รีวิวแบบบ้านๆ Fujifilm Tiara II หากันจนเจอ

หลังๆ นี้ เวลาออกไปถ่ายรูป ส่วนใหญ่คือทำคลิปรายการไปด้วย จนมาทำรายการ One Hour Photo Walk กะว่าจะใช้ไลก้า แต่สุดท้ายก็คอมแพคทุกที

อาจจะเพราะสิ่งที่ตามหา มองหา ในตอนนี้ส่วนใหญ่ไม่ใช่อะไรที่เคลื่อนไหวมากๆ หรือเล่นท่ายาก เช่น Layers ทำเอาไลก้าแทบเป็นหมัน

เดิมทีสมัยก่อนจะพก Fujifilm Klasse W เป็นเลนส์ 28mm. ในจังหวะที่ไลก้าซึ่งเป็นเลนส์ 35mm. เก็บไม่หมด หรือต้องการความหวือหวาของเลนส์ 28mm. หรือยิงแฟลช fill in เข้าไปตอนกลางวัน

ตอนหลังๆ ไม่ค่อยถ่ายอะไรแบบเมื่อก่อน ก็มีบ้างเวลาเจอซีน ก็ถ่ายเล่นซะมากกว่า กล้องพกเลยมีความจำเป็น (น่าจะเรียกว่าขี้เกียจมากกว่า)

หลังๆไลก้าเลยแทบเป็นหมัน พกไปให้หนักบ่างั้นๆ หล่อๆคูลๆ ตอนหลังก็เกินจะคูลๆ ออกแนวปวดหลังมากกว่า ไอ้ครั้นจะพก Fuji Klasse ก็เสียว เพราะราคามันไปจนเสียวขึ้นเรื่อยๆ จากหมื่นกว่าบาท ขึ้นไป 3 หมื่น ล่าสุด New High แตะ 4 หมื่น!! เหมือนแบกอัญมณีทรงคุณค่าไปถ่ายรูป ที่แม่งจะแตกเมื่อไหร่รู้ เลยพยายามหาตัวตายตัวแทน

Ricoh GR-1 ทั้งรักทั้งเกลียด ซื้อมาขายไปกว่า 5 ครั้ง เพราะฟังก์ชั่น ตำแหน่งใช้งาน ขนาดที่บาง แหม่.. ต้องรักมัน แต่.. เราไม่ชอบสีภาพมันเลยให้ตาย นี่เลยเรียกว่าทั้งรักทั้งเกลียดมัน ตัดสินใจไม่นิ่งมาหลายปี แล้วด้นเจ๊งอีก ส่งซ่อมกันเป็นปีๆ ทั้ง 2 ตัว (ยังงงๆถึงทุกวันนี้ว่าทำไมกูมี 2 ตัววะ) เอาเป็นว่าก็ไม่ได้ใช้เต็มๆสักที คือหลังๆก็ยอมรับภาพมึงก็ได้วะ (บางคนชอบ ก็ชอบไปนะ อันนี้ปัจเจก)

อีกตัวเลือกที่แซงแรงทางโค้งคือ Yashica T4 T5 อาจจะตัวอ้วนไปหน่อย แต่ก็ยังพกได้ เบาอยู่ ความเจ๋งคือ เลนส์มันดี เปิด-ปิดแฟลช (ถึงจะต้องกดเปลี่ยนทุกครั้ง ไม่เหมือน GR ที่ค้างได้เลย) แต่มันก็วัดแสงดี แม่นยำ เบา ก็เลยติดใจ จนกระทั่ง…

มีความคิดว่าจะเอาเจ้า Fujifilm Tiara มารีวิว พอได้มา คือ Tiara II ตอนแรกฟังก์ชั่นงงๆ เช่น มึงยิ่งแฟลชกลางวันยังไงวะ มีแต่แก้ตาแดง กับ portrait กลางคืน ก็ไม่ใช่ มึงจะไม่ยิ่งแฟลชแบบปกติชนเค้าเหรอ

สรุป..ความประหลาดของมันก็คือ มันไม่มีโหมดออโต้ คือปกติชนเค้าจะต้อง ถ้าแสงกลางวันพอจะไม่ยิง พอมืดแล้วถึงจะยิงเป็นธรรมเนียมปฏิบัติมายาวนาน ชาวบ้าน คนทั่วไปเค้าก็คิดแบบนั้น แต่… ไอ้นี่ไม่ใช่!! มึงเสือกเอา default เป็นยิงแฟลชด่ะ ทุกแสง โคตรเหี้ย ใครเค้าทำกันวะ.. สัสสส!!! เออแต่แม่งโคตรเหมาะกับกูมากๆ 555

ก็งมอยู่นาน จนอ่านในคู่มือถึงรู้ แล้วถ้าจะปิดแฟลชก็กดไปอีก 2 จึ๊ก เป็นปิดแฟลช หนักข้อกว่านั้นคือแม่งมีโหมดสแนป!! บ้าไปแล้ว มึงเป็นกล้องหน้าตาทั่วไป ออกจะคุณหนูคุณชาย คุณนายคุณหญิง แต่ข้างในมึงคือคราบโคตรพ่องโคตรแม่กล้องสตรีทเลย

สิ่งดีงามที่ซ่อนอยู่อีก เช่น Manual Focus ได้ , เลนส์ระยะ 28 mm., มี Compensate 2 stop (EV+2) , เล็กประมาณ T3 แต่เบากว่าอีก!!

สิ่งที่ต้องว้าวแม่งเลยคือไอ้บ้านี่ ใช้เลนส์ตัวเดียวกับ Fujifilm Klasse!! แถมไอ้การปรับ บางอย่างเสือกง่ายกว่า Klasse แต่แค่พอปิดกล้องเปิดใหม่มึงไม่จำค่าเฉยๆ ไอ้สัส!! (เสียงน้าค่อมลอยมา) เอาใจกูไปเลย

ช่วงนี้เลยอยู่ในขั้นถ่ายให้เข้ามือ เพราะการกดปุ่มฟังก์ชั่นนี่ต้องอาศัยการใช้บ่อยๆ เช่น ถ้าจะ Snap แบบปิดแฟลช ต้องกด Snap ก่อนค่อยปิดแฟลช ฯลฯ

กับชื่อที่มีเยอะแยะของมัน Cardia mini , Tiara ห่าเหวอะไรนี่ จริง ๆ คือตัวเดียวกันหมด แบ่งง่ายๆคือ ดูที่คล้องมือ ถ้ามันอยู่ที่ตูดคือรุ่นเก่ากว่า (เรียกรุ่นก็ไม่ถูก เพราะมันไม่เปลี่ยนห่าอะไรเลย) พวกนี้ผลิตมี 1994

ส่วนสายคล้องอยู่ข้างๆตัว คือ Tiara II ผลิตปี 1996 แค่นั้น.. ก็นั่นแหละญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ “อิหยังวะ” โดยเฉพาะสินค้าที่ผลิตใช้เองอยู่แล้ว ไม่ต้องแปลกใจ

อ่อ ลืมบอกไปว่า Tiara คือญี่ปุ่นทำใช้ในประเทศ ส่วนหนึ่งทำขายยุโรป เลยมีทั้งตัวภาษาญี่ปุ่นกับภาษาอังกฤษ ส่วน Tiara II น่าจะโกอินเตอร์ เลยเป็นภาษาอังกฤษล้วน

สรุปสเปคที่น่าสนใจคือ เลนส์ Super EBC Fujinon 28mm. 2.8 (ตัวเดียวกับ Klasse เบ๊ะๆ) รูรับแสงf2.8 – f/16 Shutter Speed สูงสุด 1/800 sec, มีโหมด Snap!! ที่กดครั้งเดียวแบบ GR!!! มึงตายๆๆ

ไอ้สัส!!! อีกรอบ ขอซ้อมแป๊ป เอาให้เข้ามือก่อน พร้อมเป็นตัวตายตัวแทน Klasse ของกูแล้ว

Leave a Reply