รีวิวแบบบ้านๆ เลนส์ Leica Summaron 35mm f/2.8

ถ้านับเวลากันตั้งแต่เราหันมาใช้ Leica M อย่างจริงจัง ไล่มาตั้งแต่ Leica M2 ยัน Leica M6 TTL ก็ประมาณ 3 ปีกว่าๆได้ ซึ่งก็เหมือนกับหลายๆคนที่ก่อนหน้า Leica เราจะต้องเผชิญกับเส้นทางลูกผู้ชาย ที่ไม่ยอมใช้ Leica ตั้งแต่แรก จะต้องหันไปใช้ Voigtlander มั่งอะไรมั่ง แม้ว่าผู้คนจะสบประมาทว่า “สุดท้ายมึงก็ต้องมาจบที่ Leica” ก็ตาม (และมึงก็ต้องมาตายที่ Leica จริงๆนั่นแหล่ะ… แต่มันเป็นวิถีลูกผู้ชาย) เลนส์ที่คู่บุญด้วยกันมาแต่แรกคือ Carl Zeiss Biogon 35mm f/2 ZM ซึ่งจะว่ากันตามจริงก็ค่อนข้างพอใจกับผลงานมาตลอด จะติดก็ตรงขนาดกระบอกเลนส์ที่ยาวไปหน่อย และหนักไปนิด แต่ราคาก็ถูกกว่า Leica ทั้งหลายเป็นเท่าๆ แต่ตัวจบมันคงมีแต่ในนิยาย ความร้อนรุ่มในใจที่อยากลองหาเลนส์ที่ถูกใจกว่านี้ก็มีมาตลอดเวลา ครั้งแรกที่ตัดสินใจจริงๆคือเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เราลองหันไปหาเจ้า Leica Summarit 35mm f/2.4 ซึ่งเป็นเลนส์ตัวใหม่ น้ำหนักเบา ราคาไม่แพงในระดับตัวแรงๆที่ตลาดเล่นกัน…

รีวิวเลนส์แบบบ้านๆ Lomo LC-A Minitar-1 เลนส์ที่เกิดมาเพื่อการสตรีท

ครั้งนี้มาแปลก ปกติจะรีวิวแต่กล้องฟิล์มนะ ครั้งนี้จะรีวิวเลนส์ คือจริงๆร้านเราเองก็เป็นตัวแทน มีสินค้าของ Lomography ขายด้วย หลักๆก็ฟิล์มนั่นแหล่ะนะ แต่ยังไม่เคยจริงจังสินค้าอื่นๆของทาง Lomo เลย ด้วยความที่เรานี่ก็ขาสตรีท ไอ้เลนส์ LC-A Minitar-1 Art Lens ตัวนี้ก็ดันป่าวประกาศมาเลยว่า เฮ้ย นี่เกิดมาเพื่อสตรีทนะเว้ย.. แหม่… ออกตัวกันขนาดนี้ ก็เลยอยากลองเป็นธรรมดา ต้องขอขอบคุณทาง Lomography Thailand สำหรับเจ้าเลนส์ Minitar-1 ที่ให้มาหยิบยืมลองกัน คราวนี้เราเอามาลองแบบสตรีทจ๋าๆกัน ต้องออกตัวก่อนว่า ปกติแล้ว ไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้กล้อง Lomo เอาซะเลย ด้วยสเปคของเลนส์ตัวนี้ เป็น M Mount สำหรับกล้อง Rangefinder พวก Leica ทั้งหลาย หรือจะเอาไปใส่พวกกล้อง Mirrorless ทั้งหลายก็ได้ ก็แปลงไปใช้ได้ ส่วนใหญ่ที่รีวิวๆกันก็เป็นกล้องดิจิตอลกันเป็นส่วนใหญ่ วันนี้เราก็เลยขอจัดเต็มแบบฟิล์มๆกันไป มาดูแพคเกจกันก่อนดีกว่า ตามสไตล์ของ Lomo เอง แพคเกจนี่ก็จัดเต็มมาก ดูดีมีชาติตระกูล…

เหตุผลดีๆและ 10 อันดับกล้อง Rangefinder ที่ทำให้เราหลงรักกล้องฟิล์ม

ถ้าใครที่เพิ่งหันมาทำความรู้จักกล้องฟิล์มใหม่ๆ มักจะมีคำถามว่า อะไรคือกล้อง Rangefinder วะ? มันต่างจากกล้องประเภทอื่นยังไง? บางคนพอจะรู้ ก็จะถามต่อว่า แล้วมันดีกว่ากล้องแบบอื่นยังไงล่ะ? ซึ่งมีคนถามเยอะมาก เลยคิดว่าจะเขียนนานแล้วล่ะ เพราะหลังจากถามว่ามันคืออะไร ส่วนใหญ่ก็อยากจะให้แนะนำต่อด้วยว่าตัวไหนดี จริงๆแล้ว กล้อง Rangefinder ส่วนใหญ่นี่ค่อนข้างเหมาะกับมือใหม่ที่สนใจกล้องฟิล์มนะ เพราะขนาดของมันจะไม่ใหญ่มาก พกพาง่าย (ก็ไม่ทุกตัวแหล่ะนะ) และให้คุณภาพดีเลิศ เคยอ่านบทความฝรั่งโปรๆถ่ายรูปบางคน เคยเขียนบอกว่า “ถ้าอยากสะดวกก็กล้อง SLR ถ้าอยากได้คุณภาพภาพที่ดี ..ต้อง Rangefinder” ( เราเคยเขียนถึงตอน “เอาล่ะวัยรุ่นทั้งหลาย!.. มาเลือกกล้องฟิล์มที่เหมาะกับตัวเองกันเถอะ.” ลองอ่านดู ) ถ้าจะให้อธิบายง่ายๆ Rangefinder แปลตรงตัวก็คือ กล้องที่มีตัวหาระยะให้ เพราะสมัยก่อน กล้องมันไม่ได้ออโต้โฟกัสนะจ๊ะ ออโต้ด้วยมือตัวเองกันนี่แหล่ะ ซึ่งเดิมๆเลยโหดตรงที่ อยากโฟกัสที่อะไร เราก็กะว่าจากกล้องไปที่วัตถุนั้น มันมีระยะเท่าไหร่? ดูแบบต้องมีความรู้กันบ้าง จะมาไก่กา 1 เมตรนี่ยาวแค่ไหนวะนี่ไม่ได้เลย บางคนกะแม่นก็ดีไป กะมั่วก็เละไป การถือกำเนิด Rangefinder เลยเสมือนเทคโนโลยีสุดยอดของคนถ่ายรูปในสมัยก่อนเลยทีเดียว ไอ้การหาระยะของตัว…

รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ Voigtlander Bessa R ก็อยากไฮโซกับเค้าบ้าง..

  ช่วงนี้งดรีวิวกล้องไปนานแสนนาน เพราะไม่มีเวลาเลย มีอะไรอีกหลายอย่างมากที่อยากจะเขียนรีวิวนะ เช่น ฟิล์มที่หายากๆที่ครั้งก่อนเขียนไป ก็อยากจะเขียนต่อ กล้องนี่ก็อยากรีวิวเรื่อยๆ กิจกรรมเยอะมากเป็นเมืองไทยสไมล์คลับเลย วันนี้ได้ฤกษ์งามยามดี มารีวิวกล้องเกือบไฮโซกันบ้าง ไอ้ที่ว่าเกือบไฮโซนี่เพราะ มันเป็นกล้องสำหรับคนที่อยากใช้ Leica แต่งบไปไม่ถึง ก็เรียกว่าได้อารมณ์ใกล้เคียงในราคาพอถูไถ สืบเนื่องจากเรามีเลนส์เก่ายุค ’50-60s อยู่ประมาณนึง ตั้งแต่สมัยเล่นกล้อง Mirrorless ก็ชอบสะสมเลนส์ของกล้อง Rangefinder ยุคนั้นมาก อย่างพวกเลนส์ของรัสเซียนะ Jupiter 8 เป็นเลนส์ราคาถูกแต่คุณภาพไม่ธรรมดา หรืออย่าง Canon ในยุค ’60s ที่สร้างกล้องที่มีลักษณะคล้ายกับ Leicaในยุคๆนั้น เป็นยุคที่ญี่ปุ่นพยายามสร้างนวัตกรรมที่สู้กับโลกตะวันตกให้ได้ กล้อง Rangefinder ในยุค ’50-60s เลยมีเลนส์คุณภาพดี ราคาไม่แพงหลงเหลือมาถึงทุกวันนี้ จะว่าไปกล้อง Rangefinder ที่เรารีวิวผ่านๆมา จะเป็นกล้องแบบเลนส์ Fix หรือเลนส์ติดกับกล้อง เปลี่ยนไม่ได้ ซึ่งนิยมมากๆในยุค ’70s เพราะพกพาสะดวกกว่า ซ่อมง่าย ดูแลง่าย ในขณะที่ Rangefinder แบบเปลี่ยนเลนส์ มักเป็นกล้องราคาสูง…

เอาล่ะวัยรุ่นทั้งหลาย!.. มาเลือกกล้องฟิล์มที่เหมาะกับตัวเองกันเถอะ.

“พี่คะ / พี่ครับ จะซื้อกล้องฟิล์มแบบไหนดี ไม่เคยเล่นเลย” เป็นคำถามที่ทะลักมาทุกทิศทุกทาง หลังจากเราเขียนบล็อกเรื่อง “กล้องฟิล์มกับวัยรุ่นไทย จะยืนยาว หรือชั่วคราว?” ไป ทั้งทาง Instagram , Facebook ก็มีน้องๆตั้งแต่เด็กมัธยม เด็กมหาลัยยันเด็กโข่ง แอดมาถามคำถามคล้ายๆกันนี้ จนเราต้องขอเวลานอก มาเขียนตอบกันเป็นจริงเป็นจังทีเดียวเลยดีกว่า แต่ก็น่าดีใจนะ ที่อย่างน้อย นี่ก็เป็นข้อพิสูจน์ว่า กล้องฟิล์ม มันเป็นเรื่องน่าสนใจสำหรับวัยรุ่นไทย (รวมไปถึงที่ไม่วัยรุ่นด้วย) วันนี้จริงๆ จริงๆเรื่องการเลือกกล้องฟิล์มนี่ ก็อยากเขียนไว้สักพักแล้วล่ะ เพราะเป็นปัญหาที่ตัวเองเจอมาตั้งแต่เริ่มเล่นกล้องฟิล์ม คือไม่มีใครแนะนำให้ได้อย่างใจ ส่วนใหญ่มักจริงจังเกินไป อ่านแล้วงงๆ ยากๆ เราคิดถึงเรื่องความเหมาะสมที่ไอ้กล้องตัวนึงที่จะอยู่ในชีวิตประจำวันเราได้แบบกลมกลืนมากกว่าพวกสเปค หรือต้องภาพคม เลนส์ดีอะไรแบบนี้ วันนี้เลยอยากจะเล่าแบบวิชาการน้อย เบสิคที่สุด  (ซึ่งก็ไม่ค่อยมีวิชาการในหัวเราอยู่ดี ฮาๆ) จะได้เข้าใจกันได้ถ้วนหน้า และไม่เสียเวลาหรือเสียความรู้สึกเวลาได้กล้องมาแล้ว จนกลายเป็นว่าไม่ชอบกล้องฟิล์มไปซะเลย สมัยนี้ ถ้าเราอยากได้กล้องดิจิตอลสักตัว เหตุผลในการตัดสินใจคงมีไม่กี่ข้อ เช่น สเปคของกล้อง 21ล้านพิกเซล ฟังก์ชั่นใหม่ๆที่สะดวก แบบว่าส่งเข้ามือถือได้เลย เอาจอ LCD ที่ละเอียดๆ…

กล้องฟิล์มกับวัยรุ่นไทย จะยืนยาว หรือชั่วคราว?

  ยืนตรง สะพายกล้องฟิล์ม สาวใส่เสื้อยืด Mary is Happy หนุ่มใส่เชิ้ตติดกระดุมบน สาวๆถ่ายแสงแดดอ่อนๆ ดอกไม้และขนมเค้กจากมุมบน ถ่ายรูปดอกไม้ให้ย้อนแสง หนุ่มก็ถ่ายสาวๆที่กำลังถ่ายรูปอีกที ..  นี่อาจจะเป็นคำอธิบายภาพสั้นๆ เกริ่นนำของวัยรุ่นไทยกับกล้องฟิล์มในวันนี้.. เมื่อช่วงปลายเดือนธันวาที่ผ่านมา เรา คุณภรรยา และเพื่อน และน้องเพื่อน ตัดสินใจเดินทางไปทริปญี่ปุ่นแบบตะลอนๆทางภาคอีสานของญี่ปุ่น ยาวๆ 12 วัน ระยะทางประมาณ 1,600 กิโลฯ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เรากำลังอินกับกล้อง Mirrorless ที่ขนเอาเลนส์เก่ายุค ‘60s ไปแบบเต็มที่ ซึ่งก็สนุกสนานดีตลอดการเดินทาง ได้ภาพมานับพันรูป แน่นอนว่าถ้าเป็นฟิล์มคงล้มละลายไปแล้ว แต่คุณภรรยาก็พกเอา Olympus Pen EE ปี 1962 พร้อมฟิล์มอีก 3 ม้วนไปถ่ายกันเล่นๆ ตลอดทางที่เราเดินทางไปหลายจังหวัดนั้น จุดที่จะต้องแวะแบบนับครั้งไม่ถ้วนเลยก็คือมินิมาร์ท ไม่ว่าจะ Family Mart หรือ Lawson เพราะเป็นที่เดียวที่จะเข้าห้องน้ำได้ตลอดเวลา เข้าหลายที่มาก และหน้าตาเหมือนกันจนงงว่า เฮ้ย..กูย้อนกลับไปที่เดิมหรือเปล่าวะ…

เหตุผลของการใช้กล้องฟิล์ม ในวันที่โลกใช้ไอโฟนถ่ายรูป

ประมาณปี 1999 เรายังจำได้ว่าเป็นปีแรกที่เราได้สัมผัสกับกล้องดิจิตอลตัวแรก เป็นกล้องดิจิตอลมือสองของ Fujifilm ที่พี่สาวหิ้วกลับมาให้จากญี่ปุ่น ขนาดความละเอียด 1 ล้านพิกเซล เค้าบอกว่า เป็นตัวตกรุ่นแล้วที่ญี่ปุ่น เลยขายถูก ในราคา 10,000 บาท ถือว่าล้ำมากสำหรับวันนั้น สิ่งแรกที่คนเราจะรู้สึกได้และอยากทำกับการมีกล้องดิจิตอลครั้งแรก (ลองจินตนาการในยุคนั้นนะ คนยังถ่ายกล้องฟิล์มกันอยู่) คือ เราสามารถถ่ายทุกสิ่งรอบตัวโดยไม่บันยะบันยัง และไม่ต้องแคร์คนล้างอัดรูป (แม้ว่าเมมโมรี่กล้องวันนั้น จะมีแค่ 16 MB) มันเป็นความแปลกใหม่จนเราลืมเจ้ากล้องฟิล์มไปในทันที เราพกกล้องตัวนั้นติดตัวตลอดทุกๆวัน ถ่ายไปเรื่อยๆอย่างมีความสุข เวลาผ่านไปจนถึงวันนี้ก็ 15 ปี แปลกที่ความล้ำของเทคโนโลยีวันนี้ ทั้งถ่ายรูปได้สวยขึ้น ง่ายขึ้นไม่รู้กี่เท่า มันกลับทำให้เรายิ่งคิดถึงเครื่องมือเก่าๆ ที่ล้าสมัยเข้าไปทุกที ในวันที่มือถือถ่ายรูปได้คุณภาพดี โดยเฉพาะไอโฟนที่ก้าวไปถึงไหนแล้ว บางคนว่ามันดีกว่ากล้องดิจิตอลหลายๆตัวในตลาด จนตลาดกล้องคอมแพคดิจิตอลสะเทือน ต้องดิ้นรนกันอย่างกระอักเลือดในยามนี้ เราเริ่มต้นเขียนบล็อคเกี่ยวกับกล้อง Mirrorless ที่สามารถเอาเลนส์เก่าๆมาใช้ได้ไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อน วันนั้นเรายังปฏิเสธการถ่ายรูปด้วยฟิล์มแบบเต็มตัว เพราะรู้สึกไม่มั่นใจว่า เราจะใช้มันในชีวิตประจำวันยังไง ถึงแม้ว่าเราจะไล่ถอดเลนส์เก่าของพ่อที่เก็บเอาไว้ เอามาใส่กับกล้องดิจิตอลอย่างสนุกสนาน ได้รูปสวย รูปโทนเก่าถูกใจมาก แม้แต่หลายๆคนที่เล่นกล้องฟิล์มยังคิดว่าเราถ่ายรูปด้วยฟิล์มเลย แต่ความรู้สึกบางอย่างมันเหมือนกับยังไม่สุด ประกอบกับได้ไปอ่านประวัติกล้อง…

เรื่อยเปื่อยหน้าหนาวที่โรงเกลือ

ตั้งใจไว้ว่า ต่อไปนี้จะถ่ายรูปเล่นๆในชีวิตประจำวัน แล้วเอารูปมาเขียนบล็อคสั้นๆ จดเป็นไดอารี่เอาไว้ นี่เป็นการเริ่มต้นความเรื่อยเปื่อยครั้งแรก บ่อยๆที่เราแวะไปอรัญฯ ไปพักผ่อน ไปเบรคสมอง ที่นั่นไม่มีอะไรมากนอกจากบ้านเพื่อน และโรงเกลือ แต่แค่นี้ก็เพียงพอสำหรับการจะหยุดงานสักแว่บ ไปกินเบียร์ กินข้าว เดินถ่ายรูป ปกติแล้วโรงเกลือไม่ว่าจะเดือนไหน อากาศก็ร้อนระดับเต็ม 10 ก็ให้ 10 ทั้งอบ ทั้งฝุ่น เดินได้ไม่เกินครึ่งชั่วโมงก็กลับดีกว่า ถึงแม้ว่าโรงงานเพื่อนจะอยู่ตรงข้ามโรงเกลือ แค่เดินข้ามถนนก็ตาม แต่ผิดกับครั้งนี้ ปีนี้… ต้นเดือนธันวา เราอาจจะเข้าใจมาตั้งแต่เด็กว่าเป็นฤดูหนาวของไทย แต่หลายๆปีก็มักจะเป็นได้แค่ฤดูร้อนน้อย แต่แดดจ้า อย่างมากก็มีลมเย็นๆมาสัก 2-3 วัน แต่ปีนี้ ถือได้ว่าอากาศดีมากเลย ระหว่างที่ไปอรัญฯ อากาศน่าเดินเล่นมาก ฟ้าโปร่งสีสวย เป็นโอกาสดีที่จะเดินชิวๆที่โรงเกลือ วันแรกที่ไป ก็บ่ายคล้อยเย็นแล้ว อากาศเย็นดีทีเดียว ถึงตลาดจะวาย ก็ยังน่าไปเดินเล่นอยู่ ว่าแล้วก็พกกล้องไปกับคุณภรรยาและไอ้ลือขับซาเล้งให้ เช้าอีกวัน เราชวนกันไปดูนาของไอ้ลือมัน ได้เวลาเก็บเกี่ยว ถึงแดดจะเปรี้ยงขนาดไหน แต่อากาศไม่ร้อนเลย เหมือนอยู่ยุโรปอะไรแบบนั้น ไม่น่าเชื่อว่าจะยังมีอากาศแบบนี้ในไทย เป็นกิจกรรมที่หาโอกาสได้ยากมากๆในรอบหลายๆปี ช่วงบ่ายๆ ก็ได้เวลาช้อปปิ้งของสาวๆเค้า…

แนะนำกล้องใหม่ ใช้ถ่ายผ่านความทรงจำเก่าๆ

Kodak Instamatic 76X ของเราเอง ไม่รู้ว่ามันยังใช้ได้หรือเปล่า   “ลองถ่ายรูปกล้องอาปาดูมั๊ย” ความจำครั้งแรกที่ได้ถือกล้อง Pentax MG ของอาปาเป็นครั้งแรก มันออกจะหนักไปสำหรับเด็ก ป.3 อาปาเอามันมาคล้องคอเรา มันตื่นเต้นบอกไม่ถูก เหมือนได้รับผิดชอบภาระแบบผู้ใหญ่   “ปรับตรงนี้มาที่ f5.6 เป็นรูรับแสงนะ ถ้าแสงไปมากก็เพิ่มมัน” อาปาหมุนรูรับแสงให้ดู โดยที่เราก็ไม่รู้ถึงความหมายมันเท่าไหร่ แต่มันทำให้เราจำบรรยากาศแสงวันนั้น กับ f5.6 ได้ดี ถ้ามีแสงแบบนี้อีก คงต้องหมุนไปจุดนั้น   “มองในช่องนี้ หมุนโฟกัสตรงนี้ให้ภาพมันชัด พอจะถ่าย กลั้นหายใจแล้วกดปุ่มนี้” ภาพแรกในชีวิตที่เรากลั้นหายใจกดชัตเตอร์ คือภาพของพ่อยืนเป็นแบบให้ในกรงนกยักษ์ของสวนสัตว์เขาเขียว ตั้งแต่วันนั้น การถ่ายรูปสำหรับเราเหมือนการบันทึกความทรงจำแบบสวยๆบ้าง บิดเบี้ยวบ้าง แต่มันรู้สึกดีทุกครั้งที่หยิบรูปมาดู   ตอน ป.5 เราอยากมีกล้องถ่ายรูปดีๆแบบเพื่อนๆไปทัศนศึกษาที่เมืองโบราณ แต่สิ่งที่อาปาให้เราพกไปวันนั้น เท่กว่าการพกกล้องใหม่ๆ มันเป็นกล้อง Kodak Instamatic 76X ที่ถ่ายรูปด้วยฟิล์มแบบตลับ พ่อต้องขี่มอไซด์ไปซื้อที่พลับพลาไชย ถ่ายรูปตลับนึงได้ 24 ใบเอง เทียบกับแบบม้วนที่ได้ 36…