Minilux แล้วด้วย.. เจ้า Minilux นี่เราโคตรไม่ชอบตรงการปรับจุดนี้เลย มึนงงอย่าบอกใคร) มันเป็นการจัดตำแหน่งการทำงานตั้งแต่ เปิดกล้อง ไปสู่โหมด AF และ Manual ได้อย่างลงตัว รวดเร็วต่อการใช้งาน

การปรับจาก AF ไปสู่ Manual นั้นนอกจากจะง่ายดายแล้ว ยังมีระบบไฟช่วยคอนเฟิร์มระยะเมื่อเราอยู่ในโหมด Manual ด้วย อันนี้เจ๋งมากๆ เพราะเราเป็นคนที่ชอบใช้ Manual Focus กับกล้องพวกคอมแพค (ที่มีโหมดนี้) มากกว่า เนื่องด้วย Auto Focus ของกล้องเหล่านี้ ต่อให้รุ่นไหนๆ มันก็ทำงานไม่แม่นยำ และฉับไวเหมือนกล้องดิจิตอลสมัยนี้อยู่ดี ทำให้การใช้ Manual Focus เป็นสิ่งจำเป็นมากๆสำหรับเรา

สิ่งที่จะติดปัญหามากที่สุดของเจ้า Contax T2 คือเรื่องการใช้แฟลช ด้วยสเปคของเจ้านี่ มันอนุญาตให้ใช้แฟลชในโหมด AE Program เท่านั้น นั่นคือบังคับให้เรา “ห้าม” ปรับรูรับแสงได้เอง ซึ่งนี่เป็นข้อที่เราค่อนข้างเสียดายมาก แต่สำหรับคนที่ไม่นิยมใช้แฟลชพิสดารๆมากนัก ก็ถือว่าผ่านไปได้เลย

อีกส่วนที่ค่อนข้างไม่ชอบคือการปรับค่า EV ที่อยู่ด้านซ้ายของกล้องนั้น มันปรับยากเอาสักหน่อย (ก็ไม่หน่อยในหลายๆทีนะ) ถ้าในจังหวะที่รีบๆแล้วล่ะก็.. จบเลย

สำหรับเรื่องสเปคต่างๆ ก็อยู่ในระดับที่รับได้ อย่างเช่น รูรับแสงเริ่มตั้งแต่ f/2.8 ไปถึงแคบสุดที่ f/16 ในขณะที่ความเร็วชัตเตอร์ ไอ้เรื่องสปีดช้าไม่ห่วง แต่ห่วงไอ้เร็วสุดเนี่ย ถ้าเกิดอยู่ในโหมด AE Program จะไปติดเพดานที่ 1/500 sec แต่ถ้าเราใช้โหมด Aperture Priority หรือปรับรูรับแสงเองเนี่ย… อันนี้เพดานความเร็วชัตเตอร์อยู่แค่ 1/200 sec เท่านั้น… อันนี้สำหรับชาวสตรีทค่อนข้างอึดอัด

ข้อเสียอีกอย่างที่กล้องประเภทคอมแพคมักจะเป็นกันเกินครึ่งในตลาด ก็คือระบบ DX Code ความเห่อเทคโนโลยีอ่าน DX Code ที่ตัวกลักฟิล์มอัตโนมัติถูกนำมาใช้ในกล้องอิเลคโทรนิคส์ทั้งหมดในช่วงต้นๆ ’90s แต่กว่าบริษัทกล้องจะรู้ตัวว่า อีความเห่อสิ่งนี้สร้างขีดจำกัดในระดับนึงให้กับผู้ใช้ โดยเฉพาะพวกโปรๆทั้งหลาย ก็ปาไปยุคปลาย ’90s แล้วที่กล้องบางรุ่นปรับตัวที่จะอนุญาตให้เจ้าของปรับค่า ISO ได้เอง

ดังนั้น ถ้าคุณเป็นคนที่ใช้ฟิล์มประเภทไม่มี DX Code หรือบางครั้งก็อยากจะใช้งานอย่างมืออาชีพเช่น การถ่ายเพื่อไป Push ฟิล์มในขั้นตอนการล้าง ก็ต้องยอมรับข้อเสียตรงนี้ไป ( แม้แต่ใน Contax T3 ก็ยังเป็น)

นอกนั้นแล้ว… ก็แทบจะหาเรื่องติไม่ได้เอาซะเลย เพราะมันเตรียมพร้อมมาสำหรับช่างภาพทุกระดับ อุปกรณ์เสริมก็มีให้ซื้อใช้เพิ่มเข้าไป อย่างเช่นการต่อแฟลชแยก หรือมีฝาหลัง Data Back ใส่วันที่ได้ ก็สามารถซื้อ Accessories ของ Contax มาใช้ได้เลย เป็นต้น

ผลงาน

จริงๆการรีวิวนี้ ก็เกิดจากการได้ทำคลิปรีวิวกับน้องคริซซี่ (IG @chrissie_l) ซึ่งเป็นเจ้าของ Contax T2 ที่มารีวิว (ใครยังไม่ได้ดูคลิปนี้ใน Youtube ไปกดดูก่อนด้วยเด้อ!) ก็เลยเอาผลงานที่น้องคริซซี่เป็นคนถ่าย มาให้ดูกันแทนนะ

สรุป

เราคิดว่าพูดเรื่องความชอบกล้องพรีเมี่ยมไปหลายทีแล้วล่ะ ว่าถ้ายกอันดับ 1 ให้ เราคงเลือก Fujifilm Klasse S และ W ไม่เปลี่ยนแปลง หลังจากลองใช้มาทุกตัวแล้ว แต่ถ้าให้พูดถึงอันดับ 2 แล้วล่ะก็.. ขอยกให้ Contax T2 เลย (ให้คะแนนมากกว่า T3 ที่ราคามันขึ้นเว่อร์เอามากๆด้วย) หรือถ้าใครงบไม่ถึง ลองมองตัวที่ใกล้เคียงกันอย่างซีรีส์ TVS ดู (รีวิวกล้องฟิล์ม Contax TVS II)

สิ่งที่คนที่จะซื้อต้องระวังมากๆคือ อย่าลืมว่ามันเป็นกล้องที่มีอายุเกือบ 30 ปี!! โดยที่มันเป็นกล้องที่มีแผงวงจรหยุบหยับ นั่นแปลว่ามันอาจจะมีโอกาสพังได้ง่ายๆโดยไม่มีวันกลับ.. เพราะฉะนั้น..ระบบไฟต่างๆควรเช็คให้ดี ให้แน่นอนก่อนจะซื้อ ควรทำใจและควรใช้อย่างระมัดระวัง ออกห่างความชื้นทั้งหลายทั้งปวงด้วยเทอด… สาธุ

รูปร่างหน้าตา // ★★★★★
(เดอะเบสท์)

วัสดุ // ★★★★★
(เดอะเบสท์)

คุณภาพการถ่าย // ★★★★★
(เดอะเบสท์ )

ฟังก์ชั่น // ★★★★☆
( เกือบเดอะเบสท์… ตัดเรื่องแฟลชกับ Close Focus ละกัน เดี๋ยวจะเพอร์เฟคเกินไป)

คุ้มค่า? // ★★★★★
(อืม… จริงๆก็คิดนานว่าด้วยราคาตลาดตอนนี้ ควรให้เต็มมั๊ย… แต่ก็อ๊ะ! ให้ก็ด่ะ)

รีวิว โดย SUN

ผู้สนับสนุนหลัก  Husband and Wife Shop

จำหน่ายอุปกรณ์ถ่ายภาพฟิล์ม กล้อง อุปกรณ์ล้างฟิล์ม สแกนฟิล์ม และบริการต่างๆ

Advertisements

One Comment Add yours

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.