รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ Minolta TC-1 ต่อยกับ Contax T3 เลยก็ได้นะ..

ในห้วงเวลาที่ราคากล้องฟิล์มบอบ้าคอแตกที่สุดในประวัติศาสตร์ ล่าสุดที่เห็นคือ Yashica Electro 35 ขายกันที่ 7 พันกว่าบาท หรือ Nikon AF600 ถูกขายในราคา 7 พัน… บ้าบอที่สุด.. แต่ก็ต้องเข้าใจนะว่ามันเป็นราคากลไกตลาดโลก (ยกเว้นบางกรณีที่ปั่นกันเฉพาะในไทย) เพราะฉะนั้นหลายๆคนที่หันมาเล่นกล้องฟิล์มในช่วงเวลานี้ มันก็เลยเริ่มจากคำถามเรื่องราคาเป็นที่ตั้งมากขึ้น คือ เอาตัวไหนก็ได้เลยพี่.. คือกูมีตังค์แค่นี้แล้วอ่ะ..

ไอ้ตอนแรกๆก็พอไปกันได้นะ หลังๆนี่คือบอกตัวไหนไป.. มันก็ขึ้นกันหมดแล้ว บางทีขึ้นยกแผงเลย อย่างกล้องคอมแพคง่าวๆยุค 90’s ปลายเนี่ย ไม่ต้องไปสืบเลย ไม่เหลือถูกๆอีกต่อไป

ขณะกำลังบิ้วน้องมะปราง

แต่จะทำไงได้ล่ะ.. เราก็ต้องทำหน้าที่ของเราต่อไป วันนี้เราเลยขอแนะนำสุดยอดกล้องพรีเมี่ยมคอมแพคที่แม่งอยู่รั้งท้ายมาตลอดเวลามีการพูดถึง ตั้งแต่ยุคที่กล้องฟิล์มกลับมา 6-7 ปีนี้ ถ้าพูดถึงพรีเมี่ยมคอมแพครายชื่อแรกๆคือ Contax T2 , T3 , Leica Minilux , Fujifilm Klasse W/S , Nikon 35Ti/28Ti , Ricoh GR1 อะไรแบบนั้น

เหตุผลก็ไม่แน่ใจเท่าไหร่นะ.. แต่เอาเป็นว่าเราจะพาไปชำแหล่ะการใช้งานให้ดูกันแบบจริงๆจังๆหน่อย เริ่มต้นจากที่เราไปทำคลิปรายการ “บล็อกของอาทิตย์” ในช่อง Wolf in Sheep ที่โซล, เกาหลี โดยตั้งปณิธานไว้ว่าถ้าไปเจอกล้องตัวไหนที่ยังไม่รีวิว และน่าสนใจ ก็จะซื้อแล้วรีวิวแม่งตรงนั้นแหล่ะ..

อันดวงชะตาฟ้าลิขิตมีจริง หลังจากก้าวย่างไปเดินตามแหล่งขายกล้องฟิล์มในโซลนั้น.. เชื่อหรือไม่ว่าแทบทุกร้านจะมีไอ้ Minolta TC-1 วางจ่อไว้หน้ากระจกเสมอ แรกๆเราก็ทำเป็นข้ามๆไป บังเอิญมั้งมึง.. ทีนี้พอข้ามไปอีกโซนนึง ทีนี้หนักเลย.. 10 ร้านแม่งมี 8 ร้าน จนร้านสุดท้ายคือเหมือนแกล้งอ่ะ วางเรียงได้ 4 ตัว!! สัส!! โอเคกูซื้อ!! อย่ามาหลอกหลอนกูอีกนะ!!

เจ้าของร้านเอาทั้ง 4 ตัวมาให้เลือก โดยที่มีราคาและสภาพที่ต่างกัน แต่เราคิดว่าคงไม่ได้ซื้อไปสะสมว่ะ.. เนี๊ยบไปไม่กล้าใช้อีก ก็เลยตัดสินใจเลือกสภาพกลางๆราคาประหยัดมา

Minolta TC-1 เป็นกล้องที่ออกขายในปี 1996 ได้รับการสรรเสริญเยินยอ ได้รับรางวัลเป็นกล้องแห่งปี ก็เรียกได้ว่ามันประสบความสำเร็จในระดับนึงเลย เป็นกล้องที่คนญี่ปุ่นทุกวันนี้ก็ยังรักมันอยู่ เพราะขนาด, วัสดุ, คุณภาพเลนส์ มันโอเคไปหมดจริงๆ

ถ้ามาดูสเปคคร่าวๆคือ เลนส์ 28mm f/3.5 และชัตเตอร์สปีดทำได้สูงสุดที่ 1/750 sec คู่แข่งคนสำคัญก็คงเป็น Ricoh GR-1 ที่ใช้เลนส์ 28mm แต่ f/2.8 แต่ถ้ามองเพิ่มในมุมของวัสดุ, ขนาดและน้ำหนักของกล้องด้วยล่ะก็… Contax T3 ก็นับเป็นคู่แข่งได้

ภายนอกและการใช้งาน

ต้องยอมรับว่า Minolta TC-1 นี่วัสดุและหน้าตาดีมากทีเดียว ขนาดและน้ำหนักนี่ก็พกง่ายมาก ถ้าใครดูสเปคลึกๆจะรู้เลยว่าตัวมันเองนี่เล็กและเบากว่า Contax T3 ด้วยซ้ำ!! งงล่ะสิๆ !! เราเริ่มต้นสำรวจฟังก์ชั่นและการทำงานของมัน เริ่มตั้งแต่เปิดกล้อง จะมีปุ่มเปิด/ปิดอยู่ข้างหลัง อันนี้มาแนวพวก Ricoh GR-1 คือ กดเปิดแล้วค่อยไปเซ็ตค่าที่จำเป็น ในขณะที่พวก Contax T , Leica Minilux , Fujifilm Klasse พวกนี้จะใช้ปุ่มแบบบิดเปิดแล้วเลยไปเซ็ตที่ฟังก์ชั่นอะไรสักอย่าง เช่น โหมด P , รูรับแสง แต่…เจ้า TC-1 ดันไม่เป็นเช่นนั้น นั่นทำให้เริ่มมีขั้นตอนเพิ่มเข้ามา เมื่อเทียบลักษณะนี้แล้ว ก็ต้องเทียบกับ Contax T2 และ Ricoh GR-1

ในกรณีของ Contax T2 การเปิด/ปิดจะอยู่ที่ด้านบนกล้อง บิดแล้วก็ไปเซ็ตโหมด Auto Focus หรือจะ Manual ซึ่งก็ถือว่ายังได้ประโยชน์จากการเปิด/ปิดอยู่บ้าง และเมื่อเปิดแล้วจึงจะไปเซ็ตค่ารูรับแสงที่ด้านหน้ากล้อง เหมือนกับ TC-1 มาก แต่การวางตำแหน่งดู Make Sense กว่า เพราะเมื่อเลนส์โผล่ออกมา เราจะเห็นเลข f ต่างๆเลยจากด้านบนเหมือนพวกกล้อง SLR ทั้งหลาย ในขณะที่ TC-1 มองไม่เห็นเลย… มึงต้องแหงนกล้องขึ้นมาดูนะจ้ะ

ด้านบนของ Minolta TC-1
ด้านบนของ Contax T2
ด้านบนของ Ricoh GR-1

ส่วน Ricoh GR-1 ถึงจะเป็นปุ่มเปิด/ปิดด้านหลัง แต่ก็มองเห็นการปรับโหมดและรูรับแสงที่อยู่ด้านบนกล้องชัดเจน ดังนั้น..สรุปได้ว่า TC-1 มึงวางตำแหน่งและวิธีการทำงานได้มึนงงจริงๆ ผลก็คือ.. เรามักจะลืมว่าต้องไปปรับค่ารูรับแสงก่อนจะถ่าย ( ซึ่งมึงต้องแหงนกล้องมาดูด้วยนะ ) และกล้องเองก็ไม่มีโหมด P เพราะฉะนั้นจะมาตั้ง P ค้างไว้ก็ไม่ได้ ทุกครั้งเราต้องคิดเสมอว่าจะใช้ f อะไรนะ ไม่ใช่กดไปเรื่อย เรียกว่าถ้ามีการให้คะแนน User Interface แบบกล้องสมัยนี้ ไอ้นี่ก็โดนดาวน้อยๆแน่นอน

ส่วนการปรับรูรับแสงก็เริ่มตั้งแต่ f/3.5, 5.6,8 และ 16 ใช่ครับ..ไม่ได้พิมพ์ตกหล่น แต่มันไม่มี f/4 และ f/11 อยู่จริงๆ ไม่แน่ใจในเหตุผล แต่คาดว่าคงเกี่ยวกับการออกแบบระบบบางอย่าง ถึงจะไม่ได้รู้สึกแย่อะไร แต่ก็ยังคงประหลาดใจทุกที

มาถึงการปรับตั้งค่าต่างๆกันบ้าง โดยรวมแล้วกล้องจะใช้จุดหมุน Dial หลักเพื่อปรับไปสู่โหมดต่างๆ เช่น EV+/- , แฟลช , ISO , Auto Focus/ Manual Focus แล้วใช้แถบเลื่อนใกล้ๆชัตเตอร์ที่ตัวควบคุมเข้าไปในเมนูนั้นๆอีกที

ซึ่งด้วยวิธีนี้ถามว่าดีมั๊ย? มันก็ดีนะ ถือว่าเป็นการออกแบบที่ลดการใส่ปุ่มมาเยอะแยะ และยังเข้าใจได้ง่ายโดยไม่ต้องอ่านอะไรเยอะ เหมาะกับคนที่พกพาไปถ่ายท่องเที่ยวหลากหลาย แต่..สำหรับเราแล้ว อีวิธีนี้มันไม่เหมาะกับเราเลยสิ… เพราะฟังก์ชั่นสำคัญที่เราต้องการปรับอย่างรวดเร็วเสมอๆคือ การเปิด-ปิดแฟลช , Manual Focus และ EV จะเห็นว่าทั้งสามอย่างนี้แม่งไปอยู่ใน Dial เดียวกันหมด แปลว่ามึงต้องเข้าไปเซ็ททีละอย่างให้จบก่อนแล้วค่อยหมุนไปเซ็ทอีกอย่าง เมื่อบวกรวมกับไอ้ตอนแรกที่เปิดออกมาแล้วต้องมาปรับรูรับแสงอีก… โดยสรุปก็คือ…ไม่ทันแดกนั่นเอง

คือเทียบกับตัวที่เราชอบนะ เช่น Fujifilm Klasse W/S บิดเปิดปุ๊ปคือนายเลยไปตั้งค่า f ไปในตัวเลย ส่วน EV มีให้ปรับแยกตรงหน้ากล้อง คลำๆงมๆก็จำได้ ไม่ต้องมอง มีก็แค่แฟลชกับ Manual ที่ต้องกดเข้าไปเซ็ต แต่มันคือปุ่มเดียวกดๆเข้าไป มันจะรัวกดเร็วๆได้ ซึ่งเราเซ็ทได้ทัน (แม้ว่านี่คือจะไม่ชอบสุดของ Klasse เพราะก็ช้าไปหน่อย แต่ก็ยังเร็วกว่า TC-1)

หรือถ้าเทียบกับ Ricoh GR-1 โอ้ยยย ตายห่าไปเลยจ้า! ถึง GR-1 กดเปิด/ปิดข้างหลัง แต่ทุกอย่างแม่งแยกออกมาให้หมด เช่น รูรับแสงอยู่บนกล้อง , EV ก็แยกอยู่บนกล้อง , แฟลชก็มีตัวเลื่อนเปิด-ปิดแยกมา , Manual แม่งก็มีโหมด Snap กดปุ๊ปไปค่า 2m มาเลย เร็วสัส!! มันถึงได้ชื่อว่า “King of Street Photo Camera” นั่นแหล่ะ

พูดมาทั้งหมดนี่เหมือนด่าเหมือนเกลียดกันเลยโว้ย 555 ไม่เลยนะ อันนี้คือการใช้งานส่วนตัวเรา ถ้าให้มองในมุมคนทั่วไปใช้งานนะ มันโอเคแหล่ะ ไม่ต้องรีบมากแบบเรา

แต่ยังบ่นไม่จบ!!! 5555 คือชัตเตอร์นั้น โอเคว่าการกดวัดแสง (Half Shutter) ไม่ลึกและค่อนข้างง่าย แต่การลั่นชัตเตอร์ เสียงการทำงานตอนกดชัตเตอร์นั้นค่อนข้างทำให้ไขว้เขว ไม่แน่ใจในจังหวะที่กดไปว่าสรุปเราได้ภาพจังหวะนั้นมั๊ยวะ? อาการพวกนี้มีอยู่ในกล้องคอมแพคแทบทุกตัว มากบ้างน้อยบ้าง แต่ TC-1 เราว่าค่อนข้างทำให้งงเยอะ ต้องใช้เวลาในการทำความเคยชินจังหวะ

สำหรับ Auto Focus นั้น นับว่าแม่น เร็วใช้ได้เลย ฟัดเหวี่ยงกับ T3 ได้ เพราะฉะนั้นก็เลยเข้าใจว่าที่ชาวบ้านชาวช่องที่เคยรีวิวว่า TC-1 มันช้า นี่ไม่ได้ช้าเพราะระบบ Auto Focus แต่อย่างใด ออกจะดีด้วยซ้ำ แต่ในส่วนต่อเนื่องกับชัตเตอร์ก็คือ การกดถ่ายซ้ำใน Shot ต่อไป อันนี้มีปัญหาอยู่ คือมีหลายจังหวะที่เราไม่สามารถกดซ้ำได้อย่างใจ (ด้วยความที่ใช้ Snap ค่อนข้างเยอะ) ทำให้พลาดหมด จะว่าเป็นเพราะตัว Auto Focus ควานหาไม่เจอหรือเปล่าก็ไม่ใช่ เพราะเราแทบจะซ้ำจุดเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยน และสังเกตได้จากเสียงมอเตอร์ที่เลื่อนฟิล์มนั่นแหล่ะ

อ่ะ..บ่นจบและ ชมปิดท้ายอีกหน่อย ในช่องมองภาพนั้นก็มีข้อมูลครบ ทั้งเตือนวัดแสง Over , ความเร็วชัตเตอร์และระยะที่โฟกัสได้ (แม้ว่าไอ้ตรงระยะโฟกัสจะเป็นเข็มทำให้มองไม่เห็นในตอนมืด) จุดที่ดีอีกอย่างคือมีวัดแสงแบบ Spotmeter มาให้ด้วย

ผลงาน

สรุป

Minolta TC-1 เป็นกล้องพรีเมี่ยมคอมแพคที่คุณภาพวัสดุ, เลนส์ดีมาก ฟังก์ชั่นครบ ขนาดเล็กและเบามาก ถ้านับได้จาก 3-4 ข้อนี้แล้ว บอกได้เลยว่า Contax T3 มึงต้องหนาว เพราะราคามึงน่ะ.. 2 เท่าของเค้าขึ้นไปนะ ใครที่ตังค์ไม่ถึง T3 รีบมาสอยอันนี้เลย ไม่ต้องลังเล

ส่วนขา Street ขาสแนป ถ้าชีวิตแม่งมีแต่สแนปๆ Street ๆ อย่างเรา (โดยเฉพาะถ่ายรูปลูกนี่คือแม่งต้องไวกว่า Street อีก) ก็ไม่ค่อยแนะนำ อย่างที่เล่าให้ฟังไปแล้ว ไม่ใช่ว่าไม่ดี แต่ User Interface ไม่เหมาะกับเราๆท่านๆ ขืนไปฝืนมันมากๆ กล้องก็แก่แล้ว สายแพร์แม่งจะขาดเอา 555

แนะนำครับ สำหรับคนทั่วไป ถ่ายแฟชั่นแนวๆ ไปเที่ยว ไปกะแฟนกะเพื่อน พกง่าย ภาพดีชิบหายเลย ไม่แพงเกินไป ตอนนี้ราคาไล่ๆกับ Contax T2 ซึ่งให้เลือกก็ขอเลือก TC-1 นะ

รูปร่างหน้าตา // ★★★★★
(หล่อเล็กคม)

วัสดุ // ★★★★★
(พรีเมี่ยมมากจ้า)

คุณภาพการถ่าย // ★★★★★
(ไม่เป็นรองใครล่ะ )

ฟังก์ชั่น // ★★★★★
( ก็มีขนาดบางอย่างที่ Contax T3 ยังไม่มีน่ะ)

คุ้มค่า? // ★★★★★
(อุ้ย..ให้เต็มหมดเลย แย่ล่ะ.. 5555)

รีวิว โดย SUN

ผู้สนับสนุนหลัก  Husband and Wife Shop

จำหน่ายอุปกรณ์ถ่ายภาพฟิล์มกล้องอุปกรณ์ล้างฟิล์มสแกนฟิล์มและบริการต่างๆ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.