รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ Leica Minilux ไฮโซเยอรมัน สอดไส้ยุ่น

สดๆเลยที่วันนี้เลื่อนฟีด facebook ไปมาแล้วแอบเห็นว่ากล้อง Leica คอมแพคสเปคที่แสนจะธรรมด๊าธรรมดาตัวนึง ถูกขายในราคาเฉียดหมื่นบาทเข้าไปแล้ว!! ทั้งที่จริงๆแล้วคุณภาพและราคาก่อนหน้านี้ตกอยู่ราวๆ 4-5 พันบาทเท่านั้นเอง แต่มันก็อาจจะไม่ใช่เรื่องแปลกไปแล้วในสถานการณ์ราคากล้องฟิล์มในปัจจุบัน (ขึ้นมายังกะข่าวสถานการณ์ราคาน้ำมัน) คือบางทีก็อยากทำความเข้าใจกับคนเล่นกล้องหน้าใหม่ว่า ไอ้เจ้า “Leica” เนี่ยก็ไม่ได้จำเป็นว่าแบรนด์นี้มันจะการันตีว่าต้อง “ดี” และราคา “แพง” เสมอไปนะ ในขณะที่กล้องฟิล์มราคาโหดร้ายขนาดนี้ได้ ส่วนหนึ่งเราก็ต้องยอมรับว่ามันเกิดจากความไม่รู้ของผู้เล่นใหม่ๆ (ซึ่งมีอยู่ทั่วโลกนั่นแหล่ะ) เผลอไปสร้าง Demand ตลาดอย่างไม่ตั้งใจ ผลักให้ราคาสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว บ่นๆตอนหัวๆเรื่องนี่จริงๆก็ไม่ได้แอนตี้ Leica แต่อย่างใด เพียงแต่เตือนสติกันไว้ ไอ้ที่ Leica รุ่นดีๆมันก็ดีจริงนั่นแหล่ะ อย่างเจ้ารุ่นที่วันนี้เราจะมาคุยกัน นั่นคือ Leica Minilux เจ้า Leica Minilux นี้คือพรีเมี่ยมคอมแพคที่เป็นคู่แข่งตั้งแต่อดีตกาลของ Contax T2 (ย้อนอ่านรีวิวได้) ช่วงกลางยุค ’90s นั้น ถือว่าเป็นช่วงที่แบรนด์ต่างๆผลิตกล้องระดับไฮเอนท์มาฟาดฟัดกันหนักข้อที่สุด วัสดุอย่างดี สเปคเทพๆอัดเข้าไป ไอ้กล้องประเภทคอมแพคเรือธงทั้งหลายนี่เลยกลายเป็นที่หมายปองของทั้งคนขายคนซื้อจนถึงบัดนี้ ในช่วงยุค ’90s เป็นช่วงที่เทคโนโลยีของญี่ปุ่นนั้นล้ำหน้ามากกว่าทางยุโรป นั่นทำให้กล้องในยุคนั้นคุณจะมาคาดหวังเทคโนโลยีจากฝรั่งไม่ได้เลย…

รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ Contax T2 หล่อๆคมๆยุค 90’s

ภาพ Cover โดย MIKI Yoshihito สิ่งที่น่ากลัวมากๆอย่างนึงในรอบ 5-6 ปีที่เราเล่นกล้องฟิล์มมาอย่างจริงจังก็คือ “ราคากล้อง” หลายๆคนมักจะบ่นว่าทำไมกล้องฟิล์มขายกันแพงขนาดนี้… ซึ่งมันก็เป็นกันทั้งโลกนะ ไม่ใช่เฉพาะเมืองไทย เอาจริงๆแล้วไอ้เมืองไทยนี่น่ะ..ราคากล้องถูกกว่าที่อื่นซะด้วยซ้ำ เหตุผลก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไร.. เพราะกล้องฟิล์มส่วนใหญ่ต้องการการ CLA หรือย่อมาจาก Clean , Lubricate , Adjust อันแปลเป็นไทยว่า ทำความสะอาด , หยอดน้ำมัน และจูนตั้งค่าต่างๆ ซึ่งงานพวกนี้ ต้องยอมรับว่านอกจากฝีมือช่างไทยจะไม่น้อยหน้าช่างใดในโลกหล้าแล้ว (อาจจะติดแค่ว่า ซ่อมกันข้ามปี..) ก็ยังมีราคาค่าแรงที่ถูกกว่าประเทศโลกที่หนึ่งทั้งหลายอย่าง ญี่ปุ่น , เยอรมัน อะไรเทือกๆนั้น ดังนั้น..เวลาใครจะไปตามหากล้องฟิล์มในต่างแดนเนี่ย เอาจริงๆ…ลองเดินหาตามแหล่งในเมืองไทยซะก่อนเนี่ยเวิร์คสุด ไม่เหนื่อยมาก ไม่เปลืองมาก แต่ก็ต้องระวังโจรทั้งหลายให้ดีละกัน อ่ะ…ออกนอกเรื่องยาวไปนิด จริงๆก็เกี่ยวๆอยู่เล็กน้อยเรื่องราคากล้อง ว่าไอ้เจ้ากล้องที่พูดถึงในวันนี้ก็อยู่ในขอบข่ายราคาพุ่งพรวดจนน่ากลัว เอาแค่ในรอบ 5-6 ปีที่ผ่านมาเนี่ย.. เราเคยสามารถซื้อมันได้ในราคาหมื่นนิดๆ แต่ปัจจุบันนั้น.. ต้องกำเงินไว้อย่างน้อย 2 หมื่นปลายๆ (ในสีปกติมาตรฐานอย่างสีแชมเปญนะ ถ้าเป็นสีประหลาดๆอย่าง ดำ…

รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ Contax TVS II โปรดอย่ามองข้ามเลนส์ซูม

หลังๆนี่เทรนกล้องคอมแพคฟิล์มมันมามากขึ้นเรื่อยๆ จนบางทีก็เซ็งที่ราคามันก็ขึ้นเอาๆ หลายๆตัวราคาก็โอเว่อร์เกินคุณภาพไปเยอะ เราเคยยกตัวอย่างอย่าง Ricoh GR-1 อันถือได้ว่าเป็นกล้องคอมแพคตัวแรกๆที่เกิดปรากฏการณ์อัพราคาไปจนเกินคุณภาพของมัน หรืออย่างล่าสุดที่รู้สึกว่าเฮ้ย!! เกินไปและนะ!! คือ Olympus mju II เดิมทีเดียวนี่ราคาสัก 1,000 ถึง 2,000 ก็เรียกว่ายังโอเค มันก็เริ่มกระโดดไป 3,000… เออกัดฟันเว้ย.. ล่าสุด..ได้ข่าวว่ามีถึง 6,000-7,000 แล้ว!! เฮ้ย..เดี๋ยวๆใจเย็นๆ มันดีน่ะใช่..แต่สำหรับราคาเดิมของมันไง ไม่ใช่ราคานี้เว้ยเฮ้ย!! ไม่เป็นไร…เรายังพยายามหากล้องที่มันเจ๋งเว้ย!! แต่ไม่ค่อยมีใครเหลียวแลและราคายังไม่แรงมากมานำเสนอต่อไป สำหรับวันนี้…ขอนำเสนอ Contax TVS II กล้องคอมแพคพรีเมี่ยมที่เป็นเลนส์ซูม!! เราจะมาทำลายความเชื่อว่า “เลนส์ซูมมันแย่” กันสักหน่อย จะว่ากันแล้ว ยี่ห้อ Contax นี่ถือได้ว่าเป็นกล้องฟิล์มระดับไฮโซโฮ่ฮิ้วจากเยอรมัน หายใจรดต้นคอ Leica กันมาแต่ตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่สองซะอีก จนโดนย้ายสัญชาติมาเป็นแบรนด์ญี่ปุ่นในช่วงปลายๆศตวรรษที่ 20  และล้มหายตายจากไป เหลือเศษซากอารยธรรมไว้คือแบรนด์ Carl Zeiss (ปัจจุบันก็ไปอยู่ภายใต้ร่มของ Sony) อันเป็นเลนส์คู่บุญกับกล้อง Contax มาโดยตลอด ซึ่งก็นับได้ว่ามันเป็นชื่อที่การันตีได้เลยว่าเป็นกล้องคุณภาพดีแทบทุกตัว แต่ถ้าพูดถึงเฉพาะกล้องพรีเมี่ยมคอมแพคในยุค…

รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ พรีเมี่ยมคอนแพคที่คุ้มตังที่สุด Fujifilm Klasse S

ช่วงนี้ งานรัดตัวจัดมาก คือเราพกกล้องติดตัวไปตลอดเวลานะ ถ่ายได้หมด ขี้หมูขี้หมาแม้ว่าจะยุ่งก็ตาม แต่ปัญหาก็คือ ฟิล์มที่ถ่ายเสร็จแล้วมันจะกองท่วมห้องเพราะไม่มีเวลาล้าง ไม่มีเวลาสแกนเลย รวมไปถึงการเขียนรีวิวกล้องที่ค้างอยู่เป็นสิบตัวแล้วเนี่ย.. เวลากลับไปย้อนดูรีวิวกล้องตัวเอง มันมักจะมีประโยคว่า “ไม่ได้รีวิวมานาน” ประมาณนี้ คืออันนี้พอจะขึ้นด้วยประโยคนี้เลยนึกขึ้นได้ อืม.. ก็ไม่ได้รีวิวนานจริง อย่าง Minolta Hi-matic 7sII นี่ก็อยากเขียนถึงมาก แต่ก็ฟิล์มยังค้างกล้องอยู่เลย ฮาๆ เอาเป็นว่าขอลัดคิวเขียนถึงเจ้าตัวนี้ก่อน เพราะว่าช่วงนี้เราใช้ติดตัวตลอด ด้วยความที่ไม่มีเวลาในการถ่ายแบบพิถีพิถัน เดินไปทำธุระที่ไหน เห็นอะไรก็หยิบมากดให้มันหายอยาก ด้วยความที่เราติดกล้องมาก เราก็เลยเริ่มหันมามองหากล้อง Compact ดีๆมาใช้เพราะเป็นคนชอบถ่าย Snap ( เดินๆเจออะไรก็ถ่ายเลยแบบไม่พิถีพิถันนัก ) ซึ่งบางครั้งกล้องอย่าง Rangefinder บางตัวมันก็ไม่ทันกิน แม้ว่าจะชอบถ่ายด้วยกล้อง Rangefinder ที่สุดก็ตาม รวมถึงเราชอบใช้แฟลชบางจังหวะอีกต่างหาก มันเลยต้องหาเรื่องซื้อมาใช้ กล้อง Compact นี่มีมาตั้งแต่ยุคปลาย 70s ต้น 80s แล้วล่ะ ด้วยความง่าย ภาพที่ได้ไม่พิถีพิถันนัก เลยกลายเป็นสไตล์การถ่ายรูปอีกแบบในยุคนั้น (จนถึงปัจจุบัน)…