Oskar Smolokowski ซีอีโอวัย 28 ผู้ชุบชีวิตกล้องฟิล์ม Polaroid ขึ้นมาใหม่

มันดูจะ “เป็นไปไม่ได้” เลย หลังจากการประกาศล้มละลายของ Polaroid เมื่อปี 2001 ว่าบนโลกนี้ผู้คนจะหันกลับมาใช้กล้องฟิล์ม Instant ของ Polaroid ได้อีกครั้ง เมื่อศตวรรษที่ 21 ได้เริ่มต้นขึ้นบนพื้นฐานของดิจิทัลทั้งหมด เดือนกันยายน 2017 อีก 16 ปีให้หลัง เหล่าคนรักกล้องฟิล์มทั่วโลกต้องตื่นเต้นที่ได้เห็นการฟื้นคืนชีพของแบรนด์กล้องที่ทรงอิทธิพลแบรนด์หนึ่งในอดีต แบรนด์ที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้คนในยุค ’70s ไม่เว้นแม้แต่กับ Steve Jobs ศาสดาแห่งโลกดิจิทัลยุคใหม่ และผู้ที่ออกมาประกาศการปลุกผีครั้งนี้ด้วยการถือกล้อง Polaroid OneStep 2 กล้องฟิล์มตัวล่าสุดอยู่นั้นคือ CEO เด็กหนุ่มชาวโปแลนด์วัย 28 ปี …เขาชื่อว่า Oskar Smolokowski แบรนด์ “Polaroid” มีคนหลงรักมันอย่างมากตลอดช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 20 ด้วยความล้ำของสินค้า ความสวยงาม ความคูลของตัวผู้ก่อตั้งและผู้ประดิษฐ์กล้อง Edwin Land ว่ากันว่าวิธีการเปิดตัวสินค้าเท่ๆของ Polaroid ที่น่าตื่นตาตื่นใจของเขา ก็คือต้นแบบให้กับ Steve Jobs ในการเปิดตัวสินค้าของ Apple…

โปรเจคของ Marius Hanzak ถ่ายภาพสี ด้วยฟิล์มขาวดำ!

Marius Hanzak นักศึกษาปีสุดท้ายของ The Cleveland College of Art and Design ที่ประเทศอังกฤษ ได้ทำการทดลองเรื่อง RGB Church Street หรือการทดลองถ่ายภาพสีด้วยฟิล์มขาวดำ! จากวิธีการที่ว่าฟิล์มสีทำงานยังไง มันประกอบไปด้วยชั้นเนื้อฟิล์มไวแสงที่ประกอบกัน 3 ชั้น แทนด้วยฟิลเตอร์ 3 ชิ้น 3 สีนั่นคือ แดง เบอร์ 25 , เขียว เบอร์ 58 , นำ้เงิน เบอร์ 47B แต่ละภาพจะต้องถ่าย 3 ครั้ง 3 ภาพ บนฟิล์มขาวดำ เฟรมที่ 1 ฟิลเตอร์สีแดง เฟรมที่ 2 ฟิลเตอร์สีเขียว เฟรมที่ 3 ฟิวเตอร์สีน้ำเงิน ซึ่งในขั้นตอนห้องมืด ฟิล์มแต่ละเฟรมจะใส่ไว้กับฟิวเตอร์แต่ละสี เขาใช้เครื่องอัดภาพแบบสีฉายลงไปบนกระดาษอัดสี จากนั้นนำทั้งสามภาพมาสแกนแล้วรวมกันใน Photoshop     ผู้สนับสนุนหลัก Husband & Wife Film Photography and Bookstore http://www.husbandandwifeshop.com

อย่าเล่นเลยกล้องฟิล์ม… ถ้า…

วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว… ตั้งแต่เราเริ่มเขียนบล็อกเกี่ยวกับกล้องฟิล์มมา มันก็น่าจะสัก 3 ปีได้ มันผ่านช่วงที่กล้องฟิล์มบูมสุดๆ แบบวัยรุ่นแทบทุกคนขวนขวายจะเล่นให้ได้ ทุกการประกาศขายกล้องฟิล์มมันจะถูกขายไปอย่างรวดเร็ว.. ณ วันนี้ กระแสนั้นมันก็จางไปมากพอสมควร ที่หลงเหลืออยู่ก็รู้สึกได้ว่าไม่มากเท่าช่วงที่พีคๆ เราเชื่อว่าคนที่รักกล้องฟิล์มหลายๆคนรอคอยเวลาที่ทุกอย่างเริ่มสงบลงนี่แหล่ะ.. เหตุผลก็คือ พวกเราไม่อยากให้คนที่อยากได้มันเพราะแค่กระแส ไม่ได้หยิบจับมันด้วยความรักจริงๆ ได้ครอบครองกล้องฟิล์มเท่าไหร่นัก เพราะคนไม่ได้รักมันจริงๆก็ทำให้แค่ซื้อมาแล้วก็ทิ้งๆขว้างๆ เสียดายของดีๆที่มันหายไป พังไป กล้องฟิล์มเป็นกล้องเก่าหลายสิบปีขึ้นไป มันต้องการการดูแลและคนที่เข้าใจมัน มันไม่ได้มีอะไรที่สามารถอำนวยความสะดวกให้กับเราได้เหมือนกล้องสมัยนี้… ออโต้โฟกัสรวดเร็วภายใน 0.001 วินาที หาโฟกัสได้เป็นร้อยจุด ตามติดลูกตาคนถ่าย ชาร์ตแบตด้วย USB ฯลฯ ไม่.. มันมองไม่เห็นด้วยซ้ำว่าภาพที่ถ่ายไปแล้วเป็นยังไง? แสงอาจจะรั่วเพราะสภาพที่เก่า หรือเลนส์อาจจะมีราขึ้น เราจะเห็นการปล่อยขายของกล้องฟิล์มทิ้งเต็มไปหมด บางคนซื้อไปไมเคยได้ถ่ายมันเลยสักครั้ง หรืออย่างมากก็ฟิล์มม้วนนึง นั่นเกิดจากกระแสที่มันเคยถูกพูดถึงเอามากๆแบบปากต่อปากกันไปจนใครๆก็อยากจะได้มัน “พี่คะ หนูอยากได้กล้องฟิล์ม ซื้อที่ไหนคะ?” นี่คือคำถามที่เราได้รับบ่อยที่สุด แม้ว่าช่วงหลังๆมานี้จะน้อยลงไปเยอะมากแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีมาอยู่เรื่อยๆ…  สิ่งที่เราแนะนำเสมอๆคือ พยายามหาข้อมูลให้มากที่สุดเท่าที่จะหาได้ก่อน กูเกิ้ลนั้นเป็นสิ่งที่โคตรอำนวยความสะดวกสำหรับคนอย่างเรา สะดวกเกินไปด้วยซ้ำเมื่อเทียบกับคนรุ่นๆเราในสมัยก่อนที่หาข้อมูลอะไรก็ยากเย็นเหลือเกิน ดังนั้น…วัยรุ่นก็ควรจะใช้มันได้ดีกว่าคนอย่างเราๆนะ เพราะข้อมูลไอ้ที่เรารู้จักกล้องฟิล์มทั้งหลายเนี่ย ก็ใช้กูเกิ้ลไม่ต่างกันหรอก อย่าเล่นเลยกล้องฟิล์ม… ถ้า… คุณอยากได้มันเดี๋ยวนี้ เร็วที่สุด…

แนะนำฟิล์มสีที่เราใช้บ่อย

เนื่องจากเราเป็นคนใช้ (หมายถึงใช้ฟิล์มนะ ไม่ใช่เป็นคนใช้ให้ไปถูบ้าน) และคนขาย #แฝงโฆษณาร้าน Husband & Wife ทำให้เราได้ลองฟิล์มเยอะมาก ขายอยู่ร้อยกว่าตัวน่ะ ก็ใช้มาแล้วทุกตัว ไม่งั้นก็คงอธิบายคนอื่นไม่ได้แน่ๆ ทีนี้..พอใครมาที่ร้านทีก็จะถามกันบ่อยๆว่าปกติเราใช้ตัวไหน? จริงๆแล้วฟิล์มนี่มันแล้วแต่คนชอบนะ จริตใครจริตมัน ส่วนประกอบมันมีหลายอย่างที่จะทำให้ได้ภาพแบบนั้น เช่น กล้องที่ใช้, แสงในเวลานั้น, วิธีถ่าย, ฟิล์ม, วิธีล้าง, วิธีสแกน โอ้ย…เยอะ! ไปกด Filter ในแอพง่ายกว่า แต่ถ้าจะรักการถ่ายฟิล์ม ก็ขอตอบแบบขวานผ่าซากเลยว่า ต้องลองเองทุกตัว… ชิบหายเลย! เอาเป็นว่า เราจะพยายามทะยอยเล่าไปเรื่อยๆละกัน วันนี้ก็เลยขอเริ่มต้นจากฟิล์มที่ตัวเองใช้บ่อยก่อนละกัน จริงๆเราลองมาเยอะ บางทีก็ใช้ตัวนั้นๆมาพักนึงก็เกิดเปลี่ยนใจ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาก็ลงมาเอยที่ตัวนี้เป็นปีแล้วล่ะ ปกติเราเป็นคนที่ถ่ายภาพสีเป็นหลัก ขาวดำนี่น้อยมาก เอาไว้ค่อยมาเล่า วันนี้ขอเล่าฟิล์มสีก่อนละกัน ถ้าใครได้อ่านเกี่ยวกับเรื่องกล้องที่เราใช้ จากบทความที่แล้วๆมา ( เหตุผลที่เราถ่ายสตรีทด้วยกล้องฟิล์ม )  เราก็บอกไปบ้างแล้วแหล่ะ แต่ขอมาขยายความต่อ เหตุผลในการเลือกฟิล์มของเรามีต่อไปนี้ ไม่แพง!  แน่นอนเลยข้อนี้ ถึงจะขายเองก็ไม่ได้แปลว่าใช้อะไรก็ได้!!! เป็นเงินเป็นทองทั้งนั้น เพราะเราใช้ฟิล์มต่อเดือนเยอะมาก แต่ก็ใช่ว่าจะเอาถูกเข้าว่านะ…

เหตุผลที่เราถ่ายสตรีทด้วยกล้องฟิล์ม

ถ้าคนที่ติดตามอ่านบล็อกเกี่ยวกับถ่ายรูปโน่นนั่นนี่เยอะๆ อาจจะผ่านๆมาบล็อกที่ชื่อว่า สยาม.มนุษย์.สตรีท ว่าด้วยเรื่องการถ่ายสตรีท แด่สตรีทชาวไทยโดยเฉพาะ (เพราะส่วนใหญ่บล็อกเรื่องสตรีทมักเป็นภาษาอังกฤษ แต่นี่ล่อเขียนเป็นไทยกันทั้งบล็อก..) ซึ่งตอนนี้นอกจากบล็อกของเราเองที่เขียนอยู่นี่ ก็ไปทำบล็อกนั้นอยู่ด้วย อาจจะเขียนเยอะกว่าบล็อกตัวเองอีก เป็นเหตุให้ช่วงหลังเราอัพเดทน้อยไปหน่อย ถ้าใครสนใจเรื่องการถ่ายสตรีท ไม่มีความรู้เลย และเราเองก็เชื่อว่า…สิ่งที่รู้ๆกันมาเกี่ยวกับการถ่ายสตรีทเนี่ย ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยถูกต้องสักเท่าไหร่ ก็ลองเข้าไปอ่านกันดูได้ ด้วยความที่เราถ่ายสตรีทอย่างจริงจัง บวกกับความที่เราใช้แต่กล้องฟิล์ม ก็เลยทำให้เรากลายเป็นมนุษย์กล้องฟิล์มที่ถ่ายสตรีท.. ซึ่งสมัยนี้ไม่ค่อยมีใครเค้าถ่ายสตรีทกันด้วยกล้องฟิล์มเท่าไหร่ เหตุผลง่ายๆก็คือ มันเปลือง..นั่นเอง โดยปกติสามัญของคนถ่ายกล้องฟิล์ม มักจะมาคู่กับความพิถีพิถันบรรจงกดชัตเตอร์ แต่ละรูปที่จะถ่ายนี่คิดแล้วคิดอีก เพราะฟิล์มม้วนนึงก็ไม่ใช่ถูกๆใช่มั๊ย ก็เห็นกันอยู่แทบทุกคนแหล่ะ (แต่ก็ยังใช้กันอยู่นั่นแหล่ะ หุๆ) นึกไปถึงป้าวิเวียน (Vivian Mier คงรู้จักกันนะ ถ้าไม่รู้จักลองกูเกิ้ลดูได้) การที่แกถ่ายสตรีทตั้งแต่ยุค ’60s นั้น ไม่แปลกใจที่หลังจากป้าแกตายไปแล้ว จะยังคงมีฟิล์มที่ยังไม่ได้ล้างอีกเป็นพันๆม้วนตกค้างอยู่ การถ่ายสตรีทไม่ใช่ว่ามันจะไม่พิถีพิถันในการถ่ายนะ แต่ว่าด้วยหลักการที่ส่วนใหญ่เป็นการจับภาพในเสี้ยววินาที ทุกอย่างไม่ได้พร้อมจะอยู่กับที่ให้เราถ่ายจนเสร็จเรียบร้อย  (เพราะทุกอย่างไม่มีการจัดฉาก) ทำให้แต่ละช็อตจำเป็นจะต้องย้ำซ้ำลงไปให้มั่นใจว่าได้จังหวะที่ดีที่สุดจริงๆ ลองนึกง่ายๆว่าเวลาช่างภาพข่าวกีฬาถ่ายรถแข่งหรือนักวิ่ง นักมวย อะไรก็แล้วแต่ ก็จะต้องมีโหมดการรัวแหลกชัตเตอร์กันเกิดขึ้น เพื่อให้ได้ช็อตที่ดีที่สุด ขอขายของนิดนึง.. ชมคลิปของพวกเรา สยาม.มนุษย์.สตรีท ได้ เพิ่งเริ่มเป็นคลิบแรก ย้อนกลับมาที่ตัวเรา จริงๆแล้วการถ่ายสตรีทให้สะดวกสบาย…

13 วันแห่งทริปถ่ายรูปลอนดอน ที่ไม่มีบิ๊กเบน และเซลฟี่ ตอนที่ 2

ความเดิมตอนที่แล้ว  13 วันแห่งทริปถ่ายรูปลอนดอน ที่ไม่มีบิ๊กเบน และเซลฟี่ ตอนที่ 1 ขี้เกียจเล่าต่ออยู่นานเลย รู้สึกว่าถ้าไม่เล่าจะยิ่งลืมและขี้เกียจพิมพ์อีกต่างหาก เลยกัดฟันพิมพ์ต่อไป (ดูลำบากเนอะ) หลังจากที่เราอยู่ในลอนดอนมา 5 วันแล้ว ในแพลนเราคือตั้งใจว่าจะออกจากลอนดอนไปเที่ยวที่ Cornwall เมืองชายทะเลอันลือชื่อ สมัยเด็กๆเราเคยเห็นภาพ Cornwall ในหนังอะไรสักอย่างแหล่ะ จำไม่ได้เหมือนกัน แต่มันจำติดตากับภาพประภาคารท่ามกลางอากาศขมุกขมัว ดูเศร้าจัง แต่ในความเศร้า มันก็ดูสวยอย่างประหลาด เลยรู้สึกว่าสักวันจะไปเยือน แม้ว่าจะมาถึงอังกฤษอยู่หลายที แต่ทุกทีก็มีที่อื่นให้ต้องไปก่อนตลอดเลย จนมาครั้งนี้ก็คิดว่า เออ..ไปสักทีเว้ย ซึ่งคราวนี้เลยตั้งใจว่าจะขับรถไป เพราะขับไปไม่ยาก จะว่าไกลก็ไม่ไกลมากด้วย (ราวๆกรุงเทพ-นครสวรรค์) จะได้มีแวะระหว่างทาง ได้เที่ยวโน่นนั่นนี่บ้าง จากการสำรวจ (ด้วย Google Map) มาแล้ว พบว่าเราสามารถขับรถไปตามทางด่วน ผ่านเมือง Bristol แล้วก็ไปแวะนอนที่ Yeovil สักคืน (เป็นเมืองเล็กๆก่อนจะถึง Cornwall นิดหน่อย) จะได้ไม่เหนื่อยเกินไป แล้วค่อยขับไปถึง Cornwall ซึ่งสมัยนี้การจองอะไรต่างๆนี่สบายมาก จองรถเอย จองที่พักเอย เช้าวันที่…

“อนาคตกล้องฟิล์มในอีกไม่กี่ปีนี้ จะเป็นยังไง?”

ภาพ Alfred Bina เมื่อวานนี้  เป็นข่าวสะเทือนวงการคนรักฟิล์มอีกเป็นระลอก นั่นคือการประกาศยกเลิกการผลิตฟิล์ม FP-100 ฟิล์มประเภทโพลารอยด์ที่ฉีกออก (แปลเป็นไทยแล้วยากจุง.. คือถ่ายเสร็จแล้วดึงแผ่นที่ปิดเอาไว้ออก สักพักภาพมันจะปรากฏขึ้นมาน่ะนะ) ของทาง Fujifilm ซึ่งถือว่าเป็นฟิล์มประเภทนี้แบบโปรฯตัวสุดท้ายของโลกแล้ว.. จากนี้ไปก็เตรียมตุนเอาไว้เลยสำหรับคนที่ใช้อยู่เป็นประจำ (สมัยก่อนมักใช้กับพวกกล้อง Medium Format เวลาที่ช่างภาพเค้าจะถ่ายเทสดูว่าจัดแสงโอเคมั๊ย ก่อนจะถ่ายด้วยฟิล์ม Medium Format จริงๆ อะไรแบบนี้) จนมีการออกมาเรียกร้องกัน บางคนถึงกับสร้าง #Fujinotfilm เป็นการตอบโต้ทาง Fujifilm กันอย่างดุเดือด เราก็เลยมานั่งทบทวนว่า “อนาคตฟิล์มในอีกไม่กี่ปีนี้ จะเป็นยังไงวะ?” ซึ่งเราเคยเขียนเอาไว้เรื่องนึงคือเรื่อง “ฟิล์มยังไม่ตาย ยังอยู่ได้เพราะดิจิทัล” แต่วันนี้จะมาชวนให้คิดอีกมุมนึง สำหรับเรา.. เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเกินความคาดหมายเท่าไหร่ ก่อนหน้านี้ Fujifilm ประกาศยกเลิกการผลิตฟิล์มอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีมานี้ ไอ้ตัวเด็ดๆอย่าง Provia 400X หรือ Neopan Acros 400 อะไรแบบนี้ จนเหลือฟิล์มหลักๆอยู่ไม่กี่ตัว ตัวอย่างเช่น Fujicolor Superia ทั้งหลายแหล่…

ทำไงดี? กลัวฟิล์ม Fog เวลาโดน X-ray ตอนเดินทางไปต่างประเทศ

ปัญหาโลกแตกทุกครั้ง โดยเฉพาะเวลาช่วงหน้าเทศกาลที่คนไปเที่ยวต่างประเทศกันเยอะๆ มักจะมีคำถามมาบ่อยๆว่า “พี่.. จะไปประเทศ XXX พกฟิล์มไปจะเป็นอะไรมั๊ย?” อาจจะด้วยเพราะคำขู่ที่มีมานมนานเกี่ยวกับปัญหา “Fog” หรือผลกระทบต่อฟิล์มที่ยังไม่มีการถ่าย โดยเครื่อง X-ray ตามสนามบิน ทำให้เกิดเอฟเฟคคล้ายๆหมอกบนภาพ มีผลต่อสุขภาพจิตของคนรักฟิล์มเสมอมา ในความเป็นจริงแล้ว ผลกระทบที่เกิดจาก X-ray ที่เอามาแชร์ๆกัน อาจจะเกิดจากปัญหาอื่นๆได้อีกมากมาย เช่น กล้องมีปัญหา , การถ่ายภาพที่มีปัญหา , การล้างฟิล์มที่มีปัญหา , การสแกนฟิล์มที่มีปัญหา ฯลฯ แต่ด้วยความนอยด์ ก็เลยเหมารวมไปว่าเป็นปัญหาที่เกิดจากเอาฟิล์มผ่านเครื่อง X-ray ก็เป็นไปได้ด้วย เราก็เลยทำการพิสูจน์ให้ดูเป็นตัวอย่าง เป็นการเสี่ยงตายครั้งสำคัญ เมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว เราแบกฟิล์มกว่า 50 ม้วน คละแบบ ตั้งแต่ ISO 50 ยัน ISO 400 (ซึ่งโดยส่วนใหญ่ ตามคู่มือของปัญหาการ X-ray จะบอกว่า ฟิล์มที่มีความไวแสงสูงจะมีปัญหามากกว่า) เดินทางจากกรุงเทพ – เวียดนาม และ เวียดนาม…

13 วันแห่งทริปถ่ายรูปลอนดอน ที่ไม่มีบิ๊กเบน และเซลฟี่ ตอนที่ 1

ลอนดอน เป็นเมืองที่ในความคิดเราแม่งคือเมืองโคตร Tourist ทุกอย่างเหมือนเกิดมาเพื่อเก็บตังค์เรา เราแทบไม่รู้จักหน้าตาคนลอนดอนจริงๆ ที่เดินเพ่นพ่านในเมืองมีแต่คนไทย คนจีน คนหลากชาติ ยิ่งลองคิดถึง Big Ben ,Tower Bridge , London Eye อะไรอย่างนั้นแล้ว ใครๆก็ไปยืนถ่ายรูปกับที่พวกนี้ ซึ่งมันน่าเบื่อมั๊ย.. แต่..ในความน่าเบื่อ ลอนดอนกลับมาเสน่ห์บางอย่างที่ดึงเราให้อยากกลับไปที่เยี่ยมมันซ้ำแล้วซ้ำอีก บอกก่อนว่า รีวิวอันนี้ คงจะไม่ใช่รีวิวทริปพาเที่ยวแบบที่เค้าฮิตๆกัน เที่ยวในงบ XXX บาท (เพราะใช้ไปเท่าไหร่ก็จำไม่ได้ เอาเป็นว่าไม่ถูกไม่แพง) แต่พยายามจะแนะนำการถ่ายรูปไปด้วยมากกว่า เพราะอาชีพคือร้านขายฟิล์ม ขายอุปกรณ์กล้องโน่นนั่นนี่ไง มันก็จำเป็นต้องเอาตัวอย่างฟิล์มแต่ละแบบมาให้ดูกันด้วย ทั้งทริปนี้คือแบกฟิล์มไป 60 ม้วนได้ ยังกะจะเอาไปเปิดท้ายขายฟิล์ม แต่ช่วงวัยนี้เราคือแก่แล้ว ไม่มีไปยืนหน้าเดด ตัวตรง ถ่ายตกขอบๆหน่อย เห็นท้องฟ้าเยอะๆ ไม่ต้องห่วง ไม่มีอะไรคูลๆชิคๆขนาดนั้น  แต่ที่เขียนนี่อีกอย่างคือแค่อยากเล่าการทัวร์ที่เพลิดเพลินจำเริญใจ ไปเรื่อยๆเปื่อยๆแบบคนแก่อย่างพวกเรา ย้อนกลับไปวันหนึ่งเมื่อพฤศจิกา ปี 2014 ระหว่างที่เราไปเที่ยวพม่ากับครอบครัวคุณภรรยา ก็เหลือบไปเห็นโปรฯตั๋วไปลอนดอนที่ถูกมากในเฟสบุ๊ค เฮ้ย! หมื่นกว่าบาท! ก็เลยรีบหันไปถามคุณภรรยาว่าไปกันเถอะ พลีส! ซึ่งก็ได้รับการตอบรับอย่างงงๆ จากนั้นก็รีบ Line ไปถามปิง เพื่อนที่ต้องเรียกว่าเพื่อนกิน…

Kodachrome ตำนานฟิล์มที่สีสวยที่สุดในโลก

หลายครั้งที่มีคนถามเกี่ยวกับฟิล์มสีที่ถ่ายสวยที่สุดคือตัวไหน? ช่างภาพรุ่นใหญ่หลายๆคน ก็มักจะต้องกล่าวถึงเจ้าฟิล์มสีตัวหนึ่งเป็นเสียงเดียวกันเลย จะเปรียบไปแล้ว เจ้าฟิล์มที่ว่านั้นมันก็เหมือนไดโนเสาร์ที่เคยยิ่งใหญ่ในโลกใบนี้แต่ไม่มีวันฟื้นกลับมาได้ จนเป็นตำนานเล่าต่อกันของช่างภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจ เมื่อเราพลิกดูรูปถ่ายระดับตำนานทั้งหลายที่เป็นภาพสี แทบจะทั้งหมดนั้นก็จะต้องระบุชื่อเป็นฟิล์มตัวนี้อีกนั่นแหล่ะ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ขนาด 8 mm.ที่ถ่ายไว้ในเหตุการณ์ลอบสังหาร JFK เมื่อปี 1963 หรือ เหตุการณ์เรือบิน Hindenberg ไฟไหม้ที่ถูกถ่ายในเวอร์ชั่นสีเมื่อปี 1936 รวมไปถึงภาพนิ่งสาวน้อยอัฟกันสุดคลาสสิคของ Steve McCurry เมื่อปี 1985 ประวัติศาสตร์ของฟิล์มสีที่ยาวนานตั้งแต่ช่วงยุค ’30s ยาวนานถึง 75 ปี นี่คือที่สุดของฟิล์มสีที่กลายเป็นตำนานแบบไม่มีวันย้อนกลับมาอีกแล้ว นั่นก็คือ “Kodachrome” Kodachrome คือแบรนด์ในซีรีย์หนึ่งของ Kodak ผู้ผลิตฟิล์มเจ้าใหญ่ของโลกจนถึงปัจจุบันนี้ (ต้องคอยย้ำอยู่เสมอนะ ว่าเขายังผลิตฟิล์มกันอยู่น่ะ)  มันคือฟิล์มสีสไลด์ที่มีลักษณะสีเฉพาะไม่เหมือนใคร มีวิธีการบันทึกภาพลงบนฟิล์มที่แปลกจากฟิล์มทุกตัว โดดเด่นจนช่างภาพระดับตำนานแทบทุกคนต้องหลงรักมัน เปรียบเสมือนถ้าเป็นฟิล์มขาวดำก็ต้อง Kodak Tri-X ถ้าฟิล์มสีก็ต้อง Kodachrome แบบนั้น ว่ากันว่า ฟิล์ม Kodachrome นั้นไม่มีอะไรแทนได้ เพราะมีสีที่ไม่จัดจ้านเกินไปเหมือน Velvia ของ Fujichrome แต่ดูนุ่มนวล ดูดีมีชาติตระกูลกว่าฟิล์มใดๆ…

Jeff Bridges ช่างภาพกล้องพิสดาร ระดับดารารางวัลออสก้าร์

ใครที่เป็นแฟนๆหนังฮอลลีวูด คงจะคุ้นเคยกันดีกับ Jeff Bridges กันบ้างแหล่ะ ถึงจะไม่ใช่แฟนหนังก็คงคุ้นหน้าแกอยู่ดี เพราะเล่นหนังดังๆไว้เยอะไปหมด คุณน้า Jeff นี่แกมีความเป็นศิลปินสูงมาก ไม่ใช่แต่เป็นดาราฝีมือดี (ถ้าจำได้คือแกคว้าออสก้าร์จากบทนำในหนังเรื่อง Crazy Heart ที่แกเล่นเป็นศิลปินคันทรี่แหลวแหลกนั่นแหล่ะ )  แกยังเป็นทั้งนักร้อง นักดนตรี นักแต่งเพลง ทำอัลบั้มของตัวเองมาก็หลายชุด แถมตระเวนเล่นคอนเสิร์ตด้วย และที่สำคัญ… แกเป็นช่างภาพ ความเป็นช่างภาพในตัวแกนี่ก็ไม่ธรรมดาเลย เราเป็นคนที่ชื่นชมและชื่นชอบช่างภาพที่ยึดมั่นในแนวทางของตัวเอง ไม่วอกแวกไปกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป มีลายเซ็นต์  มีวิธีการถ่ายภาพ การสื่อสารในเรื่องราวที่อยากจะเล่าจากมุมมองที่ชัดเจน ซึ่งน้า Jeff แก มีคุณสมบัตินั้นครบถ้วนเลย Jeff Bridges แกเริ่มถ่ายภาพมาตั้งแต่สมัยมัธยมโน่น จริงจังถึงขนาดล้างฟิล์ม อัดภาพเองอย่างบ้าคลั่ง น้าแกเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า จริงๆแล้วสมัยก่อนแกก็ไม่ได้ชอบล้างฟิล์มเท่าไหร่เลย แต่มันดันเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก ( ถ้าไม่ล้างฟิล์มก็ไม่ได้เห็นภาพน่ะสิ..) แต่แกชอบมากคือขั้นตอนของการอัดภาพ! การที่ได้เห็นภาพมันค่อยๆปรากฏขึ้นมา มันเหมือนความมหัศจรรย์ ความภูมิใจที่ใช้เวลากับมันตั้งแต่ถ่าย ล้าง ยันอัดภาพ ซึ่งหลายๆครั้งก็ลืมไปแล้วว่าได้ถ่ายอะไรมา ทุกครั้งที่ได้อัดภาพ มันก็เลยเสมือนการได้แกะของขวัญวันคริสมาสต์แบบนั้นเลย สิ่งที่เด็ดดวงมากของน้า Jeff แกก็คือ แกหลงใหลในกล้อง Widelux เอามากๆ…

“ฟิล์มยังไม่ตาย” ยังอยู่ได้ เพราะดิจิตอล?

  วันก่อนเห็นข่าวที่คนไปต่อแถวซื้อกล้อง Fujifilm ในงานกล้องงานหนึ่งที่กำลังฮิตสุดๆอย่าง X-A2 กัน ลอยเข้ามาใน Feed  ถือเป็นปรากฏการณ์กล้องดิจิตอล Fujifilm ที่ขายดีแบบระเบิดระเบ้อ ตั้งแต่เปิดตัว X-Pro เมื่อหลายปีก่อน ลากมาถึงซีรี่ย์ X100 ลากมาถึงล่าสุด X-A2 ที่พูดถึง มันกลายเป็นกล้องประจำตัวของเด็กวัยรุ่นไทยวันนี้ไปแล้ว เรียกว่าไปไหนก็มีแต่เด็กๆห้อยคอกันแทบทุกคน เราเลยนึกถึงปรากฏการณ์นี้ว่า จริงๆมันเป็นการพึ่งพากันไปมาระหว่างโลกสองโลกนะ ทั้งอนาลอค และ ดิจิตอล นอกจากดิจิตอลจะพึ่งพาความเป็นอนาลอคแล้ว ในทางกลับกันเอง กล้องฟิล์มก็ได้พลังส่งจากจุดนี้ ทำให้ฟิล์มมันอยู่รอดท่ามกลางโลกที่มีแต่เทคโนโลยีล้ำๆกันไปได้ มันพึ่งพากันยังไง? ถ้านึกย้อนกลับไปหลายปีก่อนหน้านั้นไป Instagram โซเชียลที่สร้างพฤติกรรมใหม่ให้กับคนยุคนี้ ด้วยการสื่อสารด้วยรูปภาพแทนคำพูด (ถึงแม้ว่าคนไทยจะสามารถใช้มันเป็นเครื่องมือขายครีม ขายของออนไลน์ไปได้ ฝรั่งคงจะงงว่ามึงมาถึงจุดนี้ไม่ยังไง?) จุดหนึ่งที่มันทำให้ Instagram ฮิตติดลมไปได้ ก็คงต้องยกความดีให้กับเอฟเฟคแบบกล้องโพลารอยด์ , Square Format แบบกล้อง Medium Format ฯลฯ ถือเป็นการดึงเอาเสน่ห์ของกล้องฟิล์มมาใช้ได้ถูกจริตคนมาก หรือแม้แต่การมาของแอพ , Plugins ที่ชื่อว่า VSCO เรียกว่าใช้เสน่ห์คล้ายๆกับที่…