เป้าหมายความสุข ปี 2557

30 ธันวา 2556 ระหว่างทริป พันแปดร้อยกิโล ญี่ปุ่นรอบนี้ เป็นช่วงเวลาได้ทบทวนหลายๆสิ่งตลอดปีที่ผ่านมา สำหรับปีที่ผ่านมาของเรา มันมีอะไรมากมายเกิดขึ้นรวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ เราตั้งเป้าหมายการทำงาน และประเมินมันทุกๆใกล้สิ้นปี แต่การตั้งเป้าหมายความสุข เป็นเรื่องสำคัญมากกว่า ความสุขที่ไม่ใช่วัตถุหรือเงินๆทองๆ ความสุขทางใจ สำหรับเราคือครอบครัว การมีภรรยา มีพี่ มีแม่ ที่คอยอยู่ข้างๆเราเสมอ ตลอด 2 ปีที่ทำ Brown as a berry มา เราได้กินข้าว ได้คุย ได้นั่งทำงาน มีเวลากับคนในครอบครัวมากกว่าตอนเด็กๆซะอีก ความสุขของการมีเวลากับครอบครัว เทียบไม่ได้เลยกับหน้าที่การงาน เงินเดือนสูงที่เราเคยได้จากการทำงานหนักตลอดหลายปี อีกสิ่งนึงที่ตั้งใจว่าจะทำต่อไป คือการออกเดินทางไปในที่ที่อยากไปเห็น เพราะชีวิตมันสั้นมาก จะเจ็บป่วยตายเอาวันไหนก็ไม่รู้ ปีหน้า แค่ได้ทำงานในสิ่งที่เรารัก อยู่กับครอบครัว เพื่อนๆที่จริงใจแค่ไม่กี่คน ได้มีเวลาเดินทาง ก็แฮปปี้แล้ว รูปนี้ถ่ายระหว่างขับรถเดินทางจาก Aomori มาที่ Akita เป็นช่วงท้ายๆของทริปญี่ปุ่นปลายปี ระหว่างทาง เห็นวิวและแสงกำลังสวย เลยแวะจอดรถข้างทาง แล้วเดินเล่นเรื่อยเปื่อย เรามองเห็นทางรถไฟอยู่แถวนั้น…

20ปีที่ผ่านไป สวนสาธารณะในความทรงจำ

วันนี้ระหว่างที่ขับรถกลับบ้านจากภาระกิจต่างๆ บ่ายวันอาทิตย์ อากาศปลอดโปร่ง แสงแดดกำลังสวย คุณภรรยานึกชวนไปสวนสาธารณะที่ใกล้บ้าน เลยนึกขึ้นได้ว่ามีสวนนึงที่อยู่ใกล้บ้าน และอยากไปเยี่ยมเยียนมานานแล้ว ตั้งแต่ย้ายบ้านมาในละแวกปากเกร็ด ย้อนกลับไปเมื่อสมัย ม.ต้น (ก็สักประมาณปี 2536) ค่ายลูกเสือเซนต์คาเบรียล ตั้งอยู่แถวๆเมืองทองธานี สมัยนั้นบริเวณรอบๆเป็นทุ่งนาบ้าง ทุ่งโล่งๆบ้าง ไม่มีอาคารบ้านเรือน ถนนดีๆเลย มีแต่ถนนเส้นเล็กๆฝุ่นตลบ เวลาพวกเราไปเข้าค่ายกัน ต้องนั่งรถเหมือนออกไปต่างจังหวัด (ทั้งๆที่สมัยนี้มันดูแป๊ปเดียวมากๆ) ที่ค่ายลูกเสือก็เหมือนไปแคมป์ตามต่างจังหวัด มีพื้นที่โล่งๆ มีหญ้าขึ้นบ้าง เป็นดินเลนบ้าง บริเวณหอประชุมก็เป็นแค่หลังคาสูงๆคลุมไว้เท่านั้น ที่นอนของพวกเราก็เป็นพื้นยกสูงและมีหลังคากันแดดกันฝน ไม่ได้มีฝาผนังหรือประตูหน้าต่างอะไร เวลานอนก็ต้องกางมุ้งนอนเอา โดยที่นอนนี้ เรียกอย่างเท่ๆว่า “Shelter” กิจกรรมที่เราไม่ค่อยชอบกันเท่าไหร่ก็คงเป็นการเดินทางไกล พวกเราเดินกันออกจากค่ายไปตามถนนที่ฝุ่นตลบ แดดร้อนเปรี้ยง แม้ว่าส่วนใหญ่เวลาเข้าค่ายจะเป็นหน้าหนาว ระหว่างทาง ก็มีชาวบ้านบ้าง บางคนก็จูงวัวจูงควาย จะหวังว่ามีร้านอะไรขายของกินก็ไม่มี  จุดหมายปลายทางตอนนั้นก็คือ สวนสมเด็จย่า หรือ สวนพระศรีนครินทร์ นนทบุรี ในความทรงจำเวลานั้น จำได้ว่า เราใช้เวลาเดินผ่านทุ่งกว้าง เลาะไปตามทาง จนไปถึงสวนนี้ ซึ่งสมัยนั้นยังดูใหม่และเงียบกริบ เหมือนยากที่จะมีใครมานั่งหรือเดินเล่นที่นี่ พวกเราต้องเดินท่ามกลางแดดเปรี้ยงไปรอบๆสระน้ำขนาดใหญ่ จำไม่ได้ว่ากี่รอบ แล้วถึงจะได้เวลาเดินทางกลับ ภาพนั้นมันก็ผ่านมา…

เรื่อยเปื่อยหน้าหนาวที่โรงเกลือ

ตั้งใจไว้ว่า ต่อไปนี้จะถ่ายรูปเล่นๆในชีวิตประจำวัน แล้วเอารูปมาเขียนบล็อคสั้นๆ จดเป็นไดอารี่เอาไว้ นี่เป็นการเริ่มต้นความเรื่อยเปื่อยครั้งแรก บ่อยๆที่เราแวะไปอรัญฯ ไปพักผ่อน ไปเบรคสมอง ที่นั่นไม่มีอะไรมากนอกจากบ้านเพื่อน และโรงเกลือ แต่แค่นี้ก็เพียงพอสำหรับการจะหยุดงานสักแว่บ ไปกินเบียร์ กินข้าว เดินถ่ายรูป ปกติแล้วโรงเกลือไม่ว่าจะเดือนไหน อากาศก็ร้อนระดับเต็ม 10 ก็ให้ 10 ทั้งอบ ทั้งฝุ่น เดินได้ไม่เกินครึ่งชั่วโมงก็กลับดีกว่า ถึงแม้ว่าโรงงานเพื่อนจะอยู่ตรงข้ามโรงเกลือ แค่เดินข้ามถนนก็ตาม แต่ผิดกับครั้งนี้ ปีนี้… ต้นเดือนธันวา เราอาจจะเข้าใจมาตั้งแต่เด็กว่าเป็นฤดูหนาวของไทย แต่หลายๆปีก็มักจะเป็นได้แค่ฤดูร้อนน้อย แต่แดดจ้า อย่างมากก็มีลมเย็นๆมาสัก 2-3 วัน แต่ปีนี้ ถือได้ว่าอากาศดีมากเลย ระหว่างที่ไปอรัญฯ อากาศน่าเดินเล่นมาก ฟ้าโปร่งสีสวย เป็นโอกาสดีที่จะเดินชิวๆที่โรงเกลือ วันแรกที่ไป ก็บ่ายคล้อยเย็นแล้ว อากาศเย็นดีทีเดียว ถึงตลาดจะวาย ก็ยังน่าไปเดินเล่นอยู่ ว่าแล้วก็พกกล้องไปกับคุณภรรยาและไอ้ลือขับซาเล้งให้ เช้าอีกวัน เราชวนกันไปดูนาของไอ้ลือมัน ได้เวลาเก็บเกี่ยว ถึงแดดจะเปรี้ยงขนาดไหน แต่อากาศไม่ร้อนเลย เหมือนอยู่ยุโรปอะไรแบบนั้น ไม่น่าเชื่อว่าจะยังมีอากาศแบบนี้ในไทย เป็นกิจกรรมที่หาโอกาสได้ยากมากๆในรอบหลายๆปี ช่วงบ่ายๆ ก็ได้เวลาช้อปปิ้งของสาวๆเค้า…

รายการที่อยากทำก่อนตาย

  ภาพที่ไปถ่ายที่ Zakopane เมืองเล็กๆของ Poland หนึ่งในที่ที่ตอนเด็กๆคิดว่าอยากจะไป หลายปีก่อน มีหนังเล็กๆเรื่องหนึ่งที่ชื่อว่า Bucket List นำแสดงโดย Jack Niholson กับ Morgan Freeman หนังว่าด้วยเรื่องชายแก่ 2 คน ต่างสถานะ ต่างฐานะ และต่างนิสัย แต่ดันต้องมานอนโรงพยาบาลเตียงติดกัน และเผชิญสภาวะเดียวกัน นั่นก็คือ ใกล้จะได้กลับบ้านเก่าเต็มที ชายแก่เริ่มต้นเขียนสิ่งที่ตัวเองเคยคิดไว้ในชีวิตว่าอยากจะทำ แต่จนแล้วจนรอด ปาเข้าไปถึงวันที่มีเวลาเหลืออยู่บนโลกอย่างจำกัด ก็ยังไม่ได้ทำมันสักที  “What do you want to do?” เป็นหัวข้อสั้นๆแต่ชวนให้คนเรานั่งทบทวนกลับไปทั้งชีวิตที่ผ่านมา บุคคลที่มีชื่อเสียงหลายคนในโลกนี้ กล่าวไว้ถึงการใช้ชีวิตว่า ควรใช้ชีวิตประหนึ่งพรุ่งนี้จะต้องตายแล้ว แต่ถึงเราๆจะได้อ่านข้อความนี้ ก็ทำได้แค่ฉุกคิดแว่บหนึ่ง แล้วก็ปล่อยทุกอย่างผ่านไปเหมือนเดิม จะมีสักกี่คน สักกี่ครั้ง ที่เราจะลุกขึ้นบอกว่า โอเค.. ฉันเคยฝันว่าจะทำสิ่งนี้ และฉันจะลงมือทำมันเดี๋ยวนี้ โดยไม่มีคำว่า “แต่” หลายสัปดาห์ก่อน ระหว่างที่คิดว่า ช่วงปีใหม่จะไปเที่ยวไหนดี ซึ่งคิดตั้งเป็นนโยบายกันระหว่างเราสองผัวเมียมาตั้งแต่ปีก่อนว่า…

ต้นความฝันไม่ได้มีต้นเดียว

  คืนวันที่กำลังจะเปิดร้านที่ 3 ที่พรอมมานาด รามอินทรา   จริงๆเคยคิดว่าจะเขียนบันทึกการเปลี่ยนแปลงของชีวิตตัวเองไว้บ้าง ตั้งแต่สมัยเลิกจากอาชีพทำเพลงแต่งเพลงมาทำงานด้าน Digital Business แต่ก็ไม่เคยได้เขียนอะไรไว้เลย จนกระทั่งออกจากงานประจำมาทำธุรกิจตัวเอง ก็คิดตลอดว่าจะจดอะไรไว้บ้างกันลืม ว่าแต่ละวันที่ได้เริ่มต้นมันเป็นยังไง จนแล้วจนรอด นี่ก็ผ่านมาเป็นปีแล้ว ก็ไม่ได้จดอะไรไว้สักอย่าง วันนี้เห็นว่าว่างๆเลยลองจิ้มๆลงไปดูว่าจะอยากเขียนอะไรบ้างมั๊ย? หลายๆคนที่รู้จักกัน ไม่ได้เจอกันนาน ถ้ามาเจอกันช่วงนี้ก็มักจะถามว่า ทำไมมาทำธุรกิจเสื้อผ้าเด็ก? อันนี้เป็นคำถามที่เจอแทบทุกคนที่คุยด้วยเลย ซึ่งก็คงไม่แปลกนะ ที่ใครๆจะสงสัย เพราะอาชีพ 2 อาชีพที่ผ่านมาในชีวิตก็ไม่มีอะไรจะเกี่ยวข้องกันเลย .. อาชีพโปรดิวเซอร์ที่ทำมาสิบปี กับบริหารด้าน Digital Business อีกห้าปี มันก็ไม่เกี่ยวกันสักงานนะ เราเชื่อว่า ความฝันในชีวิตคนนี่มันจะไม่ได้มีความฝันแค่ต้นเดียว แต่ความเชื่อนี้มันมาทีหลังนะ.. เมื่อก่อนเราก็เป็นคนที่เชื่อว่าความฝันของคนๆนึง ก็มีต้นเดียวนั่นแหล่ะ จนกระทั่งพอเราโตขึ้นๆ ความฝันมันก็เปลี่ยนไปตามอายุ มันก็งอกมากขึ้น ขึ้นมาแล้วเฉาไปบ้าง งอกใหม่ก็เหี่ยวไปบ้าง หลายๆคนที่ได้ทำอะไรที่เป็นของตัวเอง เราก็คิดว่าเค้าก็เริ่มต้นคิดว่า “ความฝัน” ไม่ได้มีต้นเดียวเหมือนกัน .. วันนึงคุณอาจจะฝันอยากทำงานบริษัทดีๆ เงินเดือนดีๆ เหมือนต้นความฝันต้นใหญ่ มีร่มไม้ ให้ผลดี…

เมื่อฉันยังเป็นเด็ก

** จาก Blog ของ Brownasaberry.tumblr.com       “ภาพแห่งอดีต จริงๆ แล้วมันไม่เคยจากไปไหน มันอาจจะซุกอยู่ที่ซอกหนึ่ง ในลิ้นชักความทรงจำ และอยู่อย่างนั้นมาตลอด” ประโยคหนึ่งที่เป็นคำโปรยของหนังไทยที่อยู่ในความทรงจำของใครหลายๆคน “แฟนฉัน” ที่คงจำกันได้ดี. เมื่อเราโตขึ้น มีอายุมากขึ้นๆ โดยเฉพาะเมื่อเรามีครอบครัว มีเจ้าตัวเล็กเป็นของตัวเอง เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่หลายๆคน คงแอบนึกย้อนกลับไปถึงสมัยที่เราเป็นเจ้าตัวเล็กซะเองบ้าง แน่นอนว่า ช่วงเวลานั้นมันเป็นช่วงเวลาที่เราๆมีความสุขกับความทรงจำดีๆ ซึ่งมันก็คงจะอยู่กับเราไปตลอดชีวิต. ก่อนอื่น.. เราต้องเข้าไปเปิดห้องเก็บของ เปิดเจ้าตู้ หรือกล่องที่วางอยู่ในนั้น ฝุ่นอาจจะจับหนาไปหมดแล้ว ลองปัดฝุ่นมันดูสักหน่อย แล้วเปิดหาอัลบั้มรูปที่จับต้องได้ แทนการเปิดอัลบั้ม Facebook หรือ Instagram กันสักวัน มองหาเจ้าอัลบั้มรูปสีซีด ที่ทำให้เราแอบยิ้มได้ตั้งแต่เห็นแค่หน้าปก. ..เมื่อเปิดออกมา ลองค้นหาดูซิ.. ว่าพวกเรามีช่วงเวลาเดียวกันหรือเปล่าน๊า.. กิจกรรมฮิตๆ สมัยเด็ก สมัยที่เราเป็นเจ้าจิ๋ว คุณพ่อคุณแม่ของพวกเรา ก็เห่อเราไม่น้อยกว่าที่เราเห่อเจ้าตัวเล็กตอนนี้แน่นอน กิจกรรมที่พวกเรามีรูปเก็บไว้ ลองมาจัดอันดับกันสักหน่อย ว่าตรงกันมั๊ย… 1. เต้น , รำ  กิจกรรมเข้าจังหวะสุดฮิตของเด็กๆอนุบาลอย่างเราๆ ท่ามกลางเจ้าเวทีที่มีฉากหลังสีสด เช่น สีแดง พร้อมด้วยตัวหนังสือที่ตัดจากโฟม…

อพยพกันเถอะเรา

  * update 28 Oct เวลา 16:25 หลังจากโดนน้ำท่วมไปเป็นเวลา 1 อาทิตย์เต็มๆ จนต้องอพยพย้ายมาอยู่สระแก้วกับเพื่อนๆอีกหลายคน ทั้งแก๊งค์ก็เริ่มรวบรวมและส่งสารไปบอกเพื่อนๆพี่ๆน้องๆคนอื่นๆให้เตรียมพร้อมรับน้ำท่วมที่กรุงเทพด้วยการ “อุดน้ำ-เก็บของ-ล็อคบ้าน” จากนั้นควรออกจากกรุงเทพไปต่างจังหวัดที่ปลอดภัย บอกเลยว่า.. ตุนเสบียงไปนั้นไม่คุ้ม เพราะจากประสบการณ์ก่อนน้ำท่วม เราตุนเสบียงไว้ด้วยมาม่าเป็นลัง ไส้กรอกอีกเป็นตับ โค้กอีกหลายโหล ปรากฏว่า..น้ำเอาไปแด๊กหมด อยากจะเตือนสั้นๆว่า น้ำมาเร็ว , น้ำมันเน่าทั้งอึ ทั้งฉี่คนจากนครสวรรค์ยันกรุงเทพ , ส้วมในบ้านเราใช้ไม่ได้ , เสี่ยงไฟดูด … ทั้งหมดนี้ ไม่เกี่ยวกับว่าน้ำท่วมมากท่วมน้อยเลยครับ จะ 20 ซม. จะ 2 เมตร ก็ปัญหาคล้ายๆกัน ที่สำคัญคือ บุคคลที่เมื่อเกิดเหตุการณ์ จะลำบากมาก เช่น คนแก่ , เด็ก , สัตว์เลี้ยง ฯลฯ ถ้าเราคิดว่าเราตัวคนเดียว อยู่ได้กับสภาวะทั้งหมดที่ว่าไปแล้วข้างบน.. ก็อยู่ไปครับ แต่เห็นใจคนอื่นๆด้วย ( อ่านละเอียดๆเรื่อง ความเชื่อผิดๆ ในภาวะน้ำท่วม ของ…

หนทางสู่การเป็นเซียน Uke แบบเซียนพระ ตอนที่ 1

*คำเตือน บล็อคตอนนี้ไม่เหมาะกับบุคคลทั่วไปที่ไม่ชอบ Ukulele เพราะอาจเบื่อได้ ในช่วงเดือนสองเดือนที่ผ่านมานี้ นอกจากงานที่หนักหน่วง เครียด กดดันแล้ว ก็ยากจะหาเวลาที่จะมีความสุขแบบนิ่งๆไม่ได้เลย ความสุขแบบนิ่งๆสำหรับเรา ให้นึกถึงสมัยเด็กๆที่นอกจากเวลาเรียนหนังสือ หลายๆคนก็จะมีงานอดิเรกนิ่งๆ เช่น อ่านการ์ตูน ต่อโมเดล สะสมสติกเกอร์ อะไรเทือกๆนั้น งานอดิเรกพวกนี้มักทำให้เราอยู่นิ่งๆ และมีความสุขได้แบบหัวใจพองโต. ในวัยที่อายุมากขึ้นๆก็เหมือนกัน เราก็ควรจะหาความสุขแบบนิ่งๆเหมือนสมัยเด็กๆให้หัวใจมันพองโตกันหน่อย หนีความวุ่นวายจากงาน ที่หนักๆ เครียดๆได้ แล้วเราก็เลยได้พบว่า นอกจากการเล่น Ukulele มันจะสนุกแล้ว การที่เราศึกษาข้อมูล Ukulele เก่าๆแล้วเฝ้าดูของตาม eBay มันเป็นความสุขแบบนิ่งๆเหมือนสมัยเด็กๆเลยทีเดียว เพราะอะไร…?  ก็เพราะว่า Ukulele เก่าๆ มันเหมือนงานศิลปะ ที่มีปริศนาให้ค้นหา ให้เดา ว่าไอ้ตัวนี้มันผลิตเมื่อปีไหน? ใช้วัสดุอะไร? คนขายมันหลอกหรือเปล่า? ซึ่งจากความสนุกที่ว่ามานี้ มันทำให้เราเข้าใจความสุขของเซียนพระได้ ว่าอ่อ.. ไอ้ที่ต้องซื้อหนังสือพระ ต้องนั่งส่องดูเนื้อพระกันทั้งวันทั้งคืนนี่มันเป็นยังไง? การที่เรารู้ได้ว่า องค์นี้ผลิตด้วยเนื้ออะไร? ปีไหน? ของเก๊มั๊ย? มันเป็นความภูมิใจแบบนี้นี่เอง… นั่นคือที่มาของความคิดเรื่อง การหาหนทางสู่การเป็นเซียนอู๊ค…

Ukulele ที่รัก.. ยิ่งเก่ายิ่งน่ารัก

ไม่น่าเชื่อว่านี่ผ่านเข้ามาสู่เดือนที่ 8 ของปี 2554 แล้ว อะไรๆมันก็รวดเร็วไปหมด ช่วงต้นปีที่ผ่านมามีหลายๆเทรนที่บูมสุดๆ ไม่น่าเชื่ออีกเหมือนกันที่ไม่นานมันก็ผ่านไปอย่างกับว่าเป็นคนละโลก เมื่อหลายเดือนก่อน ลองเขียนบล็อคเกี่ยวกับความคลั่งไคล้ใน Ukulele ของเด็กวัยรุ่นไทยที่ถึงขนาดต้องไปต่อคิวซื้อกันแต่เช้า ขายดีอย่างกับคริสปี้ครีม อีกไม่กี่เดือนให้หลัง ทุกอย่างก็เริ่มซาลงๆ ถ้าไปสังเกตตามเวบบอร์ดซื้อ-ขาย Ukulele จะพบการปล่อยของมือสองกันอย่างเกลื่อนกลาด ถามว่ามันเลิกฮิตหรือยัง? ก็ต้องตอบว่า ยังไม่หมดซะทีเดียว แต่มันเป็นขาลงแล้วสำหรับเทรนนี้ ช่วงเวลานี้สำหรับคนที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้อยากได้ถึงขนาดต้องไปตบตีแย่งชิง ก็สามารถหามาเชยชมได้เกลื่อนกลาด โดยเฉพาะแบรนด์ทำเองที่มีมากมาย ราคาหลักพันบาทขึ้นไป ที่คุณภาพก็ตามดวงของคนซื้อ จะแทงหวยไปถูกเจ้าที่ผลิตของคุณภาพห่วยหรือเปล่า? ในขณะที่แบรนด์ใหญ่ๆก็ยังขายได้อยู่ แต่ก็ลดลงไปมากแล้ว สิ่งที่คงเหลืออยู่ขณะนี้คือ คนที่มีใจรักใน Ukulele อย่างแท้จริง ก็ยังคงวนเวียนอยู่ ในประวัติศาสตร์ชาติ Ukulele นั้น ตั้งแต่มันถือกำเนิดในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ก็ปาเข้าไปร้อยกว่าปี มีช่วงที่ Ukulele ฮิตสุดๆอยู่ 3 ช่วงเวลา ช่วงแรกคือช่วงหลังจากที่คนอเมริกานำมันมาจากหมู่เกาะฮาวายสักพัก เรียกว่าการข้ามมาสู่ “Mainland” ก็ประมาณช่วงยุคกลาง 10’s เป็นต้นไป กินเวลาสัก 20 ปีเห็นจะได้….

5 ขั้นตอน เมื่อทะเลาะกับแฟน…แมนเดลาช่วยได้

เนลสัน แมนเดลา เป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ของโลกคนหนึ่ง เป็นนักต่อสู้เพื่อความเสมอภาคของคนผิวสีมาทั้งชีวิต เป็นประธานาธิบดีผิวสีคนแรกของแอฟริกาใต้ หลังจากติดคุกมายาวนานถึง 27 ปี แล้ว แมนเดลา จะเกี่ยวอะไรกับการทะเลาะกับแฟน(วะ)?… มันเป็นแรงบันดาลใจน่ะ พอดีได้ดูหนัง Invictus อีกรอบ เลยพาลหยิบอะไรเกี่ยวกับแมนเดลามานั่งอ่าน ด้วยความที่ แมนเดลาเป็นนักต่อสู้ด้วยสันติภาพ เค้ามีความเชื่อมั่นอย่างยิ่งในการเอาชนะใจทุกคน รวมไปถึงศัตรูด้วยความรัก และความเข้าใจ ใส่ใจผู้อ่ื่นเป็นที่ตั้ง นี่แหล่ะ..คือเหตุผลสำคัญ การที่เรากับแฟนทะเลาะเนี่ย.. สำหรับคนสองคนก็เป็นเรื่องยิ่งใหญ่พอๆกับสันติภาพโลกทีเดียว คนสองคนต้องอาศัยความเข้าใจ นี่แหล่ะ…คือเหตุผลที่คำพูดของแมนเดลา น่าจะเอามาใช้ได้เวลาทะเลาะกับแฟน ( จารึกไว้เป็นการเอาไว้เตือนตัวเองด้วย ) ทีนี้เรามาเริ่มจับแพะชนแกะกันดีกว่า สมมติว่าเรากำลังทะเลาะกับแฟนอย่างรุนแรง … ขอนำเสนอ 5 ขั้นตอน “เมื่อทะเลาะกับแฟน แมนเดลาช่วยได้” ดังนี้.. 1. ตั้งสติและรู้ตัวว่าเรากำลังโมโห แมนเดลา เคยบอกไว้ว่า “พอเราย้อนคิดถึงสิ่งที่ถูกกระทำในอดีต เรามักรู้สึกโกรธ แต่พอคิดดีๆแล้วจะพบว่า เรามีเวลาใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้จำกัดมาก เราต้องพยายามให้ผ่านความรู้สึกนี้ไป” เราควรมองย้อนมาที่ตัวเอง อย่าเพิ่งไปใส่ใจที่แฟน เพื่อจะได้รู้ว่า เรากำลังโกรธ ซึ่งสิ่งที่โกรธนั้นมันมาจากเหตุการณ์ที่ผ่านไปแล้วเสมอ เช่น โกรธเพราะโดนแฟนพูดจาไม่ดี…

Tashiro Island เกาะสวรรค์ของแมว หลังสีนามิ

เกาะ Tashiro เป็นเกาะที่อยู่ในเมือง Ishinomaki จังหวัด Miyagi ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่โดนสึนามิเต็มๆ เกาะ Tashiro เป็นเกาะเล็กๆ มีพื้นที่แค่ 2.7 ตร.กม. ประชากรราวร้อยคนเท่านั้น และ 73 คน อายุเกิน 65 ปีแล้ว ส่วนใหญ่เป็นคนแก่ที่ทำอาชีพประมงทั้งนั้น แต่ที่ว่าเป็นเกาะสวรรค์ของแมว ก็เพราะว่าประชาการแมวบนเกาะ มีมากกว่าประชากรคนซะอีก ก่อนจะไปถึงสภาพความเป็นอยู่ของแมวบนเกาะขณะนี้ ต้องเล่าย้อนถึงที่มาของเกาะนี้ก่อน ครั้งหนึ่ง ว่ากันว่า อีกไม่เกินสิบปี เกาะนี้อาจจะกลายเป็นเกาะร้างก็ได้ เพราะประชากรบนเกาะคงตายกันไปหมด เหลือไว้ก็แต่บรรดาแมวนี่แหล่ะ.. ปรากฏว่าสภาท้องถิ่นได้ลงมติ นำเอาบรรดาประชากรแมวนี่แหล่ะ เป็นสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวบนเกาะ พร้อมกับประกาศชื่อว่า “Cat Island” การที่แมวบนเกาะ Tashiro มีมากมายขนาดนี้ื เป็นเพราะว่าสมัยก่อน คนบนเกาะมีอาชีพเพาะเลี้ยงไหม ซึ่งก็มีจะมีพวกบรรดาหนูมากมายมากินตัวไหมที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้ ชาวบ้านก็เลยต้องเลี้ยงแมวเพื่อคอยจัดการบรรดาหนูนี่แหล่ะ ประกอบกับคนบนเกาะก็ยังมีอาชีพประมงอีกด้วย ก็จะถูกบรรดาแก๊งค์แมวออดอ้อนขอปลากินอยู่เป็นประจำ ทำให้ชาวบ้านบนเกาะ Tashiro กับแมว เกิดเป็นความผูกพันกันมายาวนาน มีตำนานเล่าว่า ครั้งหนึ่ง ชาวประมงเผลอถ่วงอวนจับปลาด้วยหิน ปรากฏว่า…

จดหมายถึงไดอารี่

จดหมายถึงไดอารี่ ในชีวิต 30 ปีที่ผ่านมา มีหลายครั้งมากที่มีความพยายามจะเขียนไดอารี่ให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลที่เขียนตามเพื่อน , ครูสั่ง , แรงบันดาลใจจากสาวๆ โดยเฉพาะแรงบันดาลใจจากสาวนี่เป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้วันนี้มีบันทึกช่วงเวลาดีๆและไม่ดีเก็บไว้กะเค้าบ้าง ฮา.. ต้องบอกว่า พออายุป่านนี้แล้ว กลับไปอิจฉาคนอีกหลายๆคนที่มีไดอารี่เขียนเก็บไว้เป็นตั้งๆ เพราะสุดท้ายแล้ว เรามีตัวหนังสือพวกนี้มีอยู่นิดๆหน่อยๆ บางรูปแบบก็เก็บไว้เป็นการ์ด เป็นจดหมาย (เป็นสิ่งที่รู้สึกว่าเด็กสมัยนี้จะอิจฉาคนยุคสมัยที่เขียนจดหมายถึงกัน) ของเหล่านี้มีคุณค่าทางจิตใจมาก เป็นวรรณกรรมที่กินใจเรามากที่สุด คงไม่มีวรรณกรรมความรักเรื่องไหนจะอินเท่าตัวหนังสือที่เก็บเรื่องราวของตัวเองไว้อีกแล้ว หลายๆครั้ง เราอาจจะรู้สึกว่าเราท้อแท้ เหนื่อย หรือ เหงาก็ตาม แต่ตัวหนังสือที่อยู่ในไดอารี่ มันเก็บความรักดีๆไว้เต็มไปหมด.. อาจจะมีแฟนในอดีตเขียนคำว่า “จะอยู่ข้างๆกันตลอดไป” ทิ้งเอาไว้ให้เราดูต่างหน้า แม้มันจะผ่านไปนานเท่าไหร่ และคนๆนั้นก็คงไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้แล้ว แต่ความรู้สึกที่ว่า “เราไม่เคยโดดเดี่ยว” มันมีจริง.. แค่บางครั้งเราต่างหากที่ลืม.. ไดอารี่บางเล่ม ก็ย้ำเตือนตัวตนของเรา หลายๆครั้งเราก็มักใช้ชีวิตเหมือนล่องเรือในไปทะเล ลอยไปเรื่อยๆ เผชิญคลื่นลมกันมานาน นานจนบางทีอาจลืมไปบ้างว่าเราเดินทางมาจากไหน และ กำลังจะไปไหน? สมองของเราถึงมันจะซับซ้อนและมหัศจรรย์เท่าไหร่ ก็ยังซับซ้อนไม่พอกับชีวิตที่วุ่นวายของคน ไม่น่าเชื่อว่า ไดอารี่เล่มนึง.. จะเก็บตกเรื่องราวและความทรงจำดีๆที่สมองจำไม่ได้ ไม่ให้มันหายไปไหน พอกลับไปค้นดูในหีบสมบัติของตัวเอง ก็เจอสมุดจดอะไรเก็บไว้หลายเล่ม…