Agfa ประกาศเลิกผลิตฟิล์ม บทเรียนสำคัญของตลาดฟิล์มยุคใหม่

สำหรับร้านค้าฟิล์มร้านนึงที่เกิดในช่วง 4-5 ปีนี้อย่างเรา จากการประกาศจากทางแบรนด์ Agfa Photo ว่าจะเลิกผลิตฟิล์มทั้งหมด ตั้งแต่ตระกูล Vista และ CT ส่งผลให้ฟิล์มน่าจะมีการกระจายไปตามร้านค้าปลีกหมดภายในเดือนกุมภานี้เป็นล็อตสุดท้าย นับเป็นเรื่องใหญ่ทีเดียว เพราะในยุคการรีบอร์นของตลาดฟิล์มช่วง 4-5 ปีมานี้ ชื่อของ Agfa นับเป็นตัวผู้เล่นสำคัญอันดับ 3 ในตลาดที่มีอิทธิพลมากระดับนึง รีวิวแบบบ้านๆฟิล์มสี AGFA Vista 200 และ 400 แม้ว่าชื่อ Agfa ในปัจจุบัน จะไม่ใช่แบรนด์ Agfa เดิมที่รู้จักกันเป็นร้อยๆปีที่แล้ว ซึ่งเดิมเป็นของบริษัท Agfa-Gevaert แต่ได้ขายชื่อแบรนด์ไปตั้งแต่ปี 2004 หลังจากมีการประกาศล้มละลายไป โดยปัจจุบันที่เราใช้ๆกันอยู่ เป็นการผลิตและจัดจำหน่ายโดยบริษัท AgfaPhoto Holding GmbH. ที่ตั้งขึ้นมาใหม่ ปัจจุบันภายใต้แบรนด์ Agfa Photo จึงทำหน้าที่เป็นแค่จัดการจัดจำหน่ายเป็นหลัก โดยโรงงานผลิตฟิล์มจริงๆในส่วนของฟิล์มสีและฟิล์มสไลด์ ดำเนินการโดย Fujifilm ที่ญี่ปุ่น แต่มีการพัฒนาเบสฟิล์มขึ้นมาเฉพาะของ Agfa (ถ้าใครใช้บ่อยๆจะรู้ว่ามันอาจจะคล้าย Superia อยู่บ้าง แต่โทนสีจะแตกต่างกันออกไปอยู่บ้าง) เมื่อมีการประกาศยกเลิกการผลิต ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไร…

รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ Olympus C-AF ดึกดำบรรพ์ออโต้

เห็นช่วงนี้ฮิตกล้องออโต้กันจั๊งเลยย อาจจะเพราะคนอยากลองเล่นฟิล์มแต่ก็ไม่อยากปรับอะไรยากๆก็เป็นได้ จนตอนนี้ราคาเหล่ากล้องออโต้น้อยใหญ่พากันก้าวกระโดดกันไปไกลเหลือเกิน ว่ากันถึงกล้องออโต้นี่ถ้าจะให้เล่าความเป็นมา ก็อาจจะต้องแบ่งออกตามช่วงเวลาที่มันได้ถือกำเนิด พัฒนา จนถึงวาระสุดท้ายของกล้องฟิล์ม นับๆดูแล้วก็น่าจะใช้เวลาราวๆ 20 กว่าปีในตลาดเห็นจะได้ ย้อนกลับไปในช่วงยุค ’70s แบรนด์แรกที่นำเสนอเทคโนโลยี ‘Autofocus’ สู่วงการถ่ายภาพคือ Leica นะ แต่จนแล้วจนรอดปรากฏว่าคนที่พาสู่ตลาดจริงๆจังๆเป็นเจ้าแรก (หมายถึงผลิตขายสู่ตลาดนั่นแหล่ะ) คือ Konica กับกล้องรุ่น C35 AF ในปี 1977 ซึ่งเราเคยพูดถึงอยู่เหมือนกันเมื่อนานมาแล้ว แต่ที่จะพูดถึงในวันนี้ ไม่ใช่ตัวนี้ 555 ตัวที่จะพูดถึงในวันนี้คือ Olympus C-AF อันเป็นกล้องฟิล์มออโต้โฟกัสตัวแรกของแบรนด์ Olympus ซึ่งวางจำหน่ายในปี 1981 หรือราวๆเกือบ 40 ปีที่แล้ว อันจะว่าไปถึงเทคโนโลยีออโต้โฟกัสในยุคแรกๆนั้น ก็ไม่ได้จะฉลาดอะไรเหมือนออโต้โฟกัสในปัจจุบันนี้นะ ให้อธิบายหลักการทำงานง่ายๆก็คือมันเป็นกล้อง Zone Focus หรือกล้องแบบกะระยะที่มีแสงอินฟราเรดยิงออกไปเพื่อช่วยหาระยะของวัตถุให้ แล้วกล้องมันก็จะปรับโฟกัสเป็น Zone ใกล้เคียงกับวัตถุนั้นๆ แปลว่า “มันจะไม่ได้โฟกัสเป๊ะๆ 100%” แต่ก็นั่นแหล่ะ.. มันคือความใหม่มากๆในยุคปี 1981…

รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ Olympus Trip 35 ราคามัธยม ภาพคมระดับมหาลัย

ถ้านั่งนับว่าเราเขียนรีวิวกล้องฟิล์มมานานเท่าไหร่แล้วนะ..  1.. 2.. 3.. โห จะ 4  ปีอยู่แล้วเนี่ยยยย ซึ่งถ้าใครติดตามอ่านบล็อกเรามาจะสังเกตว่าเราเลือกจะรีวิวกล้องฟิล์ม Olympus เป็นส่วนใหญ่เลย ตั้งแต่สมัย Olympus Pen EE , Olympus Pen F หรืออย่าง Olympus 35 DC นี่ตั้งแต่ไม่มีใครสนใจใยดีมันเลยอ่ะ แต่จะมาหาว่าเราได้ตังค์มาเขียนก็ไม่ได้นะ เพราะไอ้กล้องพวกนี้นี่อายุปาเข้าไปรุ่นพ่อรุ่นปู่กันแล้ว คงไม่มีวางอยู่ตามห้างไรงี้ แต่กล้องฟิล์มอีกตัวที่เราดันไม่ได้เขียนถึงสักที แม้ว่ามันจะเป็นกล้องสุดฮิตตัวนึงที่คนเล่นกล้องฟิล์มแรกๆจะต้องอยากได้กันบ้างล่ะ นั่นคือ Olympus Trip 35 เอาจริงๆแล้วเราพยายามจะรีวิวมันอยู่หลายครั้ง เพราะอย่างช่วงสัก 2 ปีก่อนเป็นช่วงที่เราเทสกล้องฟิล์มเยอะมาก หนึ่งในนั้นที่เทสเยอะจนเรียกว่าซ่อมไปเป็นสิบตัวก็คือเจ้านี่แหล่ะ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้เขียนถึงสักที รอบนี้ได้ฤกษ์จริงๆที่จะเขียนถึงล่ะนะ.. Olympus Trip 35 เป็นกล้องที่ยอดขายถล่มทะลายในยุคสมัยของมัน ขายได้เท่าไหร่ไม่รู้ รู้แต่มันผลิตออกมาเกิน 10 ล้านตัว!!! แม่เจ้า.. นอกจากขายได้เยอะ มันก็มีอายุการผลิตที่ยืนนาน (จนเมื่อย) เลยทีเดียว คือตั้งแต่ปี 1968 ถึง…

ใกล้คลอดแล้ว!! Kodak เผยภาพเบื้องหลังการผลิตล่าสุดของฟิล์ม Ektachrome

หลังจากที่ Kodak ได้ประกาศการปลุกชีพฟิล์มสีสไลด์ในตำนาน Ektachrome ที่เลิกผลิตไปแล้วตั้งแต่ปี 2013 เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาที่งาน CES (อ่านข่าวย้อนหลัง : Kodak เตรียมปลุกชีพผลิตฟิล์มสไลด์ในตำนาน EKTACHROME) มาถึงวันนี้.. ผ่านมา 10 เดือน Kodak Alaris บริษัทลูกผู้ดูแลการกลับมาของ Ektachrome ครั้งนี้ เคยกล่าวไว้ว่ามันจะสามารถออกสู่ตลาดได้ในปลายปี 2017 ซึ่งเหลืออีกเดือนเดียวเท่านั้น…แต่ทุกอย่างยังคงเงียบงัน เกิดอะไรขึ้นกับ Ektachrome? ล่าสุด..Kodak ได้ปล่อย Podcast ความยาว 40 นาทีที่พูดถึงความคืบหน้าของการกลับมาในครั้งนี้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง? ใจความสำคัญ Kodak พูดถึงความยากลำบากในการพาเอา Ektachrome ฟื้นกลับมาให้ได้ มันเป็นฟิล์มที่มีส่วนผสมมากกว่า 80 อย่าง แน่นอนว่าบางอย่างไม่สามารถหาได้อีกแล้วในปัจจุบัน ทำให้ Kodak ต้องหาสูตรใหม่ในการผลิตส่วนผสมชนิดนั้นขึ้นมาใหม่เอง และที่สำคัญในเชิงธุรกิจคือ Kodak ต้องสามารถควบคุมให้ผลิตได้ในจำนวนที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถดำเนินสายการผลิตได้ยั่งยืน ข่าวดีคือ ณ เวลานี้ Kodak สามารถผลิตตัวทดลองขึ้นมาเป็นผลสำเร็จ ซึ่งอยู่ในขั้นตอนที่ทดสอบให้มั่นใจว่าจะนำไปสู่การผลิตจำนวนมากเพื่อป้อนตลาดได้ ก้อนแรกที่จะทดสอบการผลิตสู่ตลาดนั้น…

Polaroid เตรียมฟ้องแล้ว!! Fujifilm ทำฟิล์ม Instax Square ลอกเลียนแบบ

หลังจากการกลับมายืนหยัดในตลาดฟิล์มอีกครั้งของแบรนด์ Polaroid เมื่อไม่กี่เดือนก่อน โดยเฉพาะการออกมาของกล้อง Polaroid One Step 2 พวกเขาก็ไม่รอช้าจะทวงคืนทุกสิ่งอย่างในช่วงที่พวกเขาหลับใหล ปลายปีก่อน เราได้เห็นฟอร์แมทฟิล์มตัวใหม่ของ Fujifilm ที่ชื่อว่า Instax Square ซึ่งออกมาพร้อมกล้อง Fujifilm SQ-10 หลังจากประสบความสำเร็จอย่างมากในตลาดฟิล์มประเภท Instant ทั้ง instax Mini และ Instax Wide โดยทาง Fujifilm คาดหวังยอดขายที่ $7.5 ล้าน ในปี 2017 เจ้า Fujifilm Instax Square นี้ มันก็คือฟิล์มสัดส่วน 1:1 ในตำนานของ Polaroid ที่อาจจะมีขนาดเล็กกว่าหน่อย แต่มันปฏิเสธไม่ได้ว่าต้นฉบับคือ Polaroid นั่นเอง ไม่รอช้า.. Polaroid แสดงจุดยืนที่ Fujifilm ควรจะต้องจ่ายตังให้พวกเขาสำหรับผลประโยชน์นี้ โดยอ้างว่าฟิล์ม Instax Square มีรูปแบบที่ใช้จุดเด่นสำคัญอันหนึ่งของ…

ต้องงี้!! กล้องฟิล์มแท้ๆตัวจริงเสียงจริง “Reflex” เกิดใหม่ในยุคดิจิทัล

เราคาดหวังมานานเหลือเกินว่าจะมีใครสักคน หันกลับมาผลิตกล้องฟิล์มใหม่อีกครั้ง ใหม่ที่หมายถึงใหม่หมด ใช้งานจริงจังมืออาชีพ ซึ่งคนรักกล้องฟิล์มทั่วโลกคงจะเข้าใจกันดีว่า ไอ้กล้องที่เราใช้ๆกันอยู่นี่เป็นของเก่าทั้งนั้น บางตัวก็แก่รุ่นปู่ทวด อย่างใหม่ๆหน่อยอย่างกล้องฟิล์ม SLR ของ Nikon รุ่นสุดท้าย F6 ซึ่งหยุดผลิตไปแล้ว 13 ปีก็ยังมีขายกันในเวบ Nikon ที่อเมริกาในราคา 90,000 บาท!!! หรืออย่าง 2 ปีก่อนมีข่าว Nikon เอากล้อง FM10 ออกมาขายใหม่ ก็เป็นแค่การนำชิ้นส่วนที่เหลือเอามาประกอบขายแค่นั้นเอง ไม่ใช่การสร้างใหม่แต่อย่างใด แน่นอนว่าถ้าไม่มีใครบ้าบิ่นลุกขึ้นมาผลิตกล้องใหม่ซีเรียสๆกันสักที ความหวังที่จะมีฟิล์มใช้กันไปยาวๆก็จะยิ่งยากขึ้น แต่แล้ว…โปรเจค Kickstarter อันนี้ก็อุบัติขึ้น!!! กล้องฟิล์มแบบ Single Lens Reflex (แบบเลนส์เดี่ยวสะท้อนกระจก) ใช้ชื่อว่า “Reflex” นับเป็นโปรเจคที่โดนใจเรามากๆ เพราะหลายปีที่คนหันกลับมาสนใจโทนภาพฟิล์มกัน ก็มีแต่คนพยายามทำอะไรที่เบี่ยงเบนไปดิจิทัลกันทั้งนั้น เช่นพยายามให้ใช้กล้องฟิล์มแต่ถ่ายเป็นดิจิทัลบ้างล่ะ ทำกล้องดิจิทัลหน้าตาเลียนแบบกล้องฟิล์มบ้างล่ะ ทำแอพให้ถ่ายออกมาคล้ายฟิล์มบ้างล่ะ… แต่ไม่มีใครคิดจะทำกล้องฟิล์มดีๆจริงจังๆสักที พวกเขามาด้วยความจริงจัง ขนทั้งวิศวกร , นักออกแบบ , นักประดิษฐ์ ,…

Fujifilm ประกาศรายชื่อฟิล์มที่เลิกผลิตในปี 2018 ลาก่อน.. Natura 1600 

ทุกปี Fujifilm จะประกาศแผนการผลิตฟิล์มล่วงหน้า ซึ่งแน่นอนว่ามันคือการประกาศยกเลิกการผลิตฟิล์มในหลายๆตัวลงด้วย ซึ่งในปี 2018 ที่จะถึงนี้ก็มีรายชื่ออกมาเป็นที่เรียบร้อย เหตุผลง่ายๆคือ ถ้าในเทียบระหว่าง Kodak กับ Fujifilm แล้ว ฝั่งหลังนับว่ายังมีประเภทของฟิล์ม หรือ SKU ให้เลือกมากกว่าฝั่งแรกอยู่เป็นเท่าตัว นั่นทำให้ต้นทุนการผลิต การจัดจำหน่ายสูงตามไปด้วย การลดประเภทของฟิล์มที่ขายไม่ได้มากหรือซ้ำซ้อนลงจึงมีการทำอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีมานี้ ล่าสุดการประกาศรายชื่อฟิล์มที่จะเลิกผลิตในปีหน้า 2018 ของทาง Fujifilm ออกมาเป็นที่เรียบร้อย ไฮไลท์เลยคือ Fujicolor Natura 1600 ฟิล์มสีที่ไวแสงที่สุดในตลาด ถึงกาลอวสานจนได้ หลังจากปีนี้ก็เลิกผลิตแบบแพค 3 สุดประหยัดไปแล้ว ปีหน้านี้ก็มาถึงคราวกล่องเดี่ยวซึ่งเป็นแบบสุดท้ายที่เหลืออยู่จนได้ พวกเราจะคิดถึงโทนสีนุ่มๆของแกนะ… ส่วนไฮไลท์อีกอันที่ทำใจไปแล้วตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาคือ Fujifilm Neopan 100 Acros ที่หยุดผลิตทั้งหมดในขนาด 135 และ 120 เป็นที่เรียบร้อย ปีหน้าก็ล้างบางไปถึงขนาด 4×5 และ 8×10 สำหรับกล้อง Large Format ด้วย นับเป็นการปิดฉากการผลิตฟิล์มขาวดำของ…

D.I.Y ตู้ตากฟิล์ม แห้งไวในราคาไม่เกินสองพัน

ข้อดีของเมืองไทยที่นึกได้อย่างรวดเร็วก็คือ.. เครื่องมือช่างๆ ที่เราสามารถดัดแปลงโน่นนั่นนี่ได้ง่ายๆ มันหาได้ไม่ยากเลย และราคาก็ไม่แพง สำหรับคนที่บ้าฟิล์มลงลึกไปเรื่อยๆแล้ว บางคนก็จากเห็นเพื่อนมันคล้องคอเดินเกร๋ๆแล้วอยากจะห้อยเกร๋ๆบ้าง เริ่มหาซื้อจากตัวละพันสองพัน ลามไปห้าหกพัน ลามไปเป็นหมื่น… ลามไปล้างฟิล์มเอง …ลามไปสแกนฟิล์มเอง มาถึง ณ จุดนี้.. พวกเราชาวฟิล์ม… นอกจากต้องกินมาม่าจนหมดบ้านไปแล้ว ก็อาจจะไม่เหลืออะไรติดตัว บทความนี้..จึงช่วยเสนอทางออกให้กับผู้ยากไร้อย่างเราๆด้วยการ “D.I.Y ตู้ตากฟิล์ม แห้งไวในราคาไม่เกินสองพัน!!” จริงๆแล้ว ตู้ตากฟิล์มในสมัยก่อนกาลดิจิตอลนั้น มีราคาหลายหมื่นทีเดียว ว่าแต่…ทำไมต้องใช้ตู้ตากฟิล์มล่ะ? สำหรับคนที่ล้างฟิล์มไม่ได้เยอะ การตากฟิล์มในห้องน้ำถือเป็นทางออกที่ดีที่สุด เนื่องจากฟิล์มต้องการพื้นที่ที่ไร้ฝุ่น ซึ่งห้องน้ำถือเป็นสถานที่เดียวในบ้านที่ฝุ่นน้อยที่สุด แต่การตากฟิล์มแบบนั้น นอกจากจะได้จำนวนไม่มากแล้ว ก็ยังแห้งช้า..ไม่ทันใจโลกดิจิตอล (แต่แม่งเล่นอนาล็อก) สักเท่าไหร่ อย่างน้อยก็ควรตากไว้สัก 5-6 ชั่วโมง หรือข้ามคืนอะไรแบบนี้ และที่สำคัญ.. ถ้าดันตากไว้ในพื้นที่ที่ต้องใช้อาบน้ำ แล้วกูจะอาบยังไง… ตู้ตากฟิล์มเลยเป็นนวัตกรรมที่น่าสนใจสำหรับวัยรุ่นใจร้อนอย่างพวกเรา เริ่มต้นช็อป!! ก่อนอื่นเลยต้องเตรียมตังค์ก่อน เม้มๆแม่ เม้มๆแฟนไว้สัก 2 พัน แล้วเข้าเวบช็อปกันได้เลย เริ่มจากเข้าไปที่ www.ikea.com/th (อันนี้ไม่ได้ค่าโฆษณานะ…แต่ถ้าอีเกียมาเห็นแล้วอยากให้ ก็จะรับ 555) ตรงไปที่หมวด “ที่เก็บเสื้อผ้า” มองหาเจ้าตู้ที่ชื่อว่า “เบรม”…

ILFORD เปิดตัว Lab ล้าง-อัดภาพใหม่ที่แคลิฟอร์เนีย ปลุกตลาดฟิล์มอีกครั้ง

ข่าวการเติบโตในวงการฟิล์มนี่นานๆจะโผล่มาที นี่ก็นับได้ว่าเป็นข่าวในทางบวกอีกหนึ่งข่าว เมื่อ บริษัท Harman Technology  หรือที่คนรักฟิล์มรู้จักว่าเป็นบริษัทที่ผลิตฟิล์ม น้ำยา กระดาษอัดภาพ ILFORD นั่นแหล่ะ ได้ตัดสินใจเปิด Lab ในการล้าง-อัดภาพขึ้นที่ California ซึ่งตอนนี้ได้เปิดให้บริการแล้ว และยังรับบริการทางเวบสำหรับคนที่อยู่ในพื้นที่อเมริกาเหนือด้วย ทางกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาดของ Harman ได้บอกว่า ตอนนี้เป็นเรื่องยากมากสำหรับช่างภาพที่จะหา Lab ดีๆในการล้าง-อัดภาพขาวดำ ซึ่งก่อนหน้านี้ทาง Harman ได้เปิดบริการในอังกฤษ ประเทศที่ตั้งของบริษัทไปแล้ว ได้รับผลตอบรับอย่างดี ก็เลยเป็นที่มาในการขยายไปสู่ต่างประเทศเป็นครั้งแรกหลังจากตลาดฟิล์มได้ฟื้นขึ้นมา โดย Lab นี้จะให้บริการล้าง-อัดภาพขาวดำ ฟิล์มสี ฟิล์มสไลด์ ทั้งฟิล์มขนาด 35mm และ 120 โดยบริการนี้จะส่งกลับไปให้ลูกค้าภายใน 2-3 วันเท่านั้น ซึ่งราคาเริ่มต้นที่ $16 ต่อฟิล์ม 1 ม้วน หรือประมาณ 560 บาท โดยสามารถอัดและสแกนเพิ่มเติมก็เพิ่มเงินไปตามราคา อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เวบทางการของ ILFORD ผู้สนับสนุนหลัก  Husband and…

ตอบคำถามง่ายๆ “ถ้าอยากเริ่มล้างฟิล์มเอง ต้องทำอย่างไร?”

** Edited เมษา 2519 | เพิ่มคลิปแนะนำนำ้ยาล้างฟิล์มสี CineStill CS-41 ช่วงตอบปัญหาคาใจน้องๆเพื่อนๆพี่ๆที่สนใจถ่ายรูปกล้องฟิล์ม กลับมาอีกแล้ว! เนื่องจากช่วงนี้มีคนมาถามเราเยอะมากเรื่องการล้างฟิล์มด้วยตัวเอง เช่น ถ้าอยากล้างฟิล์มเองนี่ยากมั๊ย? ต้องใช้เงินเท่าไหร่? ล้างแล้วดีกว่าร้านล้างยังไง? ฯลฯ คือเป็นคำถามที่สั้นแต่ต้องตอบกันยาว ไม่สามารถตอบได้ในประโยคสองประโยค บางคนถ้ามาที่ร้านเราเลยก็ยังพอจะง่ายหน่อย แต่คงไม่ใช่ทุกคนที่แวะมาคุยกันง่ายๆ เอาเป็นว่า สรุปเป็นบทความให้อ่านกันจะง่ายกว่า ก่อนหน้านี้ เราเคยเขียนบล็อกเอาไว้แล้ว เกี่ยวกับ วิธีล้างฟิล์มสีด้วยตัวเอง แบบบ้านๆมาก..ถึงมากที่สุด เพราะเมื่อก่อนตอนจะหัดล้างนี่หาข้อมูลยากมาก งงกันสามวันเจ็ดวัน พอล้างเป็นแล้วเลยเก็บกด อยากเขียนโพสเอาไว้ให้อ่านกันโต้งๆเลย ทีนี้.. มันก็อาจจะยังไม่ครอบคลุมเท่าที่ควรสำหรับคนที่คิดจะเริ่ม อย่างที่เกริ่นไปแล้วว่า คำถามพื้นๆนี่เราไม่เคยรวบรวมเอาไว้สักที บางทีลูกค้ามาที่ร้านมักจะถามว่า “ถ้าจะเริ่มล้างเองนี่ ใช้เงินเท่าไหร่?” แค่นี้ยังไม่เคยเอาเครื่องคิดเลขมากดๆๆบวกราคาเครื่องมือเอาไว้เลย… เอาเป็นว่า วันนี้ล่ะ! จะเป็นฤกษ์ดีในการตอบสักที ป.ล. ขอแนะนำนิดนึงว่า ใครที่อยากจะเริ่มมาล้างฟิล์มเอง ควรฝึกถ่ายรูปให้แม่นยำก่อน และเข้าใจพื้นฐานความรู้เรื่องฟิล์มมาประมาณนึงแล้ว ไม่อย่างนั้นจะเข้าใจกระบวนการทำงานพวกนี้ยาก มันไม่สำเร็จรูปเหมือนกล้องดิจิตอล ต้องเข้าใจกันก่อน เช่น บางคนยังไม่รู้เลยว่า ล้างฟิล์มไปเพื่ออะไร? (เจอคำถามมาแล้วเช่นว่า ไม่ต้องล้างฟิล์มได้มั๊ยคะ…

รูปครอบครัวญี่ปุ่นจากฟิล์มที่ถูกทิ้งไว้ 10 ปี หวังว่าเค้าจะได้เจอ..

ช่วงนี้ไม่ค่อยได้หากล้องเก่าๆมาขายเท่าไหร่ เพราะไม่มีเวลาเลย แถมเดี๋ยวนี้คนขายกล้องฟิล์มก็เยอะมากกกกก ตามความฮิต จริงๆมันสนุกดีนะ แต่ว่ามันต้องใจเย็นๆเหมือนนั่งตกปลา จะใจร้อนไม่ได้เลย เพราะอาจจะได้กล้องห่วยๆมา พอได้กล้องมาก็ต้องมานั่งเช็คสภาพ ส่วนใหญ่ก็ต้องส่งช่างนั่นล่ะ ชุบชีวิตมันใหม่ บางตัวนี่มันเหมือนหลับไปหลายสิบปี เราชอบอารมณ์ตรงนั้นนะ แบบว่ากล้องที่อยู่ในมือคนอื่นมาหลายสิบปี เจ้าของอาจจะไม่อยู่แล้วก็ได้ ตอนนี้มันฟื้นขึ้นมาทำหน้าที่ของมันได้อีก นอกจากกล้องแล้ว สิ่งที่มักจะได้แถมมาบ่อยๆก็คือ “ฟิล์มค้างกล้อง” คือนึกออกมั๊ยว่าเวลาเราเบื่ออะไรหรือเลิกใช้อะไร มันจะไม่ได้ถูกเลิกใช้แบบเก็บเรียบร้อยเท่าไหร่หรอก ไอ้กล้องนี่ล่ะตัวดี นึกถึงคนถ่ายๆไป ฟิล์มยังไม่หมดม้วนหรอก ก็เกิดไม่ใช้มันซะอย่างนั้น หมกอยู่ในห้องเก็บของอะไรก็ว่าไป นานๆไปก็ลืมแล้วว่าเคยถ่ายอะไร พอมันถูกส่งต่อไปยังซาเล้ง ร้านขายของเก่า อะไรแบบนี้ บางร้านก็ไม่ได้เอาออกหรอก ก็อยู่มันทั้งอย่างนั้น ตอนเราขายกล้องก็เหมือนกัน มันก็มักจะติดมากับกล้องแบบนี้บ่อยๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นของเรา บางอารมณ์ก็เอาฟิล์มนั่นล่ะไปล้าง (ข้อดีของการล้างฟิล์มเองที่บ้าน) ซึ่งหลายๆครั้งก็นึกว่าเออ ถ้าเราเป็นเจ้าของรูปพวกนี้ เราคงดีใจที่ได้เห็นมันนะ ส่วนหนึ่งที่เราชอบการถ่ายรูปด้วยฟิล์มก็เพราะทุกครั้งที่เราถ่ายไปแล้ว กว่าจะกลับมาล้างแล้วได้ดูรูปเนี่ย มันใช้เวลากว่าดิจิตอลอยู่แล้ว มันเลยได้อารมณ์ว่าเราลืมเรื่องนั้นไปแล้ว พอมาดูอีกทีเหมือนได้เปิดกล่องของขวัญ ลุ้นว่าในนั้นมันจะมีอะไรบ้าง แล้วลองคิดดูว่า ถ้าฟิล์มม้วนนั้น มันไม่ได้ถูกล้างเลยเป็นสิบปี!! แล้วเราได้กลับมาเห็น มันคงเป็นความรู้สึกที่ดีมาก และไอ้เจ้าฟิล์มม้วนนึงที่ติดกล้องมากับเรา มันก็เป็นแบบนั้นเลย เราได้กล้อง Mamiya M Time…

วิธีล้างฟิล์มสีด้วยตัวเอง แบบบ้านๆมาก..ถึงมากที่สุด

** Edited เมษา 2519 ** เพิ่มคลิปแนะนำน้ำยาล้างฟิล์มสี CineStill CS-41 เป็นเรื่องที่อยากเขียนมานานนะ มีสองเหตุผลหลักๆคือ หนึ่ง.. มีคนถามมาเยอะ ซึ่งจะอธิบายทีก็จะยาว เลยต้องอาศัยการเขียนเหมือนหลายๆเรื่องที่เราเขียนในบล็อกนี่แหล่ะ สอง.. เรื่องนี้ถือเป็นจุดกำเนิดจริงๆจังๆของการเล่นกล้องฟิล์มของเราเลยนะ ย้อนกลับไปช่วงที่เราเล่นกล้องฟิล์มจริงๆจังๆช่วงแรกๆ เวลาเราถ่ายเสร็จ เราก็ส่งล้างฟิล์มตามร้านแถวบ้าน ส่วนสแกนก็สแกนเอาเองมาตลอด แต่ใจน่ะ อยากล้างเองมาก คิดเอาไว้ในใจตลอด ส่วนตัวเราชอบถ่ายฟิล์มสีมากกว่าฟิล์มขาวดำ ซึ่งไอ้การล้างฟิล์มสีเองนี่ถามใคร ใครก็มักจะบอกว่า “ยาก!” หรือแม้แต่บอกว่า “อันตราย” ยังมีเลย เฮ้ย..ล้างฟิล์มหรือข้ามถนน 8 เลนวะนั่น แถมลองหาข้อมูลก็หาเจอแบบงงๆ เข้าใจยากชิบเป๋งเลย เราเองก็ถอดใจไปจนลืมล่ะ แต่ก็จำเอาไว้ตลอดว่าอยากล้างฟิล์มสีเอง จนวันนึงเริ่มเขียนบทความเกี่ยวกับฟิล์มนะ แต่ตอนนั้นไม่ได้เขียนในบล็อกหรอก เขียนใน Pantip ด้วยความอะไรก็ไม่รู้ล่ะ ดันไปโดนใจพี่สักคนที่เล่นกล้องดิจิตอลในนั้นเข้า จุดขัดใจนั้น เราเขียนและมีเนื้อหาบางจุด ให้เข้าใจได้ว่า การถ่ายด้วยฟิล์ม เราต้องควบคุมทุกอย่างเองในการถ่าย มันท้าทายความสามารถ ทำให้ได้ภาพที่สวยอย่างที่เราต้องการ ซึ่งเราโดนตอกกลับมาว่า “ถ้าไม่ได้ล้างฟิล์มเอง สแกนเอง จะเรียกว่า ถ่ายฟิล์มแล้วภาพที่ออกมาควบคุมด้วยตัวเองหมดได้ไง”   นั่นล่ะ! โอ้โห!…