โควิท กล้องฟิล์ม ศิลปะ และการยืนหยัด

เราเริ่มเขียนบล็อกนี้ น่าจะสักปี 2014 ถึงวันนี้นับหยาบๆก็ 7 ปีแล้ว ที่ผ่านมามีคนมากมายที่ได้อ่านเรื่องราวต่างๆในบล็อกนี้ ได้เรียนรู้บ้าง ได้อ่านอะไรเล่นๆบ้าง เหมือนว่าเรารู้จักกันผ่านตัวหนังสือ ทุกวันนี้ หลายๆคนยังเข้ามาอ่านสิ่งที่เราเขียนไว้จาก google เหมือนที่แล้วๆมา แต่จำนวนคนก็ลดลงไปเยอะมาก เรียกว่าพอๆกับตอนแรกๆที่เราเขียน ครั้งหนึ่งที่กล้องฟิล์มบูม มีคนเข้ามาดูบล็อกเราไม่น้อยกว่า 2,000 คนทุกวันจาก google ถ้านับกันก็คงประมาณเป็นหลักหมื่นคนต่อเดือน เมื่อ 6 ปีก่อน เราได้เรียนรู้ศิลปะร่วมสมัยจากการที่ถ่ายภาพสตรีท มันดีกับชีวิตเรามาก เปลี่ยนชีวิต เปลี่ยนวิธีคิด จนเราอยากส่งต่อความรู้เหมือนเมื่อตอนที่เริ่มเล่นกล้องฟิล์มใหม่ๆ ย่อยให้ทุกคนเข้าถึงง่ายๆเหมือนที่เราเคยเขียนลงในบล็อกนี้เสมอ เราเริ่มเล่นกล้องฟิล์ม ก็ 33-34 ได้ ถ่ายสตรีทก็ 34-35 ได้ เราเริ่มจากศูนย์ และเราแค่อยากเป็นตัวอย่างให้เห็นว่า ไม่มีอะไรสายไป และทุกคนทำได้ทุกอย่าง เราเล่นกล้องฟิล์มจรืงจังจนเปิดเป็นร้าน Husband and Wife จากร้านที่ใช้พื้นที่ห้องรับแขกของบ้านเป็นหน้าร้าน และใช้ทำเวิร์คชอปล้างฟิล์ม จนกลายมาเป็นร้านบนสวนเล็กๆ ครึ่งไร่ ถึงตอนนี้ก็ 7-8 ปีแล้ว ขณะเดียวกัน เราถ่ายสตรีทจนเข้ารอบ…

รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ เวอร์ชั่นดวลหมัด Minolta Hi-Matic F กับ Olympus 35 RC

เห็นฮิตกันจั๊งงงเลยย จนตั้งใจไว้นานมากแล้วที่จะจับเจ้า Minolta Hi-Matic F มารีวิว ซึ่งเราก็ผ่านมือไปมาหลายตัวแล้วนะ ซื้อมาขายไปๆ แต่ยังไม่เคยเอามาทดสอบจริงจังสักที แต่รีวิวเฉยๆมันก็ธรรมดาไป เลยกะว่าจะหากล้องที่พอฟัดพอเหวี่ยงในยุคสมัยเดียวกัน สเปคไล่ๆกันมาท้าชนสักหน่อย เดิมทีเคยกะจะเอาเจ้า Olympus 35 DC (อ่านรีวิวย้อนหลัง) มาเทียบตั้งแต่ตอนที่เคยรีวิวไปครั้งก่อน แต่คิดว่าไม่ค่อยเข้ากันเท่าไหร่ เพราะเจ้านั่นสเปคค่อนข้างสูงกว่า เลยคิดว่าต้องหากล้องที่ขนาดพอๆกัน ใช้เลนส์ระดับใกล้ๆกัน ก็เล็งอยู่นานล่ะ.. มองไปมองมาก็คิดว่า  Olympus 35 RC เจ้า Rangefinder จิ๋ว นี่แหล่ะ..น่าจะสูสีกันหน่อย ซึ่งครั้งที่แล้ว เราได้เคยรีวิวเทียบกับรุ่นใหญ่ๆของ Olympus ด้วยกันเอาไว้  ก่อนอื่นเลย… การรีวิวเวอร์ชั่นดวลหมัดนี่ เราต้องเซ็ตกติกากันนิดนึงก่อน เพราะอาจจะมีความเสียเปรียบได้เปรียบกันบ้าง เนื่องจากฟังก์ชั่นหรือสเปคบางอย่างของกล้องก็ไม่ได้ตรงเป๊ะกันเลยทีเดียว มีเหลื่อมล้ำกันบ้าง แต่ดูแล้วไม่ต่างกันมากนัก เอาล่ะ.. กฎกติกาของเราก็คือ เจ้ากล้องฟิล์ม 2 ตัวนี้ ต้องชกกันแบบหมัดต่อหมัดในแต่ละภาพ ที่ถ่ายพร้อมกัน โดยใช้ฟิล์มแบบเดียวกัน ล้างฟิล์มด้วยน้ำยาเดียวกัน และในการสแกนภาพ จะตั้งเป็น Default ไม่มีการเพิ่มค่าใดๆ นอกจากลบฝุ่นในภาพเท่านั้น…

Ukulele กระแสคริสปี้ครีมใหม่ของวัยรุ่นไทย จะอยู่ได้สักแค่ไหน

ถ้าบังเอิญคนที่อายุเลยเกณฑ์เดินสยามไปนานแล้ว ดันมีเหตุต้องแวะเวียนไปแถวนั้น ทั้งสยามสแควร์ พารากอน ดิจิตอลเกทเวย์ อะไรก็ว่าไป จุดไหนก็ตามที่มีวัยรุ่นไทยสิงสถิตย์อยู่ ก็อาจจะได้พบกับกระเป๋าใส่กีตาร์ตัวเล็กๆอยู่ตามหลังของวัยรุ่นไทยหลายๆคน จนสับสนว่า นี่เป็นเครื่องดนตรี หรือเป็นเครื่องประดับเทรนใหม่กันแน่ ไม่ต้องแปลกใจไป.. นั่นเค้าเรียกว่า อูคูเลเล่ (Ukulele) เครื่องดนตรีประจำเกาะฮาวาย เอ๊ะ..แล้วทำไมอยู่ๆถึงได้มาอยู่บนหลังวัยรุ่นไทยมากมายได้เพียงนี้ มากมายขนาดไหน บางคนอาจจะต้องตกใจ ถ้าวันดีคืนดีได้เดินผ่านชั้น 2 ดิจิตอลเกทเวย์ แล้วอาจจะเห็นเด็กวัยรุ่นต่อคิวยาวกันเป็นร้อยคนเพื่อรอซื้อเจ้าอูคูเลเล่นี่แหล่ะ ไม่น่าเชื่อ!! ไม่ใช่คริสปี้ครีมนะ แล้วเจ้าอูคูเลเล่นี่มันมีดีอะไร? ทำไมเด็กไทยต้องเห่อกันได้ขนาดนี้นะ วันนี้จะมาเล่าให้ฟัง อูคูเลเล่ (Ukulele) เป็นเครื่องดนตรีจากเกาะฮาวาย คำแปลก็แสนจะประหลาด แปลว่า เห็บกระโดด หรือ Jumping Flea เหตุผลก็เพราะว่าการเล่นอูคูเลเล่ นิ้วมันต้องกระโดดไปมาคล้ายเห็บ หน้าตามันก็คล้ายๆกีตาร์ แต่ตัวมันเล็กจิ๋ว แถมมีสายแค่ 4 สายเท่านั้น และสายเนี่ย ก็เป็นสายประเภทไนล่อน แต่สมัยโบราณดั้งเดิมเค้าทำมาจากไส้แพะ (Gut) ว่ากันว่า กำเนิดของมันมีมาครั้งแรกตอนปี 1879 โดยพัฒนามาจากเครื่องดนตรีของชาวโปรตุเกส รูปร่างคล้ายๆกีตาร์ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา อูคูเลเล่ก็กลายเป็นเครื่องดนตรีประจำเกาะฮาวายไปเลย ใครไปท่องเที่ยวที่นี่ก็จะเห็นว่ามีอูคูเลเล่ขายมากมาย ตั้งแต่เป็นของที่ระลึกราคาถูก ยันระดับโปรราคาเป็นแสนๆ…