รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ Polaroid OneStep 2 มันฟื้นมาจากหลุม

ใครจะไปเชื่อว่า กล้องฟิล์มที่เคยถูกหัวเราะเยาะว่าเป็นพวกหลงยุค “นี่มันยุคดิจิตอลแล้วเว้ยย!” และแบรนด์ที่ลาโลกไปสิบกว่าปีอย่าง Polaroid จะกลับมาผลิตกล้องและฟิล์มกันใหม่ แต่ที่สำคัญ…คือคนที่ซื้อน่ะ.. วัยรุ่นทั้งนั้นเถอะคุณ ย้อนกลับไปเมื่อปี 2008 บริษัท Polaroid ประกาศหยุดผลิตฟิล์ม Polaroid ทั้งหมดอย่างเป็นทางการ (ก่อนหน้านั้นคือหยุดผลิตกล้องไปแล้ว) นำมาซึ่งคราบน้ำตาของเหล่าคนรัก Polaroid แต่ก็มีพวกเนิร์ดพวกนึง ไม่ปล่อยให้เป็นแค่ความเศร้าใจ พี่แกกลับลุกขึ้นเดินกำตังค์ไปซื้อเครื่องผลิตฟิล์มต่อจาก Polaroid ที่ไม่ใช่ราคาบาทสองบาท แต่ในราคา 3.1 ล้านดอลล่าห์!!! ไม่เนิร์ดอย่างเดียว แม่งรวยมากด้วย.. พวกเขาได้ก่อตั้งบริษัทใหม่ที่ชื่อว่า “โครงการเป็นไปไม่ได้” หรือ “Impossible Project” (จะแปลทำไม…) ทำการผลิตฟิล์ม Polaroid ออกมาขายต่อไปในชื่อ “โครงการเป็นไปไม่ได้” หรือ “Impossible Project” (ก็ยังเล่นซ้ำ) และยังเอากล้อง Polaroid เก่าๆมาซ่อมขายด้วย ฟังดูไม่น่ารอดได้เลยใช่มั๊ย…แต่… โทษที… พวกเค้าดันรอดว่ะ.. ปี 2017 พวกบ้านั่น..ดันขายฟิล์มได้เป็นล้านกล่องจนมีตังค์กลับไปซื้อหุ้นบริษัท Polaroid ได้สำเร็จอีกต่างหาก!! เลยเป็นผลพวงไปสู่การผนวกเอา Impossible…

Fujifilm ประกาศรายชื่อฟิล์มที่เลิกผลิตในปี 2018 ลาก่อน.. Natura 1600 

ทุกปี Fujifilm จะประกาศแผนการผลิตฟิล์มล่วงหน้า ซึ่งแน่นอนว่ามันคือการประกาศยกเลิกการผลิตฟิล์มในหลายๆตัวลงด้วย ซึ่งในปี 2018 ที่จะถึงนี้ก็มีรายชื่ออกมาเป็นที่เรียบร้อย เหตุผลง่ายๆคือ ถ้าในเทียบระหว่าง Kodak กับ Fujifilm แล้ว ฝั่งหลังนับว่ายังมีประเภทของฟิล์ม หรือ SKU ให้เลือกมากกว่าฝั่งแรกอยู่เป็นเท่าตัว  นั่นทำให้ต้นทุนการผลิต การจัดจำหน่ายสูงตามไปด้วย การลดประเภทของฟิล์มที่ขายไม่ได้มากหรือซ้ำซ้อนลงจึงมีการทำอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีมานี้ ล่าสุดการประกาศรายชื่อฟิล์มที่จะเลิกผลิตในปีหน้า 2018 ของทาง Fujifilm ออกมาเป็นที่เรียบร้อย ไฮไลท์เลยคือ Fujicolor Natura 1600 ฟิล์มสีที่ไวแสงที่สุดในตลาด ถึงกาลอวสานจนได้ หลังจากปีนี้ก็เลิกผลิตแบบแพค 3 สุดประหยัดไปแล้ว ปีหน้านี้ก็มาถึงคราวกล่องเดี่ยวซึ่งเป็นแบบสุดท้ายที่เหลืออยู่จนได้ พวกเราจะคิดถึงโทนสีนุ่มๆของแกนะ… ส่วนไฮไลท์อีกอันที่ทำใจไปแล้วตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาคือ Fujifilm Neopan 100 Acros ที่หยุดผลิตทั้งหมดในขนาด 135 และ 120 เป็นที่เรียบร้อย ปีหน้าก็ล้างบางไปถึงขนาด 4×5 และ 8×10 สำหรับกล้อง Large Format ด้วย นับเป็นการปิดฉากการผลิตฟิล์มขาวดำของ…

เมื่อ Yashica ปลุกกล้องฟิล์มในตำนานมาเป็นกล้องซอมบี้ดิจิตอล

ก่อนหน้านี้ไม่นาน Yashica แบรนด์กล้องฟิล์มแห่งญี่ปุ่นในตำนานกว่า 70 ปีเกิดอยากกระโดดมาในตลาดกล้องอีกครั้ง แต่ในสถานะของเลนส์เสริมมือถือเฉยๆ ไปๆมาๆจากข่าวนั้น ผู้คนไม่ได้สนใจเจ้าสิ่งนั้นสักเท่าไหร่ แถมพากันเข้าใจว่า Yashica จะมาทำกล้อง จนกลบข่าวเรื่องเลนส์มือถือนั้นไปเลย มาอันนี้เอาจริงเว้ยย.. Yashica เกิดอยากลองทำกล้องดิจิตอลที่มี Gimmick เป็นกล้องฟิล์ม นึกไม่ออกก็อารมณ์แอพ Guduk ที่จำลองมือถือให้เป็นฟิวกล้องใช้แล้วทิ้ง ถ่ายแล้วก็ไม่เห็นภาพ ต้องรอจนภาพมันออกมาทีหลังอะไรแบบนั้น เจ้า Yashica Y35 ตัวนี้ก็อารมณ์นั้น.. มันคือการเอาอารมณ์ของกล้องฟิล์ม Yashica Electro 35 ในตำนานมาเป็นแบบของบอดี้และการทำงาน (ใครไม่รู้จัก Yashica Electro 35 กลับไปอ่านรีวิวเราได้) เราว่ามันดูเป็นกล้องที่โดนตัดต่อพันธุกรรม เอาไอ้นี่ไปปะไอ้โน่น ไอ้โน่นมาแปะไอ้นี่ เพื่อให้อยู่ได้ทั้งสองโลก จนดูเป็นซอมบี้กล้อง ด้วยสเปคที่เผยออกมา มันก็คือกล้องดิจิตอลที่จำลองการใช้งานให้คล้ายกล้องฟิล์ม หัวใจคือเจ้า “ digiFilm™” ที่หน้าตาเหมือนกลักฟิล์ม ทำหน้าที่กำหนด ISO และ Filter ของกล้อง เช่น digiFILM ตัว…

ใครว่ากล้องฟิล์มจะถ่ายช้า? เคล็ดไม่ลับฝึกโฟกัสให้โคตรไว

“หูย..ถ่ายกล้องฟิล์มแล้วจะถ่ายอะไรทันเหรอ?” “กว่าจะหมุน กว่าจะปรับอะไรก็ไม่ทันกินพอดี..” อย่าเพิ่งบ่นกันไปๆ.. ใช่ว่ากล้องฟิล์มมันจะช้าสักหน่อย อย่าเพิ่งดูถูกกันไปสิ.. เอาจริงๆแล้วเซ็ตกันดีๆน่ะ.. บางทีน่ะถ่ายได้เร็วกว่าออโต้ซะอีกนะคู๊ณ!! ในสมัยก่อนสักประมาณยุค ’60s กล้องขนาด 35mm. เริ่มเป็นที่นิยมในคนหมู่มาก เพราะมันสามารถทำราคาได้ถูกลง ขนาดเล็กลง โดยเฉพาะมีคู่แข่งทางการตลาดที่มาจากญี่ปุ่น สามารถผลิตกล้องในราคาที่ถูกกว่าทางยุโรปหรืออเมริกาซะอีก จุดสำคัญที่ทำให้ตลาดฟิล์มเติบโตมากขึ้นในวงกว้างก็คือการทำกล้องออกมาเพื่อขายให้กับสาวๆ เพราะก่อนหน้านั้น กล้องถ่ายรูปคือสินค้าสำหรับผู้ชายซะ 99% สาวๆน่ะ..เค้าไม่อยากแบกหรอก ทั้งหนัก ทั้งใช้ยาก ใช้ผู้ชายถ่ายง่ายกว่าเยอะ!! จุดกำเนิดของกล้องขนาดย่อมและถ่ายง่ายๆในยุค ’60s จึงมักจะใช้หลักการ Hyperfocal Distance หรือแปลเป็นภาษาไทยง่ายๆหน่อยว่า “ช่วงระยะรับภาพระยะหนึ่งของเลนส์ที่ยอมรับได้ว่าภาพจะชัด” จริงๆแล้วมันไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร ไอ้หลักการนี้อันที่จริงก็ใช้กันตั้งแต่กล้องถ่ายภาพมันเริ่มเกิดขึ้นมานั่นแหล่ะ เพียงแต่ว่ามันจะถูกปรับใช้ให้ง่ายขึ้น ผู้คนเข้าใจได้ง่ายขึ้นยังไงบ้าง (หรือใครอยากจะยาก เค้าก็มีสูตรคำนวณให้สำหรับคนที่เก่งเลขนะ) มาเข้าเรื่องกันดีกว่า เราจะข้ามอะไรที่มันยากๆไปเลย เพราะกูนี่ก็ตกเลข ตกฟิสิกซ์ ตกทุกอย่างที่ใช้การคำนวณ จะมาสอนเป็นสูตรอะไรยากๆก็คงขอลาก่อยนะครับ ขอสอนเป็นอะไรจำๆง่ายๆดีกว่า ปกติแล้ว เราถ่ายสตรีทเป็นหลัก เพราะฉะนั้นมันต้องถ่ายให้เร็วๆ เกิดเจออะไรปุ๊ปปั๊ป จะมาปรับโน่นนี่ โฟกัสให้เข้าอะไรนี่ไม่ทันกินหรอก ไอ้หลักการ Hyperfocal Distance นี่ก็เลยจำเป็นอย่างมาก…

รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ กล้อง Rollei 35 กล้องฟิล์มฟูลเฟรมที่เล็กที่สุดในโลก

“ไปอยู่ไหนมาเนี่ยยยย…ไม่รู้จักรีวิวซะตั้งนานแล้วมึงเอ๊ย!!” เสียงจากก้นบึ้งในฟากฝั่งซ้ายของความคิด กำลังบ่นไปถึงฟากฝั่งขวาของจิตสำนึกตัวเองอยู่ ในความเป็นจริงแล้วเราควรจะต้องเขียนถึงเจ้ากล้อง Rollei 35 นี่มาตั้งแต่เมื่อสามปีก่อนด้วยซ้ำ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่เคยได้เขียนถึงมันสักที.. ในบรรดากล้องที่มือใหม่กล้องฟิล์มจะต้องสนใจเป็นอันดับต้นๆ ท็อป 5 อันดับจะต้องมี Rollei 35 อย่างแน่นอน เหตุเพราะหน้าตาอันหล่อเหลาของมัน ขนาดที่เล็กจิ้มลิ้ม วัสดุชั้นเลิศ ใช้งานยังไงนี่ก็ช่างแม่งไป ยังไงก็ยอมควักตังจ่าย วันนี้เป็นฤกษ์ดีที่เราจะหยิบเจ้ากล้องระดับตำนานตัวนี้มารีวิวให้ได้อ่านกันอย่างจริงจัง จั่วหัวว่า “กล้องฟิล์มฟูลเฟรมที่เล็กที่สุดในโลก” ..ฟังดูมึงโม้แน่ๆ! ก็จริง.. เขียนให้คนสนใจไปงั้นแหล่ะ 555 เฮ้ย!! มันเล็กที่สุดจริงๆนะ เพราะอันนี้มันฟูลเฟรมน่ะเว้ย!! แต่ในโลกหรือเปล่าไม่ค่อยแน่ใจ 555 เอาน่าๆ..ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงอ่ะบอกเล่อ.. Rollei 35 เปิดตัวครั้งแรกในงาน Photokina เมื่อปี 1966 หรือเมื่อ 51 ปีที่แล้ว งาน Photokina นี้คืองานมหกรรมโชว์นวัตกรรมเกี่ยวกับวงการถ่ายภาพประจำปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกที่มีมายาวนานถึงปัจจุบัน ซึ่งแบรนด์ Rollei ในสมัยนั้นก็ถือว่าเป็นแบรนด์กล้องระดับแถวหน้า (จริงๆเขาดังมากๆก็ช่วงยุค ’30-60’s กับเจ้ากล้อง Rolleiflex จนกลายเป็น Generic กล้องชนิดหนึ่งไปเลย)…

รีวิวแบบบ้านๆ กล้องลูกครึ่งฟิล์ม/ดิจิตอล Fujifilm Instax Square

ช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ตลาดกล้องฟิล์มประเภท Instant หรือที่สมัยก่อนเค้าเรียกกันว่าโพลารอยด์เนี่ย ดุเดือดมาก! ไม่ว่าจะเป็นการออกกล้องฟิล์ม Instant ของ  Leica ที่ชื่อว่า Sofort รวมถึงการออกกล้องหลายๆรุ่นที่แข่งกันระหว่าง Lomography , Fujifilm อีกหลากหลายรุ่น จนตอนนี้กล้องฟิล์ม Instant เต็มไปหมด เลือกกันไม่ถูกเลย.. ความดุระดับนี้ก็คงเป็นเพราะมันฮิตมาก ลูกเล็กเด็กแดง เฮ้ย.. ลูกเด็กเล็กแดง เอ๊ะ.. เรียงไงวะ.. เออช่างมัน..  แต่ผู้ที่คุมตลาดจริงๆก็หนีไม่พ้น Fujifilm เพราะเค้าเป็นคนผลิตฟิล์มที่ใช้สำหรับทุกยี่ห้อที่ว่ามา ในตลาดตอนนี้มีหลักๆอยู่สองขนาด ก็คือ Instax Mini เป็นฟิล์มขนาดเล็กสุด ขายมากที่สุด เพราะมันอยู่มานานเป็นยี่สิบปีแล้ว ส่วนขนาดใหม่สุดก็เป็น Instax Wide ที่ทำตลาดมาได้สัก 3-4 ปี แต่ก็เริ่มฮิตไม่น้อยเลยด้วยขนาดที่ใหญ่สะใจ เต็มตา (แต่ราคาก็ใหญ่สะใจไปด้วย) ไอ้ปัญหาที่ว่า Instax Mini ก็เล็กไปหน่อย ไอ้ Instax Wide ก็ใหญ่ดีนะ..แต่มันเลยทำให้กล้องตัวใหญ่ตามฟิล์มไปด้วย…

รีวิวโคตรสั้น กล้อง Lomography Automat Glass ฉบับใหม่พิเศษ

ก่อนหน้านี้ไม่นาน ก็สักปลายปีที่แล้ว Lomography เค้าออกกล้อง Instant ตัวใหม่ที่ชื่อว่า Automat ขึ้นมา ซึ่งเราก็เคยรีวิวเอาไว้แล้วล่ะ ย้อนกลับไปอ่านกันได้ แต่ในเวลาไล่เลี่ยกันนั้นเอง Leica แบรนด์กล้องไฮโซก็ดันประกาศตัวลงมาท้ารบด้วย Leica Sofort เช่นกัน ทำเอาหนาวๆร้อนๆกันไปหมด …ซึ่งเราก็เคยรีวิวเอาไว้อีกเช่นกัน การมาถึงของ Leica Sofort พกเอาคุณภาพภาพที่ดีกว่า Lomo Automat อยู่ในระดับนึง นั่นเพราะเลนส์ที่ใช้ แกใช้เลนส์ที่ทำจากกระจก ในขณะที่ Automat ยังคงเป็นเลนส์พลาสติกในแบบที่เคยๆทำมาตลอด แต่นอกนั้นแล้ว คุณสมบัติการใช้งานต่างๆก็ฟัดเหวี่ยงกันแบบข้อดีข้อเสียต่างกันไปแล้วแต่ใครจะเลือกตัวไหน ในที่สุด Lomography ก็ทนไม่ไหว ผลิต Automat ฉบับพิเศษที่ชื่อว่า “Automat Glass” เปลี่ยนเจ้าเลนส์พลาสติกเป็นเลนส์แก้วบ้าง เพื่อคุณภาพภาพที่คมกว่า แต่ถ้าแค่เปลี่ยนเฉยๆก็ดูใจร้ายกับ Automat รุ่นเดิมไปนะ… เจ้า Automat Glass เลยมาพร้อมความแตกต่างที่ระยะเลนส์ 38mm. เทียบเท่า Full-Frame ที่ 21mm. เรียกว่า…

รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ Contax TVS II โปรดอย่ามองข้ามเลนส์ซูม

หลังๆนี่เทรนกล้องคอมแพคฟิล์มมันมามากขึ้นเรื่อยๆ จนบางทีก็เซ็งที่ราคามันก็ขึ้นเอาๆ หลายๆตัวราคาก็โอเว่อร์เกินคุณภาพไปเยอะ เราเคยยกตัวอย่างอย่าง Ricoh GR-1 อันถือได้ว่าเป็นกล้องคอมแพคตัวแรกๆที่เกิดปรากฏการณ์อัพราคาไปจนเกินคุณภาพของมัน หรืออย่างล่าสุดที่รู้สึกว่าเฮ้ย!! เกินไปและนะ!! คือ Olympus mju II เดิมทีเดียวนี่ราคาสัก 1,000 ถึง 2,000 ก็เรียกว่ายังโอเค มันก็เริ่มกระโดดไป 3,000… เออกัดฟันเว้ย.. ล่าสุด..ได้ข่าวว่ามีถึง 6,000-7,000 แล้ว!! เฮ้ย..เดี๋ยวๆใจเย็นๆ มันดีน่ะใช่..แต่สำหรับราคาเดิมของมันไง ไม่ใช่ราคานี้เว้ยเฮ้ย!! ไม่เป็นไร…เรายังพยายามหากล้องที่มันเจ๋งเว้ย!! แต่ไม่ค่อยมีใครเหลียวแลและราคายังไม่แรงมากมานำเสนอต่อไป สำหรับวันนี้…ขอนำเสนอ Contax TVS II กล้องคอมแพคพรีเมี่ยมที่เป็นเลนส์ซูม!! เราจะมาทำลายความเชื่อว่า “เลนส์ซูมมันแย่” กันสักหน่อย จะว่ากันแล้ว ยี่ห้อ Contax นี่ถือได้ว่าเป็นกล้องฟิล์มระดับไฮโซโฮ่ฮิ้วจากเยอรมัน หายใจรดต้นคอ Leica กันมาแต่ตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่สองซะอีก จนโดนย้ายสัญชาติมาเป็นแบรนด์ญี่ปุ่นในช่วงปลายๆศตวรรษที่ 20  และล้มหายตายจากไป เหลือเศษซากอารยธรรมไว้คือแบรนด์ Carl Zeiss (ปัจจุบันก็ไปอยู่ภายใต้ร่มของ Sony) อันเป็นเลนส์คู่บุญกับกล้อง Contax มาโดยตลอด ซึ่งก็นับได้ว่ามันเป็นชื่อที่การันตีได้เลยว่าเป็นกล้องคุณภาพดีแทบทุกตัว แต่ถ้าพูดถึงเฉพาะกล้องพรีเมี่ยมคอมแพคในยุค…

วิธีใส่ฟิล์มใหม่กล้องใช้แล้วทิ้ง ที่ไม่ต้องทิ้ง! ของ Lomography Simple Use

ปกติแล้ว กล้องใช้แล้วทิ้ง หรือภาษาฝรั่งเรียกว่า “Disposable Camera” ที่มีอยู่หลากหลายยี่ห้อ อย่างฮิตๆก็ Fujifilm Simple Ace หรืออย่าง Agfa Lebox เป็นต้น มันก็คือ “ใช้ได้ครั้งเดียวแล้วก็ทิ้งเลย” ตามชื่อภาษาไทย “กล้องใช้แล้วทิ้ง” ที่เราพยายามจะเรียกแบบนี้เสมอเพื่อให้คนเข้าใจหน้าที่ของมัน คือ “ใช้ได้ครั้งเดียว!!” แต่เอาจริงๆ จนแล้วจนรอด สัก 30% ก็มักจะมีคนถามเราซ้ำว่า “ใช้แล้วทิ้งเลยเหรอคะ?” อยู่ดี.. ไอ้เราก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงแล้ว.. ได้แต่ย้ำว่า มันชื่อใช้แล้วทิ้ง แปลว่าใช้แล้วก็ต้องทิ้งนั่นล่ะฮะ!!   เอ๊าาาา!! ไหนๆก็ไหนๆ ไม่ต้องทิ้งก็ได้วะ!! นี่ไงล่ะ!! ในที่สุด Lomography อาจจะได้ยินคนถามเราเยอะแบบนี้ก็ได้ พวกเขาเลยตัดสินใจออก “กล้องใช้แล้วทิ้ง ที่ไม่ต้องทิ้งก็ได้วะ!” ออกมา กล้องใช้แล้วทิ้งของ Lomography ชื่อว่า Simple Use มีทั้งหมด 3 รุ่น คือ Color Negative 400 , Lomochrome…

D.I.Y ตู้ตากฟิล์ม แห้งไวในราคาไม่เกินสองพัน

ข้อดีของเมืองไทยที่นึกได้อย่างรวดเร็วก็คือ.. เครื่องมือช่างๆ ที่เราสามารถดัดแปลงโน่นนั่นนี่ได้ง่ายๆ มันหาได้ไม่ยากเลย และราคาก็ไม่แพง สำหรับคนที่บ้าฟิล์มลงลึกไปเรื่อยๆแล้ว บางคนก็จากเห็นเพื่อนมันคล้องคอเดินเกร๋ๆแล้วอยากจะห้อยเกร๋ๆบ้าง เริ่มหาซื้อจากตัวละพันสองพัน ลามไปห้าหกพัน ลามไปเป็นหมื่น… ลามไปล้างฟิล์มเอง …ลามไปสแกนฟิล์มเอง มาถึง ณ จุดนี้.. พวกเราชาวฟิล์ม… นอกจากต้องกินมาม่าจนหมดบ้านไปแล้ว ก็อาจจะไม่เหลืออะไรติดตัว บทความนี้..จึงช่วยเสนอทางออกให้กับผู้ยากไร้อย่างเราๆด้วยการ “D.I.Y ตู้ตากฟิล์ม แห้งไวในราคาไม่เกินสองพัน!!” จริงๆแล้ว ตู้ตากฟิล์มในสมัยก่อนกาลดิจิตอลนั้น มีราคาหลายหมื่นทีเดียว ว่าแต่…ทำไมต้องใช้ตู้ตากฟิล์มล่ะ? สำหรับคนที่ล้างฟิล์มไม่ได้เยอะ การตากฟิล์มในห้องน้ำถือเป็นทางออกที่ดีที่สุด เนื่องจากฟิล์มต้องการพื้นที่ที่ไร้ฝุ่น ซึ่งห้องน้ำถือเป็นสถานที่เดียวในบ้านที่ฝุ่นน้อยที่สุด แต่การตากฟิล์มแบบนั้น นอกจากจะได้จำนวนไม่มากแล้ว ก็ยังแห้งช้า..ไม่ทันใจโลกดิจิตอล (แต่แม่งเล่นอนาล็อก) สักเท่าไหร่ อย่างน้อยก็ควรตากไว้สัก 5-6 ชั่วโมง หรือข้ามคืนอะไรแบบนี้ และที่สำคัญ.. ถ้าดันตากไว้ในพื้นที่ที่ต้องใช้อาบน้ำ แล้วกูจะอาบยังไง… ตู้ตากฟิล์มเลยเป็นนวัตกรรมที่น่าสนใจสำหรับวัยรุ่นใจร้อนอย่างพวกเรา เริ่มต้นช็อป!! ก่อนอื่นเลยต้องเตรียมตังค์ก่อน เม้มๆแม่ เม้มๆแฟนไว้สัก 2 พัน แล้วเข้าเวบช็อปกันได้เลย เริ่มจากเข้าไปที่ www.ikea.com/th (อันนี้ไม่ได้ค่าโฆษณานะ…แต่ถ้าอีเกียมาเห็นแล้วอยากให้ ก็จะรับ 555) ตรงไปที่หมวด “ที่เก็บเสื้อผ้า” มองหาเจ้าตู้ที่ชื่อว่า “เบรม”…

รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ Ricoh GR1 เจ้าคุณปู่สตรีทคอมแพค

ช่วงปีสองปีมานี้ เทรนกล้องฟิล์มที่ฮิตแรงมากๆคือพวกกล้องคอมแพคทั้งหลาย เดี๋ยวๆ..อะไรคือกล้องคอมแพควะ? ต้องมีอีกหลายคนส่งมโนสำนึกโพล่งขึ้นมาระหว่างอ่านแน่ๆ… กล้องคอมแพคฟิล์ม ถ้าจะว่ากันตามประวัติศาสตร์แล้ว… (โคตรจริงจัง) มันเริ่มถือกำเนิดอย่างชัดเจนในยุค ’80s ช่วงที่เทคโนโลยีกล้องเริ่มมีความพยายามให้มันมีขนาดเล็ก เบา และทำงานง่ายๆ อันนี้ก็จะเริ่มมีระบบ “ออโต้โฟกัส” เกิดขึ้นมา ไอ้ฟังก์ชั่นทั้งหลายที่ว่ามานี้ ทำให้กล้องฟิล์มมันพึ่งพาระบบไฟฟ้า 100% ก็ว่าได้ ซึ่งผิดไปจากยุค ’60-’70s ที่กล้องฟิล์มมักจะมีความพยายามที่จะไม่มีความจำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าเลย ทำให้มันมีความคงทนกว่า ซ่อมง่ายกว่า นอกจากนี้วัสดุของกล้องในยุคกล้องคอมแพคก็เป็นพลาสติก ทำให้มันพังง่ายเข้าไปอีก… ไอ้ที่พูดมาทั้งหมดนี้มีแต่บั่นทอนความอยากทั้งนั้นเลย… 555 แต่จริงๆแล้วมันเป็นกล้องที่ได้รับความนิยมมากๆในช่วงยุค ’80-’90s เพราะมันสะดวกมากขึ้นๆเรื่อยๆ และคุณภาพก็ดีขึ้นๆเรื่อยๆด้วย ยิ่งในยุคบั้นปลายของยุคฟิล์มรุ่งเรืองด้วยแล้ว ประมาณยุค ’90 ถึงปี 2000 เทคโนโลยีมันก้าวไปถึงจุดที่สามารถผลิตกล้องคอมแพคที่คุณภาพสูงๆแทบจะทำงานแทนกล้องใหญ่ได้เลย เราเรียกกันว่า “กล้องพรีเมี่ยมคอมแพค” เจ้ากล้องพรีเมี่ยมคอมแพคนี้ มียี่ห้อและรุ่นที่โดดเด่นเป็นตำนานมากมาย ซึ่งเราเคยรีวิวไปแล้วอย่าง Fujifilm Klasse เป็นต้น (และจะตามมาเพิ่มในไม่ช้านี้) แต่วันนี้จะมาพูดถึงอีกรุ่นที่เรียกว่า ฮิตที่สุดรุ่นหนึ่ง จนกลายเป็นชื่อรุ่นที่พัฒนามาเป็นกล้องดิจิตอลในปัจจุบันเลยด้วยซ้ำ นั่นคือ Ricoh GR1 Ricoh GR1…

โรงงานฟิล์ม Ferrania เปิดทดลองฟิล์มขาวดำ Ferrania P30 ในวงจำกัด

ต้องเรียกว่าเป็นช่วงยุคกล้องฟิล์มกำลังพีคอีกครั้ง หลังจากการระดมทุนฟื้นคืนชีพโรงงานผลิตฟิล์มที่ใหญ่ระดับ 1 ใน 5 ของโลกในอดีตเมื่อ2 ปีก่อนอย่าง Ferrania จนถึงปัจจุบัน การพลิกฟื้นโรงงานยังเดินไปอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะล่าช้าไป 2 ปีแล้วจากกำหนดเดิม ( อ่านบทความเกี่ยวกับประวัติโรงงาน Ferrania ได้ ) ล่าสุด ทาง Ferrania คั่นเวลาโดยการผลักฟิล์มขาวดำ Ferrania P30 แบบตัวทดลอง (ALPHA) อันเป็นฟิล์มที่เคยโด่งดังของ Ferrania เมื่อยุค 1960s ซึ่งที่รู้จักกันในวงการภาพยนตร์ก็ ผู้กำกับ Pier Paolo Pasolini ชาวอิตาลี มักจะใช้ฟิล์มตัวนี้งานภาพยนตร์ของเขา เจ้า Ferrania P30 เป็นฟิล์มในตระกูลที่ใช้ในงานภาพยนตร์ขาวดำในยุคก่อน แต่ผลิตมาเพื่องานภาพนิ่ง ความละเอียด ISO 80 ซึ่งทาง Ferrania ปัจจุบันได้แอบเทสฟิล์มและเปิดเผยผลงานที่ถ่ายแล้วล่าสุด ก่อนวางขายแบบวงจำกัดในเดือนกุมภาพันธ์ 2017 นี้ จากผลงานที่ได้ดู พบว่าคงเป็นฟิล์มรุ่น ALPHA จริงๆ เพราะฟิล์มยังมีความไม่สมบูรณ์อยู่ ซึ่งทาง…