สรุปอัพเดทวงการกล้องฟิล์มจากงาน Photokina 2018 ที่เยอรมัน

เป็นความตั้งใจมาเป็นปีๆแล้ว หลังจากที่เริ่มเปิดร้าน Husband and Wife อย่างจริงจังว่าจะมีสักครั้งที่ได้ไปเยือนงาน Photokina งานมหกรรมเนิร์ดวงการกล้องที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทุกแบรนด์ที่เกี่ยวกับวงการกล้องจะพากันมาเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ๆกันที่นี่เป็นที่แรก ซึ่งปกติก็จะมีกันทุกๆสองปี  ในที่สุดปีนี้ เราก็มีโอกาสสักที ด้วยความที่แบรนด์ JOBO แบรนด์ผลิตเครื่องล้างและอุปกรณ์ล้างฟิล์มที่เก่าแก่เกือบร้อยปีจากเยอรมัน เค้าชวนเราในฐานะตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยไปนั่งอัพเดทกันหน่อย ก็เลยได้ทีไปเดินคุยกับแบรนด์ต่างๆที่อยู่ในแวดวง Analog Photography หลายๆเจ้าด้วย จริงๆพี่ๆในวงการกล้องไทยก็ไปกันเยอะเลย ซึ่งเค้าก็จะอัพเดทฝั่งดิจิตอลกันไปหมดแล้วล่ะ (ปีนี้ถือเป็นปีที่ดุเดือดมากจริงๆสำหรับวงการกล้องดิจิตอล) เราเลยขอเขียนถึงส่วนตลาด Analog ที่ยังไม่มีใครพูดถึงให้ได้ฟังกันว่าปีหน้านี้ ว่าตลาดจะเคลื่อนไปยังไง มีอะไรใหม่ๆบ้าง เริ่มกันที่บิ๊กใหญ่ในวงการอย่าง Kodak และ Fujifilm กันก่อนละกัน เป็นที่รู้กันทั่วถึงแล้วเนอะว่า Kodak ได้คลอดฟิล์มสไลด์ในตำนานตัวนึงให้กลับมาอีกครั้งในตลาด Kodak EKTACHROME 100 ก็เป็นที่ฮือฮามากที่สุดในปีนี้เลย แต่ในงานนี้พี่แกก็ไม่ได้มีให้ดูของจริงหรอก มีแต่โปรโมตเฉยๆ และแจ้งว่าได้เริ่ม Shipping ไปให้ร้านจำหน่ายใหญ่ๆในยุโรปและอเมริกาในเดือนตุลาคมนี้แล้ว ส่วนประเทศอื่นๆก็คาดว่าจะเป็นช่วงเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป ส่วนประเทศไทย มีการคอนเฟิร์มเกือบ 100% แล้วว่าตัวแทนจำหน่ายเอาเข้ามาขายนะจ้ะ ไม่ต้องห่วงว่าจะต้องสั่งเมืองนอก (เอาจริงๆ ราคาฟิล์ม Kodak ในไทยนี่ถูกกว่าชาวบ้านชาวช่องอยู่แล้ว)…

หมดปัญหาการเลือกใช้ฟิล์ม กับตารางเทียบฟิล์มสี 27 ตัว แบบช็อตต่อช็อต!

เคยเจอปัญหาตัดสินใจเลือกฟิล์มสีไม่ได้มั๊ย? ฟิล์มสีตัวไหนเป็นยังไง? บอกเพื่อนให้ส่งภาพตัวอย่างให้ดู มันก็ถ่ายมาคนละแสง คนละกล้อง จะไปเทียบกันได้ไงกันล่ะ? ปัญหานี้จะหมดไป..นี่คือโปรเจคที่เราคิดและพยายามทำมานับปีแล้ว ทดลองอยู่กันหลายรอบ กว่าจะได้ผลที่ใกล้เคียงที่สุด คอนเซปมันก็คือ… เราจะเอาฟิล์มสีขนาด 35mm ที่ยังมีขายอยู่ในโลกนี้ (ไม่เอาฟิล์มบูด และไม่เอาฟิล์มที่เลิกผลิตไปแล้ว) จับมาเทียบกันให้ได้มากที่สุดแบบช็อตเดียวกันเป๊ะๆ! เพราะเรามักเจอคำถามเรื่องการเทียบฟิล์มแต่ละตัว ซึ่ง..มันเอามาเทียบกันไม่ได้สิ!! ถ่ายกันคนละกล้อง คนละเลนส์ คนละแสง คนละสี คนละสถานที่ มันจะดูออกได้ยังไงกัน!!! ซึ่งเดิมทีฟิล์มสีที่ขายกันอยู่มันมากกว่านี้ แต่ปัจจุบันก็เริ่มหายหน้าไปเรื่อยๆ จนแม้แต่ไอ้ที่ได้เอามาเทียบในตารางนี้ ปัจจุบันก็เลิกผลิตไปแล้วอีกก็มี ในท้ายที่สุดนี้..เราคัดเลือกฟิล์มทั้งหมดมาได้ 27 ชนิด (มียกเว้นฟิล์มหนัง Cinestill 800T ที่ถ่ายทั้งแบบ +1 stop และปกติ เอาไว้ด้วย เพราะตัวมันเองเป็น White Balance แบบ Tungstein สีแบบตั้ง ISO ตรงๆอาจจะเทียบกับชาวบ้านไม่ค่อยได้) มีทั้งฟิล์มสีเนกาทีฟ และฟิล์มสีสไลด์ คิดว่าคงเป็นการเทียบฟิล์มแบบช็อตต่อช็อตที่มากที่สุดที่มีคนเคยทำแล้วล่ะ เราพยายามเทียบด้วยแสงแดดตามธรรมชาติ จึงต้องอาศัยช่วงเดือนที่แดดดี ฟ้าโปร่ง และต้องทำเวลาให้ได้เร็วที่สุด เพื่อให้ทิศทางของแสงเปลี่ยนน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้…

รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ Agfa Optima 1035 Sensor ปี 1978 กล้องดีที่เพิ่งหากันเจอ

ถ้าแบรนด์ Olympus มีซีรี่ส์ Pen เป็นซีรี่ย์กล้องที่โด่งดังและผลิตต่อเนื่องหลายรุ่นยาวนานนับ 10 ปีตั้งแต่ 1960 ไม่ว่าจะ Pen EE , Pen D , Pen F (นี่ยังไม่นับรุ่นย่อยแบบเกินจะนับนิ้ว ยาวไปถึงยุค 1970) ฝั่งแบรนด์ยุโรปอย่าง Agfa ซึ่งเป็นแบรนด์โบร่ำโบราณมาเป็นร้อยปี ย่อมต้องมีของเด็ดเป็ดย่างอร่อยแบบนี้เก็บไว้เหมือนกัน นั่นก็คือซีรี่ส์ที่ชื่อว่า “Optima” Agfa นี่เค้าใช้คำว่า Optima มาตั้งแต่ยุค 1950s แล้วนะ จนกระทั่งมาในยุคปลายๆ 1960s เค้าได้เปลี่ยนมาใช้ Optima Sensor ให้มันดูไฮเทคขึ้น (สำหรับยุคนั้น) ซึ่งวันนี้เราจะมาคุยกันถึงซีรี่ส์นี้กัน รุ่นแรกที่มีการปรับเปลี่ยนมาก็คือ Agfa Optima 200 Sensor โดยโปรโมตว่า “ต่อไปนี้คุณจะถ่ายภาพโดยที่กล้องจะไม่สั่นแล้วเพราะปุ่มชัตเตอร์กดแล้วนุ่มมาก“ ( ชัตเตอร์หรือขนมปัง เอ๊ะ..เดี๋ยวว!!! แล้วสรุปแม่งเกี่ยวไรกะ Sensor วะ?? 555) ถึงจะงงกับปุ่มชัตเตอร์ว่าแม่งเกี่ยวอะไรกับคำว่า…

Agfa ประกาศเลิกผลิตฟิล์ม บทเรียนสำคัญของตลาดฟิล์มยุคใหม่

สำหรับร้านค้าฟิล์มร้านนึงที่เกิดในช่วง 4-5 ปีนี้อย่างเรา จากการประกาศจากทางแบรนด์ Agfa Photo ว่าจะเลิกผลิตฟิล์มทั้งหมด ตั้งแต่ตระกูล Vista และ CT ส่งผลให้ฟิล์มน่าจะมีการกระจายไปตามร้านค้าปลีกหมดภายในเดือนกุมภานี้เป็นล็อตสุดท้าย นับเป็นเรื่องใหญ่ทีเดียว เพราะในยุคการรีบอร์นของตลาดฟิล์มช่วง 4-5 ปีมานี้ ชื่อของ Agfa นับเป็นตัวผู้เล่นสำคัญอันดับ 3 ในตลาดที่มีอิทธิพลมากระดับนึง รีวิวแบบบ้านๆฟิล์มสี AGFA Vista 200 และ 400 แม้ว่าชื่อ Agfa ในปัจจุบัน จะไม่ใช่แบรนด์ Agfa เดิมที่รู้จักกันเป็นร้อยๆปีที่แล้ว ซึ่งเดิมเป็นของบริษัท Agfa-Gevaert แต่ได้ขายชื่อแบรนด์ไปตั้งแต่ปี 2004 หลังจากมีการประกาศล้มละลายไป โดยปัจจุบันที่เราใช้ๆกันอยู่ เป็นการผลิตและจัดจำหน่ายโดยบริษัท AgfaPhoto Holding GmbH. ที่ตั้งขึ้นมาใหม่ ปัจจุบันภายใต้แบรนด์ Agfa Photo จึงทำหน้าที่เป็นแค่จัดการจัดจำหน่ายเป็นหลัก โดยโรงงานผลิตฟิล์มจริงๆในส่วนของฟิล์มสีและฟิล์มสไลด์ ดำเนินการโดย Fujifilm ที่ญี่ปุ่น แต่มีการพัฒนาเบสฟิล์มขึ้นมาเฉพาะของ Agfa (ถ้าใครใช้บ่อยๆจะรู้ว่ามันอาจจะคล้าย Superia อยู่บ้าง แต่โทนสีจะแตกต่างกันออกไปอยู่บ้าง) เมื่อมีการประกาศยกเลิกการผลิต ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไร…

ILFORD เปิดตัว Lab ล้าง-อัดภาพใหม่ที่แคลิฟอร์เนีย ปลุกตลาดฟิล์มอีกครั้ง

ข่าวการเติบโตในวงการฟิล์มนี่นานๆจะโผล่มาที นี่ก็นับได้ว่าเป็นข่าวในทางบวกอีกหนึ่งข่าว เมื่อ บริษัท Harman Technology  หรือที่คนรักฟิล์มรู้จักว่าเป็นบริษัทที่ผลิตฟิล์ม น้ำยา กระดาษอัดภาพ ILFORD นั่นแหล่ะ ได้ตัดสินใจเปิด Lab ในการล้าง-อัดภาพขึ้นที่ California ซึ่งตอนนี้ได้เปิดให้บริการแล้ว และยังรับบริการทางเวบสำหรับคนที่อยู่ในพื้นที่อเมริกาเหนือด้วย ทางกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาดของ Harman ได้บอกว่า ตอนนี้เป็นเรื่องยากมากสำหรับช่างภาพที่จะหา Lab ดีๆในการล้าง-อัดภาพขาวดำ ซึ่งก่อนหน้านี้ทาง Harman ได้เปิดบริการในอังกฤษ ประเทศที่ตั้งของบริษัทไปแล้ว ได้รับผลตอบรับอย่างดี ก็เลยเป็นที่มาในการขยายไปสู่ต่างประเทศเป็นครั้งแรกหลังจากตลาดฟิล์มได้ฟื้นขึ้นมา โดย Lab นี้จะให้บริการล้าง-อัดภาพขาวดำ ฟิล์มสี ฟิล์มสไลด์ ทั้งฟิล์มขนาด 35mm และ 120 โดยบริการนี้จะส่งกลับไปให้ลูกค้าภายใน 2-3 วันเท่านั้น ซึ่งราคาเริ่มต้นที่ $16 ต่อฟิล์ม 1 ม้วน หรือประมาณ 560 บาท โดยสามารถอัดและสแกนเพิ่มเติมก็เพิ่มเงินไปตามราคา อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เวบทางการของ ILFORD

วิธีล้างฟิล์มสีด้วยตัวเอง แบบบ้านๆมาก..ถึงมากที่สุด

เป็นเรื่องที่อยากเขียนมานานนะ มีสองเหตุผลหลักๆคือ หนึ่ง.. มีคนถามมาเยอะ ซึ่งจะอธิบายทีก็จะยาว เลยต้องอาศัยการเขียนเหมือนหลายๆเรื่องที่เราเขียนในบล็อกนี่แหล่ะ สอง.. เรื่องนี้ถือเป็นจุดกำเนิดจริงๆจังๆของการเล่นกล้องฟิล์มของเราเลยนะ ย้อนกลับไปช่วงที่เราเล่นกล้องฟิล์มจริงๆจังๆช่วงแรกๆ เวลาเราถ่ายเสร็จ เราก็ส่งล้างฟิล์มตามร้านแถวบ้าน ส่วนสแกนก็สแกนเอาเองมาตลอด แต่ใจน่ะ อยากล้างเองมาก คิดเอาไว้ในใจตลอด ส่วนตัวเราชอบถ่ายฟิล์มสีมากกว่าฟิล์มขาวดำ ซึ่งไอ้การล้างฟิล์มสีเองนี่ถามใคร ใครก็มักจะบอกว่า “ยาก!” หรือแม้แต่บอกว่า “อันตราย” ยังมีเลย เฮ้ย..ล้างฟิล์มหรือข้ามถนน 8 เลนวะนั่น แถมลองหาข้อมูลก็หาเจอแบบงงๆ เข้าใจยากชิบเป๋งเลย เราเองก็ถอดใจไปจนลืมล่ะ แต่ก็จำเอาไว้ตลอดว่าอยากล้างฟิล์มสีเอง จนวันนึงเริ่มเขียนบทความเกี่ยวกับฟิล์มนะ แต่ตอนนั้นไม่ได้เขียนในบล็อกหรอก เขียนใน Pantip ด้วยความอะไรก็ไม่รู้ล่ะ ดันไปโดนใจพี่สักคนที่เล่นกล้องดิจิตอลในนั้นเข้า จุดขัดใจนั้น เราเขียนและมีเนื้อหาบางจุด ให้เข้าใจได้ว่า การถ่ายด้วยฟิล์ม เราต้องควบคุมทุกอย่างเองในการถ่าย มันท้าทายความสามารถ ทำให้ได้ภาพที่สวยอย่างที่เราต้องการ ซึ่งเราโดนตอกกลับมาว่า “ถ้าไม่ได้ล้างฟิล์มเอง สแกนเอง จะเรียกว่า ถ่ายฟิล์มแล้วภาพที่ออกมาควบคุมด้วยตัวเองหมดได้ไง”   นั่นล่ะ! โอ้โห! ต่อมพลังคอสโมผุดขึ้นฝุดๆเลย จากที่เคยลืมๆไปแล้วว่าเออ..จะล้างฟิล์มเองอะไรนี่ ทีนี้แม่ง Google ข้ามวันข้ามคืนหน้ามืดตามัว จนได้เบาะแสเดียวที่เราได้จากพี่ๆใน Thaidphoto ในความจริงแล้ว…

วิธีสแกนฟิล์มเองง่ายๆแบบบ้านๆ สำหรับคนงบน้อย

ตอนแรก เอาจริงๆนะ.. ก็ไม่คิดว่าจะเขียนเรื่องหัวข้อนี้หรอก แต่บังเอิญพอมันเริ่มจริงจังเท่านั้นแหล่ะ เลยคิดว่าคนอื่นคงอยากจริงจังด้วย ฮาๆ คือประเด็นว่า.. คุณภรรยาซื้อเจ้า Rolleicord VB ให้เป็นของขวัญครบรอบวันแต่งงาน ไอ้เราก็แหม..ดีใจ ลองถ่าย (อันนี้สบาย ขายฟิล์มอยู่แล้ว ฮาๆ) ลองล้างฟิล์ม (อันนี้ก็สบาย ล้างเองประจำ) ลองสแกน.. เอ๊ะ.. กูไม่มีสแกนฟิล์ม 120 นี่หว่า  คือปกติเราใช้สแกนฟิล์ม Plustek 8200i ซึ่งมันสแกนได้แต่ฟิล์มขนาด 35mm. ทั่วไปนี่แหล่ะ ตอนซื้อก็ไม่คิดเรื่องฟิล์ม 120 หรอก เพราะคิดว่าถ้าถ่ายคงไม่ได้ถ่ายเยอะ ส่งให้เพื่อนสแกนก็ได้ เอาเข้าจริง..เลยไม่มี ไหนๆก็ล้างเสร็จแล้ว ใครจะอยากดูฟิล์มสีกลับไปกลับมาแบบนี้กันล่ะ ก็คงอยากเห็นรูปจริงๆอยู่แล้ว เราก็เลยลงมือประดิษฐ์เครื่องมือสแกนแบบบ้านขึ้นมา ฮาๆ เอาล่ะ.. ใครที่ที่บ้านยังไม่มีสแกนนะ อยากลองเล่นกันดู ก็ลองทำตามนี้ สแกนได้หมดแหล่ะ จะฟิล์ม 35mm. หรือ 120 แบบเรานี่ ก่อนอื่น มาเตรียมอุปกรณ์กันก่อน 1.กล้อง DLSR…