Bill Cunningham ช่างภาพแฟชั่นข้างถนน ผู้ร่ำรวยความสุข

วันก่อน ระหว่างที่เปิดหาคลิปความรู้เรื่อง Street Photo ไปมา บังเอิญเหลือบไปเห็นชื่อหนังสารคดีที่ผ่านตาบ่อยครั้ง แต่ไม่ได้ดูสักที นั่นก็คือ “Bill Cunningham New York” สารคดีของช่างภาพสตรีทสายแฟชั่นชื่อดังของ The New York Times ที่สิงสถิตอยู่ใน New York มาเกือบทั้งชีวิต เหล่าเซเลบ ดารา เหล่าบ.ก.นิตยสารยักษ์ใหญ่ (เอาเป็นว่าระดับ Anna Wintour ) ต้องเกรงใจ แต่แกกลับใช้ชีวิตเรียบง่ายมาก ง่ายมากซะแบบคนทั่วไปมองว่าจนนั่นแหล่ะ ที่สำคัญคือแกอายุอานามก็ปาเข้าไป 86 แล้ว เราชอบดูงานสตรีทของศิลปินทุกยุคทุกสมัย ซึ่งแต่ละคนสไตล์ก็แตกต่างกันไปตามบุคลิกนิสัยใจคอ แต่สำหรับแนวแฟชั่นนี่เรายอมรับเลยว่า ไม่ค่อยได้ดูเท่าไหร่ คืออาจจะชอบแนว Street Portrait อยู่บ้าง แต่ไม่ถึงขนาดเจาะจงแบบลุงแกนี่ ก็เลยเป็นสาเหตุที่ปล่อยผ่านสารคดีเรื่องนี้อยู่เรื่อยๆไป แต่ด้วยอะไรมาสะกิดต่อม ก็เลยลองเปิด Netflix หาดู ดันมีซะอีกแน่ะ.. (จริงๆแล้วถ้า search ใน youtube ก็มีนะ) ต้องบอกเลยว่าตลอดเวลาชั่วโมงกว่า Bill Cunningham New…

Christopher Nolan ประกาศสงครามเพื่อรักษาฟิล์มไว้ได้อย่างไร?

ข่าวจาก The Hollywood Reporter  by Pamela McClintock   Paramount และ Warner Bros. ประกาศเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า จะมีโรงหนังที่ติดตั้งเครื่องฉายฟิล์มสำหรับหนัง “Intersteller” พร้อมฉายล่วงหน้าก่อนวันจริงสองวันเป็นพิเศษ เมื่อวันพุธ ( 1 ตุลาคม ) Paramount และ Warner Bros. แจ้งว่า มีโรงหนังประมาณ 240 โรงใน 77 ประเทศที่ยังใช้เครื่องฉายฟิล์มขนาด 35mm และ 70 mm เพื่อฉายหนังใหม่ของ Nolan ที่ชื่อ “Intersteller” ซึ่งจะติดตั้งเพื่อฉายก่อนวันจริงตั้งแต่ในวันที่ 5 พฤศจิกายนนี้ รวมไปถึงโรงหนังแบบ Imax อีก 41 แห่งทั่วโลก และยังมีโรงหนังบางโรงที่จะนำเครื่องฉายฟิล์มมาติดตั้งเพิ่มโดยเฉพาะ เช่น โรงหนัง TCL’s Chinese Imax ในลอสแองเจลลิส การเคลื่อนไหวครั้งนี้ ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะในการรณรงค์ของ Nolan และนักสร้างหนังอีกมากมาย รวมไปถึง J.J. Abrams ซึ่งพยายามผลักดันสตูดิโอใน…

เลิกง้อเคเบิ้ล หาหนังดูเป็นล้านๆเรื่อง ด้วยเงินเดือนละ 500บาท

    สองปีผ่านมาแล้ว ที่เรายกเลิกสมาชิกทรูวิชั่นอย่างเด็ดขาด ด้วยการคิดอย่างถี่ถ้วนแล้วว่า เราไม่ใช่คอกีฬา และไม่ดูช่องฟรีทีวีเอาซะเลย สิ่งที่เราดูมากที่สุดมี 2 อย่างเท่านั้นคือ หนัง และ สารคดี นอกจากความรู้สึกเสียดายตังแล้ว เราคิดว่าการที่ได้ดูหนังที่ไม่ได้อยากดูสักเท่าไหร่ เป็นความอึดอัดเอามากๆ หนังที่ทรูเลือกมาให้ นอกจากจะวนๆแล้ว ก็ไม่ค่อยได้อย่างใจเท่าไหร่ ต้องบอกก่อนว่า เราเป็นคนชอบสะสมแผ่นหนังเอามากๆ และเป็นแผ่นแท้เท่านั้น ไม่ได้กระแดะหรืออะไร แต่เราไม่สนับสนุนของเถื่อนเช่นกัน เหตุผลคือ หนังเรื่องหนึ่งใช้ความตั้งใจของมนุษย์นับร้อยนับพันในการสร้างสรร และในการผลิตแผ่นหนังก็มีบุคลากรในการแปลงหนังสักเรื่องให้กลายเป็นแผ่นอีก ( เช่น การ Mixed เสียงใหม่ เพื่อให้เข้ากับที่บ้าน แทนโรงหนัง )  เราถือว่าหนังเป็นงานศิลปะที่ใช้ทุนและแรงและหัวสมองมหาศาล ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะขโมยด้วยการดูของเถื่อน เพราะมันไม่ต่างจากเราโดนโจรปล้นบ้านเลย เอาล่ะ เข้าเรื่องต่อ สมัยที่เราทำงานที่ RS เราได้ศึกษาโมเดลธุรกิจของ Netflix อย่างจริงจัง Netflix คืออะไร ? เอาแบบรวบรัดนิดนึง ในยุคปลาย 1990s Netflix ใช้ประโยชน์จากยุคอินเตอร์เน็ตกำลังเฟื่องฟู เปิดธุรกิจให้เช่าแผ่น DVD ผ่านออนไลน์…

“Super 8” แฟนฉันเวอร์ชั่นฝรั่ง

Super 8 เป็นผลิตภัณฑ์การถ่ายหนังในยุคปลาย 60s ถูกคิดค้นโดยบริษัท Kodak. ถ้าจะให้เทียบกับสมัยนี้ มันก็คือ Format ของหนัง เช่น DVD หรือ Blu-ray อะไรทำนองนั้น. คำว่า Super 8 มันก็ย่อมากจาก 8mm. เป็นขนาดความกว้างของฟิล์มที่ใช้. ในสมัยยุค 70s มันเป็นที่นิยมมาก เปรียบเสมือนเป็นกล้องถ่ายวิดีโอประจำบ้านของคนยุคนั้น และก็ยังถือว่าเป็นต้นกำเนิดการจุดประกายของนักสร้างหนังมากมายในยุคต่อๆมาอีกมากมาย. มาถึงยุคปัจจุบัน คงจะมีเด็กรุ่นใหม่ๆอยู่น้อยคน จะรู้จักว่า Super 8 คืออะไร?. เมื่อประมาณสักปีที่แล้ว ในอินเตอร์เน็ตเอง ก็มักจะได้เห็นได้ยินคำว่า Super 8 แว่วๆแว่บๆ ผ่านไปผ่านมาอยู่บ่อยครั้ง จนกระทั่งพอจะรู้ว่า “Super 8” ที่ว่านี้ ก็คือชื่อหนังเรื่องใหม่ที่มีชื่อของ J.J.Abrams กับ Steven Spielberg มาเกี่ยวพันด้วย ก็พอจะเดาได้เลยว่า มันน่าจะต้องเกี่ยวกับหนังในยุค 80s ที่น่าจะเป็นหนังที่ดูมาจากความชอบส่วนตัวๆประมาณนึงของผู้กำกับแก๊งค์นี้แน่ๆ. ก่อนจะเข้าไปดู “Super 8” มีหลายเสียงจากนักวิจารณ์เมืองนอก สับแหลกเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้พอสมควร.. ก็แปลกใจอยู่นะ…

บทเรียนสอนคุณค่าของเวลา Groundhog Day และ Source Code

ย้อนกลับไปสักสิบกว่าปีก่อน สมัยสักมัธยม จะชอบไปร้านเช่าวีดีโอแถวโรงเรียนมากๆ เดินผ่านเป็นไม่ได้เลย ขอโฉบๆดูหน่อยว่ามีหนังอะไรบ้าง ยุคนั้นการแนะนำหนังจะถูกบอกผ่านมาจากเพื่อนๆเป็นส่วนใหญ่ แมกกาซีนก็มี “Entertain” และ “Starpics” เป็นที่พึ่ง อยู่ๆมาวันนึงก็ได้ยินพี่คนนึงเล่าเรื่องย่อของหนังที่ว่าด้วยเรื่องของผู้ชายที่เข้าไปพักในเมืองๆนึง เมื่อตื่นนอนขึ้นมาก็พบว่าเหตุการณ์มันซ้ำกันทุกๆวัน ซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้น จนผู้ชายคนนี้เวลามากพอจะหัดเล่นเปียโนได้…  นั่นคือสิ่งที่ได้ยินจากปากพี่คนนั้น ไม่น่าเชื่อว่าพล็อตหนังเรื่องนั้นวนเวียนๆอยู่ในหัวอยู่นาน จนกระทั่งวันนึงก็สามารถหา DVD หนังเรื่องนั้นเจอ หนังเรื่องนั้นก็คือ Groundhog Day หนังโรแมนติกคอมมาดี้แสนจะแปลกประหลาดเมื่อปี 1993 นำแสดงโดย Bill Murray และเมื่อได้เปิดดูหนังที่วนเวียนอยู่ในหัวเรื่องนี้มาหลายปีจริงๆ มันก็ยอดเยี่ยมอย่างที่จินตนาการเอาไว้ ช่างน่ารักน่าชัง อิ่มอย่างบอกไม่ถูก Groundhog Day เป็นประเพณีเก่าแก่ของเมือง Punxsutawney Phil ในรัฐ Pennsylvania ของอเมริกา โดยทุกวันที่ 2 กุมภาพันธ์ของทุกปี เค้าจะเอาตัวตุ่นมาพยากรณ์อากาศ โดยจะดูว่ามันออกจากโพรงหรือไม่ ถ้าออกจากโพรงแสดงว่าฤดูหนาวหมดลงแล้ว แต่จริงๆประเพณีนี้ออกจะเป็นการเล่นสนุกซะมากกว่า แล้วจะการที่หนังเรื่อง Groundhog Day เอาประเพณีเล็กๆน่ารักๆนี้มาเล่น ทำให้มันมีชื่อเสียงออกไปไกล หลายๆเมืองก็เล่นบ้าง เป็นอย่างนั้นไป ว่ากันที่ตัวหนังดีกว่า…

Brothers รอยตำหนิของมนุษย์

วันก่อนได้ดูรายการนึงทางช่อง 3 ซึ่งแขกรับเชิญเป็นพ่อแม่ดาราที่เอาลูกตัวเองออกมาโชว์กัน เพื่อให้เข้ากับวันเด็ก ในรายการวันนั้นทำให้ได้เห็นอะไรที่แตกต่างกันออกไปของสังคมอย่างมาก วิธีการเลี้ยงลูก การเติบโตที่ต่างกัน เชื่อว่าบางคนคงเดาไม่ยากว่าแต่ละบ้านเลี้ยงลูกกันยังไง และโตไปเด็กจะมีความคิดแบบไหน บางคนก็เชื่อว่าลูกจะต้องดูแลตัวเองให้ได้ รวมไปถึงดูแลคนรอบข้างให้ได้ บางคนก็เชื่อว่าลูกเป็นยังไงก็ให้เค้าเป็นเถอะ มันจะซน มันจะเรียนไม่ได้เรื่อง ก็ช่างมัน บางคนก็เชื่อว่าลูกจะต้อง Perfect เก่ง ดีไปเสียทุกอย่าง เพราะเชื่อว่านี่จะเป็นอาวุธในการกระเสือกกระสนอยู่บนยอดเขาของการแข่งขันให้ได้  บางครั้งก็เหนื่อยแทนเด็กสมัยนี้ที่ต้องทำอะไรมากมายที่ถูกสมมติว่าเป็นสิ่งที่ดี หรือ ถูกต้องในการอยู่ในสังคม ทั้งๆที่จริงๆแล้วการใช้ชีวิตเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆเวลาหนึ่งที่มนุษย์ควรกอบโกยในการ”ให้” ให้ได้มากที่สุด “Nobody is Perfect” ประโยคนี้ไม่มีวันตาย รอยตำหนิในโลกนี้มีอยู่ทุกหนทุกแห่ง นับตั้งแต่มนุษย์เกิดมาบนโลกนี้ ก็ไม่มีอะไรสักอย่างที่เท่ากัน หลายๆคนมักปักใจเชื่อในอัตตาของตัวเอง หรือบางครั้งก็เป็นอัตตาที่ถูกปลูกฝังจากคนในครอบครัว หรือคนรอบๆข้าง จนคิดว่าตัวเองนั้นไม่มีที่ติ และบางครั้งรู้ว่าตัวเองมีตำหนิแต่ต้องดำรงอยู่ให้ “Perfect” นั่นคงเป็นจุดเริ่มต้นของความไม่สงบสุขของมนุษย์ Jim Sheridan มีผลงานกำกับหนังเพียงไม่กี่เรื่องในชีวิต ทั้งๆที่อายุมากแล้ว เรียกว่าเป็นคุณลุงก็คงไม่ผิดเท่าไหร่ และคุณลุงจิมก็กำกับหนังจริงๆเมื่ออายุไม่น้อยแล้วด้วย (แกเล่นกำกับหนังเรื่องแรกก็ยุค 90s แล้ว) หนังเรื่องแรกที่เคยดูคุณลุงจิมกำกับเห็นจะเป็น In the name of the father…

Across The Universe ฉันจะขึ้นเรือดำน้ำสีเหลืองข้ามจักรวาลมาสู่ทุ่งสตอเบอรี่..แค่เราสอง

ตั้งแต่จำความได้ สมัยยังเป็นเด็กเบบี๋อยู่เลยนั้น ทุกๆเช้าจะมีเสียงเพลงจากแผ่นเสียงของพ่อดังอยู่เป็นเนืองๆ และยังดังต่อเนื่องไปทั้งวัน เพลงที่ไม่ว่าบ้านไหนๆ บรรดาพ่อๆมักจะเปิดกันเหมือนเป็นธรรมเนียมก็จะหนีไม่พ้น เอลวิส และ The Beatles โดยส่วนตัวแล้ว ไม่เคยอินไปกับเอลวิสเลย แม้ว่าเด็กๆจะถูกเปิดอัดกรอกหูสักเท่าไหร่ ฟังพ่อเล่าเรื่องเอลวิสจนนับไม่ถ้วน จนสงสัยว่าชื่อตัวเองนี่พ่อเอาไปเกี่ยวกับห้องอัดห้องแรกที่เอลวิสไปอัดเสียงหรือเปล่า ก็มันดันชื่อว่า Sun Studio ..หลอนจนโตมา ตูดันมีอาชีพทำเพลง เลยต้องใช้ชื่อห้องอัดตัวเองว่า Sun Studio อีก.. ด้วยความไม่อินนั้น พ่อก็เลยมีวงดนตรีจากฝั่งอังกฤษ หน้าตาดูเก๋ๆว่า The Beatles มากรอกหูให้ฟังแทน จำได้เมื่อครั้งแรกที่เห็นปกแผ่นเสียง คิดว่าคงไม่ใช่แผ่นอัลบั้มเต็มทั่วๆไป แต่คงเป็นแผ่น single สักเพลงนึง เป็นภาพกลุ่ม The Beatles นั่งอยู่ในห้องมืดๆ ดูดิบๆ ดูดบุหรี่กันอย่างเมามัน …  อิทธิพลของ The Beatles มีสูงมากต่อต่อมฟังเพลง จนต้องหามาฟังเอง เรียนรู้เรื่องราวของพวกเค้า ยิ่งรู้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งรู้สึกว่า The Beatles ช่างเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกนี้จริงๆ พ่อเองก็เคยบอกว่า The…

Midnight Cowboy ความรัก..เป็นสิ่งเดียวที่มนุษย์เหลืออยู่

จนป่านนี้แล้ว ข่าวทุกวันที่ยังเห็นๆกันอยู่ทุกวี่ทุกวัน การที่คนไทยด้วยกันแท้ๆ (แม่ง)ยังมานั่งทะเลาะกันเองทุกวัน อย่างกับเกิดกันมาคนละที่ หรือไม่ก็ญาติข้างพ่อคงฆ่ากันตายมาก่อน ที่วันนี้รู้สึกสลด แม้จะเป็นข่าวเล็กๆ ถ้าฟังผ่านๆก็อาจจะไม่คิดอะไร (เพราะชาชินซะแล้ว) ยายเนียมที่ทุกคนได้รู้จัก จากการแถลงอันเลื่องลือของนายกฯอภิสิทธิ์ เกิดป่วยหนักติดต่อมาหลายอาทิตย์ จนพบว่ายายเนียมป่วยเป็นมะเร็ง และยายเองก็ไม่รู้สึกตัวมาพักหนึ่งแล้ว หมอบอกว่ามีแต่อาการทรงกับทรุดเท่านั้น.. ที่น่าเศร้าคือ นายกฯตั้งใจว่าจะไปเยี่ยมยายเนียมที่โรงพยาบาลกลุ่มคนเสื้อแดงรู้ข่าวดังนั้น ก็พร้อมใจกันราวสองร้อยคน ไปปิดโรงพยาบาล เตรียมขับไล่นายกฯ … ลองจินตนาการดูว่าถ้ายายเนียมเป็นยายเรา แล้วมีไอ้กลุ่มอะไรสักกลุ่มมาปิดล้อมไม่ให้มาเยี่ยม…ไม่ต้องเป็นนายกฯหรอก เอาแค่ใครสักคนไปเยี่ยมยายเราที่กำลังจะตายไม่ได้ จะรู้สึกยังไง…? น่าเศร้าจริงๆที่ ความรัก ความดีงาม มันหมดไปจากประเทศนี้แบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ…? โจ บั๊ค หนุ่มคาวบอยบ้านนอกที่แบกความหวังเต็มเปี่ยม ทิ้งความลำบากของเท็กซัสดินแดนที่ห่างไกลไปสู่เมืองใหญ่อย่างนิวยอร์ค เพียงหวังว่าจะเจอทางลัดในชีวิต ทางลัดในเมืองที่มีแต่สาวรวยๆที่พร้อมจะทำให้เค้าสบายไปทั้งชีวิต การเดินทางด้วยความหวังมาสู่ดินแดนศิวิไลซ์ ฉากในนิวยอร์คที่วุ่นวายในยุคปลาย 60s ผู้คนขวักไขว่ ไม่มีใครสนใจใคร ตัดกับเพลงลูกทุ่งๆแบบใสซื่อ ที่ชื่อว่า “Everybody’s Talkin’ ” ของ Harry Nilsson “เหมือนทุกคนกำลังพูดกับฉัน แต่กลับไม่ได้ยิน จะมีก็แต่เสียงก้องดังอยู่ในหัว…ไม่ว่าใครก็เอาแต่จ้องมอง แต่ฉันกลับเหมือนมองไม่เห็นใคร จะมีก็แต่เงาในดวงตาเท่านั้นเอง.. ฉันเฝ้าแต่ตามหา ที่ไหนนะ…ที่แสงจากดวงอาทิตย์จะสาดส่อง ผ่านสายฝนที่โหมกระหน่ำ…

The Shining น่ากลัวกว่านี้ได้อีก…

ย้อนกลับไปสมัยยุค ‘80s นั้น ถ้าใครอายุรุ่นเดียวกับหนังแฟนฉัน (ไม่ใช่รุ่นเดียวกับดาราในหนัง..แต่หมายถึงในหนังอ่ะนะ ที่ปาเข้าไปสามสิบอัพ…) แล้วชอบดูหนังเป็นชีวิตจิตใจแล้วล่ะก็… ต้องยอมรับว่า เป็นยุคทองแห่งหนังสยองขวัญจริงๆ ซึ่งในสมัยนั้นถือว่าเป็นหนังเกรด บี ทุนต่ำ (หาดูได้จากร้านเช่าวิดีโอแถวบ้านเป็นหลัก โดยเฉพาะพวกวิดีโอก๊อปปี้ ยี่ห้อ National 120 หุๆๆ )จนเป็นกำเนิดของตัวละครอย่าง Freddy Krueger จาก Nightmare on elm street หรือ ที่คนไทยเรียกว่า”นิ้วเขมือบ” นั่นเอง (ชอบชื่อไทยมากเลย..เท่ห์จริงๆ) หรือ Jason แห่ง Friday 13th “ศุกร์ 13 สยอง” หรือจะเป็น ตุ๊กตาผี Chucky จากเรื่อง Child’s Play ก็ถือว่าสุดคลาสสิคมาก นอกจากตัวหนังเอง จะโด่งดังแล้ว ก็ทำให้เกิดผู้กำกับเจ๋งๆขึ้นมาอีกหลายคน ไม่ว่าจะเป็น Wes Craven ที่สร้าง Freddy ให้มาหลอกหลอนเด็กๆในยุค 80s…

Stranger Than Fiction เรากำลังถูกเขียนบทบรรยายชีวิต ระหว่าง สุขนาฎกรรมกับ โศกนาฏกรรม

รู้หรือเปล่า? เรามีเวลาเฉลี่ยในชีวิตประมาณ 4,000 สัปดาห์ หักการนอนออกราว 1,400 สัปดาห์ เหลืออีก 2,600 สัปดาห์ ยังไม่นับเวลาตอนเด็กๆ กว่ามันจะรู้ตัว กว่ามันจะจำความได้ และหักสัปดาห์ที่เราเรื่อยเปื่อย หักสัปดาห์ที่มันอกหัก หักสัปดาห์ที่งานยุ่งจนลืมทุกอย่าง หักสัปดาห์ที่เราป่วย … ฯลฯ ลองจินตนาการดูว่า “เวลาที่เราใช้ชีวิตเป็น ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข” จะเหลือสักเท่าไหร่ ? ” ชีวิตก็เหมือนหนังสือสักเล่มหนึ่ง” แต่คัดเฉพาะHi-light ออกมาแล้ว เหลือความยาวแค่พอให้คนสักคนอ่านมันจบได้และความยาวที่คนอ่านได้นั่นแหล่ะ.. คือช่วงชีวิตจริงๆของคนสักคน “Life is the crummiest book I ever read.” คือประโยคเริ่มต้นของ Stranger Than Fiction!! Harold Crick ชายหนุ่มเจ้าหน้าที่สรรพากรที่หมกมุ่นกับตัวเลขอย่างจริงจัง เขาคำนวณทุกอย่างในการใช้ชีวิตของเขาด้วยตัวเลข เขาแปรงฟันทั้ง 32 ซี่ด้วยการนับจำนวน 76 ครั้ง โดยแปรงขึ้นลง 38 ครั้ง และแปรงไปหน้าและหลังอีก…

Cocoon สังขาร.. ไม่เที่ยง

written for Hamberger ( DVD Review ) 6 Oct’06 คุณเคยคิดเล่นๆมั้ย ? ถ้าวันหนึ่งที่คุณจะต้องมีอายุ 70 .. ชีวิตคุณจะเป็นอย่างไร ชีวิตคุณจะยังต้องการอะไรอีก? งานดีๆ .. หรือจะเป็นบ้านหลังใหญ่ รถหรูๆ หรือว่าจะไปทัวร์ยุโรปสักทริป เดินช้อปปิ้งที่ลอนดอน แล้วก็ไปปีนเขา Everest กันดีล่ะ.. ในยุค 80s’ เป็นยุคเฟื่องฟูของหนัง Cult หนังเกรดบี หนัง Sci-Fi ที่มักจะนำเสนอเรื่องราวของ ผีๆ ( อย่าง Freddy Krueger ใน A Nightmare on Elm Street หรือ เจ้า Chucky ตุ๊กตาผีแสบๆ จากเรื่อง Child’s Play ต่างก็ถือกำเนิดกันในช่วงนี้ ) หรือ เรื่องราวประหลาดๆ…

The Weather Man ความยุ่งยากกับความถูกต้องเป็นสิ่งเดียวกัน

written for Hamberger ( DVD Review ) 13 Aug’06 15.04 น. จากออฟฟิศบนถนนลาดพร้าวที่แสนจะวุ่นวาย.. เมื่อภาระหน้าที่ของวันนี้สิ้นสุดลง ความเซ็งก็แปรสภาพเป็นความรื่นรมย์ วันศุกร์แบบนี้.. สิ้นเดือนแบบนี้ เงินเดือนที่เพิ่งจะเข้ามาอยู่ในบัญชีสดๆร้อนๆ.. ควรจะถูกแปรสภาพเป็นความสุขที่มาหล่อเลี้ยงหัวใจเฉาๆของมนุษย์ในเมืองอย่างเรา .. ข้าวอร่อยๆสักมื้อ .. ร้านเค้กนุ่มๆ ชาอุ่นๆ .. หรือ หนังดีๆสักเรื่อง ทันใดนั้น คำว่า “ สยาม ” ก็ผุดเข้ามาในหัว อย่างน่าสนใจ ว่าแต่..จะไปรถไฟฟ้าหรือขับรถไปดีล่ะ.. จากการคาดคะเน พบว่า ท้องฟ้าแจ่มใส และคนยังไม่พลุกพล่านนัก น่าจะขับรถไปได้สบายๆ.. Dave ชายที่เปลี่ยนชื่อสกุลจาก Spritzel เป็น Spritz เพื่อให้เข้ากับงาน .. เป็นคนรายงานพยากรณ์อากาศที่ไม่ได้เรียนจบเอกอุตุฯ .. อารมณ์เสียทุกครั้งที่แฟนรายการมาถามถึงดินฟ้่าอากาศว่าจะเป็นอย่างไร .. มีพ่อที่กำลังป่วยใกล้ตาย โดยที่ยังไม่ทันเห็นความสำเร็จของเขา.. และ มักโดนปา Big…