Kodak ปลุกผีกล้องฟิล์ม Super 8 ในงาน CES 2016

Jeff Clarke ซึ่งเป็น CEO คนปัจจุบันของ Kodak ออกมาโชว์สินค้าที่สวนทางกับทุกสิ่งอย่างในงาน CES 2016 ปีนี้ ที่ปกติแล้วใครๆก็มาโชว์นวัตกรรมที่มันล้ำๆสุดยอดกันทั้งนั้น แต่สำหรับ Kodak กลับโชว์ในสิ่งที่คนรักฟิล์มทั่วโลกต้องตะลึง เมื่อบริษัทเตรียมวางจำหน่ายกล้องถ่ายหนังฟิล์ม 8mm. Kodak Super 8 Camera ซึ่ง Super 8 ดั้งเดิมนั้น เคยวางจำหน่ายเมื่อ 50 ปีที่แล้ว โดยคอนเซปของ New Super 8 นี้มันคือการเอาฟังก์ชั่นต่างๆที่ดิจิตอลยุคนี้ไปรวมกับความเป็นอนาลอค ไม่ว่าจะตัวเลนส์ที่เปลี่ยนได้ , มีไมค์ที่สามารถต่อเข้าตรงกับกล้องได้ , จอภาพแสดงผลดิจิตอล, พอร์ตต่างๆที่รองรับไปดิจิตอลได้ ฯลฯ Jeff บอกว่า รายได้จากธุรกิจฟิล์มของ Kodak ปัจจุบันอยู่ที่ 10% ของธุรกิจทั้งหมดของบริษัท  แม้จะไม่ใช่สัดส่วนใหญ่ แต่มันคือแก่นแท้ที่ Kodak พยายามรักษาไว้เสมอ เขาเชื่อว่าจากการที่เหล่าผู้กำกับชั้นแนวหน้าหันมาช่วยผลักดันธุรกิจฟิล์มในช่วงปีสองปีมานี้อย่างหนักหน่วง จนเชื่อว่าน่าจะกลับมาทำกำไรได้ในปีนี้ (อ่านข่าว CEO ของ Kodak ขอบคุณ Star Wars ทำธุรกิจฟิล์มกำไรอีกครั้ง)…

“ฟิล์มยังไม่ตาย” ยังอยู่ได้ เพราะดิจิตอล?

  วันก่อนเห็นข่าวที่คนไปต่อแถวซื้อกล้อง Fujifilm ในงานกล้องงานหนึ่งที่กำลังฮิตสุดๆอย่าง X-A2 กัน ลอยเข้ามาใน Feed  ถือเป็นปรากฏการณ์กล้องดิจิตอล Fujifilm ที่ขายดีแบบระเบิดระเบ้อ ตั้งแต่เปิดตัว X-Pro เมื่อหลายปีก่อน ลากมาถึงซีรี่ย์ X100 ลากมาถึงล่าสุด X-A2 ที่พูดถึง มันกลายเป็นกล้องประจำตัวของเด็กวัยรุ่นไทยวันนี้ไปแล้ว เรียกว่าไปไหนก็มีแต่เด็กๆห้อยคอกันแทบทุกคน เราเลยนึกถึงปรากฏการณ์นี้ว่า จริงๆมันเป็นการพึ่งพากันไปมาระหว่างโลกสองโลกนะ ทั้งอนาลอค และ ดิจิตอล นอกจากดิจิตอลจะพึ่งพาความเป็นอนาลอคแล้ว ในทางกลับกันเอง กล้องฟิล์มก็ได้พลังส่งจากจุดนี้ ทำให้ฟิล์มมันอยู่รอดท่ามกลางโลกที่มีแต่เทคโนโลยีล้ำๆกันไปได้ มันพึ่งพากันยังไง? ถ้านึกย้อนกลับไปหลายปีก่อนหน้านั้นไป Instagram โซเชียลที่สร้างพฤติกรรมใหม่ให้กับคนยุคนี้ ด้วยการสื่อสารด้วยรูปภาพแทนคำพูด (ถึงแม้ว่าคนไทยจะสามารถใช้มันเป็นเครื่องมือขายครีม ขายของออนไลน์ไปได้ ฝรั่งคงจะงงว่ามึงมาถึงจุดนี้ไม่ยังไง?) จุดหนึ่งที่มันทำให้ Instagram ฮิตติดลมไปได้ ก็คงต้องยกความดีให้กับเอฟเฟคแบบกล้องโพลารอยด์ , Square Format แบบกล้อง Medium Format ฯลฯ ถือเป็นการดึงเอาเสน่ห์ของกล้องฟิล์มมาใช้ได้ถูกจริตคนมาก หรือแม้แต่การมาของแอพ , Plugins ที่ชื่อว่า VSCO เรียกว่าใช้เสน่ห์คล้ายๆกับที่…

มาดูผลสำรวจล่าสุดจากคนรักฟิล์มกว่า 70 ประเทศทั่วโลกกันดีกว่า

  ตั้งแต่ปลายปี 2014 ILFORD มีการทำโพลสำรวจว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างกับโลกวันนี้สำหรับช่างภาพที่รักการถ่ายรูปด้วยฟิล์ม ซึ่งผลสำรวจนั้นก็ได้ถูกสรุปออกมาเป็นที่เรียบร้อย ILFORD ได้ชื่อว่าเป็นบริษัทที่คนรักฟิล์มทุกคนรู้จักกันดี ด้วยผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่าครบที่สุดในโลกของช่างภาพอนาลอค ไม่ว่าจะเป็นฟิล์ม , น้ำยาล้างฟิล์ม , กระดาษอัดภาพ ฯลฯ โพลนี้ได้เริ่มทำการสำรวจตั้งแต่ปลายปี 2014 กับช่างภาพที่ใช้ฟิล์มหลายพันคน มากกว่า 70 ประเทศทั่วโลก จากผลสำรวจนี้ เป็นความหวังของคนรักฟิล์มว่าจะยังเติบโตขึ้นได้เรื่อยๆ เพราะ 30% หรือ 1 ใน 4 ของคนที่ได้ทำการสำรวจ อายุต่ำกว่า 35 ปี ซึ่งถือได้ว่าเป็นคนรุ่นใหม่ และในกลุ่มนี้ ประมาณคร่าวๆว่า 60% ใช้ฟิล์มถ่ายรูปมาอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 5 ปี จุดเริ่มส่วนใหญ่ของคนกลุ่มนี้คือ การได้กล้องฟิล์มเป็นของขวัญจากเพื่อน หรือคนในครอบครัว และจำนวนไม่น้อย เพิ่งได้เคยสัมผัสกล้องฟิล์มเป็นครั้งแรก แม้ว่าร้านล้างฟิล์ม หรือฟิล์มหลายๆตัวจะเลิกผลิตแล้วก็ตาม กล้องที่ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ที่ถูกสำรวจคือ Canon , Nikon , Mamiya และ Pentax โดยส่วนใหญ่หาซื้อจากใน eBay อีกทั้งคนเหล่านี้ก็ศึกษาเอาเองโดยไม่มีการสอนจากที่ไหนมาก่อน…

Hollywood กับการต่อลมหายใจเฮือกใหญ่ให้กับฟิล์ม Kodak

แปลข่าวจาก www.democratandchronicle.com ข่าวเมื่อวานนี้ ( 4 กุมภาพันธ์ 2558 ) Kodak ออกมาประกาศว่า ทางบริษัทได้ทำสัญญาการผลิตฟิล์มภาพยนตร์ให้กับ 20th Century Fox, Warner Bros. Entertainment, NBC Universal, Sony Pictures, Walt Disney Co., และ Paramount Pictures ซึ่งมีผลทำให้ Kodak สามารถดำเนินกิจการโรงงานผลิตฟิล์มได้ต่อเนื่องในปีนี้ Chris Veronda ซึ่งออกมาแถลงข่าวของทาง Kodak ยังไม่แจกแจงรายละเอียดของสัญญาว่าการผลิตมีจำนวนเท่าไหร่ และสัญญายาวนานเท่าไหร่ แต่อย่างน้อยเป็นการการันตีว่า Kodak มีแผนงานที่ต้องผลิตฟิล์มถ่ายภาพยนตร์อย่างต่อเนื่องในปีนี้อย่างแน่นอน ซึ่งเป็นผลจากการเจรจาเมื่อกลางปีก่อนกับค่ายภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่ทั้งหลาย เดิมที จำนวนคนงานในโรงงานผลิตฟิล์มของ Kodak มีกว่าหลายพันคน แต่เมื่อปีที่แล้วนี้มีเพียงไม่กี่ร้อยคน ซึ่งไม่สามารถลดจำนวนลงได้กว่านี้ ถ้ายังต้องดำเนินกิจการต่อไป บริษัทผลิตรายการทีวีและภาพยนตร์ ถือว่าเป็นหัวใจหลักของการดำเนินธุรกิจผลิตฟิล์มของ Kodak ด้วยจำนวนการใช้งานที่มหาศาลของทีวีและภาพยนตร์ และแน่นอนว่ามันจะส่งผลไปถึงการทำธุรกิจของ Kodak Alaris ซึ่งดูแลการจำหน่ายฟิล์มถ่ายภาพให้กับช่างภาพทั่วๆไป และงานปริ๊นท์ต่างๆ “การทำสัญญาครั้งนี้ คือการต่อลมหายใจให้กับวงการฟิล์มไปอีกหลายปี”…

กว่า100ปี แห่งยุคฟิล์มอนาลอค : บทสัมภาษณ์ FILM FERRANIA ประกาศแผนการกลับสู่สังเวียน

ตลกดีที่เมื่อวานเพิ่งจะเรียบเรียงเป็นบทความ “ถึงคราวปลุกชีพโรงงานฟิล์มระดับตำนาน Ferrania” เสร็จ  เพราะเพิ่งจะมีการเข้าโปรเจค Kickstarter เพื่อนำฟิล์ม Ferrania แบรนด์ระดับโลกที่อายุเฉียด 100 ปี กลับเข้าสู่กระบวนการผลิตขายจริงสักที มาวันนี้ก็มีบทความต่อเนื่องของ Dylan & Sara ซึ่งอาทิตย์ก่อนเราเพิ่งแปลที่เขาสัมภาษณ์ผู้ก่อตั้ง CineStill ไป ( ย้อนกลับไปอ่านได้ในบทสัมภาษณ์  อนาคตของฟิล์มถ่ายรูป : สัมภาษณ์ CineStill บริษัทฟิล์มหน้าใหม่ไฟแรง ) บทสัมภาษณ์ต่อเนื่องอาทิตย์นี้ก็เลยเป็นเรื่องของฟิล์ม Ferrania โดย Dylan เขาสัมภาษณ์ Dave Bias หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง ไม่สิ..ผู้ร่วมปลุกชีพ Ferrania ขึ้นมาใหม่ โดย Dave Bias ปกติแล้วทำหน้าที่ในทีมเป็นผู้ผลักดันด้านการขายของ Ferrania ให้เกิดขึ้น โดยมีออฟฟิศอยู่ในอเมริกา ก่อนจะอ่านบทสัมภาษณ์นี้ อยากให้ลองกลับไปอ่านบทความ “ถึงคราวปลุกชีพโรงงานฟิล์มระดับตำนาน Ferrania” ที่เราเพิ่งเขียนไป จะได้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ในสมัยก่อนของโรงงาน Ferrania น่าสนใจมากๆ จะทำให้การอ่านบทสัมภาษณ์นี้ เข้าใจและสนุกมากขึ้นด้วย เอาล่ะไม่รอช้า มาอ่านบทสัมภาษณ์ของทีม Ferrania…

ถึงคราวปลุกชีพโรงงานฟิล์มระดับตำนาน Ferrania

  ช่วงนี้ข่าวการปลุกวงการฟิล์มขึ้นมาใหม่ มีอย่างต่อเนื่องจนตื่นเต้น น่าจะเป็นสัญญาณที่ดีกับคนรักฟิล์มอย่างเราๆนะ มีคนเก่งๆมากมายทั่วโลกช่วยกันสร้างมันขึ้นมาใหม่ เลยถือว่าปีนี้เป็นปีที่ครึกครื้นของวงการฟิล์มมากเลย ข่าวสัปดาห์นี้ต้องยกให้กับข่าวการเปิดโปรเจคสำคัญของ Ferrania บริษัทฟิล์มในตำนานจากอิตาลีที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเกือบ 100 ปี ซึ่งก่อนหน้านี้มีการปลุกชีพขึ้นมาอย่างเป็นทางการไปเมื่อปีที่แล้ว แต่คราวนี้เป็นความคืบหน้าครั้งใหญ่ เพราะมันกำลังถูกระดมทุนเพื่อเข้าสู่สายการผลิตจริง!! Ferrania ถือได้ว่าเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการฟิล์มเมื่อเกือบ 100 ปีที่แล้ว สมัยก่อน Ferrania ผลิตฟิล์มเป็นที่นิยมมากๆในอิตาลี ทั้งฟิล์มถ่ายรูป และฟิล์มถ่ายภาพยนตร์ ไม่ต่างกับ Kodak ที่กลายเป็นของสามัญประจำบ้านคนอเมริกัน Ferrania ก็คือขวัญใจของคนอิตาลีและยุโรปเช่นกัน โรงงาน Ferrania จริงๆแล้วเริ่มต้นหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยผันตัวเองจากโรงงานผลิตระเบิดตอนสงครามมาผลิตฟิล์มถ่ายหนัง เนื่องจากสมัยก่อน สารเคมีที่ใช้ทำระเบิดกับฟิล์มถ่ายหนังใกล้เคียงกัน โดยใช้ชื่อว่า FILM Ferrania Ferrania ผลิตฟิล์มจนได้รับความนิยมหลายๆตัว เช่น Ferraniacolor ฟิล์มสีที่ได้รับความนิยมมากในสมัยก่อน หรือฟิล์มขาวดำที่เป็นส่วนหนึ่งในงานระดับมาสเตอร์พีซของศิลปินหลายๆคน ในปี 1964 เจ้าของ Ferrania ขายบริษัทต่อไปให้กับบริษัทอเมริกันที่ทกคนรู้จักดี นั่นคือ 3M จนกระทั่งปี 1996 Ferrania ถูกโอนไปสู่บริษัท…

อนาคตของฟิล์มถ่ายรูป : สัมภาษณ์ CineStill บริษัทฟิล์มหน้าใหม่ไฟแรง

วันนี้งดเขียนเองหนึ่งวัน หันมาแปลบทความนี้ น่าสนใจมากๆนะ บทสัมภาษณ์เจ้าของบริษัท CineStill บริษัทฟิล์มหน้าใหม่ในโลกยุคที่คนถ่ายดิจิตอลกันหมด… นอกจากจะพัฒนาฟิล์มสีจากฟิล์มถ่ายหนังแล้ว ล่าสุดก็เพิ่งจะออก CineStill BWXX ฟิล์มขาวดำจากฟิล์มถ่ายหนัง ยัง..ยังไม่พอ กำลังทำโปรเจคฟิล์มสีจากฟิล์มหนังที่เป็นฟอร์แมต 120 สำหรับกล้อง Medium Format อีก!!  เค้าคิดยังไง? มีมุมมองต่อวงการนี้ยังไง? คิดว่าคนที่สัมภาษณ์เค้าคงจะสัมภาษณ์ต่ออีกหลายคน ลองแปลมาให้อ่านกัน ตกหล่นยังไงขออภัย  อนาคตของอุตสาหกรรมฟิล์ม : สัมภาษณ์ CineStill บริษัทฟิล์มหน้าใหม่ของวงการ แปลจาก The Future of Film : An Interview with CineStill บทสัมภาษณ์โดย Dylan & Sara     ผมเริ่มมองเห็นอนาคตของฟิล์มนะ มันเริ่มกลับมาอีกครั้ง ในช่วงหลายๆสัปดาห์ต่อจากนี้ ผมจะได้สัมภาษณ์บริษัทต่างๆที่มีบทบาทสำคัญมากกับการผลักดันอุตสาหกรรมฟิล์มถ่ายรูปให้เดินไปข้างหน้าอีกครั้ง ในขณะที่บริษัทผู้ผลิตฟิล์มยักษ์ใหญ่ลดการผลิตลง แต่คนเหล่านี้กลับผลิตมันมากขึ้น! พัฒนาฟิล์มตัวใหม่ๆ ผลิตกล้องฟิล์มใหม่ๆ ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับฟิล์มมากขึ้น! ในสัปดาห์นี้ ผมจะเริ่มที่…

กล้องฟิล์มกับวัยรุ่นไทย จะยืนยาว หรือชั่วคราว?

  ยืนตรง สะพายกล้องฟิล์ม สาวใส่เสื้อยืด Mary is Happy หนุ่มใส่เชิ้ตติดกระดุมบน สาวๆถ่ายแสงแดดอ่อนๆ ดอกไม้และขนมเค้กจากมุมบน ถ่ายรูปดอกไม้ให้ย้อนแสง หนุ่มก็ถ่ายสาวๆที่กำลังถ่ายรูปอีกที ..  นี่อาจจะเป็นคำอธิบายภาพสั้นๆ เกริ่นนำของวัยรุ่นไทยกับกล้องฟิล์มในวันนี้.. เมื่อช่วงปลายเดือนธันวาที่ผ่านมา เรา คุณภรรยา และเพื่อน และน้องเพื่อน ตัดสินใจเดินทางไปทริปญี่ปุ่นแบบตะลอนๆทางภาคอีสานของญี่ปุ่น ยาวๆ 12 วัน ระยะทางประมาณ 1,600 กิโลฯ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เรากำลังอินกับกล้อง Mirrorless ที่ขนเอาเลนส์เก่ายุค ‘60s ไปแบบเต็มที่ ซึ่งก็สนุกสนานดีตลอดการเดินทาง ได้ภาพมานับพันรูป แน่นอนว่าถ้าเป็นฟิล์มคงล้มละลายไปแล้ว แต่คุณภรรยาก็พกเอา Olympus Pen EE ปี 1962 พร้อมฟิล์มอีก 3 ม้วนไปถ่ายกันเล่นๆ ตลอดทางที่เราเดินทางไปหลายจังหวัดนั้น จุดที่จะต้องแวะแบบนับครั้งไม่ถ้วนเลยก็คือมินิมาร์ท ไม่ว่าจะ Family Mart หรือ Lawson เพราะเป็นที่เดียวที่จะเข้าห้องน้ำได้ตลอดเวลา เข้าหลายที่มาก และหน้าตาเหมือนกันจนงงว่า เฮ้ย..กูย้อนกลับไปที่เดิมหรือเปล่าวะ…

Google+ คือ Platform ที่ควรจะเป็นของโลกวันนี้? (+1 )

เหตุการณ์โกลาหลในแวดวงบรรดาขาไอทีทั้งหลายในรอบวันสองวันนี้ คงหนีไม่พ้นการขอ Invite Google+ บริการใหม่ที่ Google เปิดให้ทดลองใช้ในวงจำกัด หลายๆคนจำกัดความมันว่า Facebook โคลนนิ่ง หรือ Facebook Copy หรือ Facebook ลูกผสม Twitter อะไรก็แล้วแต่ แม้แต่ Google เอง แกยังไม่มีคำจำกัดความชัดๆตัวเองเลย ( หรือใครรู้ช่วยบอกที? ) เอาเป็นว่า หลายคนมองว่ามันคือ Social Network ที่โคตรเหมือน Facebook ละกัน แต่ว่าสำหรับเราน่ะ เรามองว่า มันคือ “Platform” ในโลกวันนี้ที่ควรจะเป็นมาตั้งนานแล้ว คำว่า “Platform”  เนี่ย เราไม่รู้ว่าในเชิงไอที มันต้องมีความหมายเชิงลึกว่าอะไร เพราะไม่ใช่ กูรู แต่เราแปลว่า “สิ่งที่คนต้องใช้เป็นพื้นฐาน” เช่น ถ้าวันนี้ นางสาว A ตื่นเช้ามา เปิดโน้ตบุ๊ค แล้วทันใดนั้น ก็เปิดเข้า Facebook…

Apple จะเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมเพลงโลกด้วย iTunes in Cloud อีกครั้ง?

เมื่อคืนนี้ ทุกคนอาจจะตื่นเต้นกับ OSX Lion หรือไม่ก็ iOS 5 นะ. Apple มักจะทำอะไรหวือหวาได้ตื่นตาตื่นใจเสมอ แต่อะไรพวกนี้น่ะ.. Apple สร้างมันขึ้นมาแบบไม่เกินที่คาดคิดได้ว่า “ยังไงต้องล้ำเสมอ” แล้วพวกเราก็จะดั้นด้นไปซื้อกันมา หามาใช้กันจนได้ จนเป็นเรื่องปกติ. แต่ประเด็นที่ WWDC ครั้งนี้ มีสิ่งที่ทำให้อุตสาหกรรมหนึ่งเปลี่ยนทิศทางได้ อันนี้สำคัญกว่ามาก. ที่จะพูดถึงก็คือติ่งเล็กๆติ่งหนึ่งของ iCloud. iCloud อาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่ของตลาด Apple เองก็เคยทำมาแล้วและไม่ฮิตเท่าที่ควร อาจจะด้วยมาเร็วไป.. ใช้ยากไป.. ราคาแพงไปก็แล้วแต่ แต่วันนี้ Cloud-Based Service เกิดขึ้นมากมายบนโลก กลายเป็นเทรนของคนวันนี้โดยไม่รู้ตัว ที่วันนี้มันฮิตมากๆก็คงหนีไม่พ้น Dropbox ด้วยความที่มันใช้ง่าย, เข้าใจง่าย แล้วมันก็มาถึงเวลาของตลาดพอดี. เมื่อ Demand ในตลาดเกิดขึ้นมาก และโลกของ IT เปลี่ยนไปครั้งใหญ่ Internet เร็วพอจะไม่ต้องเสียเวลามานั่งโหลดอะไรก็ตาม ในอนาคตเราอาจจะไม่จำเป็นต้องมี HDD ในเครื่อง เจ้าของสินค้าก็ลดต้นทุนไป ต่อไป Kindle…

Ukulele กระแสคริสปี้ครีมใหม่ของวัยรุ่นไทย จะอยู่ได้สักแค่ไหน

ถ้าบังเอิญคนที่อายุเลยเกณฑ์เดินสยามไปนานแล้ว ดันมีเหตุต้องแวะเวียนไปแถวนั้น ทั้งสยามสแควร์ พารากอน ดิจิตอลเกทเวย์ อะไรก็ว่าไป จุดไหนก็ตามที่มีวัยรุ่นไทยสิงสถิตย์อยู่ ก็อาจจะได้พบกับกระเป๋าใส่กีตาร์ตัวเล็กๆอยู่ตามหลังของวัยรุ่นไทยหลายๆคน จนสับสนว่า นี่เป็นเครื่องดนตรี หรือเป็นเครื่องประดับเทรนใหม่กันแน่ ไม่ต้องแปลกใจไป.. นั่นเค้าเรียกว่า อูคูเลเล่ (Ukulele) เครื่องดนตรีประจำเกาะฮาวาย เอ๊ะ..แล้วทำไมอยู่ๆถึงได้มาอยู่บนหลังวัยรุ่นไทยมากมายได้เพียงนี้ มากมายขนาดไหน บางคนอาจจะต้องตกใจ ถ้าวันดีคืนดีได้เดินผ่านชั้น 2 ดิจิตอลเกทเวย์ แล้วอาจจะเห็นเด็กวัยรุ่นต่อคิวยาวกันเป็นร้อยคนเพื่อรอซื้อเจ้าอูคูเลเล่นี่แหล่ะ ไม่น่าเชื่อ!! ไม่ใช่คริสปี้ครีมนะ แล้วเจ้าอูคูเลเล่นี่มันมีดีอะไร? ทำไมเด็กไทยต้องเห่อกันได้ขนาดนี้นะ วันนี้จะมาเล่าให้ฟัง อูคูเลเล่ (Ukulele) เป็นเครื่องดนตรีจากเกาะฮาวาย คำแปลก็แสนจะประหลาด แปลว่า เห็บกระโดด หรือ Jumping Flea เหตุผลก็เพราะว่าการเล่นอูคูเลเล่ นิ้วมันต้องกระโดดไปมาคล้ายเห็บ หน้าตามันก็คล้ายๆกีตาร์ แต่ตัวมันเล็กจิ๋ว แถมมีสายแค่ 4 สายเท่านั้น และสายเนี่ย ก็เป็นสายประเภทไนล่อน แต่สมัยโบราณดั้งเดิมเค้าทำมาจากไส้แพะ (Gut) ว่ากันว่า กำเนิดของมันมีมาครั้งแรกตอนปี 1879 โดยพัฒนามาจากเครื่องดนตรีของชาวโปรตุเกส รูปร่างคล้ายๆกีตาร์ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา อูคูเลเล่ก็กลายเป็นเครื่องดนตรีประจำเกาะฮาวายไปเลย ใครไปท่องเที่ยวที่นี่ก็จะเห็นว่ามีอูคูเลเล่ขายมากมาย ตั้งแต่เป็นของที่ระลึกราคาถูก ยันระดับโปรราคาเป็นแสนๆ…

ตลาดเพลงของโลก ร้อนแรง เมื่อ Spotify รุ่นเล็กไฟแรง ท้าชิง iTunes รุ่นใหญ่เฮฟวี่เวท

ตลาดเพลงของโลก ร้อนแรง เมื่อ Spotify รุ่นเล็กไฟแรง ท้าชิง iTunes รุ่นใหญ่เฮฟวี่เวท มุมแดง เฮฟวี่เวทรุ่นใหญ่ 10 ปีแล้วที่ Steve Jobs ไม่ใช่แค่ผู้เปิดตำนานคอมพิวเตอร์นามว่า Apple ให้โลกรู้เท่านั้น แต่ผู้ชายคนนี้ ยังถือได้ว่าเป็นผู้มีบุญคุณต่อวงการเพลงของโลกนี้อีกด้วย ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น? ผมไม่มีการกล่าวเกินจริงเพื่อเยินยอแต่อย่างใด ( แม้ผมจะพยายามปฏิเสธความคลั่งไคล้ต่อแบรนด์ Apple ดั่งคนติดบุหรี่แต่ไม่ยอมรับก็ตาม ) แต่ถ้าเราย้อนกลับไปเมื่อปี 2001 ปีที่โลกได้รู้จักเครื่องเล่น MP3 ที่ขนาดเพียงแค่ใส่กระเป๋าเสื้อได้ ( ถึงจะเป็นการพยายามยัดลงไปก็เหอะ.. มันเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ต้องเข้าใจ ) มันสามารถบรรจุเพลงลงไปได้เป็นพันเพลง เจ้าเครื่องเล่นหูฟังสีขาว ที่กลายเป็นวัฒนธรรมแห่งโลกยุค 2000 นั่นก็คือ iPod Steve Jobs ให้กำเนิดมันพร้อมๆกับ iTunes โปรแกรมห้องสมุดเพลงส่วนตัว ที่เราๆทุกคนสามารถเอาเพลงจาก CD ที่ชื่นชอบ แปลงมันลงไปเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ของเราได้ ด้วยวิธีคิดที่มองการณ์ไกลอย่างมาก น้า…