ปลุกผีโพลารอยด์เต็มสูบ กับกล้องฟิล์ม I-1ใหม่สดแท้ๆจาก Impossible Project

หลายปีที่ผ่านมา ชื่อของ The Impossible Project รู้จักกันดีในกลุ่มคนเล่นกล้องฟิล์มว่า คือผู้ที่ปลุกกระแสกล้องโพลารอยด์ให้กลับมาใหม่ ด้วยการผลิตฟิล์มสำหรับกล้อง Polaroid ที่เลิกผลิตไปนานแล้ว ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง   มาปี 2016 นี้ ทาง The Impossible Project ประกาศสิ่งที่แฟนๆกล้องฟิล์มรอคอยกันมายาวนาน การให้กำเนิดกล้องฟิล์มโพลารอยด์ที่ถูกผลิตใหม่แท้ๆขึ้นจริงๆสักที นั่นคือ I-1 I-1 คือกล้องที่ทำงานแบบที่กล้อง Polaroid สมัยก่อนทำงานเลย ใช้ฟิล์มชนิด  600 (ซึ่งปัจจุบัน The Impossible Project ผลิตขายอยู่แล้วชื่อว่า Impossible 600 มีทั้งสีและขาวดำ)  แต่สิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาก็คือฟังก์ชั่นที่เข้ากับสมัยนี้ อย่างเช่นการที่กล้องสามารถต่อเข้ากับแอพใน iOS ผ่านบลูทูธได้ ทำให้เราสามารถสั่งงานผ่านมือถือได้ (ตั้งค่ารูรับแสง , ความเร็วชัตเตอร์ และแฟลช) หรือการชาร์ทแบตผ่าน USB เป็นต้น     จุดเด่นอีกอย่างของ I-1 นั่นคือมี Ring…

13 วันแห่งทริปถ่ายรูปลอนดอน ที่ไม่มีบิ๊กเบน และเซลฟี่ ตอนที่ 2

ความเดิมตอนที่แล้ว  13 วันแห่งทริปถ่ายรูปลอนดอน ที่ไม่มีบิ๊กเบน และเซลฟี่ ตอนที่ 1 ขี้เกียจเล่าต่ออยู่นานเลย รู้สึกว่าถ้าไม่เล่าจะยิ่งลืมและขี้เกียจพิมพ์อีกต่างหาก เลยกัดฟันพิมพ์ต่อไป (ดูลำบากเนอะ) หลังจากที่เราอยู่ในลอนดอนมา 5 วันแล้ว ในแพลนเราคือตั้งใจว่าจะออกจากลอนดอนไปเที่ยวที่ Cornwall เมืองชายทะเลอันลือชื่อ สมัยเด็กๆเราเคยเห็นภาพ Cornwall ในหนังอะไรสักอย่างแหล่ะ จำไม่ได้เหมือนกัน แต่มันจำติดตากับภาพประภาคารท่ามกลางอากาศขมุกขมัว ดูเศร้าจัง แต่ในความเศร้า มันก็ดูสวยอย่างประหลาด เลยรู้สึกว่าสักวันจะไปเยือน แม้ว่าจะมาถึงอังกฤษอยู่หลายที แต่ทุกทีก็มีที่อื่นให้ต้องไปก่อนตลอดเลย จนมาครั้งนี้ก็คิดว่า เออ..ไปสักทีเว้ย ซึ่งคราวนี้เลยตั้งใจว่าจะขับรถไป เพราะขับไปไม่ยาก จะว่าไกลก็ไม่ไกลมากด้วย (ราวๆกรุงเทพ-นครสวรรค์) จะได้มีแวะระหว่างทาง ได้เที่ยวโน่นนั่นนี่บ้าง จากการสำรวจ (ด้วย Google Map) มาแล้ว พบว่าเราสามารถขับรถไปตามทางด่วน ผ่านเมือง Bristol แล้วก็ไปแวะนอนที่ Yeovil สักคืน (เป็นเมืองเล็กๆก่อนจะถึง Cornwall นิดหน่อย) จะได้ไม่เหนื่อยเกินไป แล้วค่อยขับไปถึง Cornwall ซึ่งสมัยนี้การจองอะไรต่างๆนี่สบายมาก จองรถเอย จองที่พักเอย เช้าวันที่…

“อนาคตกล้องฟิล์มในอีกไม่กี่ปีนี้ จะเป็นยังไง?”

ภาพ Alfred Bina เมื่อวานนี้  เป็นข่าวสะเทือนวงการคนรักฟิล์มอีกเป็นระลอก นั่นคือการประกาศยกเลิกการผลิตฟิล์ม FP-100 ฟิล์มประเภทโพลารอยด์ที่ฉีกออก (แปลเป็นไทยแล้วยากจุง.. คือถ่ายเสร็จแล้วดึงแผ่นที่ปิดเอาไว้ออก สักพักภาพมันจะปรากฏขึ้นมาน่ะนะ) ของทาง Fujifilm ซึ่งถือว่าเป็นฟิล์มประเภทนี้แบบโปรฯตัวสุดท้ายของโลกแล้ว.. จากนี้ไปก็เตรียมตุนเอาไว้เลยสำหรับคนที่ใช้อยู่เป็นประจำ (สมัยก่อนมักใช้กับพวกกล้อง Medium Format เวลาที่ช่างภาพเค้าจะถ่ายเทสดูว่าจัดแสงโอเคมั๊ย ก่อนจะถ่ายด้วยฟิล์ม Medium Format จริงๆ อะไรแบบนี้) จนมีการออกมาเรียกร้องกัน บางคนถึงกับสร้าง #Fujinotfilm เป็นการตอบโต้ทาง Fujifilm กันอย่างดุเดือด เราก็เลยมานั่งทบทวนว่า “อนาคตฟิล์มในอีกไม่กี่ปีนี้ จะเป็นยังไงวะ?” ซึ่งเราเคยเขียนเอาไว้เรื่องนึงคือเรื่อง “ฟิล์มยังไม่ตาย ยังอยู่ได้เพราะดิจิทัล” แต่วันนี้จะมาชวนให้คิดอีกมุมนึง สำหรับเรา.. เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเกินความคาดหมายเท่าไหร่ ก่อนหน้านี้ Fujifilm ประกาศยกเลิกการผลิตฟิล์มอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีมานี้ ไอ้ตัวเด็ดๆอย่าง Provia 400X หรือ Neopan Acros 400 อะไรแบบนี้ จนเหลือฟิล์มหลักๆอยู่ไม่กี่ตัว ตัวอย่างเช่น Fujicolor Superia ทั้งหลายแหล่…

ทำไงดี? กลัวฟิล์ม Fog เวลาโดน X-ray ตอนเดินทางไปต่างประเทศ

ปัญหาโลกแตกทุกครั้ง โดยเฉพาะเวลาช่วงหน้าเทศกาลที่คนไปเที่ยวต่างประเทศกันเยอะๆ มักจะมีคำถามมาบ่อยๆว่า “พี่.. จะไปประเทศ XXX พกฟิล์มไปจะเป็นอะไรมั๊ย?” อาจจะด้วยเพราะคำขู่ที่มีมานมนานเกี่ยวกับปัญหา “Fog” หรือผลกระทบต่อฟิล์มที่ยังไม่มีการถ่าย โดยเครื่อง X-ray ตามสนามบิน ทำให้เกิดเอฟเฟคคล้ายๆหมอกบนภาพ มีผลต่อสุขภาพจิตของคนรักฟิล์มเสมอมา ในความเป็นจริงแล้ว ผลกระทบที่เกิดจาก X-ray ที่เอามาแชร์ๆกัน อาจจะเกิดจากปัญหาอื่นๆได้อีกมากมาย เช่น กล้องมีปัญหา , การถ่ายภาพที่มีปัญหา , การล้างฟิล์มที่มีปัญหา , การสแกนฟิล์มที่มีปัญหา ฯลฯ แต่ด้วยความนอยด์ ก็เลยเหมารวมไปว่าเป็นปัญหาที่เกิดจากเอาฟิล์มผ่านเครื่อง X-ray ก็เป็นไปได้ด้วย เราก็เลยทำการพิสูจน์ให้ดูเป็นตัวอย่าง เป็นการเสี่ยงตายครั้งสำคัญ เมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว เราแบกฟิล์มกว่า 50 ม้วน คละแบบ ตั้งแต่ ISO 50 ยัน ISO 400 (ซึ่งโดยส่วนใหญ่ ตามคู่มือของปัญหาการ X-ray จะบอกว่า ฟิล์มที่มีความไวแสงสูงจะมีปัญหามากกว่า) เดินทางจากกรุงเทพ – เวียดนาม และ เวียดนาม…

13 วันแห่งทริปถ่ายรูปลอนดอน ที่ไม่มีบิ๊กเบน และเซลฟี่ ตอนที่ 1

ลอนดอน เป็นเมืองที่ในความคิดเราแม่งคือเมืองโคตร Tourist ทุกอย่างเหมือนเกิดมาเพื่อเก็บตังค์เรา เราแทบไม่รู้จักหน้าตาคนลอนดอนจริงๆ ที่เดินเพ่นพ่านในเมืองมีแต่คนไทย คนจีน คนหลากชาติ ยิ่งลองคิดถึง Big Ben ,Tower Bridge , London Eye อะไรอย่างนั้นแล้ว ใครๆก็ไปยืนถ่ายรูปกับที่พวกนี้ ซึ่งมันน่าเบื่อมั๊ย.. แต่..ในความน่าเบื่อ ลอนดอนกลับมาเสน่ห์บางอย่างที่ดึงเราให้อยากกลับไปที่เยี่ยมมันซ้ำแล้วซ้ำอีก บอกก่อนว่า รีวิวอันนี้ คงจะไม่ใช่รีวิวทริปพาเที่ยวแบบที่เค้าฮิตๆกัน เที่ยวในงบ XXX บาท (เพราะใช้ไปเท่าไหร่ก็จำไม่ได้ เอาเป็นว่าไม่ถูกไม่แพง) แต่พยายามจะแนะนำการถ่ายรูปไปด้วยมากกว่า เพราะอาชีพคือร้านขายฟิล์ม ขายอุปกรณ์กล้องโน่นนั่นนี่ไง มันก็จำเป็นต้องเอาตัวอย่างฟิล์มแต่ละแบบมาให้ดูกันด้วย ทั้งทริปนี้คือแบกฟิล์มไป 60 ม้วนได้ ยังกะจะเอาไปเปิดท้ายขายฟิล์ม แต่ช่วงวัยนี้เราคือแก่แล้ว ไม่มีไปยืนหน้าเดด ตัวตรง ถ่ายตกขอบๆหน่อย เห็นท้องฟ้าเยอะๆ ไม่ต้องห่วง ไม่มีอะไรคูลๆชิคๆขนาดนั้น  แต่ที่เขียนนี่อีกอย่างคือแค่อยากเล่าการทัวร์ที่เพลิดเพลินจำเริญใจ ไปเรื่อยๆเปื่อยๆแบบคนแก่อย่างพวกเรา ย้อนกลับไปวันหนึ่งเมื่อพฤศจิกา ปี 2014 ระหว่างที่เราไปเที่ยวพม่ากับครอบครัวคุณภรรยา ก็เหลือบไปเห็นโปรฯตั๋วไปลอนดอนที่ถูกมากในเฟสบุ๊ค เฮ้ย! หมื่นกว่าบาท! ก็เลยรีบหันไปถามคุณภรรยาว่าไปกันเถอะ พลีส! ซึ่งก็ได้รับการตอบรับอย่างงงๆ จากนั้นก็รีบ Line ไปถามปิง เพื่อนที่ต้องเรียกว่าเพื่อนกิน…

รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ Lomo ‘Instant Wide รูปใหญ่ขึ้น สะใจขึ้น!

บอกตรงๆว่า ก่อนหน้าจะลอง Lomo ‘Instant Wide เราไม่ได้คาดหวังอะไรเท่าไหร่ ส่วนตัวก็ทั้งขายทั้งใช้ Lomo ‘Instant ตัวเล็กอยู่เอง ซึ่งผลงานมันก็เอาหนุกๆนะ เพราะกล้องเองก็ปรับอะไรมากไม่ได้ ไม่มีตัววัดแสง ถ้าเกิดถ่ายแบบกดไปเรื่อยๆเปื่อยๆ ผลก็คือ ได้ภาพโอเว่อร์บ้าง อันเดอร์บ้างเป็นธรรมดา เน้นเก๋ๆกันไป วันแรกที่ทาง Lomography Thailand ส่งมาให้ลอง พอเปิดกล่องออกมา ก็ต้องผงะ! ฮึ่ย! ใหญ่ชิบเป๋งเลย (หมายถึงกล้องอ่ะนะ) เรียกว่ายกขึ้นมาบังได้ทั้งหัวเรานี่แหล่ะ (ซึ่งหัวใหญ่มากไง) แต่น้ำหนักมันก็เบานะ ไม่ได้หนักหรอก เพราะเป็นพลาสติกล้วน ก็ต้องนั่งมองมัน ทำใจอยู่พักนึง ลูบๆคลำๆอยู่พักใหญ่ให้ชินขนาดก่อน จากการได้ Unboxing แล้ว เราก็จะเจอออปชั่นที่เรียกว่าจัดเต็มมาก คือมีทุกอย่างที่ Lomo จะทำได้ยัดมาไว้ในนี้หมด อย่างเช็ตนี้ก็มี เลนส์โคตรกว้าง , เลนส์โคตรใกล้ , ตัวช่วยให้ถ่ายภาพได้หลายๆช่องในภาพเดียว (อธิบายยาวมาก ภาษาอังกฤษเขียน “Splitzer” จบ..) , แผ่นเจลสีใส่แฟลช  ที่เด็ดกว่าก็คือ ฝากล้องที่แปลงร่างเป็นรีโมต!…

Kodak ปลุกผีกล้องฟิล์ม Super 8 ในงาน CES 2016

Jeff Clarke ซึ่งเป็น CEO คนปัจจุบันของ Kodak ออกมาโชว์สินค้าที่สวนทางกับทุกสิ่งอย่างในงาน CES 2016 ปีนี้ ที่ปกติแล้วใครๆก็มาโชว์นวัตกรรมที่มันล้ำๆสุดยอดกันทั้งนั้น แต่สำหรับ Kodak กลับโชว์ในสิ่งที่คนรักฟิล์มทั่วโลกต้องตะลึง เมื่อบริษัทเตรียมวางจำหน่ายกล้องถ่ายหนังฟิล์ม 8mm. Kodak Super 8 Camera ซึ่ง Super 8 ดั้งเดิมนั้น เคยวางจำหน่ายเมื่อ 50 ปีที่แล้ว โดยคอนเซปของ New Super 8 นี้มันคือการเอาฟังก์ชั่นต่างๆที่ดิจิตอลยุคนี้ไปรวมกับความเป็นอนาลอค ไม่ว่าจะตัวเลนส์ที่เปลี่ยนได้ , มีไมค์ที่สามารถต่อเข้าตรงกับกล้องได้ , จอภาพแสดงผลดิจิตอล, พอร์ตต่างๆที่รองรับไปดิจิตอลได้ ฯลฯ Jeff บอกว่า รายได้จากธุรกิจฟิล์มของ Kodak ปัจจุบันอยู่ที่ 10% ของธุรกิจทั้งหมดของบริษัท  แม้จะไม่ใช่สัดส่วนใหญ่ แต่มันคือแก่นแท้ที่ Kodak พยายามรักษาไว้เสมอ เขาเชื่อว่าจากการที่เหล่าผู้กำกับชั้นแนวหน้าหันมาช่วยผลักดันธุรกิจฟิล์มในช่วงปีสองปีมานี้อย่างหนักหน่วง จนเชื่อว่าน่าจะกลับมาทำกำไรได้ในปีนี้ (อ่านข่าว CEO ของ Kodak ขอบคุณ Star Wars ทำธุรกิจฟิล์มกำไรอีกครั้ง)…

ตัดสินใจได้หรือยัง? ใช้ฟิล์ม ISO เท่าไหร่ดีเวลาไปเที่ยว?

  มีคำถามบ่อยๆ เกี่ยวกับการเลือกใช้ฟิล์ม ว่าควรใช้ฟิล์มไวแสงเท่าไหร่ ทั้งฟิล์มสี ฟิล์มขาวดำเลยนะ โดยเฉพาะเวลาช่วงเทศกาลแบบนี้แหล่ะ เลยคิดว่า เฮ้ย! ทำชาร์ทง่ายๆเบื้องต้น สำหรับคนที่คิดไม่ออกจริงๆ มันคงไม่ได้ลงลึกอะไรมากนะ เหมาะกับคนที่ตัดสินใจไม่ถูกเวลาไปเที่ยวอะไรแบบนี้น่ะ วิธีใช้ก็ง่ายๆ ดูก่อนว่าปกติเราเน้นถ่าย “วิว” หรือ “คน” จากนั้นก็ดูต่อไปว่า สมมติวิวนะ ก็ถ่ายเวลาไหน กลางวัน เช้า อะไรแบบนี้ ก็ลากเส้นตามเส้นสีเดียวกันนั้นไปเรื่อยๆ โดยเราจะบอกประกอบไว้ที่ด้านล่างด้วยว่า ISO เนี่ย ยิ่งสูง ยิ่งได้ความไวชัตเตอร์มากขึ้น แต่เกรนมันจะหยาบนะ อะไรแบบนี้ คิดว่าน่าจะดูกันเข้าใจ     บทความโดย SUN facebook.com/artytsun Instagram @artytL ผู้สนับสนุนหลัก Husband & Wife Film Photography and Bookstore http://www.husbandandwifeshop.com  

CEO ของ Kodak ขอบคุณ Star Wars ทำธุรกิจฟิล์มกำไรอีกครั้ง

ก่อนจะหมดปี 2015 ต้องบันทึกไว้ว่าเป็นปีที่น่าชื่นใจมากๆของธุรกิจฟิล์ม ด้วยอานิสงส์จากการเตรียมออกฉาย Star Wars: The Force Awakens หนังที่คนทั้งโลกรอคอย CEO ของ Kodak ออกมาประกาศว่าคาดธุรกิจฟิล์มจะกำไรอีกครั้งหลังการช่วยเหลือผลักดันจากกลุ่มผู้กำกับแถวหน้าอย่าง Christopher Nolan , Quentin Tarantino , Steven Speilberg รวมไปถึง J.J. abrams ผู้กำกับ Star Wars ที่พูดถึงเป็นต้น หนังฟอร์มยักษ์จากผู้กำกับกลุ่มนี้ที่ผ่านมา ต่างเดินหน้ากระตุ้นการใช้ฟิล์มในการถ่ายทำ รวมถึงช่วยเจรจาต่อรองกับสตูดิโอเองด้วยมาตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา ทั้ง Interstellar , Jurassic World , The Hateful Eight ที่กำลังจะเข้าฉาย และล่าสุดกับ Star Wars: The Force Awakens ตลอดปี 2015 มีกว่า 90 สตูดิโอใหญ่ และสตูดิโอเล็ก รวมถึงรายการทีวี หันมาใช้ฟิล์มถ่ายทำ…

ความบ้าพลังครั้งใหม่ในการกอบกู้ฟิล์มของ Quentin ในหนัง The Hateful Eight

หนังเรื่องใหม่ที่โคตรน่าดูเลยของ Quentin Tarantino นั่นก็คือ The Hateful Eight หนังยุคคาวบอยดิบเถื่อน ตามล่า หักหลัง ตลกร้ายตามสไตล์ท่านผู้กำกับ แน่นอนว่า Quentin ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้กำกับหัวโจกที่ร่วมกันรณรงค์ให้หนังยังคงใช้ฟิล์มถ่ายกัน พยายามสร้างหนังเรื่องนี้ให้เป็นส่วนหนึ่งในการรณรงค์อย่างจริงจังขึ้นไปอีกขั้น เมื่อมันถูกพะหน้าเต็มไปในหนังตัวอย่างไว้เลยว่า ถ่ายทำด้วยระบบ Ultra Panavision ฟิล์ม 70mm. !! Quentin ไม่ได้ใช้แค่ CINESCOPE 70mm.  ธรรมดาๆ (ซึ่งนี่ก็ไม่ธรรมดาสำหรับวันนี้แล้ว) แต่..บ้าพลังกว่านั้น เค้าขุด Ultra Panavision ฟอร์แมตที่มีการใช้เพียงไม่กี่เรื่องในโลก และเลิกใช้ไปตั้งแต่ปี 1966 ความเจ๋งของมันก็คือ มันพาโนฯหนักข้อกว่า Cinemascope ซะอีก!! หนังในตำนานที่ใช้ระบบนี้เช่น Ben-Hur เป็นต้น  จินตนาการสัดส่วนว่า ปกติสมัยนี้เรื่องไหนกว้างมากๆสุดๆแล้วก็คือ 2.35:1 ในขณะที่ Ultra จะได้สัดส่วน 2.76:1 !! Quentin ประกาศเอาไว้ว่าจะมีการ Roadshow เพื่อฉายเวอร์ชั่นพิเศษในวันคริสมาสต์นี้ (คือน่าจะโคตรยาวเหมือนหนังสมัยก่อนเลยที่มี Overture…

ลาก่อน กล้อง Holga กล้องทอยในตำนาน

ภาพประกอบหัวข้อบทความ stephanie carter เมื่อวันก่อนนี้มีอีเมลจาก Freestyle ส่งมาซึ่งเขาเป็นผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์ถ่ายภาพที่อเมริกาเกี่ยวกับการเลิกจำหน่าย กล้อง Holga ซึ่งถือเป็นกล้องทอยที่มีเอกลักษณ์และโด่งดังในโลกถ่ายถาพอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง ใจความของอีเมลก็คือการ Sale โละสต็อคกล้อง Holga นั่นล่ะ แต่คงเป็นเมลการ Sale ที่ค่อนข้างเศร้าของวงการกล้องฟิล์มไปด้วย ซึ่งทางบริษัทแจ้งว่า โรงงานของ Holga ที่ผลิตมายาวนานกว่า 33 ปี จะไม่ผลิตกล้องนี้อีกต่อไปแล้ว แม้ว่าก่อนหน้านี้ไม่กี่เดือน ทาง Holga จะมีการเข้าร่วมกับทาง Kickstarter เพื่อระดมทุนทำกล้อง Holga Digital ก็ตาม ซึ่งโปรเจคนั้นก็ระดมทุนได้ $333,110 (และปัจจุบันก็ยังเปิดให้พรีออเดอร์กันอยู่)     จุดนี้น่าจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ Holga ว่าจะเอา Material ของกล้องที่มีอยู่ในโรงงาน แปลงสภาพให้กลายเป็น Holga Digital ในอนาคต เพื่อเคลียร์ทั้งหมดออกจากโรงงาน หรือจะเดินหน้าต่อไป ยังไม่มีความแน่ชัดจากทาง Holga ว่าทิศทางบริษัทจะเป็นอย่างไรต่อไป แต่ทิศทางของ Holga ในช่วงหลายปี ก็มีสินค้าที่เชื่อมโยงไปสู่ดิจิตอล…

Kodachrome ตำนานฟิล์มที่สีสวยที่สุดในโลก

หลายครั้งที่มีคนถามเกี่ยวกับฟิล์มสีที่ถ่ายสวยที่สุดคือตัวไหน? ช่างภาพรุ่นใหญ่หลายๆคน ก็มักจะต้องกล่าวถึงเจ้าฟิล์มสีตัวหนึ่งเป็นเสียงเดียวกันเลย จะเปรียบไปแล้ว เจ้าฟิล์มที่ว่านั้นมันก็เหมือนไดโนเสาร์ที่เคยยิ่งใหญ่ในโลกใบนี้แต่ไม่มีวันฟื้นกลับมาได้ จนเป็นตำนานเล่าต่อกันของช่างภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจ เมื่อเราพลิกดูรูปถ่ายระดับตำนานทั้งหลายที่เป็นภาพสี แทบจะทั้งหมดนั้นก็จะต้องระบุชื่อเป็นฟิล์มตัวนี้อีกนั่นแหล่ะ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ขนาด 8 mm.ที่ถ่ายไว้ในเหตุการณ์ลอบสังหาร JFK เมื่อปี 1963 หรือ เหตุการณ์เรือบิน Hindenberg ไฟไหม้ที่ถูกถ่ายในเวอร์ชั่นสีเมื่อปี 1936 รวมไปถึงภาพนิ่งสาวน้อยอัฟกันสุดคลาสสิคของ Steve McCurry เมื่อปี 1985 ประวัติศาสตร์ของฟิล์มสีที่ยาวนานตั้งแต่ช่วงยุค ’30s ยาวนานถึง 75 ปี นี่คือที่สุดของฟิล์มสีที่กลายเป็นตำนานแบบไม่มีวันย้อนกลับมาอีกแล้ว นั่นก็คือ “Kodachrome” Kodachrome คือแบรนด์ในซีรีย์หนึ่งของ Kodak ผู้ผลิตฟิล์มเจ้าใหญ่ของโลกจนถึงปัจจุบันนี้ (ต้องคอยย้ำอยู่เสมอนะ ว่าเขายังผลิตฟิล์มกันอยู่น่ะ)  มันคือฟิล์มสีสไลด์ที่มีลักษณะสีเฉพาะไม่เหมือนใคร มีวิธีการบันทึกภาพลงบนฟิล์มที่แปลกจากฟิล์มทุกตัว โดดเด่นจนช่างภาพระดับตำนานแทบทุกคนต้องหลงรักมัน เปรียบเสมือนถ้าเป็นฟิล์มขาวดำก็ต้อง Kodak Tri-X ถ้าฟิล์มสีก็ต้อง Kodachrome แบบนั้น ว่ากันว่า ฟิล์ม Kodachrome นั้นไม่มีอะไรแทนได้ เพราะมีสีที่ไม่จัดจ้านเกินไปเหมือน Velvia ของ Fujichrome แต่ดูนุ่มนวล ดูดีมีชาติตระกูลกว่าฟิล์มใดๆ…