รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ Yashica T5 ญาติสนิท Contax T

ตั้งแต่ปีก่อนที่มีข่าวว่ามีบริษัทที่ฮ่องกงซื้อชื่อ Yashica ไปใช้ทำกล้องดิจิตอล แล้วทำระดมทุน Kickstarter ก็คิดว่าหลายคนน่าจะแขยงกับอีโปรเจคกล้องนรกนั้นไปโดยถ้วนหน้าแล้ว แต่ปรากฏว่าปีนี้… แม่งยังไม่จบ ยังคงหน้ามึนผลิตฟิล์มออกมาขายต่อ (ซึ่งมันคือฟิล์มสต็อคของฟูจิ เอามาแปะชื่อ Yashica นะคุ๊นน) รวมถึงออกกล้องใช้แล้วทิ้ง (ที่ก็เอาของยี่ห้อชาวบ้านมาทำกรอบพลาสติกใหม่สีสันสดใสนั่นแหล่ะ) ได้อีกนะ แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันโคตรเข้าใจตลาดตอนนี้เลย แม้ว่ามึงจะทำของคุณภาพป๊อกแป๊กก็ตาม

เอาล่ะ.. ถึงจะรู้สึกเสียดายชื่อเสียงเก่าแก่ แต่มันก็ทำให้คนอย่างเราระลึกถึงของเจ๋งๆภายใต้ชื่อ Yashica จริงๆ ไม่ใช่ของเด็กเล่นแบบเน้!!! วันนี้เลยขอหยิบยกเอากล้องคอมแพคที่ขึ้นชื่อลือชาในตำนานมารีวิวสักหน่อย นั่นก็คือ Yashica T5

Yashica ในยุคคอมแพคนี่จริงๆแล้วก็ไม่ใช่ต้นฉบับแบรนด์ Yashica จริงๆหรอก เพราะตัวจริงเค้าขายทิ้งให้กับบริษัท Kyocera ไปตั้งแต่ปี 1983 แล้ว (เพราะฉะนั้นไอ้ยุค Yashica 35 Electro กับ Yashica T นี่คนละเรื่องกัน)

ข้อดีของบริษัท Kyocera ในยุคนั้นคือนอกจากการได้ครอบครอง Yashica แล้ว นั่นหมายถึงการได้ครอบครองแบรนด์ Contax และเลนส์ Carl Zeiss จากเยอรมันที่มีการร่วมทุนกันกับ Yashica มาก่อนตั้งแต่ต้นยุค ’70s นั่นเอง โคตรอลังอ่ะ รวมซุป’ตาร์มาก ใช่แล้ว..ดังนั้นภายใต้กล้อง Contax T Series ทั้งหลาย มันจึงถูกผลิตโดยบริษัท Kyocera นี่แหล่ะ

ก็เลยเป็นการเข้าใจไปเอง หรืออุปทานหมู่ว่ากล้อง Yashica T Series นั้น ซึ่งมีเลนส์ Carl Zeiss ด้วย มันต้องเทียบชั้น Contax T แหงเลย

จะว่าอย่างนั้นก็ทั้งใช่และไม่ใช่.. เพราะความตั้งใจของ Kyocera นั้นกะว่าจะเอาชื่อ Yashica มาทำแบรนด์ใหม่ที่เป็นสินค้าในคลาสที่ล่างลงมาจาก Contax T Series อันมีเลนส์ Carl Zeiss คู่บารมีอยู่แล้ว ดังนั้น Yashica T4 จึงถูกผลิตขึ้น ภายหลังจาก Contax T ที่วางขายในปี 1984 (ต่อมาจึงมีการผลิต Contax T2 ต่อจาก T4 ซึ่งวางขายในปี 1991) ซึ่งอีแผนนี้ บริษัทเพิ่งจะคิดได้หลังจากเสือกผลิตกล้อง T4 ออกไปแล้วในชื่อว่า Kyocera Slim T และพอคิดได้ว่า เอ้อ!! ไม่เอาดีกว่า ไม่อยากเอาชื่อ Kyocera ไปเสี่ยง เลยเปลี่ยนเป็นชื่อ Yashica T4 แทนง่ายๆงั้นเลย ในตลาดแม่งก็เลยมีชื่อเรียกพัวพันเต็มไปหมด ยังไม่นับรวมที่ต่อมาหลายปี ก็ออกรุ่น Yashica T4 Super และ Kyocera T Proof ซึ่งก็คือ Yashica T5 นั่นแหล่ะ.. สามชื่อนี้คือตัวเดียวกันนะ (ดูจะชอบตั้งชื่อกันจังอ่ะ)

สำหรับคนที่สงสัยว่าชื่อรหัส “T” ใน Contax และ Yashica เกี่ยวกันมั๊ย? ใช่แล้ว.. การตั้งชื่อรหัสว่า T4 มันต้องเกี่ยวกับ Contax T Series แน่นอน เพราะในตอนนั้นการแข่งขันในกลุ่มกล้องคอมแพคเริ่มสูงมากขึ้น เมื่อเข้าสู่ยุค ’90s การทำตลาดกล้องที่ต้นทุนถูกกว่า ราคาถูกกว่า ขายง่ายกว่าก็เลยเป็นทางออก ซึ่งมันก็เป็นไปตามที่คาด Yashica T4 ขายดีและได้รับการชื่นชม จนมาถึงรุ่น Yashica T5 ในปี 1995 และรุ่น Minorchange โน่นนั่นนี่อีกหลายตัว ในกลางถึงปลายยุค ’90s (และส่งให้ Kyocera สามารถพัฒนาไปถึง Contax T3 ต่อมาในภายหลังด้วย)

สำหรับสเปคของกล้องแล้ว Yashica T4 และ T5 แม้ว่าจะอายุห่างกันพอสมควร แต่แทบจะไม่มีอะไรแตกต่างกันเลย นอกจากตำแหน่งการวางฟังก์ชั่นบางอย่าง, การทนละอองน้ำได้ และการเพิ่มเข้ามาของ Super Scope ใน T5 เท่านั้นเอง ซึ่งสเปครวมๆก็คือ

  • เลนส์ Carl Zeiss T 35mm f/3.5
  • รูรับแสง f/3.5 – f/16
  • ความเร็วชัตเตอร์สูงสุด 1/700 sec
  • ออโต้โฟกัส มี AE Lock
  • ระยะโฟกัสใกล้สุด 0.35 m
  • โหมดการทำงานแบบ Program (ออโต้ทั้งหมด)
  • Super Scope ใช้มองภาพจากด้านบนกล้องได้ (เฉพาะใน T5)

สัมผัสแรก

ถือว่าเป็นกล้องที่ไม่เล็กสักเท่าไหร่สำหรับกล้องคอมแพคในยุคใกล้ๆกัน คลาสเดียวกัน คือออกจะล่ำลงพุงอะไรทำนองนั้น เป็นได้ทั้งข้อดีและข้อเสีย สำหรับบางคนอาจจะไม่ชอบที่มันใหญ่ไปนิด อย่างเราเองก็รู้สึกว่าเสียดายที่ใหญ่ไปนิด แต่ก็ชอบที่มันจับถนัดดี และน้ำหนักก็เบาอยู่

วัสดุนั้นก็พลาสติกล้วน ลามไปถึงเลนส์ด้วย ก็ตามคลาสมันนะ แต่ก็ถือว่างานประกอบดี เพียงแต่วัสดุมันก็ต้องไปเทียบกับพวก Olympus mju , Pentax Ep , NikonAF600 (แต่ถ้าเทียบกับ Konica Big mini นี่ Konica ดีกว่าหน่อยนะ)

การทำงานก็ง่ายๆ กดเปิด-ปิด ชุดเลนส์ก็จะแหวก Lens Cover ออกมาอย่างรวดเร็ว หลายคนว่าว่ามันทำงานได้ช้า แต่เราว่าไม่ต่างกับการเปิดเปลือกหน้ากล้อง Olymus mju นะ โอเค… การเปิดเปลือกอาจจะให้ feel ที่เร็วกว่าก็เป็นได้

การกดชัตเตอร์ก็เป็นระบบ AE Lock เมื่อกดชัตเตอร์น้ำหนักครึ่งนึง ซึ่งตรงนี้ขอบอกว่ามันตื้นพอสมควรนะ ดังนั้นมันมีโอกาสชัตเตอร์ลั่นได้ง่ายสำหรับคนที่ยังไม่ชิน ข้อดีคือ เออ! เร็วดี ไม่ต้องพิรี้พิไรมาก กดไปกดมาสักพักจะชินไปเอง ส่วนตัวจะตัดสินว่าชอบกล้องตัวนั้นหรือเปล่าก็อีตรงน้ำหนักการกดชัตเตอร์นี่ล่ะข้อนึง

เพราะฉะนั้น จากการใช้งานแล้ว ไม่ใช่แค่มันกดชัตเตอร์ได้รู้สึกว่าเร็วอย่างเดียว จากผลงานคือมันก็โฟกัสได้ไวใช้ได้ด้วย! มีอาการวืดวาด หาจุดลงไม่เจอค่อนข้างน้อย นับว่าเกินคาด

แถมด้วยมีโหมด Infinity (แต่ดันไปอยู่ในโหมดการปรับแฟลช..) ก็ช่วยให้ง่ายในการสแนปมากขึ้น ไม่ต้องรอออโต้โฟกัสด้วย

ในส่วนของช่องมองภาพ ก็สบายดี ไม่เล็กไม่ใหญ่ แต่ขอติที่มึงก็ไม่มีข้อมูลอะไรบอกกูเลย นอกจากเอาไฟคอนเฟิร์มตั่งต่างดวงเล็กไว้กรอบนอก พอตอนถ่ายเราจึงเห็นไฟแว๊บๆที่หางตาเท่านั้น

การตั้งค่าสำคัญๆก็ง่ายดี มีตั้งแฟลชเปิด-ปิดแยกออกมา แต่ไม่มี Memory จำค่าไว้ เพราะฉะนั้นทุกครั้งที่เปิดกล้องมาก็ต้องมาตั้งกันใหม่ (ค่า default คือ Auto Flash) อันนี้ไม่ว่ากัน เพราะเป็นทุกยี่ห้อในคลาสนี้

สำหรับใน T5 ที่มี Super Scope มาด้วย อันนี้ถ้ามีงบไป T5 (ซึ่งก็น่าจะสูงกว่าสัก 3-5 พันบาท แล้วแต่สภาพและสี) ก็แนะนำว่าเอาเถอะ นอกจากจะได้กล้องที่อายุอานามใหม่กว่าหลายปีแล้ว ไอ้เจ้าฟังก์ชั่นนี้มันก็ดีนะ… ตอนแรกก็ไม่ได้คาดหวังอะไร แต่พอเอาไปลองใช้ เออเว้ย..ใช้ได้ว่ะ เหมือนการมีจอพับของกล้องสมัยนี้ ก็ได้ประโยชน์อยู่

ผลงาน

ฟิล์ม Fujicolor PRO400H / Kodak Portra 400 / AGFA Vista 400

Dev & Scan | Husband and Wife Shop

สรุปเลย

แม่งเหนือความคาดหมายว่ะ เวลาดูสเปคดูหน้าตาเนี่ย ไม่เคยคิดว่ามันจะเข้ามือเข้าตีนได้เลยนะ แต่พอใช้จริง เชี่ย!! ดีว่ะ ได้อย่างใจแบบเหลือเชื่อ แต่!!! ขอสรุปเรื่องสำคัญก่อนเลยคือ ที่หลายคนคิดว่า เฮ้ยแม่งต้องได้คุณภาพเวลเดียวกับ Contax T2 T3 สิวะ ไม่นะ! ง่ายๆก่อนเลย เลนส์แก้วกะเลนส์พลาสติกนี่ก็คุณภาพต่างอยู่ เอาเป็นว่าถ้าใครคิดว่า Contax T2 T3 ฟังก์ชั่นและราคามันเกินจำเป็น Yashica T4 T5 ก็เป็นทางเลือกที่ดี ถ้าไม่มานั่งพิจารณาภาพกันแบบภาพต่อภาพ

อีกเรื่องคือราคา บอกให้ว่าสมัยมันออกวางขาย แม่งเป็นกล้องราคาถูกเว้ย!! หลักพัน แต่ตอนนี้ T4 คือหมื่นกลาง T5 คือหมื่นปลาย!!! อีบ้า!!! ลองไปเทียบสเปคกับ Olympus mju II นะ ไอ้นั่นน่ะใหม่กว่า สเปคดีกว่า T5 อีก ขนาดก็เล็กกว่า ไอ้เจ้า Olympus mju II ราคากระโดดไปเฉียดหมื่น เรายังว่าแพงเกินเรื่องเลย

แต่ก็อีก.. ปรากฏว่ากรูนี่แหล่ะใช้แล้วชอบเฉ๊ย 5555 ชอบมากกว่า Olympus mju II ทั้งในเชิง Feel การใช้งานและโทนภาพ เราให้ T4 T5 ชนะไปเลยนะ.. ประทับใจ (แต่หลายๆสำนัก เค้าก็ไม่คิดแบบเรานะ เราว่าแล้วคนเลยอ่ะของแบบนี้)

สรุปสั้นๆ.. “ถ้าเงินไม่ใช่ปัญหา ก็มาซื้อพี่ T” นะ #จบ

รูปร่างหน้าตา // ★★★★☆
(ก็หล่อพอตัว โดยเฉพาะสีดำ)

วัสดุ // ★★★☆☆
(ถึงจะไม่เปราะบาง แต่..ก็ยังเป็นพลาสติกหมดอยู่)

คุณภาพการถ่าย // ★★★★☆
(เหลือเชื่อ! อันบีลิฟเอ้เบิ่ล!)

ฟังก์ชั่น // ★★★★☆
( สำหรับกล้องคอมแพคคลาสนี้ ก็ถือว่าจัดมาครบทีเดียวเลย)

คุ้มค่า? // ★★★☆☆
(อืม… แพงมากนะ ดีน่ะดีแน่ แต่เห็นราคาแบบนี้… ก็แล้วแต่กำลังศรัทธาญาติโยม)

รีวิว โดย SUN

ผู้สนับสนุนหลัก  Husband and Wife Shop

จำหน่ายอุปกรณ์ถ่ายภาพฟิล์ม กล้อง อุปกรณ์ล้างฟิล์ม สแกนฟิล์ม และบริการต่างๆ

9


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.