แนะนำฟิล์มสีที่เราใช้บ่อย

เนื่องจากเราเป็นคนใช้ (หมายถึงใช้ฟิล์มนะ ไม่ใช่เป็นคนใช้ให้ไปถูบ้าน) และคนขาย #แฝงโฆษณาร้าน Husband & Wife ทำให้เราได้ลองฟิล์มเยอะมาก ขายอยู่ร้อยกว่าตัวน่ะ ก็ใช้มาแล้วทุกตัว ไม่งั้นก็คงอธิบายคนอื่นไม่ได้แน่ๆ ทีนี้..พอใครมาที่ร้านทีก็จะถามกันบ่อยๆว่าปกติเราใช้ตัวไหน? จริงๆแล้วฟิล์มนี่มันแล้วแต่คนชอบนะ จริตใครจริตมัน ส่วนประกอบมันมีหลายอย่างที่จะทำให้ได้ภาพแบบนั้น เช่น กล้องที่ใช้, แสงในเวลานั้น, วิธีถ่าย, ฟิล์ม, วิธีล้าง, วิธีสแกน โอ้ย…เยอะ! ไปกด Filter ในแอพง่ายกว่า แต่ถ้าจะรักการถ่ายฟิล์ม ก็ขอตอบแบบขวานผ่าซากเลยว่า ต้องลองเองทุกตัว… ชิบหายเลย! เอาเป็นว่า เราจะพยายามทะยอยเล่าไปเรื่อยๆละกัน วันนี้ก็เลยขอเริ่มต้นจากฟิล์มที่ตัวเองใช้บ่อยก่อนละกัน จริงๆเราลองมาเยอะ บางทีก็ใช้ตัวนั้นๆมาพักนึงก็เกิดเปลี่ยนใจ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาก็ลงมาเอยที่ตัวนี้เป็นปีแล้วล่ะ ปกติเราเป็นคนที่ถ่ายภาพสีเป็นหลัก ขาวดำนี่น้อยมาก เอาไว้ค่อยมาเล่า วันนี้ขอเล่าฟิล์มสีก่อนละกัน ถ้าใครได้อ่านเกี่ยวกับเรื่องกล้องที่เราใช้ จากบทความที่แล้วๆมา ( เหตุผลที่เราถ่ายสตรีทด้วยกล้องฟิล์ม )  เราก็บอกไปบ้างแล้วแหล่ะ แต่ขอมาขยายความต่อ เหตุผลในการเลือกฟิล์มของเรามีต่อไปนี้ ไม่แพง!  แน่นอนเลยข้อนี้ ถึงจะขายเองก็ไม่ได้แปลว่าใช้อะไรก็ได้!!! เป็นเงินเป็นทองทั้งนั้น เพราะเราใช้ฟิล์มต่อเดือนเยอะมาก แต่ก็ใช่ว่าจะเอาถูกเข้าว่านะ…

ถึงคราวเทรนช่างภาพแฟชั่น หันกลับมาใช้กล้องฟิล์ม

ต้นฉบับ Fashion Photographers Return to Film โดย Hayley Phelan ใน BOF ภาพโดย Jamie Hawkesworth ถ่ายสำหรับงาน System magazine Autumn/Winter 2015 ในยุคที่กล้องดิจิตอลกลาดเกลื่อนอยู่ทุกอณูรอบตัวเรา มีช่างภาพแฟชั่นหลายคนกลับหันไปใช้การถ่ายด้วยฟิล์มเพื่อสร้างความแตกต่างให้งานของพวกเขา ล่าสุดแคมเปญเฟี้ยวฟ้าวของ Calvin Klein #MyCalvins โดยเฉพาะภาพถ่ายใต้กระโปรงของนักแสดงสาว Klara Kristin เป็นที่ฮือฮาอย่างรวดเร็วเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งงานนี้ถูกถ่ายโดย Harley Weir นอกจาก Weir แล้วยังมีช่างภาพอย่าง Jamie Hawkesworth , Colin Dodgson , Zoe Ghertner และอีกหลายคนที่กำลังแพร่เทรนการถ่ายฟิล์มในวงการช่างภาพแฟชั่น แม้ว่าตอนนี้จะเป็นช่วงเวลาที่กล้องดิจิตอลเองเบ่งบานมากที่สุด ทั้งเชิงเทคโนโลยีและตลาด จากการสำรวจโดย InfoTrends พบว่า 75% ของรูปถ่ายในโลกตอนนี้ ถูกถ่ายด้วย iPhone “วงการแฟชั่นกำลังค้นหาโอกาสใหม่ๆ ซึ่งคุณภาพจากการถ่ายภาพด้วยฟิล์มก็เป็นโอกาสอย่างนึง” Olivier Zahm…

เหตุผลที่เราถ่ายสตรีทด้วยกล้องฟิล์ม

ถ้าคนที่ติดตามอ่านบล็อกเกี่ยวกับถ่ายรูปโน่นนั่นนี่เยอะๆ อาจจะผ่านๆมาบล็อกที่ชื่อว่า สยาม.มนุษย์.สตรีท ว่าด้วยเรื่องการถ่ายสตรีท แด่สตรีทชาวไทยโดยเฉพาะ (เพราะส่วนใหญ่บล็อกเรื่องสตรีทมักเป็นภาษาอังกฤษ แต่นี่ล่อเขียนเป็นไทยกันทั้งบล็อก..) ซึ่งตอนนี้นอกจากบล็อกของเราเองที่เขียนอยู่นี่ ก็ไปทำบล็อกนั้นอยู่ด้วย อาจจะเขียนเยอะกว่าบล็อกตัวเองอีก เป็นเหตุให้ช่วงหลังเราอัพเดทน้อยไปหน่อย ถ้าใครสนใจเรื่องการถ่ายสตรีท ไม่มีความรู้เลย และเราเองก็เชื่อว่า…สิ่งที่รู้ๆกันมาเกี่ยวกับการถ่ายสตรีทเนี่ย ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยถูกต้องสักเท่าไหร่ ก็ลองเข้าไปอ่านกันดูได้ ด้วยความที่เราถ่ายสตรีทอย่างจริงจัง บวกกับความที่เราใช้แต่กล้องฟิล์ม ก็เลยทำให้เรากลายเป็นมนุษย์กล้องฟิล์มที่ถ่ายสตรีท.. ซึ่งสมัยนี้ไม่ค่อยมีใครเค้าถ่ายสตรีทกันด้วยกล้องฟิล์มเท่าไหร่ เหตุผลง่ายๆก็คือ มันเปลือง..นั่นเอง โดยปกติสามัญของคนถ่ายกล้องฟิล์ม มักจะมาคู่กับความพิถีพิถันบรรจงกดชัตเตอร์ แต่ละรูปที่จะถ่ายนี่คิดแล้วคิดอีก เพราะฟิล์มม้วนนึงก็ไม่ใช่ถูกๆใช่มั๊ย ก็เห็นกันอยู่แทบทุกคนแหล่ะ (แต่ก็ยังใช้กันอยู่นั่นแหล่ะ หุๆ) นึกไปถึงป้าวิเวียน (Vivian Mier คงรู้จักกันนะ ถ้าไม่รู้จักลองกูเกิ้ลดูได้) การที่แกถ่ายสตรีทตั้งแต่ยุค ’60s นั้น ไม่แปลกใจที่หลังจากป้าแกตายไปแล้ว จะยังคงมีฟิล์มที่ยังไม่ได้ล้างอีกเป็นพันๆม้วนตกค้างอยู่ การถ่ายสตรีทไม่ใช่ว่ามันจะไม่พิถีพิถันในการถ่ายนะ แต่ว่าด้วยหลักการที่ส่วนใหญ่เป็นการจับภาพในเสี้ยววินาที ทุกอย่างไม่ได้พร้อมจะอยู่กับที่ให้เราถ่ายจนเสร็จเรียบร้อย  (เพราะทุกอย่างไม่มีการจัดฉาก) ทำให้แต่ละช็อตจำเป็นจะต้องย้ำซ้ำลงไปให้มั่นใจว่าได้จังหวะที่ดีที่สุดจริงๆ ลองนึกง่ายๆว่าเวลาช่างภาพข่าวกีฬาถ่ายรถแข่งหรือนักวิ่ง นักมวย อะไรก็แล้วแต่ ก็จะต้องมีโหมดการรัวแหลกชัตเตอร์กันเกิดขึ้น เพื่อให้ได้ช็อตที่ดีที่สุด ขอขายของนิดนึง.. ชมคลิปของพวกเรา สยาม.มนุษย์.สตรีท ได้ เพิ่งเริ่มเป็นคลิบแรก ย้อนกลับมาที่ตัวเรา จริงๆแล้วการถ่ายสตรีทให้สะดวกสบาย…

ปลุกผีโพลารอยด์เต็มสูบ กับกล้องฟิล์ม I-1ใหม่สดแท้ๆจาก Impossible Project

หลายปีที่ผ่านมา ชื่อของ The Impossible Project รู้จักกันดีในกลุ่มคนเล่นกล้องฟิล์มว่า คือผู้ที่ปลุกกระแสกล้องโพลารอยด์ให้กลับมาใหม่ ด้วยการผลิตฟิล์มสำหรับกล้อง Polaroid ที่เลิกผลิตไปนานแล้ว ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง   มาปี 2016 นี้ ทาง The Impossible Project ประกาศสิ่งที่แฟนๆกล้องฟิล์มรอคอยกันมายาวนาน การให้กำเนิดกล้องฟิล์มโพลารอยด์ที่ถูกผลิตใหม่แท้ๆขึ้นจริงๆสักที นั่นคือ I-1 I-1 คือกล้องที่ทำงานแบบที่กล้อง Polaroid สมัยก่อนทำงานเลย ใช้ฟิล์มชนิด  600 (ซึ่งปัจจุบัน The Impossible Project ผลิตขายอยู่แล้วชื่อว่า Impossible 600 มีทั้งสีและขาวดำ)  แต่สิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาก็คือฟังก์ชั่นที่เข้ากับสมัยนี้ อย่างเช่นการที่กล้องสามารถต่อเข้ากับแอพใน iOS ผ่านบลูทูธได้ ทำให้เราสามารถสั่งงานผ่านมือถือได้ (ตั้งค่ารูรับแสง , ความเร็วชัตเตอร์ และแฟลช) หรือการชาร์ทแบตผ่าน USB เป็นต้น     จุดเด่นอีกอย่างของ I-1 นั่นคือมี Ring…

13 วันแห่งทริปถ่ายรูปลอนดอน ที่ไม่มีบิ๊กเบน และเซลฟี่ ตอนที่ 2

ความเดิมตอนที่แล้ว  13 วันแห่งทริปถ่ายรูปลอนดอน ที่ไม่มีบิ๊กเบน และเซลฟี่ ตอนที่ 1 ขี้เกียจเล่าต่ออยู่นานเลย รู้สึกว่าถ้าไม่เล่าจะยิ่งลืมและขี้เกียจพิมพ์อีกต่างหาก เลยกัดฟันพิมพ์ต่อไป (ดูลำบากเนอะ) หลังจากที่เราอยู่ในลอนดอนมา 5 วันแล้ว ในแพลนเราคือตั้งใจว่าจะออกจากลอนดอนไปเที่ยวที่ Cornwall เมืองชายทะเลอันลือชื่อ สมัยเด็กๆเราเคยเห็นภาพ Cornwall ในหนังอะไรสักอย่างแหล่ะ จำไม่ได้เหมือนกัน แต่มันจำติดตากับภาพประภาคารท่ามกลางอากาศขมุกขมัว ดูเศร้าจัง แต่ในความเศร้า มันก็ดูสวยอย่างประหลาด เลยรู้สึกว่าสักวันจะไปเยือน แม้ว่าจะมาถึงอังกฤษอยู่หลายที แต่ทุกทีก็มีที่อื่นให้ต้องไปก่อนตลอดเลย จนมาครั้งนี้ก็คิดว่า เออ..ไปสักทีเว้ย ซึ่งคราวนี้เลยตั้งใจว่าจะขับรถไป เพราะขับไปไม่ยาก จะว่าไกลก็ไม่ไกลมากด้วย (ราวๆกรุงเทพ-นครสวรรค์) จะได้มีแวะระหว่างทาง ได้เที่ยวโน่นนั่นนี่บ้าง จากการสำรวจ (ด้วย Google Map) มาแล้ว พบว่าเราสามารถขับรถไปตามทางด่วน ผ่านเมือง Bristol แล้วก็ไปแวะนอนที่ Yeovil สักคืน (เป็นเมืองเล็กๆก่อนจะถึง Cornwall นิดหน่อย) จะได้ไม่เหนื่อยเกินไป แล้วค่อยขับไปถึง Cornwall ซึ่งสมัยนี้การจองอะไรต่างๆนี่สบายมาก จองรถเอย จองที่พักเอย เช้าวันที่…

“อนาคตกล้องฟิล์มในอีกไม่กี่ปีนี้ จะเป็นยังไง?”

ภาพ Alfred Bina เมื่อวานนี้  เป็นข่าวสะเทือนวงการคนรักฟิล์มอีกเป็นระลอก นั่นคือการประกาศยกเลิกการผลิตฟิล์ม FP-100 ฟิล์มประเภทโพลารอยด์ที่ฉีกออก (แปลเป็นไทยแล้วยากจุง.. คือถ่ายเสร็จแล้วดึงแผ่นที่ปิดเอาไว้ออก สักพักภาพมันจะปรากฏขึ้นมาน่ะนะ) ของทาง Fujifilm ซึ่งถือว่าเป็นฟิล์มประเภทนี้แบบโปรฯตัวสุดท้ายของโลกแล้ว.. จากนี้ไปก็เตรียมตุนเอาไว้เลยสำหรับคนที่ใช้อยู่เป็นประจำ (สมัยก่อนมักใช้กับพวกกล้อง Medium Format เวลาที่ช่างภาพเค้าจะถ่ายเทสดูว่าจัดแสงโอเคมั๊ย ก่อนจะถ่ายด้วยฟิล์ม Medium Format จริงๆ อะไรแบบนี้) จนมีการออกมาเรียกร้องกัน บางคนถึงกับสร้าง #Fujinotfilm เป็นการตอบโต้ทาง Fujifilm กันอย่างดุเดือด เราก็เลยมานั่งทบทวนว่า “อนาคตฟิล์มในอีกไม่กี่ปีนี้ จะเป็นยังไงวะ?” ซึ่งเราเคยเขียนเอาไว้เรื่องนึงคือเรื่อง “ฟิล์มยังไม่ตาย ยังอยู่ได้เพราะดิจิทัล” แต่วันนี้จะมาชวนให้คิดอีกมุมนึง สำหรับเรา.. เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเกินความคาดหมายเท่าไหร่ ก่อนหน้านี้ Fujifilm ประกาศยกเลิกการผลิตฟิล์มอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีมานี้ ไอ้ตัวเด็ดๆอย่าง Provia 400X หรือ Neopan Acros 400 อะไรแบบนี้ จนเหลือฟิล์มหลักๆอยู่ไม่กี่ตัว ตัวอย่างเช่น Fujicolor Superia ทั้งหลายแหล่…

ทำไงดี? กลัวฟิล์ม Fog เวลาโดน X-ray ตอนเดินทางไปต่างประเทศ

ปัญหาโลกแตกทุกครั้ง โดยเฉพาะเวลาช่วงหน้าเทศกาลที่คนไปเที่ยวต่างประเทศกันเยอะๆ มักจะมีคำถามมาบ่อยๆว่า “พี่.. จะไปประเทศ XXX พกฟิล์มไปจะเป็นอะไรมั๊ย?” อาจจะด้วยเพราะคำขู่ที่มีมานมนานเกี่ยวกับปัญหา “Fog” หรือผลกระทบต่อฟิล์มที่ยังไม่มีการถ่าย โดยเครื่อง X-ray ตามสนามบิน ทำให้เกิดเอฟเฟคคล้ายๆหมอกบนภาพ มีผลต่อสุขภาพจิตของคนรักฟิล์มเสมอมา ในความเป็นจริงแล้ว ผลกระทบที่เกิดจาก X-ray ที่เอามาแชร์ๆกัน อาจจะเกิดจากปัญหาอื่นๆได้อีกมากมาย เช่น กล้องมีปัญหา , การถ่ายภาพที่มีปัญหา , การล้างฟิล์มที่มีปัญหา , การสแกนฟิล์มที่มีปัญหา ฯลฯ แต่ด้วยความนอยด์ ก็เลยเหมารวมไปว่าเป็นปัญหาที่เกิดจากเอาฟิล์มผ่านเครื่อง X-ray ก็เป็นไปได้ด้วย เราก็เลยทำการพิสูจน์ให้ดูเป็นตัวอย่าง เป็นการเสี่ยงตายครั้งสำคัญ เมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว เราแบกฟิล์มกว่า 50 ม้วน คละแบบ ตั้งแต่ ISO 50 ยัน ISO 400 (ซึ่งโดยส่วนใหญ่ ตามคู่มือของปัญหาการ X-ray จะบอกว่า ฟิล์มที่มีความไวแสงสูงจะมีปัญหามากกว่า) เดินทางจากกรุงเทพ – เวียดนาม และ เวียดนาม…

13 วันแห่งทริปถ่ายรูปลอนดอน ที่ไม่มีบิ๊กเบน และเซลฟี่ ตอนที่ 1

ลอนดอน เป็นเมืองที่ในความคิดเราแม่งคือเมืองโคตร Tourist ทุกอย่างเหมือนเกิดมาเพื่อเก็บตังค์เรา เราแทบไม่รู้จักหน้าตาคนลอนดอนจริงๆ ที่เดินเพ่นพ่านในเมืองมีแต่คนไทย คนจีน คนหลากชาติ ยิ่งลองคิดถึง Big Ben ,Tower Bridge , London Eye อะไรอย่างนั้นแล้ว ใครๆก็ไปยืนถ่ายรูปกับที่พวกนี้ ซึ่งมันน่าเบื่อมั๊ย.. แต่..ในความน่าเบื่อ ลอนดอนกลับมาเสน่ห์บางอย่างที่ดึงเราให้อยากกลับไปที่เยี่ยมมันซ้ำแล้วซ้ำอีก บอกก่อนว่า รีวิวอันนี้ คงจะไม่ใช่รีวิวทริปพาเที่ยวแบบที่เค้าฮิตๆกัน เที่ยวในงบ XXX บาท (เพราะใช้ไปเท่าไหร่ก็จำไม่ได้ เอาเป็นว่าไม่ถูกไม่แพง) แต่พยายามจะแนะนำการถ่ายรูปไปด้วยมากกว่า เพราะอาชีพคือร้านขายฟิล์ม ขายอุปกรณ์กล้องโน่นนั่นนี่ไง มันก็จำเป็นต้องเอาตัวอย่างฟิล์มแต่ละแบบมาให้ดูกันด้วย ทั้งทริปนี้คือแบกฟิล์มไป 60 ม้วนได้ ยังกะจะเอาไปเปิดท้ายขายฟิล์ม แต่ช่วงวัยนี้เราคือแก่แล้ว ไม่มีไปยืนหน้าเดด ตัวตรง ถ่ายตกขอบๆหน่อย เห็นท้องฟ้าเยอะๆ ไม่ต้องห่วง ไม่มีอะไรคูลๆชิคๆขนาดนั้น  แต่ที่เขียนนี่อีกอย่างคือแค่อยากเล่าการทัวร์ที่เพลิดเพลินจำเริญใจ ไปเรื่อยๆเปื่อยๆแบบคนแก่อย่างพวกเรา ย้อนกลับไปวันหนึ่งเมื่อพฤศจิกา ปี 2014 ระหว่างที่เราไปเที่ยวพม่ากับครอบครัวคุณภรรยา ก็เหลือบไปเห็นโปรฯตั๋วไปลอนดอนที่ถูกมากในเฟสบุ๊ค เฮ้ย! หมื่นกว่าบาท! ก็เลยรีบหันไปถามคุณภรรยาว่าไปกันเถอะ พลีส! ซึ่งก็ได้รับการตอบรับอย่างงงๆ จากนั้นก็รีบ Line ไปถามปิง เพื่อนที่ต้องเรียกว่าเพื่อนกิน…

รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ Lomo ‘Instant Wide รูปใหญ่ขึ้น สะใจขึ้น!

บอกตรงๆว่า ก่อนหน้าจะลอง Lomo ‘Instant Wide เราไม่ได้คาดหวังอะไรเท่าไหร่ ส่วนตัวก็ทั้งขายทั้งใช้ Lomo ‘Instant ตัวเล็กอยู่เอง ซึ่งผลงานมันก็เอาหนุกๆนะ เพราะกล้องเองก็ปรับอะไรมากไม่ได้ ไม่มีตัววัดแสง ถ้าเกิดถ่ายแบบกดไปเรื่อยๆเปื่อยๆ ผลก็คือ ได้ภาพโอเว่อร์บ้าง อันเดอร์บ้างเป็นธรรมดา เน้นเก๋ๆกันไป วันแรกที่ทาง Lomography Thailand ส่งมาให้ลอง พอเปิดกล่องออกมา ก็ต้องผงะ! ฮึ่ย! ใหญ่ชิบเป๋งเลย (หมายถึงกล้องอ่ะนะ) เรียกว่ายกขึ้นมาบังได้ทั้งหัวเรานี่แหล่ะ (ซึ่งหัวใหญ่มากไง) แต่น้ำหนักมันก็เบานะ ไม่ได้หนักหรอก เพราะเป็นพลาสติกล้วน ก็ต้องนั่งมองมัน ทำใจอยู่พักนึง ลูบๆคลำๆอยู่พักใหญ่ให้ชินขนาดก่อน จากการได้ Unboxing แล้ว เราก็จะเจอออปชั่นที่เรียกว่าจัดเต็มมาก คือมีทุกอย่างที่ Lomo จะทำได้ยัดมาไว้ในนี้หมด อย่างเช็ตนี้ก็มี เลนส์โคตรกว้าง , เลนส์โคตรใกล้ , ตัวช่วยให้ถ่ายภาพได้หลายๆช่องในภาพเดียว (อธิบายยาวมาก ภาษาอังกฤษเขียน “Splitzer” จบ..) , แผ่นเจลสีใส่แฟลช  ที่เด็ดกว่าก็คือ ฝากล้องที่แปลงร่างเป็นรีโมต!…

Kodak ปลุกผีกล้องฟิล์ม Super 8 ในงาน CES 2016

Jeff Clarke ซึ่งเป็น CEO คนปัจจุบันของ Kodak ออกมาโชว์สินค้าที่สวนทางกับทุกสิ่งอย่างในงาน CES 2016 ปีนี้ ที่ปกติแล้วใครๆก็มาโชว์นวัตกรรมที่มันล้ำๆสุดยอดกันทั้งนั้น แต่สำหรับ Kodak กลับโชว์ในสิ่งที่คนรักฟิล์มทั่วโลกต้องตะลึง เมื่อบริษัทเตรียมวางจำหน่ายกล้องถ่ายหนังฟิล์ม 8mm. Kodak Super 8 Camera ซึ่ง Super 8 ดั้งเดิมนั้น เคยวางจำหน่ายเมื่อ 50 ปีที่แล้ว โดยคอนเซปของ New Super 8 นี้มันคือการเอาฟังก์ชั่นต่างๆที่ดิจิตอลยุคนี้ไปรวมกับความเป็นอนาลอค ไม่ว่าจะตัวเลนส์ที่เปลี่ยนได้ , มีไมค์ที่สามารถต่อเข้าตรงกับกล้องได้ , จอภาพแสดงผลดิจิตอล, พอร์ตต่างๆที่รองรับไปดิจิตอลได้ ฯลฯ Jeff บอกว่า รายได้จากธุรกิจฟิล์มของ Kodak ปัจจุบันอยู่ที่ 10% ของธุรกิจทั้งหมดของบริษัท  แม้จะไม่ใช่สัดส่วนใหญ่ แต่มันคือแก่นแท้ที่ Kodak พยายามรักษาไว้เสมอ เขาเชื่อว่าจากการที่เหล่าผู้กำกับชั้นแนวหน้าหันมาช่วยผลักดันธุรกิจฟิล์มในช่วงปีสองปีมานี้อย่างหนักหน่วง จนเชื่อว่าน่าจะกลับมาทำกำไรได้ในปีนี้ (อ่านข่าว CEO ของ Kodak ขอบคุณ Star Wars ทำธุรกิจฟิล์มกำไรอีกครั้ง)…

ตัดสินใจได้หรือยัง? ใช้ฟิล์ม ISO เท่าไหร่ดีเวลาไปเที่ยว?

  มีคำถามบ่อยๆ เกี่ยวกับการเลือกใช้ฟิล์ม ว่าควรใช้ฟิล์มไวแสงเท่าไหร่ ทั้งฟิล์มสี ฟิล์มขาวดำเลยนะ โดยเฉพาะเวลาช่วงเทศกาลแบบนี้แหล่ะ เลยคิดว่า เฮ้ย! ทำชาร์ทง่ายๆเบื้องต้น สำหรับคนที่คิดไม่ออกจริงๆ มันคงไม่ได้ลงลึกอะไรมากนะ เหมาะกับคนที่ตัดสินใจไม่ถูกเวลาไปเที่ยวอะไรแบบนี้น่ะ วิธีใช้ก็ง่ายๆ ดูก่อนว่าปกติเราเน้นถ่าย “วิว” หรือ “คน” จากนั้นก็ดูต่อไปว่า สมมติวิวนะ ก็ถ่ายเวลาไหน กลางวัน เช้า อะไรแบบนี้ ก็ลากเส้นตามเส้นสีเดียวกันนั้นไปเรื่อยๆ โดยเราจะบอกประกอบไว้ที่ด้านล่างด้วยว่า ISO เนี่ย ยิ่งสูง ยิ่งได้ความไวชัตเตอร์มากขึ้น แต่เกรนมันจะหยาบนะ อะไรแบบนี้ คิดว่าน่าจะดูกันเข้าใจ     บทความโดย SUN facebook.com/artytsun Instagram @artytL ผู้สนับสนุนหลัก Husband & Wife Film Photography and Bookstore http://www.husbandandwifeshop.com  

CEO ของ Kodak ขอบคุณ Star Wars ทำธุรกิจฟิล์มกำไรอีกครั้ง

ก่อนจะหมดปี 2015 ต้องบันทึกไว้ว่าเป็นปีที่น่าชื่นใจมากๆของธุรกิจฟิล์ม ด้วยอานิสงส์จากการเตรียมออกฉาย Star Wars: The Force Awakens หนังที่คนทั้งโลกรอคอย CEO ของ Kodak ออกมาประกาศว่าคาดธุรกิจฟิล์มจะกำไรอีกครั้งหลังการช่วยเหลือผลักดันจากกลุ่มผู้กำกับแถวหน้าอย่าง Christopher Nolan , Quentin Tarantino , Steven Speilberg รวมไปถึง J.J. abrams ผู้กำกับ Star Wars ที่พูดถึงเป็นต้น หนังฟอร์มยักษ์จากผู้กำกับกลุ่มนี้ที่ผ่านมา ต่างเดินหน้ากระตุ้นการใช้ฟิล์มในการถ่ายทำ รวมถึงช่วยเจรจาต่อรองกับสตูดิโอเองด้วยมาตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา ทั้ง Interstellar , Jurassic World , The Hateful Eight ที่กำลังจะเข้าฉาย และล่าสุดกับ Star Wars: The Force Awakens ตลอดปี 2015 มีกว่า 90 สตูดิโอใหญ่ และสตูดิโอเล็ก รวมถึงรายการทีวี หันมาใช้ฟิล์มถ่ายทำ…