โควิท กล้องฟิล์ม ศิลปะ และการยืนหยัด

เราเริ่มเขียนบล็อกนี้ น่าจะสักปี 2014 ถึงวันนี้นับหยาบๆก็ 7 ปีแล้ว ที่ผ่านมามีคนมากมายที่ได้อ่านเรื่องราวต่างๆในบล็อกนี้ ได้เรียนรู้บ้าง ได้อ่านอะไรเล่นๆบ้าง เหมือนว่าเรารู้จักกันผ่านตัวหนังสือ ทุกวันนี้ หลายๆคนยังเข้ามาอ่านสิ่งที่เราเขียนไว้จาก google เหมือนที่แล้วๆมา แต่จำนวนคนก็ลดลงไปเยอะมาก เรียกว่าพอๆกับตอนแรกๆที่เราเขียน ครั้งหนึ่งที่กล้องฟิล์มบูม มีคนเข้ามาดูบล็อกเราไม่น้อยกว่า 2,000 คนทุกวันจาก google ถ้านับกันก็คงประมาณเป็นหลักหมื่นคนต่อเดือน เมื่อ 6 ปีก่อน เราได้เรียนรู้ศิลปะร่วมสมัยจากการที่ถ่ายภาพสตรีท มันดีกับชีวิตเรามาก เปลี่ยนชีวิต เปลี่ยนวิธีคิด จนเราอยากส่งต่อความรู้เหมือนเมื่อตอนที่เริ่มเล่นกล้องฟิล์มใหม่ๆ ย่อยให้ทุกคนเข้าถึงง่ายๆเหมือนที่เราเคยเขียนลงในบล็อกนี้เสมอ เราเริ่มเล่นกล้องฟิล์ม ก็ 33-34 ได้ ถ่ายสตรีทก็ 34-35 ได้ เราเริ่มจากศูนย์ และเราแค่อยากเป็นตัวอย่างให้เห็นว่า ไม่มีอะไรสายไป และทุกคนทำได้ทุกอย่าง เราเล่นกล้องฟิล์มจรืงจังจนเปิดเป็นร้าน Husband and Wife จากร้านที่ใช้พื้นที่ห้องรับแขกของบ้านเป็นหน้าร้าน และใช้ทำเวิร์คชอปล้างฟิล์ม จนกลายมาเป็นร้านบนสวนเล็กๆ ครึ่งไร่ ถึงตอนนี้ก็ 7-8 ปีแล้ว ขณะเดียวกัน เราถ่ายสตรีทจนเข้ารอบ…

รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ Fujifilm Tiara II คุณนายสายลับ

ลองถอยกลับไปดูว่าเขียนรีวิวกล้องตัวล่าสุดคืออะไร.. อ่อ TC-1 (นี่จะเขียนแต่ Premium Compact กันเลยเหรอวะ ?) แต่ก็ต้องยอมรับมันจริงๆ ว่ายุคนี้เป็นยุคของ Premium Compact ความสะดวกสบาย บางครั้งแบกไลก้าไปก็แอบคิด เออ..เอาแต่คอมแพคมามันก็ได้อยู่นะ.. แต่ตัวที่เข้ามือจริงๆ จะมีสักกี่ตัวล่ะ สำหรับเรา Ricoh GR-1 นี่ถือว่าสะดวกในการจัดวางตำแหน่งและฟังก์ชั่นมากๆ ให้เป็น The Best เลย แต่เสือกไม่ชอบสีแม่ง เกลียดจน ถ้าเปลี่ยนเลนส์มันได้ ก็ทำไปแล้ว หงุดหงิดส่วนที่สุดของเรา ก็ Fuji Klasse ทั้ง S ทั้ง W นั่นแหละ ถึงจะมีข้อเสียอยู่บ้าง แต่ก็โอเคที่สุดแล้ว โอเคสิ..สัส ล่าสุดวิ่งไปแตะ 4 หมื่นแล้ว.. ใช้ไม่ลงเลย จากซื้อมาหมื่นนิดๆ ตอนนี้ก็ถอดถ่านเก็บไปเลย เดือดร้อนจะหาตัวรองๆลงมา ที่พังแล้วจะไม่เจ็บมาก ก็ต้องวนกลับมา Ricoh GR-1 แต่..ไม่ทันได้เจ็บ มึงก็พังแล้ว มีอยู่สองตัวเสือกพังทั้งคู่…

เราจะอยู่กับการถ่ายรูปยังไง? ในยามโควิด

“อยากออกไปถ่ายจะแย่แล้ว” นี่คือผลสำรวมส่วนใหญ่(ที่ทำเล่นเองใน IG Story) ที่ให้เลือกว่ากล้องฟิล์มกำลังจะหมดเทรน หรือเพราะออกไปถ่ายไม่ได้ มันก็อาจจะตรงและไม่ตรงก็แล้วแต่ความคิดเห็นกันไป ส่วนตัวเราคิดในเชิง economy ของกล้องฟิล์ม มันก็เหมือนทุกอย่างตอนนี้ พอคนถ่ายไม่ได้ ก็ไม่ซื้อฟิล์ม ไม่ซื้อฟิล์มก็ไม่ล้างฟิล์ม ร้านก็อยู่ไม่ไหว กล้องก็ขายไม่ออกเพราะไม่มีแรงจูงใจจะซื้อ ประเด็นฟิล์มแพงเป็นประเด็นมั้ย อาจจะส่วนนึง แต่ก่อนโควิดรอบสองก็เห็นได้ว่ามันกำลังกลับมา เอาจริง ๆ จะคิดว่าแพงมั้ย ดูเหมือนจะอย่างนั้น ขึ้นอยู่กับคนถ่ายด้วย สมมตินะ .. ฟิล์มถูกสุดตอนนี้ 2 ร้อยกลางๆ เราให้ดีๆหน่อย 360 บ. เลย ค่าล้าง บางที่ร้อยเดียว เราตีให้ 200 บ. เลย 36 รูป ตกรูปละ 16 บ. แต่ถ้าเอาประหยัดปกติ ๆ ก็ตก 10 บ. ต้น ๆ ก็แพงกว่าเดิมราว 30-50% แต่นับเป็นรูปมันก็ยังรับกันได้นะ คนถ่ายฟิล์มมันไม่กดรัว…

วงการกล้องฟิล์มกำลังจะพังทะลายเพราะสถานการณ์โควิด?

หัวข้อนี้คงดูประหลาด สำหรับเมื่อหลายปีก่อน ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดโรคระบาดจนไม่สามารถออกไปถ่ายรูปได้ และถ้ามองในสถานการณ์ในความจริง ยิ่งทำให้เห็นว่าวงการกล้องฟิล์มกำลังจะถูกแช่แข็ง สิ่งที่กำลังเกิดขึ้น เลวร้ายกว่าราคาฟิล์มที่แพงขึ้นมาก เพราะราคาเป็นสิ่งที่คนชอบก็ afford อยู่ดี แต่การออกไปถ่ายรูปไม่ได้ คือการพังระบบการถ่ายภาพไปเลย (แน่นอนว่าไม่ใช่แค่กล้องฟิล์ม ดิจิตอลก็ไม่ต่างกัน) 3 ครั้งใหญ่ๆของการระบาด (และครั้งหลังนี้น่าจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ) สร้างผลกระทบทั้งระบบของกล้องฟิล์ม ไล่ไปตั้งแต่ การซื้อฟิล์ม พอไม่ซื้อฟิล์มก็ไม่มีการถ่าย ไม่มีการถ่ายก็ไม่มีการล้างสแกน ร้านเรามีเกือบครบทุกข้อเลย ดังนั้นก็จะเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ชัด บางร้านอยู่ได้ด้วยการล้างสแกนอย่างเดียว แบบนี้หนักหน่วงมาก หลายคนยังไม่รู้ว่า เครื่องล้างฟิล์มต้องมีจำนวนการล้างมากพอจะรันเครื่อง ไม่อย่างนั้นน้ำยาจะเสีย และไม่คุ้มหรือขาดทุน ก่อนหน้าจะรุนแรงถึงขีดสุด เราเดินคุยกับร้านที่เมก้า พบว่าผลกระทบรุนแรงมากอยู่แล้ว ต้องเข้าใจก่อนว่า ราคากลางทั่วโลกของกล้องมันมีอยู่ แต่เราไม่สามารถขายในราคานั้นกันได้แล้ว ทุกร้านที่ไม่ใช่แค่ที่เมก้า ยังรวมไปถึงใน IG ที่เหมือนกำลังหนีน้ำท่วม ที่เริ่มยอมปล่อยในราคาที่กำไรน้อยลงเรื่อยๆ คำถามคือ.. แล้ววงการนี้จะทำอย่างไร? ต้องยอมรับว่า ใครที่ยืนระยะไม่ได้จนพ้นช่วงวิกฤตินี้ ย่อมต้องหายไป (และก็เป็นกับทุกธุรกิจ) ในวงการกล้องฟิล์ม คนที่เป็นด่านหน้าที่ตายก่อนคือ ร้านล้างสแกนอย่างเดียว คนที่ถ่ายรูป ก็คงทำได้แค่นั่งลูบๆคลำๆกล้องเล่น จนกว่าจะสามารถออกไปเป็นปกติ ซึ่ง.. ส่วนตัวคิดว่าอีกนานทีเดียว…

Fuji โดนกดดันให้เลิกจำหน่าย Velvia 100 ในอเมริกา

หน่วยงาน Environmental Protection Agency (EPA) ซึ่งดูแล ปกป้องเกี่ยวกับสภาพแวดล้อม ได้แบนฟิล์ม Fujichrome Velvia 100 ให้หยุดจำหน่ายในอเมริกา ภายใต้กฏ Toxic Substances Control Act (TSCA) เนื่องจากในฟิล์มตัวนี้มีสารเคมี Phenol, isopropylated phosphate (3:1) โดยทาง Fuji จะต้องเลิกขายหรือจัดจำหน่ายในอเมริกา แต่ทางหน่วยงานจะไม่กดดันจนเกินไป จึงให้เวลาทาง Fuji จัดการได้ถึงวันที่ 5 กันยายนนี้ ส่วนทาง Fuji ก็แถลงต่อสื่อว่า สารเคมีตัวนี้เป็นส่วนหนึ่งในชั้นฟิล์ม และเชื่อว่ามันไม่มีผลต่อสภาพแวดล้อมแน่นอน แต่อย่างไรก็ตาม Fujichrome Velvia 100 จะยังคงจัดจำหน่ายทั่วโลกตามเดิม อย่างที่ Fuji เคยแถลงไว้เมื่อปี 2019 ว่าฟิล์มที่อยู่ในสายการผลิตที่เหลือนี้ จะไม่ถูกยกเลิก ขอให้ลูกค้าทุกคนมั่นใจได้ เรียบเรียง โดย SUN ผู้สนับสนุนหลัก  Husband and Wife Shop…

กล้องดิจิตอลรุ่นเก่าจะกลับมาฮิตจริงหรือ?

กว่า 7 ปีแล้วที่เราเปิดร้าน Husband and Wife มา นั่นแปลว่าความสนใจในกล้องฟิล์ม ก็อยู่มาราวๆนั้น และขึ้นสูงสุดในช่วงปี 2019 มีคำว่า “ขึ้นสูงสุด” แปลว่ามันกำลังลงใช่มั้ย ? ใช่! ณ วันนี้เรากล้าพูดได้เลยว่ามันเป็นอย่างนั้น ไม่ว่าจะด้วยราคาฟิล์มที่สูงขึ้นมาก โควิดที่เกิดขึ้นต่อเนื่องจนร้านล้างฟิล์มหลายร้าน ล้มหายตายจากกันไป เพราะไม่สามารถออกไปถ่ายรูปได้ ผ่านมาจนถึงปีนี้ 2021 กลายเป็นตลกร้ายคือ อยู่ๆในเมืองไทยก็เกิดจะฮิตกล้องดิจิตอลที่ย้อนลงไป 5-10 ปี จนเราอยากรู้เลยต้องวิเคราะห์ และหาข้อมูล (จริงๆแล้ว ราวๆ 5 ปี ไม่น่าเรียกว่า”เก่า”นะ ) จากการหาข้อมูลแบบพยายามที่สุดเท่าที่จะทำได้ เรายังไม่เจอบทความหรือข่าวในเชิง Gen Z สนใจกล้องดิจิตอลที่ตกรุ่น ก็ยังมีแต่การวิเคราะห์ต่อกล้องฟิล์ม กล้องใช้แล้วทิ้ง อยู่ดี ต้องเข้าใจก่อนว่า ถืงแม้ว่าข้อมูลจะเข้าถึงด้วยเวลาพร้อมกัน แต่ในเชิงเทรนแล้ว เราก็ยังตามประเทศที่กำหนดเทรน อเมริกา เกาหลี ญี่ปุ่น หรือในยุโรป ที่ศิลปินนำมาใช้ผลิตงานมากมายจนปัจจุบัน เป็นต้น เมื่อตอนเทรนกล้องฟิล์มกำลังจะมาในไทย…

หรือช่วงเวลาชวนฝันของกล้องฟิล์มกำลังจะหมดลง?

6 ปีแล้วที่เราเขียนบล็อกของอาทิตย์มา ตั้งแต่ปี 2014 ที่ยังไม่รู้เรื่องรู้ราวหรอกว่า “กล้องฟิล์ม” มันกำลังจะกลับมาฮิตขนาดไหน เราเพียงแค่สนใจมันเพราะเป็นสิ่งใกล้ตัว ณ เวลานั้น สิ่งที่เห็นคร่าหน้าคร่าตามาตั้งแต่เด็กๆ และก็มีเพียงความสงสัยว่าถ้าหยิบพวกมันขึ้นมาใช้งานอีกครั้งจะเป็นยังไง? เราเริ่มต้นค้นคว้าข้อมูลไปเรื่อยๆ ทั้งในเชิงทฤษฏีการใช้งาน (เอาจริงๆก็คือ ตอนนั้นก็ถ่ายรูปไม่ได้เรื่องด้วย) และในเชิงแหล่งว้ตถุดิบ พวกฟิล์ม พวกอุปกรณ์ต่างๆในเวลานั้น มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ส่วนใหญ่ก็ต้องสั่งจากเมืองนอกแทบทุกอย่าง ร้านในประเทศ (สมัยก่อนคือย่านพลับพลาไชย) ก็เลิกกิจการไปแทบจะไม่เหลือ จนเราพบว่าในเมืองนอก อย่าง อเมริกา, ญี่ปุ่น, ฮ่องกง ฯลฯ ยังคงมีกลุ่มคนเล่นอยู่ตลอดพอสมควร และที่สำคัญ…. เมื่อตามอ่านบทความในหลายๆแหล่งข่าวใหญ่ๆ คือเริ่มมีกระแสการพูดถึงเด็กวัยรุ่น (ในช่วงนั้น) ให้ความสนใจกล้องฟิล์มขึ้นมา กลายเป็นเรื่องแปลกสำหรับผู้ใหญ่ในเวลานั้น ต่อๆมา บทความหลายๆบทความในแหล่งข่าวเชิงการตลาด , เทคโนโลยีในเมืองนอก เริ่มทะยอยมีการพูดถึงกระแสนี้ออกมาให้เห็น แม้ว่ามันจะไม่ใช่บทความที่ถูกพูดถึงในวงกว้าง แต่ก็ทำให้เห็นว่ามีนักการตลาด และผู้คนในวงการเทคโนโลยีภาพถ่ายเริ่มมองเห็นวี่แววนี้ ปี 2015 “Analog is the New digital” คำพูดจากนักการตลาดที่เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้น แปลความหมายได้ว่าเด็กในเจนฯที่เกิดปลายๆ ‘90s…

Edwin H. Land ผู้ให้กำเนิดกล้องโพลารอยด์

ปี 2008 Steve Jobs เปิดตัว Macbook Air เป็นครั้งแรก เขาทำเป็นถือซองเอกสารน้ำตาลขึ้นมาบนเวที และทุกคนก็ต้องว้าว เมื่อเขาดึงเอา Macbook Air ออกมาจากซองเอกสาร นี่ไม่ใช่ครั้งแรกในโลกที่ใช้ไอเดียแบบนี้ Jobs ได้รับแรงบันดาลใจจากฮีโร่ของเขา   Edwin H. Land ผู้ก่อตั้งและคิดค้น Polaroid คำว่า Polaroid โด่งดังจนกลายเป็นคำที่ใช้เรียกเป็นคำทับศัพท์กล้องถ่ายรูปประเภท Instant แม้กระทั่งปัจจุบันนี้ จะว่าไปแล้ว เรื่องมหัศจรรย์ๆของ Polaroid ก็มีจุดเริ่มต้นคล้ายๆกับหนังสักเรื่อง Edwin Land ในวัยเด็กไปแคมป์ช่วงฤดูร้อนเหมือนๆกับเด็กอเมริกันทั่วไป แต่แล้ววันหนึ่งในแคมป์ วิทยากรได้นำนำเอาผลึกคริสตัล ซึ่งมันคือแร่ผลึกไอซ์แลนด์ วิทยากรทำการสาธิตว่า เมื่อหันผลึกให้ถูกมุมแล้ว แสงจะสามารถเปลี่ยนทิศทางการสะท้อนได้ สำหรับเด็กคนอื่นๆ อาจจะเป็นเรื่องน่าเบื่อ แต่สำหรับ Land นี่คือการจุดประกายครั้งสำคัญในการทดลองเกี่ยวกับแสงและเลนส์ของเขา และเรื่องเหลือเชื่อก็เริ่มเกิดขึ้น Edwin Land ในวัย 19 ปี เขาก็สามารถผลิต The Polarizer…

เมื่อสนามบินใน US เปลี่ยนไปใช้เครื่องตรวจที่อาจมีผลต่อฟิล์มถ่ายรูป เราจะทำยังไง?

ทาง Kodak Alaris มีการโพสข้อความแจ้งเตือนถึงเหล่าคนใช้ฟิล์มที่จะเดินทางผ่านสนามบินในอเมริกาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ เนื่องจากทางหน่วยงาน The US TSA หรือ United State Transportation Security Administration เป็นหน่วยงานที่ดูแลจัดการระบบความปลอดภัยต่างๆของการคมนาคมในอเมริกา มีการติดตั้ง CT Scanners แบบใหม่ สำหรับการตรวจกระเป๋าถือ กว่า 145 เครื่องทั่วประเทศ ซึ่งทางทีมงาน Kodak ได้ทดลองนำฟิล์ม Kodak Portra 400 ที่ยังไม่ได้ถ่ายไม่กี่ม้วน ผ่านระบบการสแกนใหม่นี้ที่สนามบิน JFK ที่นิวยอร์ค ผลปรากฏว่าสภาพฟิล์มได้รับผลกระทบตั้งแต่ครั้งแรก โดยเป็นลักษณะ Fog สีดำ และรายละเอียดของ Shadow ก็หาย แต่ก็อย่าเพิ่งตื่นตระหนกกันไป โดยข้อมูล official ปัจจุบันของ The US TSA นั้น ระบุอยู่แล้วว่าเครื่อง x-ray “โดยส่วนใหญ่” ไม่ส่งผลต่อฟิล์มถ่ายรูปที่ยังไม่ได้ถ่าย และมีความไวแสง (iso) ไม่เกิน…

รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ Minolta TC-1 ต่อยกับ Contax T3 เลยก็ได้นะ..

ในห้วงเวลาที่ราคากล้องฟิล์มบอบ้าคอแตกที่สุดในประวัติศาสตร์ ล่าสุดที่เห็นคือ Yashica Electro 35 ขายกันที่ 7 พันกว่าบาท หรือ Nikon AF600 ถูกขายในราคา 7 พัน… บ้าบอที่สุด.. แต่ก็ต้องเข้าใจนะว่ามันเป็นราคากลไกตลาดโลก (ยกเว้นบางกรณีที่ปั่นกันเฉพาะในไทย) เพราะฉะนั้นหลายๆคนที่หันมาเล่นกล้องฟิล์มในช่วงเวลานี้ มันก็เลยเริ่มจากคำถามเรื่องราคาเป็นที่ตั้งมากขึ้น คือ เอาตัวไหนก็ได้เลยพี่.. คือกูมีตังค์แค่นี้แล้วอ่ะ.. ไอ้ตอนแรกๆก็พอไปกันได้นะ หลังๆนี่คือบอกตัวไหนไป.. มันก็ขึ้นกันหมดแล้ว บางทีขึ้นยกแผงเลย อย่างกล้องคอมแพคง่าวๆยุค 90’s ปลายเนี่ย ไม่ต้องไปสืบเลย ไม่เหลือถูกๆอีกต่อไป แต่จะทำไงได้ล่ะ.. เราก็ต้องทำหน้าที่ของเราต่อไป วันนี้เราเลยขอแนะนำสุดยอดกล้องพรีเมี่ยมคอมแพคที่แม่งอยู่รั้งท้ายมาตลอดเวลามีการพูดถึง ตั้งแต่ยุคที่กล้องฟิล์มกลับมา 6-7 ปีนี้ ถ้าพูดถึงพรีเมี่ยมคอมแพครายชื่อแรกๆคือ Contax T2 , T3 , Leica Minilux , Fujifilm Klasse W/S , Nikon 35Ti/28Ti , Ricoh GR1…

รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ Yashica T5 ญาติสนิท Contax T

ตั้งแต่ปีก่อนที่มีข่าวว่ามีบริษัทที่ฮ่องกงซื้อชื่อ Yashica ไปใช้ทำกล้องดิจิตอล แล้วทำระดมทุน Kickstarter ก็คิดว่าหลายคนน่าจะแขยงกับอีโปรเจคกล้องนรกนั้นไปโดยถ้วนหน้าแล้ว แต่ปรากฏว่าปีนี้… แม่งยังไม่จบ ยังคงหน้ามึนผลิตฟิล์มออกมาขายต่อ (ซึ่งมันคือฟิล์มสต็อคของฟูจิ เอามาแปะชื่อ Yashica นะคุ๊นน) รวมถึงออกกล้องใช้แล้วทิ้ง (ที่ก็เอาของยี่ห้อชาวบ้านมาทำกรอบพลาสติกใหม่สีสันสดใสนั่นแหล่ะ) ได้อีกนะ แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันโคตรเข้าใจตลาดตอนนี้เลย แม้ว่ามึงจะทำของคุณภาพป๊อกแป๊กก็ตาม เอาล่ะ.. ถึงจะรู้สึกเสียดายชื่อเสียงเก่าแก่ แต่มันก็ทำให้คนอย่างเราระลึกถึงของเจ๋งๆภายใต้ชื่อ Yashica จริงๆ ไม่ใช่ของเด็กเล่นแบบเน้!!! วันนี้เลยขอหยิบยกเอากล้องคอมแพคที่ขึ้นชื่อลือชาในตำนานมารีวิวสักหน่อย นั่นก็คือ Yashica T5 Yashica ในยุคคอมแพคนี่จริงๆแล้วก็ไม่ใช่ต้นฉบับแบรนด์ Yashica จริงๆหรอก เพราะตัวจริงเค้าขายทิ้งให้กับบริษัท Kyocera ไปตั้งแต่ปี 1983 แล้ว (เพราะฉะนั้นไอ้ยุค Yashica 35 Electro กับ Yashica T นี่คนละเรื่องกัน) ข้อดีของบริษัท Kyocera ในยุคนั้นคือนอกจากการได้ครอบครอง Yashica แล้ว นั่นหมายถึงการได้ครอบครองแบรนด์ Contax และเลนส์ Carl Zeiss…

รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้าน Ricoh 500 GX จิ๋ววินเทจนอกสายตา

เอาจริงๆถ้าศึกษากันดีๆว่า บริษัทกล้องบริษัทไหนที่อยู่ยั้งยืนยงในสิ่งที่ตัวเองสร้าง ตั้งแต่ยุคกล้องฟิล์มยันปัจจุบันโดยไม่เปลี่ยนแปลงไปสักเท่าไหร่… มันแทบจะนึกกันไม่ออกแล้ว อย่างฝั่งยุโรปนี่เขาก็โดนกว้านซื้อกันไปแทบไม่เหลือ แต่มีกล้องยี่ห้อหนึ่งที่พี่เขาผลิตกล้องถ่ายรูปมายาวนาน และไม่เคยเปลี่ยนแปลงแก่นของตัวเองไปไหน ไม่โดนใครฮุบไปมายาวนานตั้งsแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 นั่นก็คือ.. ก็คือ.. ก็คือ . . . . (บิ้วกันซะนาน บทความจะได้ยาวๆ) นั่นคือ Ricoh นั่นเอง น้อยครั้งมากที่เราจะได้หยิบยกกล้องของ Ricoh ขึ้นมารีวิว อาจจะด้วยโมเดลกล้องแกไม่ได้มีเยอะนักที่น่าเล่น เรียกว่าเป็นแบรนด์อินดี้มาแต่โบร่ำโบราณ ย้อนกลับไปในยุค ’60s กล้องของ Ricoh ถือว่าเป็นคู่แข่งในตลาดกล้องจากญี่ปุ่นที่น่าสนใจมากทีเดียว ในยุคที่ญี่ปุ่นระดมสร้างกล้อง Half-frame กันโดยมีเจ้าตลาดคือ Olympus นั้น Ricoh ก็ถือได้ว่าสร้างกล้องได้ไม่แพ้ Olympus กันเลย ทั้งในเชิงคุณภาพและเทคโนโลยีที่แหวกแนว อย่างการสร้างกล้องที่มีระบบออโต้ต่างๆ ทั้งๆที่โลกนี้ยังไม่มีระบบอิเลคโทรนิคส์มากมาย (ไว้ว่างๆจะหามารีวิว) แต่ในวันนี้ เราจะหยิบยกกล้องในยุค ’70s ของ Ricoh มารีวิวให้ดูกัน เรียกว่าเป็นม้ามืดนอกสายตาที่หลุดโผชาวบ้านชาวช่องไปได้ยังไงไม่รู้…เพราะทั้งฟังก์ชั่น คุณภาพ การออกแบบ แม่งโคตรดี!! นั่นก็คือ…..