โลกเปิดตัวฟิล์ม 2 รุ่นใหม่พร้อมกันหลังโควิด

หลังจากโลกเริ่มจะจัดการปัญหาโควิดกันได้แล้ว ด้วยกันอยู่ร่วมกับมันอย่างสันติวิธี หลาย ๆ ประเทศกลับมาฟื้นฟูเศรษฐกิจได้อีกครั้ง (ยกเว้นประเทศนี้) ธุรกิจฟิล์มก็กลับมามีสีสันกันทันที ด้วยการเปิดตัวฟิล์ม 2 รุ่น 2 ตัว จาก 2 บริษัท CineStill 400D แบรนด์ที่ทำตลาดมาเกือบ 10 ปีแล้ว เผลอแป๊บเดียว พวกเค้าทำฟิล์มหนังคุณภาพเยี่ยม ล้างแบบเดียวกับฟิล์มสีทั่วไป จนถูกใช้งานกับงานระดับโปรฯมากมาย ทั้งรุ่น CineStill 800T และ CineStill 50D ล่าสุด CineStill ประกาศเปิดจอง CineStill 400D นั่นก็คือฟิล์มหนังความไวแสง 400 ให้ White Balance แบบ Day Light ถ่ายแสงกลางวัน ซึ่งความที่เป็นฟิล์มหนัง ความยืดหยุ่นของ ISO ย่อมกว้างมาก ถือว่าเป็นฟิล์มที่น่าตื่นเต้นมาก โดยฟิล์มจะเริ่มส่งได้ราวๆเดือนกรกฏาคม ราคาเปิดตัวน่าจะอยู่ที่ม้วนละ 500 กว่าบาท Kodak Gold…

รีวิว 10 กล้องฟิล์มที่ควรซื้อในวันที่ฟิล์มแพง

“พี่ครับ เมื่อไหร่ฟิล์มจะถูก” “พี่คะ ฟิล์มจะราคาลงมั้ยคะ” ไม่มีวันไหนที่กูจะไม่ต้องตอบ จริง ๆ กูเนี่ยก่อน ต้องถามตัวเอง เพราะแม่งแพงเหลือเกิน สัส แรก ๆ ก็ตอบเป็นวิชาการ หลัง ๆ คือ เอาเป็นว่า ทำใจไปเลยว่ามีแต่แพงขึ้น ๆ ละกันนะ ทีนี้ไม่ใช่ว่าแม่งจะแพงแต่ฟิล์ม กล้องมึงก็แพง ขึ้นเอา ๆ เพราะราคาตลาดโลกมันเป็นแบบนั้น ประเทศอื่นเค้าเล่นกันไหว ประเทศเราแม่งจน เพราะไอ้เชี่ย xxx เอาเป็นว่า ถ้าใจยังได้ เราก็มาดูกันว่า กล้องตัวไหนที่ราคาคุ้มค่า จ่ายแล้วไม่เจ็บ ไม่แพงแแต่ดี ดีแต่เจ็บไหว สำหรับยุคนี้ เอาล่ะ… มาลองดูกัน 10.Fuji TIARA ราคาโดยประมาณ 10,000 บาท + เอามาไว้อันดับท้าย ไม่ใช่ว่าไม่ดี แต่ต้องใช้คำว่า”โคตรดี” แต่วันนี้เราคุยกันเรื่องความคุ้ม ก็นี่เรียกว่าสุดมือเอื้อมแล้วสำหรับคนงบน้อย ถ้าไหวก็เอาเถอะ ไม่ต้องถามถึงคุณภาพ ดูรีวิวเอาเลย ไปได้ยาว…

โควิท กล้องฟิล์ม ศิลปะ และการยืนหยัด

เราเริ่มเขียนบล็อกนี้ น่าจะสักปี 2014 ถึงวันนี้นับหยาบๆก็ 7 ปีแล้ว ที่ผ่านมามีคนมากมายที่ได้อ่านเรื่องราวต่างๆในบล็อกนี้ ได้เรียนรู้บ้าง ได้อ่านอะไรเล่นๆบ้าง เหมือนว่าเรารู้จักกันผ่านตัวหนังสือ ทุกวันนี้ หลายๆคนยังเข้ามาอ่านสิ่งที่เราเขียนไว้จาก google เหมือนที่แล้วๆมา แต่จำนวนคนก็ลดลงไปเยอะมาก เรียกว่าพอๆกับตอนแรกๆที่เราเขียน ครั้งหนึ่งที่กล้องฟิล์มบูม มีคนเข้ามาดูบล็อกเราไม่น้อยกว่า 2,000 คนทุกวันจาก google ถ้านับกันก็คงประมาณเป็นหลักหมื่นคนต่อเดือน เมื่อ 6 ปีก่อน เราได้เรียนรู้ศิลปะร่วมสมัยจากการที่ถ่ายภาพสตรีท มันดีกับชีวิตเรามาก เปลี่ยนชีวิต เปลี่ยนวิธีคิด จนเราอยากส่งต่อความรู้เหมือนเมื่อตอนที่เริ่มเล่นกล้องฟิล์มใหม่ๆ ย่อยให้ทุกคนเข้าถึงง่ายๆเหมือนที่เราเคยเขียนลงในบล็อกนี้เสมอ เราเริ่มเล่นกล้องฟิล์ม ก็ 33-34 ได้ ถ่ายสตรีทก็ 34-35 ได้ เราเริ่มจากศูนย์ และเราแค่อยากเป็นตัวอย่างให้เห็นว่า ไม่มีอะไรสายไป และทุกคนทำได้ทุกอย่าง เราเล่นกล้องฟิล์มจรืงจังจนเปิดเป็นร้าน Husband and Wife จากร้านที่ใช้พื้นที่ห้องรับแขกของบ้านเป็นหน้าร้าน และใช้ทำเวิร์คชอปล้างฟิล์ม จนกลายมาเป็นร้านบนสวนเล็กๆ ครึ่งไร่ ถึงตอนนี้ก็ 7-8 ปีแล้ว ขณะเดียวกัน เราถ่ายสตรีทจนเข้ารอบ…

เราจะอยู่กับการถ่ายรูปยังไง? ในยามโควิด

“อยากออกไปถ่ายจะแย่แล้ว” นี่คือผลสำรวมส่วนใหญ่(ที่ทำเล่นเองใน IG Story) ที่ให้เลือกว่ากล้องฟิล์มกำลังจะหมดเทรน หรือเพราะออกไปถ่ายไม่ได้ มันก็อาจจะตรงและไม่ตรงก็แล้วแต่ความคิดเห็นกันไป ส่วนตัวเราคิดในเชิง economy ของกล้องฟิล์ม มันก็เหมือนทุกอย่างตอนนี้ พอคนถ่ายไม่ได้ ก็ไม่ซื้อฟิล์ม ไม่ซื้อฟิล์มก็ไม่ล้างฟิล์ม ร้านก็อยู่ไม่ไหว กล้องก็ขายไม่ออกเพราะไม่มีแรงจูงใจจะซื้อ ประเด็นฟิล์มแพงเป็นประเด็นมั้ย อาจจะส่วนนึง แต่ก่อนโควิดรอบสองก็เห็นได้ว่ามันกำลังกลับมา เอาจริง ๆ จะคิดว่าแพงมั้ย ดูเหมือนจะอย่างนั้น ขึ้นอยู่กับคนถ่ายด้วย สมมตินะ .. ฟิล์มถูกสุดตอนนี้ 2 ร้อยกลางๆ เราให้ดีๆหน่อย 360 บ. เลย ค่าล้าง บางที่ร้อยเดียว เราตีให้ 200 บ. เลย 36 รูป ตกรูปละ 16 บ. แต่ถ้าเอาประหยัดปกติ ๆ ก็ตก 10 บ. ต้น ๆ ก็แพงกว่าเดิมราว 30-50% แต่นับเป็นรูปมันก็ยังรับกันได้นะ คนถ่ายฟิล์มมันไม่กดรัว…

รีวิวแบบบ้านๆ Fujifilm Tiara II หากันจนเจอ

หลังๆ นี้ เวลาออกไปถ่ายรูป ส่วนใหญ่คือทำคลิปรายการไปด้วย จนมาทำรายการ One Hour Photo Walk กะว่าจะใช้ไลก้า แต่สุดท้ายก็คอมแพคทุกที อาจจะเพราะสิ่งที่ตามหา มองหา ในตอนนี้ส่วนใหญ่ไม่ใช่อะไรที่เคลื่อนไหวมากๆ หรือเล่นท่ายาก เช่น Layers ทำเอาไลก้าแทบเป็นหมัน เดิมทีสมัยก่อนจะพก Fujifilm Klasse W เป็นเลนส์ 28mm. ในจังหวะที่ไลก้าซึ่งเป็นเลนส์ 35mm. เก็บไม่หมด หรือต้องการความหวือหวาของเลนส์ 28mm. หรือยิงแฟลช fill in เข้าไปตอนกลางวัน ตอนหลังๆ ไม่ค่อยถ่ายอะไรแบบเมื่อก่อน ก็มีบ้างเวลาเจอซีน ก็ถ่ายเล่นซะมากกว่า กล้องพกเลยมีความจำเป็น (น่าจะเรียกว่าขี้เกียจมากกว่า) หลังๆไลก้าเลยแทบเป็นหมัน พกไปให้หนักบ่างั้นๆ หล่อๆคูลๆ ตอนหลังก็เกินจะคูลๆ ออกแนวปวดหลังมากกว่า ไอ้ครั้นจะพก Fuji Klasse ก็เสียว เพราะราคามันไปจนเสียวขึ้นเรื่อยๆ จากหมื่นกว่าบาท ขึ้นไป 3 หมื่น ล่าสุด New…

เมื่อสนามบินใน US เปลี่ยนไปใช้เครื่องตรวจที่อาจมีผลต่อฟิล์มถ่ายรูป เราจะทำยังไง?

ทาง Kodak Alaris มีการโพสข้อความแจ้งเตือนถึงเหล่าคนใช้ฟิล์มที่จะเดินทางผ่านสนามบินในอเมริกาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ เนื่องจากทางหน่วยงาน The US TSA หรือ United State Transportation Security Administration เป็นหน่วยงานที่ดูแลจัดการระบบความปลอดภัยต่างๆของการคมนาคมในอเมริกา มีการติดตั้ง CT Scanners แบบใหม่ สำหรับการตรวจกระเป๋าถือ กว่า 145 เครื่องทั่วประเทศ ซึ่งทางทีมงาน Kodak ได้ทดลองนำฟิล์ม Kodak Portra 400 ที่ยังไม่ได้ถ่ายไม่กี่ม้วน ผ่านระบบการสแกนใหม่นี้ที่สนามบิน JFK ที่นิวยอร์ค ผลปรากฏว่าสภาพฟิล์มได้รับผลกระทบตั้งแต่ครั้งแรก โดยเป็นลักษณะ Fog สีดำ และรายละเอียดของ Shadow ก็หาย แต่ก็อย่าเพิ่งตื่นตระหนกกันไป โดยข้อมูล official ปัจจุบันของ The US TSA นั้น ระบุอยู่แล้วว่าเครื่อง x-ray “โดยส่วนใหญ่” ไม่ส่งผลต่อฟิล์มถ่ายรูปที่ยังไม่ได้ถ่าย และมีความไวแสง (iso) ไม่เกิน…

รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ Minolta TC-1 ต่อยกับ Contax T3 เลยก็ได้นะ..

ในห้วงเวลาที่ราคากล้องฟิล์มบอบ้าคอแตกที่สุดในประวัติศาสตร์ ล่าสุดที่เห็นคือ Yashica Electro 35 ขายกันที่ 7 พันกว่าบาท หรือ Nikon AF600 ถูกขายในราคา 7 พัน… บ้าบอที่สุด.. แต่ก็ต้องเข้าใจนะว่ามันเป็นราคากลไกตลาดโลก (ยกเว้นบางกรณีที่ปั่นกันเฉพาะในไทย) เพราะฉะนั้นหลายๆคนที่หันมาเล่นกล้องฟิล์มในช่วงเวลานี้ มันก็เลยเริ่มจากคำถามเรื่องราคาเป็นที่ตั้งมากขึ้น คือ เอาตัวไหนก็ได้เลยพี่.. คือกูมีตังค์แค่นี้แล้วอ่ะ.. ไอ้ตอนแรกๆก็พอไปกันได้นะ หลังๆนี่คือบอกตัวไหนไป.. มันก็ขึ้นกันหมดแล้ว บางทีขึ้นยกแผงเลย อย่างกล้องคอมแพคง่าวๆยุค 90’s ปลายเนี่ย ไม่ต้องไปสืบเลย ไม่เหลือถูกๆอีกต่อไป แต่จะทำไงได้ล่ะ.. เราก็ต้องทำหน้าที่ของเราต่อไป วันนี้เราเลยขอแนะนำสุดยอดกล้องพรีเมี่ยมคอมแพคที่แม่งอยู่รั้งท้ายมาตลอดเวลามีการพูดถึง ตั้งแต่ยุคที่กล้องฟิล์มกลับมา 6-7 ปีนี้ ถ้าพูดถึงพรีเมี่ยมคอมแพครายชื่อแรกๆคือ Contax T2 , T3 , Leica Minilux , Fujifilm Klasse W/S , Nikon 35Ti/28Ti , Ricoh GR1…

รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ Yashica T5 ญาติสนิท Contax T

ตั้งแต่ปีก่อนที่มีข่าวว่ามีบริษัทที่ฮ่องกงซื้อชื่อ Yashica ไปใช้ทำกล้องดิจิตอล แล้วทำระดมทุน Kickstarter ก็คิดว่าหลายคนน่าจะแขยงกับอีโปรเจคกล้องนรกนั้นไปโดยถ้วนหน้าแล้ว แต่ปรากฏว่าปีนี้… แม่งยังไม่จบ ยังคงหน้ามึนผลิตฟิล์มออกมาขายต่อ (ซึ่งมันคือฟิล์มสต็อคของฟูจิ เอามาแปะชื่อ Yashica นะคุ๊นน) รวมถึงออกกล้องใช้แล้วทิ้ง (ที่ก็เอาของยี่ห้อชาวบ้านมาทำกรอบพลาสติกใหม่สีสันสดใสนั่นแหล่ะ) ได้อีกนะ แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันโคตรเข้าใจตลาดตอนนี้เลย แม้ว่ามึงจะทำของคุณภาพป๊อกแป๊กก็ตาม เอาล่ะ.. ถึงจะรู้สึกเสียดายชื่อเสียงเก่าแก่ แต่มันก็ทำให้คนอย่างเราระลึกถึงของเจ๋งๆภายใต้ชื่อ Yashica จริงๆ ไม่ใช่ของเด็กเล่นแบบเน้!!! วันนี้เลยขอหยิบยกเอากล้องคอมแพคที่ขึ้นชื่อลือชาในตำนานมารีวิวสักหน่อย นั่นก็คือ Yashica T5 Yashica ในยุคคอมแพคนี่จริงๆแล้วก็ไม่ใช่ต้นฉบับแบรนด์ Yashica จริงๆหรอก เพราะตัวจริงเค้าขายทิ้งให้กับบริษัท Kyocera ไปตั้งแต่ปี 1983 แล้ว (เพราะฉะนั้นไอ้ยุค Yashica 35 Electro กับ Yashica T นี่คนละเรื่องกัน) ข้อดีของบริษัท Kyocera ในยุคนั้นคือนอกจากการได้ครอบครอง Yashica แล้ว นั่นหมายถึงการได้ครอบครองแบรนด์ Contax และเลนส์ Carl Zeiss…

รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้าน Ricoh 500 GX จิ๋ววินเทจนอกสายตา

เอาจริงๆถ้าศึกษากันดีๆว่า บริษัทกล้องบริษัทไหนที่อยู่ยั้งยืนยงในสิ่งที่ตัวเองสร้าง ตั้งแต่ยุคกล้องฟิล์มยันปัจจุบันโดยไม่เปลี่ยนแปลงไปสักเท่าไหร่… มันแทบจะนึกกันไม่ออกแล้ว อย่างฝั่งยุโรปนี่เขาก็โดนกว้านซื้อกันไปแทบไม่เหลือ แต่มีกล้องยี่ห้อหนึ่งที่พี่เขาผลิตกล้องถ่ายรูปมายาวนาน และไม่เคยเปลี่ยนแปลงแก่นของตัวเองไปไหน ไม่โดนใครฮุบไปมายาวนานตั้งsแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 นั่นก็คือ.. ก็คือ.. ก็คือ . . . . (บิ้วกันซะนาน บทความจะได้ยาวๆ) นั่นคือ Ricoh นั่นเอง น้อยครั้งมากที่เราจะได้หยิบยกกล้องของ Ricoh ขึ้นมารีวิว อาจจะด้วยโมเดลกล้องแกไม่ได้มีเยอะนักที่น่าเล่น เรียกว่าเป็นแบรนด์อินดี้มาแต่โบร่ำโบราณ ย้อนกลับไปในยุค ’60s กล้องของ Ricoh ถือว่าเป็นคู่แข่งในตลาดกล้องจากญี่ปุ่นที่น่าสนใจมากทีเดียว ในยุคที่ญี่ปุ่นระดมสร้างกล้อง Half-frame กันโดยมีเจ้าตลาดคือ Olympus นั้น Ricoh ก็ถือได้ว่าสร้างกล้องได้ไม่แพ้ Olympus กันเลย ทั้งในเชิงคุณภาพและเทคโนโลยีที่แหวกแนว อย่างการสร้างกล้องที่มีระบบออโต้ต่างๆ ทั้งๆที่โลกนี้ยังไม่มีระบบอิเลคโทรนิคส์มากมาย (ไว้ว่างๆจะหามารีวิว) แต่ในวันนี้ เราจะหยิบยกกล้องในยุค ’70s ของ Ricoh มารีวิวให้ดูกัน เรียกว่าเป็นม้ามืดนอกสายตาที่หลุดโผชาวบ้านชาวช่องไปได้ยังไงไม่รู้…เพราะทั้งฟังก์ชั่น คุณภาพ การออกแบบ แม่งโคตรดี!! นั่นก็คือ…..

รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ Olympus 35 RC กล้องเล็กแห่งยุค ’70s

ถ้าพักนี้ได้ลองสำรวจร้านขายกล้องฟิล์มทั่วๆไปแล้ว ก็จะรู้ว่า..ราคากล้องฟิล์มยุค ’90s ขึ้นไป อันเป็นยุครุ่งเรืองแห่งกล้อง point & shoot นั้น กระโดดไปไกลลิบแบบคนที่เคยไม่สนใจเจ้ากล้องพวกนี้สักเท่าไหร่อย่างเรา ถึงกับช็อค.. อย่างวันก่อนเห็นราคา Fujifilm Natura Classica ซึ่งเมื่อสัก 3 ปีก่อน เราไปเดินร้านขายกล้องใหม่ๆนี่แหล่ะ เห็นเค้าวางเป็นของใหม่ค้างสต็อคในราคาสัก 7-8 พันบาทได้ ยังยึกยักลังเล เพราะตัวเองก็มี Fujifilm Klasse S อยู่แล้ว ก็เลยไม่ซื้อ พอมาวันนี้…. ของมือสอง ไม่มีกล่องอะไร ราคาปาเข้าไปเหยียบ 2 หมื่น!!! บ้าไปแล้ว… นี่ถ้าเราซื้อเก็บไว้คือราคาขึ้นเกือบ 3 เท่า แถมได้ใช้ฟรีๆ 3 ปี โอ้ยยยย.. บ่นมาพอและ… นี่ก็เลยเป็นเหตุผลที่ลองย้อนกลับไปดูกล้องที่เราชอบๆสมัยที่เขียนบล็อกแรกๆเมื่อ 5-6 ปีก่อนอีกครั้ง และนี่…ก็เป็นหนึ่งในกล้องที่เราชอบมากๆ เพราะมันทั้งเล็ก สวย สะพายออกไปเฉยๆก็ดูคูลแล้ว แถมประสิทธิภาพยังไม่ธรรมดาเลย แม้ว่าในช่วงนั้นที่เรารีวิว ราคามันจะตกราวๆ 4-5…

รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ Leica Minilux ไฮโซเยอรมัน สอดไส้ยุ่น

สดๆเลยที่วันนี้เลื่อนฟีด facebook ไปมาแล้วแอบเห็นว่ากล้อง Leica คอมแพคสเปคที่แสนจะธรรมด๊าธรรมดาตัวนึง ถูกขายในราคาเฉียดหมื่นบาทเข้าไปแล้ว!! ทั้งที่จริงๆแล้วคุณภาพและราคาก่อนหน้านี้ตกอยู่ราวๆ 4-5 พันบาทเท่านั้นเอง แต่มันก็อาจจะไม่ใช่เรื่องแปลกไปแล้วในสถานการณ์ราคากล้องฟิล์มในปัจจุบัน (ขึ้นมายังกะข่าวสถานการณ์ราคาน้ำมัน) คือบางทีก็อยากทำความเข้าใจกับคนเล่นกล้องหน้าใหม่ว่า ไอ้เจ้า “Leica” เนี่ยก็ไม่ได้จำเป็นว่าแบรนด์นี้มันจะการันตีว่าต้อง “ดี” และราคา “แพง” เสมอไปนะ ในขณะที่กล้องฟิล์มราคาโหดร้ายขนาดนี้ได้ ส่วนหนึ่งเราก็ต้องยอมรับว่ามันเกิดจากความไม่รู้ของผู้เล่นใหม่ๆ (ซึ่งมีอยู่ทั่วโลกนั่นแหล่ะ) เผลอไปสร้าง Demand ตลาดอย่างไม่ตั้งใจ ผลักให้ราคาสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว บ่นๆตอนหัวๆเรื่องนี่จริงๆก็ไม่ได้แอนตี้ Leica แต่อย่างใด เพียงแต่เตือนสติกันไว้ ไอ้ที่ Leica รุ่นดีๆมันก็ดีจริงนั่นแหล่ะ อย่างเจ้ารุ่นที่วันนี้เราจะมาคุยกัน นั่นคือ Leica Minilux เจ้า Leica Minilux นี้คือพรีเมี่ยมคอมแพคที่เป็นคู่แข่งตั้งแต่อดีตกาลของ Contax T2 (ย้อนอ่านรีวิวได้) ช่วงกลางยุค ’90s นั้น ถือว่าเป็นช่วงที่แบรนด์ต่างๆผลิตกล้องระดับไฮเอนท์มาฟาดฟัดกันหนักข้อที่สุด วัสดุอย่างดี สเปคเทพๆอัดเข้าไป ไอ้กล้องประเภทคอมแพคเรือธงทั้งหลายนี่เลยกลายเป็นที่หมายปองของทั้งคนขายคนซื้อจนถึงบัดนี้ ในช่วงยุค ’90s เป็นช่วงที่เทคโนโลยีของญี่ปุ่นนั้นล้ำหน้ามากกว่าทางยุโรป นั่นทำให้กล้องในยุคนั้นคุณจะมาคาดหวังเทคโนโลยีจากฝรั่งไม่ได้เลย…

รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ Contax T2 หล่อๆคมๆยุค 90’s

ภาพ Cover โดย MIKI Yoshihito สิ่งที่น่ากลัวมากๆอย่างนึงในรอบ 5-6 ปีที่เราเล่นกล้องฟิล์มมาอย่างจริงจังก็คือ “ราคากล้อง” หลายๆคนมักจะบ่นว่าทำไมกล้องฟิล์มขายกันแพงขนาดนี้… ซึ่งมันก็เป็นกันทั้งโลกนะ ไม่ใช่เฉพาะเมืองไทย เอาจริงๆแล้วไอ้เมืองไทยนี่น่ะ..ราคากล้องถูกกว่าที่อื่นซะด้วยซ้ำ เหตุผลก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไร.. เพราะกล้องฟิล์มส่วนใหญ่ต้องการการ CLA หรือย่อมาจาก Clean , Lubricate , Adjust อันแปลเป็นไทยว่า ทำความสะอาด , หยอดน้ำมัน และจูนตั้งค่าต่างๆ ซึ่งงานพวกนี้ ต้องยอมรับว่านอกจากฝีมือช่างไทยจะไม่น้อยหน้าช่างใดในโลกหล้าแล้ว (อาจจะติดแค่ว่า ซ่อมกันข้ามปี..) ก็ยังมีราคาค่าแรงที่ถูกกว่าประเทศโลกที่หนึ่งทั้งหลายอย่าง ญี่ปุ่น , เยอรมัน อะไรเทือกๆนั้น ดังนั้น..เวลาใครจะไปตามหากล้องฟิล์มในต่างแดนเนี่ย เอาจริงๆ…ลองเดินหาตามแหล่งในเมืองไทยซะก่อนเนี่ยเวิร์คสุด ไม่เหนื่อยมาก ไม่เปลืองมาก แต่ก็ต้องระวังโจรทั้งหลายให้ดีละกัน อ่ะ…ออกนอกเรื่องยาวไปนิด จริงๆก็เกี่ยวๆอยู่เล็กน้อยเรื่องราคากล้อง ว่าไอ้เจ้ากล้องที่พูดถึงในวันนี้ก็อยู่ในขอบข่ายราคาพุ่งพรวดจนน่ากลัว เอาแค่ในรอบ 5-6 ปีที่ผ่านมาเนี่ย.. เราเคยสามารถซื้อมันได้ในราคาหมื่นนิดๆ แต่ปัจจุบันนั้น.. ต้องกำเงินไว้อย่างน้อย 2 หมื่นปลายๆ (ในสีปกติมาตรฐานอย่างสีแชมเปญนะ ถ้าเป็นสีประหลาดๆอย่าง ดำ…