รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ Yashica T5 ญาติสนิท Contax T

ตั้งแต่ปีก่อนที่มีข่าวว่ามีบริษัทที่ฮ่องกงซื้อชื่อ Yashica ไปใช้ทำกล้องดิจิตอล แล้วทำระดมทุน Kickstarter ก็คิดว่าหลายคนน่าจะแขยงกับอีโปรเจคกล้องนรกนั้นไปโดยถ้วนหน้าแล้ว แต่ปรากฏว่าปีนี้… แม่งยังไม่จบ ยังคงหน้ามึนผลิตฟิล์มออกมาขายต่อ (ซึ่งมันคือฟิล์มสต็อคของฟูจิ เอามาแปะชื่อ Yashica นะคุ๊นน) รวมถึงออกกล้องใช้แล้วทิ้ง (ที่ก็เอาของยี่ห้อชาวบ้านมาทำกรอบพลาสติกใหม่สีสันสดใสนั่นแหล่ะ) ได้อีกนะ แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันโคตรเข้าใจตลาดตอนนี้เลย แม้ว่ามึงจะทำของคุณภาพป๊อกแป๊กก็ตาม เอาล่ะ.. ถึงจะรู้สึกเสียดายชื่อเสียงเก่าแก่ แต่มันก็ทำให้คนอย่างเราระลึกถึงของเจ๋งๆภายใต้ชื่อ Yashica จริงๆ ไม่ใช่ของเด็กเล่นแบบเน้!!! วันนี้เลยขอหยิบยกเอากล้องคอมแพคที่ขึ้นชื่อลือชาในตำนานมารีวิวสักหน่อย นั่นก็คือ Yashica T5 Yashica ในยุคคอมแพคนี่จริงๆแล้วก็ไม่ใช่ต้นฉบับแบรนด์ Yashica จริงๆหรอก เพราะตัวจริงเค้าขายทิ้งให้กับบริษัท Kyocera ไปตั้งแต่ปี 1983 แล้ว (เพราะฉะนั้นไอ้ยุค Yashica 35 Electro กับ Yashica T นี่คนละเรื่องกัน) ข้อดีของบริษัท Kyocera ในยุคนั้นคือนอกจากการได้ครอบครอง Yashica แล้ว นั่นหมายถึงการได้ครอบครองแบรนด์ Contax และเลนส์ Carl Zeiss…

รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้าน Ricoh 500 GX จิ๋ววินเทจนอกสายตา

เอาจริงๆถ้าศึกษากันดีๆว่า บริษัทกล้องบริษัทไหนที่อยู่ยั้งยืนยงในสิ่งที่ตัวเองสร้าง ตั้งแต่ยุคกล้องฟิล์มยันปัจจุบันโดยไม่เปลี่ยนแปลงไปสักเท่าไหร่… มันแทบจะนึกกันไม่ออกแล้ว อย่างฝั่งยุโรปนี่เขาก็โดนกว้านซื้อกันไปแทบไม่เหลือ แต่มีกล้องยี่ห้อหนึ่งที่พี่เขาผลิตกล้องถ่ายรูปมายาวนาน และไม่เคยเปลี่ยนแปลงแก่นของตัวเองไปไหน ไม่โดนใครฮุบไปมายาวนานตั้งsแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 นั่นก็คือ.. ก็คือ.. ก็คือ . . . . (บิ้วกันซะนาน บทความจะได้ยาวๆ) นั่นคือ Ricoh นั่นเอง น้อยครั้งมากที่เราจะได้หยิบยกกล้องของ Ricoh ขึ้นมารีวิว อาจจะด้วยโมเดลกล้องแกไม่ได้มีเยอะนักที่น่าเล่น เรียกว่าเป็นแบรนด์อินดี้มาแต่โบร่ำโบราณ ย้อนกลับไปในยุค ’60s กล้องของ Ricoh ถือว่าเป็นคู่แข่งในตลาดกล้องจากญี่ปุ่นที่น่าสนใจมากทีเดียว ในยุคที่ญี่ปุ่นระดมสร้างกล้อง Half-frame กันโดยมีเจ้าตลาดคือ Olympus นั้น Ricoh ก็ถือได้ว่าสร้างกล้องได้ไม่แพ้ Olympus กันเลย ทั้งในเชิงคุณภาพและเทคโนโลยีที่แหวกแนว อย่างการสร้างกล้องที่มีระบบออโต้ต่างๆ ทั้งๆที่โลกนี้ยังไม่มีระบบอิเลคโทรนิคส์มากมาย (ไว้ว่างๆจะหามารีวิว) แต่ในวันนี้ เราจะหยิบยกกล้องในยุค ’70s ของ Ricoh มารีวิวให้ดูกัน เรียกว่าเป็นม้ามืดนอกสายตาที่หลุดโผชาวบ้านชาวช่องไปได้ยังไงไม่รู้…เพราะทั้งฟังก์ชั่น คุณภาพ การออกแบบ แม่งโคตรดี!! นั่นก็คือ…..

รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ Olympus 35 RC กล้องเล็กแห่งยุค ’70s

ถ้าพักนี้ได้ลองสำรวจร้านขายกล้องฟิล์มทั่วๆไปแล้ว ก็จะรู้ว่า..ราคากล้องฟิล์มยุค ’90s ขึ้นไป อันเป็นยุครุ่งเรืองแห่งกล้อง point & shoot นั้น กระโดดไปไกลลิบแบบคนที่เคยไม่สนใจเจ้ากล้องพวกนี้สักเท่าไหร่อย่างเรา ถึงกับช็อค.. อย่างวันก่อนเห็นราคา Fujifilm Natura Classica ซึ่งเมื่อสัก 3 ปีก่อน เราไปเดินร้านขายกล้องใหม่ๆนี่แหล่ะ เห็นเค้าวางเป็นของใหม่ค้างสต็อคในราคาสัก 7-8 พันบาทได้ ยังยึกยักลังเล เพราะตัวเองก็มี Fujifilm Klasse S อยู่แล้ว ก็เลยไม่ซื้อ พอมาวันนี้…. ของมือสอง ไม่มีกล่องอะไร ราคาปาเข้าไปเหยียบ 2 หมื่น!!! บ้าไปแล้ว… นี่ถ้าเราซื้อเก็บไว้คือราคาขึ้นเกือบ 3 เท่า แถมได้ใช้ฟรีๆ 3 ปี โอ้ยยยย.. บ่นมาพอและ… นี่ก็เลยเป็นเหตุผลที่ลองย้อนกลับไปดูกล้องที่เราชอบๆสมัยที่เขียนบล็อกแรกๆเมื่อ 5-6 ปีก่อนอีกครั้ง และนี่…ก็เป็นหนึ่งในกล้องที่เราชอบมากๆ เพราะมันทั้งเล็ก สวย สะพายออกไปเฉยๆก็ดูคูลแล้ว แถมประสิทธิภาพยังไม่ธรรมดาเลย แม้ว่าในช่วงนั้นที่เรารีวิว ราคามันจะตกราวๆ 4-5…

รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ Leica Minilux ไฮโซเยอรมัน สอดไส้ยุ่น

สดๆเลยที่วันนี้เลื่อนฟีด facebook ไปมาแล้วแอบเห็นว่ากล้อง Leica คอมแพคสเปคที่แสนจะธรรมด๊าธรรมดาตัวนึง ถูกขายในราคาเฉียดหมื่นบาทเข้าไปแล้ว!! ทั้งที่จริงๆแล้วคุณภาพและราคาก่อนหน้านี้ตกอยู่ราวๆ 4-5 พันบาทเท่านั้นเอง แต่มันก็อาจจะไม่ใช่เรื่องแปลกไปแล้วในสถานการณ์ราคากล้องฟิล์มในปัจจุบัน (ขึ้นมายังกะข่าวสถานการณ์ราคาน้ำมัน) คือบางทีก็อยากทำความเข้าใจกับคนเล่นกล้องหน้าใหม่ว่า ไอ้เจ้า “Leica” เนี่ยก็ไม่ได้จำเป็นว่าแบรนด์นี้มันจะการันตีว่าต้อง “ดี” และราคา “แพง” เสมอไปนะ ในขณะที่กล้องฟิล์มราคาโหดร้ายขนาดนี้ได้ ส่วนหนึ่งเราก็ต้องยอมรับว่ามันเกิดจากความไม่รู้ของผู้เล่นใหม่ๆ (ซึ่งมีอยู่ทั่วโลกนั่นแหล่ะ) เผลอไปสร้าง Demand ตลาดอย่างไม่ตั้งใจ ผลักให้ราคาสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว บ่นๆตอนหัวๆเรื่องนี่จริงๆก็ไม่ได้แอนตี้ Leica แต่อย่างใด เพียงแต่เตือนสติกันไว้ ไอ้ที่ Leica รุ่นดีๆมันก็ดีจริงนั่นแหล่ะ อย่างเจ้ารุ่นที่วันนี้เราจะมาคุยกัน นั่นคือ Leica Minilux เจ้า Leica Minilux นี้คือพรีเมี่ยมคอมแพคที่เป็นคู่แข่งตั้งแต่อดีตกาลของ Contax T2 (ย้อนอ่านรีวิวได้) ช่วงกลางยุค ’90s นั้น ถือว่าเป็นช่วงที่แบรนด์ต่างๆผลิตกล้องระดับไฮเอนท์มาฟาดฟัดกันหนักข้อที่สุด วัสดุอย่างดี สเปคเทพๆอัดเข้าไป ไอ้กล้องประเภทคอมแพคเรือธงทั้งหลายนี่เลยกลายเป็นที่หมายปองของทั้งคนขายคนซื้อจนถึงบัดนี้ ในช่วงยุค ’90s เป็นช่วงที่เทคโนโลยีของญี่ปุ่นนั้นล้ำหน้ามากกว่าทางยุโรป นั่นทำให้กล้องในยุคนั้นคุณจะมาคาดหวังเทคโนโลยีจากฝรั่งไม่ได้เลย…

รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ Contax T2 หล่อๆคมๆยุค 90’s

ภาพ Cover โดย MIKI Yoshihito สิ่งที่น่ากลัวมากๆอย่างนึงในรอบ 5-6 ปีที่เราเล่นกล้องฟิล์มมาอย่างจริงจังก็คือ “ราคากล้อง” หลายๆคนมักจะบ่นว่าทำไมกล้องฟิล์มขายกันแพงขนาดนี้… ซึ่งมันก็เป็นกันทั้งโลกนะ ไม่ใช่เฉพาะเมืองไทย เอาจริงๆแล้วไอ้เมืองไทยนี่น่ะ..ราคากล้องถูกกว่าที่อื่นซะด้วยซ้ำ เหตุผลก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไร.. เพราะกล้องฟิล์มส่วนใหญ่ต้องการการ CLA หรือย่อมาจาก Clean , Lubricate , Adjust อันแปลเป็นไทยว่า ทำความสะอาด , หยอดน้ำมัน และจูนตั้งค่าต่างๆ ซึ่งงานพวกนี้ ต้องยอมรับว่านอกจากฝีมือช่างไทยจะไม่น้อยหน้าช่างใดในโลกหล้าแล้ว (อาจจะติดแค่ว่า ซ่อมกันข้ามปี..) ก็ยังมีราคาค่าแรงที่ถูกกว่าประเทศโลกที่หนึ่งทั้งหลายอย่าง ญี่ปุ่น , เยอรมัน อะไรเทือกๆนั้น ดังนั้น..เวลาใครจะไปตามหากล้องฟิล์มในต่างแดนเนี่ย เอาจริงๆ…ลองเดินหาตามแหล่งในเมืองไทยซะก่อนเนี่ยเวิร์คสุด ไม่เหนื่อยมาก ไม่เปลืองมาก แต่ก็ต้องระวังโจรทั้งหลายให้ดีละกัน อ่ะ…ออกนอกเรื่องยาวไปนิด จริงๆก็เกี่ยวๆอยู่เล็กน้อยเรื่องราคากล้อง ว่าไอ้เจ้ากล้องที่พูดถึงในวันนี้ก็อยู่ในขอบข่ายราคาพุ่งพรวดจนน่ากลัว เอาแค่ในรอบ 5-6 ปีที่ผ่านมาเนี่ย.. เราเคยสามารถซื้อมันได้ในราคาหมื่นนิดๆ แต่ปัจจุบันนั้น.. ต้องกำเงินไว้อย่างน้อย 2 หมื่นปลายๆ (ในสีปกติมาตรฐานอย่างสีแชมเปญนะ ถ้าเป็นสีประหลาดๆอย่าง ดำ…

รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ Leica CL ไลก้าลูกครึ่ง

จำได้ว่าสมัยที่เล่นกล้องฟิล์มได้สักระยะนึง เริ่มรู้ตัวว่าชอบกล้องประเภท Rangefinder เอามากๆ เพราะมันคล่องตัวและสนุกกว่าสำหรับเรา จากเล่นพวก Fixed Lens ทั้งหลายในยุค ’70s อย่าง Olympus 35 DC , RC , SP อะไรแถวๆนั้น ก็เริ่มอยากจะได้กล้อง Rangefinder ที่เปลี่ยนเลนส์ได้บ้าง บวกกับเป็นคนชอบกล้องเล็กๆ แน่นอนเลยว่าถ้ามีความต้องการประมาณนี้ ทางเลือกแรกๆของคนเล่นกล้องฟิล์มก็คือ Leica CL แต่จนแล้วจนรอด.. เราก็ไม่เคยได้เป็นเจ้าของ Leica CL นะ ได้แต่ผ่านมือไปผ่านมือมา เพราะสุดท้าย… มันก็ไม่ได้เข้ากับชีวิตเราซะทีเดียว แถมตอนนี้ผ่านมือเราอยู่ก็ดันไม่เคยเอามาเขียนรีวิวสักที พอดีกับช่วงหลังๆมานี้ เห็นน้องเอิ้ต ภัทรวี เจ้าแห่งนักซื้อกล้องฟิล์มคนหนึ่งในสยามประเทศ (และกล้องของเราเอง ก็มักไปตกอยู่ในกำมือน้องอยู่หลายตัวแล้ว) ห้อยเจ้า Leica CL อยู่บ่อยๆ ด้วยความที่เพิ่งเริ่มทำคลิปใน Youtube Channel (ใครยังไม่ Subscribe นี่ไม่ได้นะ!! กดตรงนี้เลยๆ) ครั้นอยากจะกลับไปรีวิวกล้องที่เคยๆชอบ ก็ดันไม่ได้มีกล้องเยอะแยะเหมือนสมัยเล่นกล้องฟิล์มสัก…

Fujifilm เตรียมขึ้นราคาฟิล์มกันอีกแล้ว!!

ประกาศจากทาง Fujifilm โดยประธานฝ่ายสินค้าถ่ายภาพ Kenji Sukeno ล่าสุดเมื่อวานนี้ 25 กุมภาพันธ์ 2019 ว่าทางบริษัทจะมีการประกาศขึ้นราคาสินค้าประเภทฟิล์มและกระดาษอัด โดยแยกประเภทเป็น ฟิล์ม (ทั้งฟิล์มเนกาทีฟและสไลด์ , กล้องใช้แล้วทิ้ง) จะขึ้นราคาอีก 30% เป็นอย่างน้อย กระดาษอัดภาพ จะขึ้นราคาอีกหลักสิบ % แต่ยังไม่สามารถระบุตัวเลขได้ โดยจะมีผลตั้งแต่ 1 เมษายน 2019 ที่จะถึงนี้ ซึ่งสอดคล้องกับราคาตลาดในญี่ปุ่น ที่ก่อนหน้านี้เริ่มมีการขึ้นราคาของร้านค้าปลีกในญี่ปุ่นบางส่วนแล้ว เช่น ฟิล์มสี Fujicolor 100 Japan imported ที่มีขายเฉพาะในญี่ปุ่น ถูกปรับราคาในเดือนนี้ถึง 30% ถ้ามองย้อนกลับไปช่วงหลายปีที่ผ่านมา Fujifilm มีการเคลื่อนไหวในเชิงปรับโครงสร้างในธุรกิจนี้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการเลิกสายการผลิตฟิล์มในหลายๆรุ่นอย่างต่อเนื่อง Fujifilm ประกาศรายชื่อฟิล์มที่เลิกผลิตในปี 2018 ลาก่อน.. Natura 1600  จนที่งาน Photokina 2018 ก็ส่ง message ให้ตลาดรู้ว่า น่าจะไม่มีการตัดลด…

สรุปอัพเดทวงการกล้องฟิล์มจากงาน Photokina 2018 ที่เยอรมัน

เป็นความตั้งใจมาเป็นปีๆแล้ว หลังจากที่เริ่มเปิดร้าน Husband and Wife อย่างจริงจังว่าจะมีสักครั้งที่ได้ไปเยือนงาน Photokina งานมหกรรมเนิร์ดวงการกล้องที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทุกแบรนด์ที่เกี่ยวกับวงการกล้องจะพากันมาเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ๆกันที่นี่เป็นที่แรก ซึ่งปกติก็จะมีกันทุกๆสองปี  ในที่สุดปีนี้ เราก็มีโอกาสสักที ด้วยความที่แบรนด์ JOBO แบรนด์ผลิตเครื่องล้างและอุปกรณ์ล้างฟิล์มที่เก่าแก่เกือบร้อยปีจากเยอรมัน เค้าชวนเราในฐานะตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยไปนั่งอัพเดทกันหน่อย ก็เลยได้ทีไปเดินคุยกับแบรนด์ต่างๆที่อยู่ในแวดวง Analog Photography หลายๆเจ้าด้วย จริงๆพี่ๆในวงการกล้องไทยก็ไปกันเยอะเลย ซึ่งเค้าก็จะอัพเดทฝั่งดิจิตอลกันไปหมดแล้วล่ะ (ปีนี้ถือเป็นปีที่ดุเดือดมากจริงๆสำหรับวงการกล้องดิจิตอล) เราเลยขอเขียนถึงส่วนตลาด Analog ที่ยังไม่มีใครพูดถึงให้ได้ฟังกันว่าปีหน้านี้ ว่าตลาดจะเคลื่อนไปยังไง มีอะไรใหม่ๆบ้าง เริ่มกันที่บิ๊กใหญ่ในวงการอย่าง Kodak และ Fujifilm กันก่อนละกัน เป็นที่รู้กันทั่วถึงแล้วเนอะว่า Kodak ได้คลอดฟิล์มสไลด์ในตำนานตัวนึงให้กลับมาอีกครั้งในตลาด Kodak EKTACHROME 100 ก็เป็นที่ฮือฮามากที่สุดในปีนี้เลย แต่ในงานนี้พี่แกก็ไม่ได้มีให้ดูของจริงหรอก มีแต่โปรโมตเฉยๆ และแจ้งว่าได้เริ่ม Shipping ไปให้ร้านจำหน่ายใหญ่ๆในยุโรปและอเมริกาในเดือนตุลาคมนี้แล้ว ส่วนประเทศอื่นๆก็คาดว่าจะเป็นช่วงเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป ส่วนประเทศไทย มีการคอนเฟิร์มเกือบ 100% แล้วว่าตัวแทนจำหน่ายเอาเข้ามาขายนะจ้ะ ไม่ต้องห่วงว่าจะต้องสั่งเมืองนอก (เอาจริงๆ ราคาฟิล์ม Kodak ในไทยนี่ถูกกว่าชาวบ้านชาวช่องอยู่แล้ว)…

หมดปัญหาการเลือกใช้ฟิล์ม กับตารางเทียบฟิล์มสี 27 ตัว แบบช็อตต่อช็อต!

เคยเจอปัญหาตัดสินใจเลือกฟิล์มสีไม่ได้มั๊ย? ฟิล์มสีตัวไหนเป็นยังไง? บอกเพื่อนให้ส่งภาพตัวอย่างให้ดู มันก็ถ่ายมาคนละแสง คนละกล้อง จะไปเทียบกันได้ไงกันล่ะ? ปัญหานี้จะหมดไป..นี่คือโปรเจคที่เราคิดและพยายามทำมานับปีแล้ว ทดลองอยู่กันหลายรอบ กว่าจะได้ผลที่ใกล้เคียงที่สุด คอนเซปมันก็คือ… เราจะเอาฟิล์มสีขนาด 35mm ที่ยังมีขายอยู่ในโลกนี้ (ไม่เอาฟิล์มบูด และไม่เอาฟิล์มที่เลิกผลิตไปแล้ว) จับมาเทียบกันให้ได้มากที่สุดแบบช็อตเดียวกันเป๊ะๆ! เพราะเรามักเจอคำถามเรื่องการเทียบฟิล์มแต่ละตัว ซึ่ง..มันเอามาเทียบกันไม่ได้สิ!! ถ่ายกันคนละกล้อง คนละเลนส์ คนละแสง คนละสี คนละสถานที่ มันจะดูออกได้ยังไงกัน!!! ซึ่งเดิมทีฟิล์มสีที่ขายกันอยู่มันมากกว่านี้ แต่ปัจจุบันก็เริ่มหายหน้าไปเรื่อยๆ จนแม้แต่ไอ้ที่ได้เอามาเทียบในตารางนี้ ปัจจุบันก็เลิกผลิตไปแล้วอีกก็มี ในท้ายที่สุดนี้..เราคัดเลือกฟิล์มทั้งหมดมาได้ 27 ชนิด (มียกเว้นฟิล์มหนัง Cinestill 800T ที่ถ่ายทั้งแบบ +1 stop และปกติ เอาไว้ด้วย เพราะตัวมันเองเป็น White Balance แบบ Tungstein สีแบบตั้ง ISO ตรงๆอาจจะเทียบกับชาวบ้านไม่ค่อยได้) มีทั้งฟิล์มสีเนกาทีฟ และฟิล์มสีสไลด์ คิดว่าคงเป็นการเทียบฟิล์มแบบช็อตต่อช็อตที่มากที่สุดที่มีคนเคยทำแล้วล่ะ เราพยายามเทียบด้วยแสงแดดตามธรรมชาติ จึงต้องอาศัยช่วงเดือนที่แดดดี ฟ้าโปร่ง และต้องทำเวลาให้ได้เร็วที่สุด เพื่อให้ทิศทางของแสงเปลี่ยนน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้…

รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ Agfa Optima 1035 Sensor ปี 1978 กล้องดีที่เพิ่งหากันเจอ

ถ้าแบรนด์ Olympus มีซีรี่ส์ Pen เป็นซีรี่ย์กล้องที่โด่งดังและผลิตต่อเนื่องหลายรุ่นยาวนานนับ 10 ปีตั้งแต่ 1960 ไม่ว่าจะ Pen EE , Pen D , Pen F (นี่ยังไม่นับรุ่นย่อยแบบเกินจะนับนิ้ว ยาวไปถึงยุค 1970) ฝั่งแบรนด์ยุโรปอย่าง Agfa ซึ่งเป็นแบรนด์โบร่ำโบราณมาเป็นร้อยปี ย่อมต้องมีของเด็ดเป็ดย่างอร่อยแบบนี้เก็บไว้เหมือนกัน นั่นก็คือซีรี่ส์ที่ชื่อว่า “Optima” Agfa นี่เค้าใช้คำว่า Optima มาตั้งแต่ยุค 1950s แล้วนะ จนกระทั่งมาในยุคปลายๆ 1960s เค้าได้เปลี่ยนมาใช้ Optima Sensor ให้มันดูไฮเทคขึ้น (สำหรับยุคนั้น) ซึ่งวันนี้เราจะมาคุยกันถึงซีรี่ส์นี้กัน รุ่นแรกที่มีการปรับเปลี่ยนมาก็คือ Agfa Optima 200 Sensor โดยโปรโมตว่า “ต่อไปนี้คุณจะถ่ายภาพโดยที่กล้องจะไม่สั่นแล้วเพราะปุ่มชัตเตอร์กดแล้วนุ่มมาก“ ( ชัตเตอร์หรือขนมปัง เอ๊ะ..เดี๋ยวว!!! แล้วสรุปแม่งเกี่ยวไรกะ Sensor วะ?? 555) ถึงจะงงกับปุ่มชัตเตอร์ว่าแม่งเกี่ยวอะไรกับคำว่า…

Agfa ประกาศเลิกผลิตฟิล์ม บทเรียนสำคัญของตลาดฟิล์มยุคใหม่

สำหรับร้านค้าฟิล์มร้านนึงที่เกิดในช่วง 4-5 ปีนี้อย่างเรา จากการประกาศจากทางแบรนด์ Agfa Photo ว่าจะเลิกผลิตฟิล์มทั้งหมด ตั้งแต่ตระกูล Vista และ CT ส่งผลให้ฟิล์มน่าจะมีการกระจายไปตามร้านค้าปลีกหมดภายในเดือนกุมภานี้เป็นล็อตสุดท้าย นับเป็นเรื่องใหญ่ทีเดียว เพราะในยุคการรีบอร์นของตลาดฟิล์มช่วง 4-5 ปีมานี้ ชื่อของ Agfa นับเป็นตัวผู้เล่นสำคัญอันดับ 3 ในตลาดที่มีอิทธิพลมากระดับนึง รีวิวแบบบ้านๆฟิล์มสี AGFA Vista 200 และ 400 แม้ว่าชื่อ Agfa ในปัจจุบัน จะไม่ใช่แบรนด์ Agfa เดิมที่รู้จักกันเป็นร้อยๆปีที่แล้ว ซึ่งเดิมเป็นของบริษัท Agfa-Gevaert แต่ได้ขายชื่อแบรนด์ไปตั้งแต่ปี 2004 หลังจากมีการประกาศล้มละลายไป โดยปัจจุบันที่เราใช้ๆกันอยู่ เป็นการผลิตและจัดจำหน่ายโดยบริษัท AgfaPhoto Holding GmbH. ที่ตั้งขึ้นมาใหม่ ปัจจุบันภายใต้แบรนด์ Agfa Photo จึงทำหน้าที่เป็นแค่จัดการจัดจำหน่ายเป็นหลัก โดยโรงงานผลิตฟิล์มจริงๆในส่วนของฟิล์มสีและฟิล์มสไลด์ ดำเนินการโดย Fujifilm ที่ญี่ปุ่น แต่มีการพัฒนาเบสฟิล์มขึ้นมาเฉพาะของ Agfa (ถ้าใครใช้บ่อยๆจะรู้ว่ามันอาจจะคล้าย Superia อยู่บ้าง แต่โทนสีจะแตกต่างกันออกไปอยู่บ้าง) เมื่อมีการประกาศยกเลิกการผลิต ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไร…

ILFORD เปิดตัว Lab ล้าง-อัดภาพใหม่ที่แคลิฟอร์เนีย ปลุกตลาดฟิล์มอีกครั้ง

ข่าวการเติบโตในวงการฟิล์มนี่นานๆจะโผล่มาที นี่ก็นับได้ว่าเป็นข่าวในทางบวกอีกหนึ่งข่าว เมื่อ บริษัท Harman Technology  หรือที่คนรักฟิล์มรู้จักว่าเป็นบริษัทที่ผลิตฟิล์ม น้ำยา กระดาษอัดภาพ ILFORD นั่นแหล่ะ ได้ตัดสินใจเปิด Lab ในการล้าง-อัดภาพขึ้นที่ California ซึ่งตอนนี้ได้เปิดให้บริการแล้ว และยังรับบริการทางเวบสำหรับคนที่อยู่ในพื้นที่อเมริกาเหนือด้วย ทางกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาดของ Harman ได้บอกว่า ตอนนี้เป็นเรื่องยากมากสำหรับช่างภาพที่จะหา Lab ดีๆในการล้าง-อัดภาพขาวดำ ซึ่งก่อนหน้านี้ทาง Harman ได้เปิดบริการในอังกฤษ ประเทศที่ตั้งของบริษัทไปแล้ว ได้รับผลตอบรับอย่างดี ก็เลยเป็นที่มาในการขยายไปสู่ต่างประเทศเป็นครั้งแรกหลังจากตลาดฟิล์มได้ฟื้นขึ้นมา โดย Lab นี้จะให้บริการล้าง-อัดภาพขาวดำ ฟิล์มสี ฟิล์มสไลด์ ทั้งฟิล์มขนาด 35mm และ 120 โดยบริการนี้จะส่งกลับไปให้ลูกค้าภายใน 2-3 วันเท่านั้น ซึ่งราคาเริ่มต้นที่ $16 ต่อฟิล์ม 1 ม้วน หรือประมาณ 560 บาท โดยสามารถอัดและสแกนเพิ่มเติมก็เพิ่มเงินไปตามราคา อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เวบทางการของ ILFORD บทความ โดย SUN…