เมื่อ Yashica ปลุกกล้องฟิล์มในตำนานมาเป็นกล้องซอมบี้ดิจิตอล

ก่อนหน้านี้ไม่นาน Yashica แบรนด์กล้องฟิล์มแห่งญี่ปุ่นในตำนานกว่า 70 ปีเกิดอยากกระโดดมาในตลาดกล้องอีกครั้ง แต่ในสถานะของเลนส์เสริมมือถือเฉยๆ ไปๆมาๆจากข่าวนั้น ผู้คนไม่ได้สนใจเจ้าสิ่งนั้นสักเท่าไหร่ แถมพากันเข้าใจว่า Yashica จะมาทำกล้อง จนกลบข่าวเรื่องเลนส์มือถือนั้นไปเลย มาอันนี้เอาจริงเว้ยย.. Yashica เกิดอยากลองทำกล้องดิจิตอลที่มี Gimmick เป็นกล้องฟิล์ม นึกไม่ออกก็อารมณ์แอพ Guduk ที่จำลองมือถือให้เป็นฟิวกล้องใช้แล้วทิ้ง ถ่ายแล้วก็ไม่เห็นภาพ ต้องรอจนภาพมันออกมาทีหลังอะไรแบบนั้น เจ้า Yashica Y35 ตัวนี้ก็อารมณ์นั้น.. มันคือการเอาอารมณ์ของกล้องฟิล์ม Yashica Electro 35 ในตำนานมาเป็นแบบของบอดี้และการทำงาน (ใครไม่รู้จัก Yashica Electro 35 กลับไปอ่านรีวิวเราได้) เราว่ามันดูเป็นกล้องที่โดนตัดต่อพันธุกรรม เอาไอ้นี่ไปปะไอ้โน่น ไอ้โน่นมาแปะไอ้นี่ เพื่อให้อยู่ได้ทั้งสองโลก จนดูเป็นซอมบี้กล้อง ด้วยสเปคที่เผยออกมา มันก็คือกล้องดิจิตอลที่จำลองการใช้งานให้คล้ายกล้องฟิล์ม หัวใจคือเจ้า “ digiFilm™” ที่หน้าตาเหมือนกลักฟิล์ม ทำหน้าที่กำหนด ISO และ Filter ของกล้อง เช่น digiFILM ตัว…

ใครว่ากล้องฟิล์มจะถ่ายช้า? เคล็ดไม่ลับฝึกโฟกัสให้โคตรไว

“หูย..ถ่ายกล้องฟิล์มแล้วจะถ่ายอะไรทันเหรอ?” “กว่าจะหมุน กว่าจะปรับอะไรก็ไม่ทันกินพอดี..” อย่าเพิ่งบ่นกันไปๆ.. ใช่ว่ากล้องฟิล์มมันจะช้าสักหน่อย อย่าเพิ่งดูถูกกันไปสิ.. เอาจริงๆแล้วเซ็ตกันดีๆน่ะ.. บางทีน่ะถ่ายได้เร็วกว่าออโต้ซะอีกนะคู๊ณ!! ในสมัยก่อนสักประมาณยุค ’60s กล้องขนาด 35mm. เริ่มเป็นที่นิยมในคนหมู่มาก เพราะมันสามารถทำราคาได้ถูกลง ขนาดเล็กลง โดยเฉพาะมีคู่แข่งทางการตลาดที่มาจากญี่ปุ่น สามารถผลิตกล้องในราคาที่ถูกกว่าทางยุโรปหรืออเมริกาซะอีก จุดสำคัญที่ทำให้ตลาดฟิล์มเติบโตมากขึ้นในวงกว้างก็คือการทำกล้องออกมาเพื่อขายให้กับสาวๆ เพราะก่อนหน้านั้น กล้องถ่ายรูปคือสินค้าสำหรับผู้ชายซะ 99% สาวๆน่ะ..เค้าไม่อยากแบกหรอก ทั้งหนัก ทั้งใช้ยาก ใช้ผู้ชายถ่ายง่ายกว่าเยอะ!! จุดกำเนิดของกล้องขนาดย่อมและถ่ายง่ายๆในยุค ’60s จึงมักจะใช้หลักการ Hyperfocal Distance หรือแปลเป็นภาษาไทยง่ายๆหน่อยว่า “ช่วงระยะรับภาพระยะหนึ่งของเลนส์ที่ยอมรับได้ว่าภาพจะชัด” จริงๆแล้วมันไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร ไอ้หลักการนี้อันที่จริงก็ใช้กันตั้งแต่กล้องถ่ายภาพมันเริ่มเกิดขึ้นมานั่นแหล่ะ เพียงแต่ว่ามันจะถูกปรับใช้ให้ง่ายขึ้น ผู้คนเข้าใจได้ง่ายขึ้นยังไงบ้าง (หรือใครอยากจะยาก เค้าก็มีสูตรคำนวณให้สำหรับคนที่เก่งเลขนะ) มาเข้าเรื่องกันดีกว่า เราจะข้ามอะไรที่มันยากๆไปเลย เพราะกูนี่ก็ตกเลข ตกฟิสิกซ์ ตกทุกอย่างที่ใช้การคำนวณ จะมาสอนเป็นสูตรอะไรยากๆก็คงขอลาก่อยนะครับ ขอสอนเป็นอะไรจำๆง่ายๆดีกว่า ปกติแล้ว เราถ่ายสตรีทเป็นหลัก เพราะฉะนั้นมันต้องถ่ายให้เร็วๆ เกิดเจออะไรปุ๊ปปั๊ป จะมาปรับโน่นนี่ โฟกัสให้เข้าอะไรนี่ไม่ทันกินหรอก ไอ้หลักการ Hyperfocal Distance นี่ก็เลยจำเป็นอย่างมาก…

รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ กล้อง Rollei 35 กล้องฟิล์มฟูลเฟรมที่เล็กที่สุดในโลก

“ไปอยู่ไหนมาเนี่ยยยย…ไม่รู้จักรีวิวซะตั้งนานแล้วมึงเอ๊ย!!” เสียงจากก้นบึ้งในฟากฝั่งซ้ายของความคิด กำลังบ่นไปถึงฟากฝั่งขวาของจิตสำนึกตัวเองอยู่ ในความเป็นจริงแล้วเราควรจะต้องเขียนถึงเจ้ากล้อง Rollei 35 นี่มาตั้งแต่เมื่อสามปีก่อนด้วยซ้ำ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่เคยได้เขียนถึงมันสักที.. ในบรรดากล้องที่มือใหม่กล้องฟิล์มจะต้องสนใจเป็นอันดับต้นๆ ท็อป 5 อันดับจะต้องมี Rollei 35 อย่างแน่นอน เหตุเพราะหน้าตาอันหล่อเหลาของมัน ขนาดที่เล็กจิ้มลิ้ม วัสดุชั้นเลิศ ใช้งานยังไงนี่ก็ช่างแม่งไป ยังไงก็ยอมควักตังจ่าย วันนี้เป็นฤกษ์ดีที่เราจะหยิบเจ้ากล้องระดับตำนานตัวนี้มารีวิวให้ได้อ่านกันอย่างจริงจัง จั่วหัวว่า “กล้องฟิล์มฟูลเฟรมที่เล็กที่สุดในโลก” ..ฟังดูมึงโม้แน่ๆ! ก็จริง.. เขียนให้คนสนใจไปงั้นแหล่ะ 555 เฮ้ย!! มันเล็กที่สุดจริงๆนะ เพราะอันนี้มันฟูลเฟรมน่ะเว้ย!! แต่ในโลกหรือเปล่าไม่ค่อยแน่ใจ 555 เอาน่าๆ..ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงอ่ะบอกเล่อ.. Rollei 35 เปิดตัวครั้งแรกในงาน Photokina เมื่อปี 1966 หรือเมื่อ 51 ปีที่แล้ว งาน Photokina นี้คืองานมหกรรมโชว์นวัตกรรมเกี่ยวกับวงการถ่ายภาพประจำปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกที่มีมายาวนานถึงปัจจุบัน ซึ่งแบรนด์ Rollei ในสมัยนั้นก็ถือว่าเป็นแบรนด์กล้องระดับแถวหน้า (จริงๆเขาดังมากๆก็ช่วงยุค ’30-60’s กับเจ้ากล้อง Rolleiflex จนกลายเป็น Generic กล้องชนิดหนึ่งไปเลย)…

รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ Contax TVS II โปรดอย่ามองข้ามเลนส์ซูม

หลังๆนี่เทรนกล้องคอมแพคฟิล์มมันมามากขึ้นเรื่อยๆ จนบางทีก็เซ็งที่ราคามันก็ขึ้นเอาๆ หลายๆตัวราคาก็โอเว่อร์เกินคุณภาพไปเยอะ เราเคยยกตัวอย่างอย่าง Ricoh GR-1 อันถือได้ว่าเป็นกล้องคอมแพคตัวแรกๆที่เกิดปรากฏการณ์อัพราคาไปจนเกินคุณภาพของมัน หรืออย่างล่าสุดที่รู้สึกว่าเฮ้ย!! เกินไปและนะ!! คือ Olympus mju II เดิมทีเดียวนี่ราคาสัก 1,000 ถึง 2,000 ก็เรียกว่ายังโอเค มันก็เริ่มกระโดดไป 3,000… เออกัดฟันเว้ย.. ล่าสุด..ได้ข่าวว่ามีถึง 6,000-7,000 แล้ว!! เฮ้ย..เดี๋ยวๆใจเย็นๆ มันดีน่ะใช่..แต่สำหรับราคาเดิมของมันไง ไม่ใช่ราคานี้เว้ยเฮ้ย!! ไม่เป็นไร…เรายังพยายามหากล้องที่มันเจ๋งเว้ย!! แต่ไม่ค่อยมีใครเหลียวแลและราคายังไม่แรงมากมานำเสนอต่อไป สำหรับวันนี้…ขอนำเสนอ Contax TVS II กล้องคอมแพคพรีเมี่ยมที่เป็นเลนส์ซูม!! เราจะมาทำลายความเชื่อว่า “เลนส์ซูมมันแย่” กันสักหน่อย จะว่ากันแล้ว ยี่ห้อ Contax นี่ถือได้ว่าเป็นกล้องฟิล์มระดับไฮโซโฮ่ฮิ้วจากเยอรมัน หายใจรดต้นคอ Leica กันมาแต่ตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่สองซะอีก จนโดนย้ายสัญชาติมาเป็นแบรนด์ญี่ปุ่นในช่วงปลายๆศตวรรษที่ 20  และล้มหายตายจากไป เหลือเศษซากอารยธรรมไว้คือแบรนด์ Carl Zeiss (ปัจจุบันก็ไปอยู่ภายใต้ร่มของ Sony) อันเป็นเลนส์คู่บุญกับกล้อง Contax มาโดยตลอด ซึ่งก็นับได้ว่ามันเป็นชื่อที่การันตีได้เลยว่าเป็นกล้องคุณภาพดีแทบทุกตัว แต่ถ้าพูดถึงเฉพาะกล้องพรีเมี่ยมคอมแพคในยุค…

วิธีใส่ฟิล์มใหม่กล้องใช้แล้วทิ้ง ที่ไม่ต้องทิ้ง! ของ Lomography Simple Use

ปกติแล้ว กล้องใช้แล้วทิ้ง หรือภาษาฝรั่งเรียกว่า “Disposable Camera” ที่มีอยู่หลากหลายยี่ห้อ อย่างฮิตๆก็ Fujifilm Simple Ace หรืออย่าง Agfa Lebox เป็นต้น มันก็คือ “ใช้ได้ครั้งเดียวแล้วก็ทิ้งเลย” ตามชื่อภาษาไทย “กล้องใช้แล้วทิ้ง” ที่เราพยายามจะเรียกแบบนี้เสมอเพื่อให้คนเข้าใจหน้าที่ของมัน คือ “ใช้ได้ครั้งเดียว!!” แต่เอาจริงๆ จนแล้วจนรอด สัก 30% ก็มักจะมีคนถามเราซ้ำว่า “ใช้แล้วทิ้งเลยเหรอคะ?”อยู่ดี.. ไอ้เราก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงแล้ว.. ได้แต่ย้ำว่า มันชื่อใช้แล้วทิ้ง แปลว่าใช้แล้วก็ต้องทิ้งนั่นล่ะฮะ!!   เอ๊าาาา!! ไหนๆก็ไหนๆ ไม่ต้องทิ้งก็ได้วะ!! นี่ไงล่ะ!! ในที่สุด Lomography อาจจะได้ยินคนถามเราเยอะแบบนี้ก็ได้ พวกเขาเลยตัดสินใจออก “กล้องใช้แล้วทิ้ง ที่ไม่ต้องทิ้งก็ได้วะ!” ออกมา กล้องใช้แล้วทิ้งของ Lomography ชื่อว่า Simple Use มีทั้งหมด 3 รุ่น คือ Color Negative 400 , Lomochrome Purple…

รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ Ricoh GR1 เจ้าคุณปู่สตรีทคอมแพค

ช่วงปีสองปีมานี้ เทรนกล้องฟิล์มที่ฮิตแรงมากๆคือพวกกล้องคอมแพคทั้งหลาย เดี๋ยวๆ..อะไรคือกล้องคอมแพควะ? ต้องมีอีกหลายคนส่งมโนสำนึกโพล่งขึ้นมาระหว่างอ่านแน่ๆ… กล้องคอมแพคฟิล์ม ถ้าจะว่ากันตามประวัติศาสตร์แล้ว… (โคตรจริงจัง) มันเริ่มถือกำเนิดอย่างชัดเจนในยุค ’80s ช่วงที่เทคโนโลยีกล้องเริ่มมีความพยายามให้มันมีขนาดเล็ก เบา และทำงานง่ายๆ อันนี้ก็จะเริ่มมีระบบ “ออโต้โฟกัส” เกิดขึ้นมา ไอ้ฟังก์ชั่นทั้งหลายที่ว่ามานี้ ทำให้กล้องฟิล์มมันพึ่งพาระบบไฟฟ้า 100% ก็ว่าได้ ซึ่งผิดไปจากยุค ’60-’70s ที่กล้องฟิล์มมักจะมีความพยายามที่จะไม่มีความจำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าเลย ทำให้มันมีความคงทนกว่า ซ่อมง่ายกว่า นอกจากนี้วัสดุของกล้องในยุคกล้องคอมแพคก็เป็นพลาสติก ทำให้มันพังง่ายเข้าไปอีก… ไอ้ที่พูดมาทั้งหมดนี้มีแต่บั่นทอนความอยากทั้งนั้นเลย… 555 แต่จริงๆแล้วมันเป็นกล้องที่ได้รับความนิยมมากๆในช่วงยุค ’80-’90s เพราะมันสะดวกมากขึ้นๆเรื่อยๆ และคุณภาพก็ดีขึ้นๆเรื่อยๆด้วย ยิ่งในยุคบั้นปลายของยุคฟิล์มรุ่งเรืองด้วยแล้ว ประมาณยุค ’90 ถึงปี 2000 เทคโนโลยีมันก้าวไปถึงจุดที่สามารถผลิตกล้องคอมแพคที่คุณภาพสูงๆแทบจะทำงานแทนกล้องใหญ่ได้เลย เราเรียกกันว่า “กล้องพรีเมี่ยมคอมแพค” เจ้ากล้องพรีเมี่ยมคอมแพคนี้ มียี่ห้อและรุ่นที่โดดเด่นเป็นตำนานมากมาย ซึ่งเราเคยรีวิวไปแล้วอย่าง Fujifilm Klasse เป็นต้น (และจะตามมาเพิ่มในไม่ช้านี้) แต่วันนี้จะมาพูดถึงอีกรุ่นที่เรียกว่า ฮิตที่สุดรุ่นหนึ่ง จนกลายเป็นชื่อรุ่นที่พัฒนามาเป็นกล้องดิจิตอลในปัจจุบันเลยด้วยซ้ำ นั่นคือ Ricoh GR1 Ricoh GR1…

โรงงานฟิล์ม Ferrania เปิดทดลองฟิล์มขาวดำ Ferrania P30 ในวงจำกัด

ต้องเรียกว่าเป็นช่วงยุคกล้องฟิล์มกำลังพีคอีกครั้ง หลังจากการระดมทุนฟื้นคืนชีพโรงงานผลิตฟิล์มที่ใหญ่ระดับ 1 ใน 5 ของโลกในอดีตเมื่อ2 ปีก่อนอย่าง Ferrania จนถึงปัจจุบัน การพลิกฟื้นโรงงานยังเดินไปอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะล่าช้าไป 2 ปีแล้วจากกำหนดเดิม ( อ่านบทความเกี่ยวกับประวัติโรงงาน Ferrania ได้ ) ล่าสุด ทาง Ferrania คั่นเวลาโดยการผลักฟิล์มขาวดำ Ferrania P30 แบบตัวทดลอง (ALPHA) อันเป็นฟิล์มที่เคยโด่งดังของ Ferrania เมื่อยุค 1960s ซึ่งที่รู้จักกันในวงการภาพยนตร์ก็ ผู้กำกับ Pier Paolo Pasolini ชาวอิตาลี มักจะใช้ฟิล์มตัวนี้งานภาพยนตร์ของเขา เจ้า Ferrania P30 เป็นฟิล์มในตระกูลที่ใช้ในงานภาพยนตร์ขาวดำในยุคก่อน แต่ผลิตมาเพื่องานภาพนิ่ง ความละเอียด ISO 80 ซึ่งทาง Ferrania ปัจจุบันได้แอบเทสฟิล์มและเปิดเผยผลงานที่ถ่ายแล้วล่าสุด ก่อนวางขายแบบวงจำกัดในเดือนกุมภาพันธ์ 2017 นี้ จากผลงานที่ได้ดู พบว่าคงเป็นฟิล์มรุ่น ALPHA จริงๆ เพราะฟิล์มยังมีความไม่สมบูรณ์อยู่ ซึ่งทาง…

Kodak เตรียมปลุกชีพผลิตฟิล์มสไลด์ในตำนาน EKTACHROME

ข่าวอัพเดทล่าสุดอย่างเป็นทางการจากในงาน CES 2017 ในขณะที่งานนี้ แต่ละบริษัทก็ขนเทคโนโลยีล่าสุดกันมามากมาย แต่ Kodak Alaris ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Kodak ที่ดูแลการผลิตและจำหน่ายฟิล์ม ได้ประกาศการกลับมาผลิตฟิล์มถ่ายรูประดับตำนานตัวหนึ่งของ Kodak ที่ชื่อว่า Kodak EKTACHROME ฟิล์มสไลด์ที่หยุดผลิตไปตั้งแต่ปี 2012 แล้ว โดยจะผลิตฟิล์มในฟอร์แมต 135 แบบ 36 ภาพมาตรฐาน และพร้อมวางจำหน่ายในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2017 ฟิล์ม Kodak EKTACHROME เป็นฟิล์มสไลด์คุณภาพสูง ให้เกรนที่ละเอียด สีใส ไล่ไดนามิคเยี่ยม เรียกได้ว่าเป็นฟิล์มที่ได้รับความนิยมในกลุ่มช่างภาพมืออาชีพอย่างในงานภาพของทาง National Geographic ก็ใช้มาต่อเนื่องยาวนานหลายสิบปี การกลับมาผลิตใหม่ครั้งนี้ ทาง Kodak ได้ประเมินจากความนิยมและยอดขายของฟิล์มในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ที่กลับมาสูงขึ้นเรื่อยๆ (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องย้อนหลัง “Kodak ฟื้นคืนชีพโรงงานผลิตฟิล์มที่อินเดีย” , “CEO ของ Kodak กล่าวขอบคุณหนัง Star Wars ทำธุรกิจฟิล์มกำไรอีกครั้ง”) และ Kodak ก็เป็นเบอร์แรกๆที่ช่างภาพให้ความไว้ใจทั้งในระดับมืออาชีพและสมัครเล่น ปัจจุบันนี้ ทาง…

รีวิวแบบบ้านๆ ฟิล์มสี AGFA Vista 200 และ 400

ใครจะเชื่อว่า นี่…คือการกลับมารีวิวฟิล์มอีกครั้ง หลังจากรีวิวไปเมื่อ 2 ปีก่อน! เชรด… ทำไมขี้เกียจแบบนี้นะ… จริงๆเคยตั้งใจเอาไว้แหล่ะนะว่าจะเทสอย่างจริงจังให้ดูกัน เอาเป็นว่าเราจะได้พบกันใหม่แน่ๆ (ประโยคแบบนี้ดูเป็นลางไม่ค่อยดี ประหนึ่งคำ Polycat ได้กล่าวไว้ “ด้วยคำที่บอกว่าเราจะมาพบกันใหม่ มักจะไม่พบกันอีก”) วันนี้เริ่มต้นเขียนถึงฟิล์มตัวนี้กันดีกว่า AGFA Vista เพราะว่ามีคนถามบ่อยมากว่ามันต่างกับตัวอื่นยังไง? ขอบอกความในใจของเราอันนึงก่อนเลยว่า อย่าไปคาดหวังให้ฟิล์มสี มันแตกต่างกันมากๆขนาดเหมือนที่เราถ่ายดิจิตอลแล้วมาใส่ Filter อะไรแบบนั้น ตัวแปรของการถ่ายฟิล์มมันเยอะมาก! เช่น แสงที่ถ่ายในวันนั้น , กล้องอะไร , ล้างฟิล์มยังไง , สแกนยังไง ฯลฯ เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่ถ่ายเอง ทดลองเองเยอะๆ จะแยกแยะไม่ออกเลย ขอโคว้ดคำพูดเน้นๆ “ฟิล์มสีมันไม่สำเร็จรูปเหมือนแอพนะเว้ย!!” การถ่ายฟิล์มต้องอาศัยการลองเยอะๆเท่านั้น ถึงจะเข้าใจในรายละเอียดนะ เพราะฉะนั้น สิ่งที่จะแนะนำเกี่ยวกับฟิล์มตัวนี้ให้ฟัง เป็นเพียงข้อมูลกลางๆ เบื้องต้นเท่านั้นนะ แนะนำให้ไปทดสอบเองกันต่อด้วย เอาล่ะ…มาทำความรู้จักฟิล์มตัวนี้กันก่อน ฟิล์มยี่ห้อ AGFA นั้น เดิมทีผลิตอยู่ในประเทศเบลเยี่ยมมาอย่างยาวนานในชื่อบริษัท Agfa-Gevaert เป็นร้อยกว่าปี  จนกระทั่งปี 2004 ทาง…

Kodak ฟื้นคืนชีพระบบโรงงานผลิตฟิล์มในอินเดีย

จากบทความใน The Times Of India City (JULY 16) หลังจากที่ได้กลับมาเซ็ตระบบของแล็ปล้างฟิล์มที่นิวยอร์คและกำลังจะเซ็ตเพิ่มอีกที่ในลอนดอน ทาง Kodak ได้เตรียมการฟื้นคืนชีพโรงงานฟิล์มในอินเดีย ซึ่ง Christian Richter กรรมการฝ่ายขายและการตลาดเอเชียแปซิฟิกของ Kodak ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ อะไรที่คุณคิดว่าต้องมาเปิดที่อินเดีย? เราเห็นว่ามันมีการฟื้นคืนความเป็นอนาลอก ซึ่งก็เรียกได้ว่าตอนนี้กลายเป็นยุคแห่งอนาลอกไปทั่วโลกก็ว่าได้ ยอดขายฟิล์มของเรากลับมาสู่ระดับที่น่าพอใจ เลยกลายเป็นสิ่งที่เรากลับมาคิดว่าควรจะต้องไปเปิดที่อินเดีย ผมมาที่อินเดียเพื่อสำรวจตลาดและพูดคุยกับผู้ถือหุ้นที่จะมาลงทุนเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวกับฟิล์ม การผลิตฟิล์ม ตอนนี้เรามีผู้จัดจำหน่ายในมุมไบเรียบร้อยแล้ว และผมก็ยังอยู่ที่นี่เพื่อคอยดูว่าฟิล์มจะถูกใช้ในกลุ่มไหนบ้าง ทำไมถึงผลักดันฟิล์มกลับมาใหม่หลังจาก Kodak เฟดตัวไปเมื่อปี 2012? Kodak ได้ผ่านช่วงที่ท้าทายสำหรับบริษัทเราไปแล้ว รวมถึงในส่วนของตลาดภาพยนตร์ด้วย เราผ่านช่วง Chapter 11 ( ช่วงที่บริษัทยื่นขอคุ้มครองล้มละลาย ) ที่อเมริกาเมื่อปี 2012  เรามีการปรับโครงสร้างบริษัท ซึ่งตอนนั้นเราเห็นช่วงขาลงในธุรกิจฟิล์มและเราไม่แน่ใจเลยว่าขาลงนี้มันจะหยุดลงหรือไม่ แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งเมื่อปี 2013 และ 2014 เราก็ยังไม่แน่ใจ ถ้าเราจะเก็บโรงงานให้ผลิตต่อไปและให้ผลิตพอเพียงกับความต้องการตลาด สิ่งที่เราจัดการคือรวมทุกสิ่งที่เรามีเข้าด้วยกัน เราคิดกันว่าต้องหยุดโรงงานที่อินเดียซะก่อน ในขณะเดียวกัน เมื่อพวกเราเข้าถึงกลุ่มคนทำหนังทั่วโลกแล้ว จะทำให้เกิดความต้องการฟิล์มในงานหนังมากขึ้น ซึ่งนั่นจะทำให้เราอยู่ได้ในระยะยาว แต่การตัดสินใจเรื่องที่อินเดีย มันผิดไป.. เราก็เลยต้องย้อนกลับไปดูใหม่ เราต้องมั่นใจว่าเราจะเตรียมพร้อมโครงสร้างพื้นฐานสำหรับพวกเราและคนทำหนังต่อไป…

อย่าเล่นเลยกล้องฟิล์ม… ถ้า…

วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว… ตั้งแต่เราเริ่มเขียนบล็อกเกี่ยวกับกล้องฟิล์มมา มันก็น่าจะสัก 3 ปีได้ มันผ่านช่วงที่กล้องฟิล์มบูมสุดๆ แบบวัยรุ่นแทบทุกคนขวนขวายจะเล่นให้ได้ ทุกการประกาศขายกล้องฟิล์มมันจะถูกขายไปอย่างรวดเร็ว.. ณ วันนี้ กระแสนั้นมันก็จางไปมากพอสมควร ที่หลงเหลืออยู่ก็รู้สึกได้ว่าไม่มากเท่าช่วงที่พีคๆ เราเชื่อว่าคนที่รักกล้องฟิล์มหลายๆคนรอคอยเวลาที่ทุกอย่างเริ่มสงบลงนี่แหล่ะ.. เหตุผลก็คือ พวกเราไม่อยากให้คนที่อยากได้มันเพราะแค่กระแส ไม่ได้หยิบจับมันด้วยความรักจริงๆ ได้ครอบครองกล้องฟิล์มเท่าไหร่นัก เพราะคนไม่ได้รักมันจริงๆก็ทำให้แค่ซื้อมาแล้วก็ทิ้งๆขว้างๆ เสียดายของดีๆที่มันหายไป พังไป กล้องฟิล์มเป็นกล้องเก่าหลายสิบปีขึ้นไป มันต้องการการดูแลและคนที่เข้าใจมัน มันไม่ได้มีอะไรที่สามารถอำนวยความสะดวกให้กับเราได้เหมือนกล้องสมัยนี้… ออโต้โฟกัสรวดเร็วภายใน 0.001 วินาที หาโฟกัสได้เป็นร้อยจุด ตามติดลูกตาคนถ่าย ชาร์ตแบตด้วย USB ฯลฯ ไม่.. มันมองไม่เห็นด้วยซ้ำว่าภาพที่ถ่ายไปแล้วเป็นยังไง? แสงอาจจะรั่วเพราะสภาพที่เก่า หรือเลนส์อาจจะมีราขึ้น เราจะเห็นการปล่อยขายของกล้องฟิล์มทิ้งเต็มไปหมด บางคนซื้อไปไมเคยได้ถ่ายมันเลยสักครั้ง หรืออย่างมากก็ฟิล์มม้วนนึง นั่นเกิดจากกระแสที่มันเคยถูกพูดถึงเอามากๆแบบปากต่อปากกันไปจนใครๆก็อยากจะได้มัน “พี่คะ หนูอยากได้กล้องฟิล์ม ซื้อที่ไหนคะ?” นี่คือคำถามที่เราได้รับบ่อยที่สุด แม้ว่าช่วงหลังๆมานี้จะน้อยลงไปเยอะมากแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีมาอยู่เรื่อยๆ…  สิ่งที่เราแนะนำเสมอๆคือ พยายามหาข้อมูลให้มากที่สุดเท่าที่จะหาได้ก่อน กูเกิ้ลนั้นเป็นสิ่งที่โคตรอำนวยความสะดวกสำหรับคนอย่างเรา สะดวกเกินไปด้วยซ้ำเมื่อเทียบกับคนรุ่นๆเราในสมัยก่อนที่หาข้อมูลอะไรก็ยากเย็นเหลือเกิน ดังนั้น…วัยรุ่นก็ควรจะใช้มันได้ดีกว่าคนอย่างเราๆนะ เพราะข้อมูลไอ้ที่เรารู้จักกล้องฟิล์มทั้งหลายเนี่ย ก็ใช้กูเกิ้ลไม่ต่างกันหรอก อย่าเล่นเลยกล้องฟิล์ม… ถ้า… คุณอยากได้มันเดี๋ยวนี้ เร็วที่สุด…

รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ Olympus mju Stylus ทั้งสองเวอร์ชั่น เกิดมาเพื่อ SNAP!

เราเคยรีวิวกล้องประเภทคอมแพค ออโต้โฟกัสไปครั้งนึงนะ นั่นคือ Fujifilm Klasse S ซึ่งอันนั้นเป็นกล้องคอมแพคระดับพรีเมี่ยม ฉลาดและคุณภาพสูงเทียบกับกล้องฟิล์มตัวโปรๆแบบพอฟัดพอเหวี่ยงกันได้ ซึ่งราคามันก็จะโหดตามคุณภาพไปด้วย สำหรับมือใหม่ก็อาจจะหูย…ไม่ไหวว่ะ.. อยากได้กล้องคอมแพคเหมือนกัน ถ่ายง่ายๆเหมือนกัน แต่ถูกๆมีมั๊ย? …มีสิ Olympus mju ซีรีย์ (ใครๆก็จะออกเสียงว่า เอ็ม-จู แต่จริงๆมันอ่านว่า พิว อันมาจากเครื่องหมายทางวิทยาศาสตร์แปลว่า Micro) มีมากมายหลายตัวมากๆเลย แต่เราขอพูดถึงเฉพาะตัวพ่อ ต้นตระกูล mju กันดีกว่า ไอ้เจ้า mju นี้จริงๆแล้วเป็นผลผลิตที่พัฒนาการมาจากซีรีย์ Olympus XA ในช่วงต้นยุค ’80s ซึ่งถือว่าเป็นกล้องคอมแพคที่เจ๋งมากๆแล้วในยุคนั้น แต่เมื่อเทคโนโลยีดีขึ้น โดยเฉพาะออโต้โฟกัสที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ทำให้กล้องคอมแพคในยุค ’90s หันไปเป็นกล้องแบบออโต้โฟกัสจริงๆจังๆกันหมด (ออโต้โฟกัสในยุค ’80s มันเป็นแค่การ Zone Focus กะระยะให้เท่านั้น ยังไม่ฉลาดพอที่จะโฟกัสได้เป๊ะๆ) ด้วยความดีงามของ XA ที่มีเลนส์เจ๋งมากๆ บอดี้ที่เล็กมากๆ ทำให้มันถูกดัดแแปลง พัฒนาในช่วงต้นยุค ’90s จนกลายเป็น mju ซีรีย์…