รีวิวแบบบ้านๆ หนังสือเขียนเอง รีวิวเอง “พาราณสี.มนุษย์.สตรีท” คนบ้าถ่ายรูปออกเดินทาง

รีวิวกล้องก็เยอะ รีวิวฟิล์มก็หลายตัวแล้ว แต่วันนี้..จะมารีวิวหนังสือตัวเอง! (แบบบ้านๆด้วย) ในเมื่อไม่มีใครรีวิว เราจะรีวิวตัวเอง 555 (จะว่าไปก็เรียกว่าแนะนำก็ได้) เกริ่นนำเล็กน้อย หนังสือ พาราณสี.มนุษย์.สตรีท ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ happening ว่าด้วยคนบ้าถ่ายสตรีท เดินทางไปเมืองพาราณสี ประเทศอินเดีย พร้อมฟิล์มราว 60 ม้วน ล้วนๆเลย เพื่อไปฝึกปรือวิทยายุทธการถ่ายสตรีท ณ เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงแห่งหนึ่งในการถ่ายสตรีทบนโลกใบนี้ ที่เหลือ..ก็คือเรื่องราวการเดินทาง เล่าประสบการณ์ที่บ้าบอคอแตกของคนอินเดีย ที่เราได้ประสพพบเจอระหว่างเดินทาง พร้อมด้วยรูปที่ได้มา นี่คือฉบับย่อ.. เอาล่ะ..  ทีนี้มาเปิดดูกันแบบจริงจังขึ้นอีกนิด หนังสือเล่มนี้นับได้ว่าเป็นหนังสือเล่มแรกอย่างเป็นทางการที่เราได้เขียน การเขียนก็นับเป็นความใฝ่ฝันอันหนึ่งที่อยากจะทำมายาวนาน เราใช้เวลาเขียนโดยการเอาสิ่งที่จดบันทึกระหว่างเดินทาง มาจัดระเบียบใหม่ ซึ่งใช้เวลาทั้งหมด 7 เดือนหลังจากที่เดินทางกลับมาจากพาราณสีแล้ว ทำให้สิริรวมแล้วหนังสือเล่มนี้มีความหนาราว 238 หน้า ภาพประกอบเกือบ 80 ภาพ จากกล้องฟิล์มล้วนๆที่เอาไป 60 ม้วน ซึ่งจบที่ถ่ายไปทั้งหมด 45 ม้วน ก็ราวๆ  1,500 รูป ดั้งเดิมของการเดินทาง เราตั้งใจจะไปฝึกถ่ายภาพสตรีทอย่างเดียว นั่นทำให้เรายังไม่ได้คิดถึงเรื่องงานเขียนเอาไว้ในใจเลย เราเพียงแต่จดบันทึกทุกอย่างเอาไว้…

โปรเจคของ Marius Hanzak ถ่ายภาพสี ด้วยฟิล์มขาวดำ!

Marius Hanzak นักศึกษาปีสุดท้ายของ The Cleveland College of Art and Design ที่ประเทศอังกฤษ ได้ทำการทดลองเรื่อง RGB Church Street หรือการทดลองถ่ายภาพสีด้วยฟิล์มขาวดำ! จากวิธีการที่ว่าฟิล์มสีทำงานยังไง มันประกอบไปด้วยชั้นเนื้อฟิล์มไวแสงที่ประกอบกัน 3 ชั้น แทนด้วยฟิลเตอร์ 3 ชิ้น 3 สีนั่นคือ แดง เบอร์ 25 , เขียว เบอร์ 58 , นำ้เงิน เบอร์ 47B แต่ละภาพจะต้องถ่าย 3 ครั้ง 3 ภาพ บนฟิล์มขาวดำ เฟรมที่ 1 ฟิลเตอร์สีแดง เฟรมที่ 2 ฟิลเตอร์สีเขียว เฟรมที่ 3 ฟิวเตอร์สีน้ำเงิน ซึ่งในขั้นตอนห้องมืด ฟิล์มแต่ละเฟรมจะใส่ไว้กับฟิวเตอร์แต่ละสี เขาใช้เครื่องอัดภาพแบบสีฉายลงไปบนกระดาษอัดสี จากนั้นนำทั้งสามภาพมาสแกนแล้วรวมกันใน Photoshop     ผู้สนับสนุนหลัก Husband & Wife Film Photography and Bookstore http://www.husbandandwifeshop.com

วิธีถ่ายภาพด้วยกล้องฟิล์ม โคตรเบื้องต้น ตอนที่ 1

หลังจากเราเขียนบล็อกนี้มานานหลายปี ถ้าลองไล่อ่านย้อนไปเรื่อยๆจะเห็นว่า เราจะพยายามเอาคำถามของน้องๆที่สนใจเรื่องกล้องฟิล์มมาเขียนอธิบายเป็นเรื่องๆไป ทีนี้..เราเจอปัญหานึงคือ เวลาที่มีน้องๆที่ไม่มีความรู้เรื่องกล้องเลยมาถามเนี่ย บทความมันยังกระจัดกระจาย หรือบางทีก็ครอบคลุมไม่ครบบ้าง คล้ายๆว่าเราไม่มีบทความที่เป็นเหมือนตู้ยาสามัญประจำบ้าน ปวดหัวก็มีพาราฯ มีดบาดก็มีทิงเจอร์ฯ ไรงิ ก็เลยคิดว่าจะเขียนบทความที่แบบครอบจักรวาล ใครที่มีความรู้เป็น 0 ได้เริ่มต้นได้ง่ายขึ้น บทความนี้เหมาะกับคนที่ปรับพื้นฐานการถ่ายรูปให้เข้าใจว่า การถ่ายภาพด้วยกล้องฟิล์มคืออะไร? เริ่มต้นยังไงดี? คิดว่าอ่านจบอันนี้แล้ว สามารถไปย้อนหาข้อมูลอื่นๆเพิ่มเติมในบล็อกนี้ได้เข้าใจมากขึ้น ย้ำ!! การจะมาเล่นกล้องฟิล์มต้องใจเย็น อย่ารีบร้อนไปซื้อกล้องโดยไม่ศึกษาให้ดี เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือนนะ.. เจ็บกันมาเยอะ ถ่ายรูป ก็เหมือนการวาดภาพนั่นแหล่ะ! การถ่ายภาพด้วยกล้องฟิล์ม มันอาจจะดูยากสำหรับคนที่เกิดในยุคที่กล้องเป็นดิจิตอลไปหมดแล้ว แต่จริงๆแล้วถ้าศึกษาทำความเข้าใจหน่อยนึงจะรู้ว่า มันเป็นหลักการที่เป็นธรรมชาติมากๆ เป็นตรรกะมากๆ เหมือน 1+1 เป็น 2 เลย ไอ้การถ่ายแบบภาพแบบดิจิตอลหรือมือถือซะอีกสิ..ที่ทำให้คนเราจดจำแค่คำตอบ แต่ไม่รู้วิธีคิด ไม่รู้ที่มาของคำตอบ คล้ายๆกับที่เราใช้ Preset ในแอพแต่งภาพ แต่ไม่รู้ว่าจริงๆมันต้องทำยังไงให้ได้สีแบบนั้น ซึ่งก็ทำให้เราไปยึดติดกับเครื่องมือเกินไป เช่น พอไม่มี Preset นี้ กูตายไปเลย ทำเองไม่เป็น หรือพอใช้กล้องรุ่นนี้แล้วพอไปใช้ของยี่ห้ออื่นก็ตายเลย ไปไม่เป็น เป็นต้น เพราะฉะนั้นถ้าจะเล่นกล้องฟิล์ม สิ่งสำคัญคือพื้นฐานการถ่ายภาพ…

ILFORD เปิดตัว Lab ล้าง-อัดภาพใหม่ที่แคลิฟอร์เนีย ปลุกตลาดฟิล์มอีกครั้ง

ข่าวการเติบโตในวงการฟิล์มนี่นานๆจะโผล่มาที นี่ก็นับได้ว่าเป็นข่าวในทางบวกอีกหนึ่งข่าว เมื่อ บริษัท Harman Technology  หรือที่คนรักฟิล์มรู้จักว่าเป็นบริษัทที่ผลิตฟิล์ม น้ำยา กระดาษอัดภาพ ILFORD นั่นแหล่ะ ได้ตัดสินใจเปิด Lab ในการล้าง-อัดภาพขึ้นที่ California ซึ่งตอนนี้ได้เปิดให้บริการแล้ว และยังรับบริการทางเวบสำหรับคนที่อยู่ในพื้นที่อเมริกาเหนือด้วย ทางกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาดของ Harman ได้บอกว่า ตอนนี้เป็นเรื่องยากมากสำหรับช่างภาพที่จะหา Lab ดีๆในการล้าง-อัดภาพขาวดำ ซึ่งก่อนหน้านี้ทาง Harman ได้เปิดบริการในอังกฤษ ประเทศที่ตั้งของบริษัทไปแล้ว ได้รับผลตอบรับอย่างดี ก็เลยเป็นที่มาในการขยายไปสู่ต่างประเทศเป็นครั้งแรกหลังจากตลาดฟิล์มได้ฟื้นขึ้นมา โดย Lab นี้จะให้บริการล้าง-อัดภาพขาวดำ ฟิล์มสี ฟิล์มสไลด์ ทั้งฟิล์มขนาด 35mm และ 120 โดยบริการนี้จะส่งกลับไปให้ลูกค้าภายใน 2-3 วันเท่านั้น ซึ่งราคาเริ่มต้นที่ $16 ต่อฟิล์ม 1 ม้วน หรือประมาณ 560 บาท โดยสามารถอัดและสแกนเพิ่มเติมก็เพิ่มเงินไปตามราคา อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เวบทางการของ ILFORD

ข่าวหลุด Leica เตรียมออก “Sofort” กล้องฟิล์ม Instant ตัวล่าสุด

ข่าวจาก Leica Rumors งาน Photokina ปีนี้มีข่าวเกี่ยวกับฟิล์ม Instant หลายอย่างเลย ไม่ว่าจะเป็น Fujifilm เปิดตัวฟิล์ม Instax Mini แบบขาวดำ (Monochrome) หรือที่ทาง Lomography เปิดจองกล้องฟิล์ม Instant ตัวใหม่ Lomo’Instant Automat ทาง Kickstarter ซึ่งก็ได้การตอบรับดีมาก จะวางขายจริงในต้นปีหน้า นอกจากนี้ ข่าวล่าสุด ทาง Leica ก็มีข่าวมาแล้วว่าในงาน Photokina จะเปิดตัวกล้องฟิล์ม Instant กะเค้าบ้าง โดยใช้ชื่อว่า “Sofort” ซึ่งแปลว่า Instant ในภาษาเยอรมัน  โดยสเปคหลักก็คือ เลนส์ Auto-Hektor 1:12,7/60mm lens (เทียบเท่าระยะ 34mm. ในกล้อง แบบ 35mm.) โซนโฟกัส 3 ระยะ คือ Macro (ยังไม่มีรายงาน แต่โดยปกติน่าจะอยู่ที่…

รีวิวแบบบ้านๆ ฟิล์มสี AGFA Vista 200 และ 400

ใครจะเชื่อว่า นี่…คือการกลับมารีวิวฟิล์มอีกครั้ง หลังจากรีวิวไปเมื่อ 2 ปีก่อน! เชรด… ทำไมขี้เกียจแบบนี้นะ… จริงๆเคยตั้งใจเอาไว้แหล่ะนะว่าจะเทสอย่างจริงจังให้ดูกัน เอาเป็นว่าเราจะได้พบกันใหม่แน่ๆ (ประโยคแบบนี้ดูเป็นลางไม่ค่อยดี ประหนึ่งคำ Polycat ได้กล่าวไว้ “ด้วยคำที่บอกว่าเราจะมาพบกันใหม่ มักจะไม่พบกันอีก”) วันนี้เริ่มต้นเขียนถึงฟิล์มตัวนี้กันดีกว่า AGFA Vista เพราะว่ามีคนถามบ่อยมากว่ามันต่างกับตัวอื่นยังไง? ขอบอกความในใจของเราอันนึงก่อนเลยว่า อย่าไปคาดหวังให้ฟิล์มสี มันแตกต่างกันมากๆขนาดเหมือนที่เราถ่ายดิจิตอลแล้วมาใส่ Filter อะไรแบบนั้น ตัวแปรของการถ่ายฟิล์มมันเยอะมาก! เช่น แสงที่ถ่ายในวันนั้น , กล้องอะไร , ล้างฟิล์มยังไง , สแกนยังไง ฯลฯ เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่ถ่ายเอง ทดลองเองเยอะๆ จะแยกแยะไม่ออกเลย ขอโคว้ดคำพูดเน้นๆ “ฟิล์มสีมันไม่สำเร็จรูปเหมือนแอพนะเว้ย!!” การถ่ายฟิล์มต้องอาศัยการลองเยอะๆเท่านั้น ถึงจะเข้าใจในรายละเอียดนะ เพราะฉะนั้น สิ่งที่จะแนะนำเกี่ยวกับฟิล์มตัวนี้ให้ฟัง เป็นเพียงข้อมูลกลางๆ เบื้องต้นเท่านั้นนะ แนะนำให้ไปทดสอบเองกันต่อด้วย เอาล่ะ…มาทำความรู้จักฟิล์มตัวนี้กันก่อน ฟิล์มยี่ห้อ AGFA นั้น เดิมทีผลิตอยู่ในประเทศเบลเยี่ยมมาอย่างยาวนานในชื่อบริษัท Agfa-Gevaert เป็นร้อยกว่าปี  จนกระทั่งปี 2004 ทาง…

ฟูจิฟิล์ม เปิดตัวฟิล์ม Instax Mini Monochrome ฟิล์ม Instax ขาวดำ

งาน PHOTOKINA ปีนี้ที่เยอรมัน (2016) ฟูจิฟิล์มสร้างความตื่นเต้นให้กับวงการฟิล์ม (หลังจากยกเลิกการผลิตฟิล์มไปซะหลายตัวแล้ว) โดยการเปิดตัวฟิล์มตัวใหม่ในตระกูล Instax นั่นคือ “Instax mini film Monochrome” หรือฟิล์ม Instax ขนาด Mini แบบขาว-ดำ นั่นเอง โดยทางฟูจิเตรียมตัววางขายทั่วโลกในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ ฟิล์ม Instax mini film Monochrome เป็นการตอบรับตลาดที่ทางฟูจิเห็นว่าในระยะหลายปีที่ผ่านมา มีการเติบโตของผู้ใช้กล้องฟิล์มประเภท Instant มากขึ้นมาก (ในตลาดมีกล้องประเภทนี้หลากหลายแบรนด์มากขึ้นทั้ง Lomography , Fujifilm , MiNT เป็นต้น) โดยในหนึ่งกล่องจะประกอบด้วยฟิล์ม 10 แผ่นเช่นเดียวกับแบบสี   ผู้สนับสนุนหลัก Husband & Wife Film Photography and Bookstore http://www.husbandandwifeshop.com

Kodak ฟื้นคืนชีพระบบโรงงานผลิตฟิล์มในอินเดีย

จากบทความใน The Times Of India City (JULY 16) หลังจากที่ได้กลับมาเซ็ตระบบของแล็ปล้างฟิล์มที่นิวยอร์คและกำลังจะเซ็ตเพิ่มอีกที่ในลอนดอน ทาง Kodak ได้เตรียมการฟื้นคืนชีพโรงงานฟิล์มในอินเดีย ซึ่ง Christian Richter กรรมการฝ่ายขายและการตลาดเอเชียแปซิฟิกของ Kodak ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ อะไรที่คุณคิดว่าต้องมาเปิดที่อินเดีย? เราเห็นว่ามันมีการฟื้นคืนความเป็นอนาลอก ซึ่งก็เรียกได้ว่าตอนนี้กลายเป็นยุคแห่งอนาลอกไปทั่วโลกก็ว่าได้ ยอดขายฟิล์มของเรากลับมาสู่ระดับที่น่าพอใจ เลยกลายเป็นสิ่งที่เรากลับมาคิดว่าควรจะต้องไปเปิดที่อินเดีย ผมมาที่อินเดียเพื่อสำรวจตลาดและพูดคุยกับผู้ถือหุ้นที่จะมาลงทุนเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวกับฟิล์ม การผลิตฟิล์ม ตอนนี้เรามีผู้จัดจำหน่ายในมุมไบเรียบร้อยแล้ว และผมก็ยังอยู่ที่นี่เพื่อคอยดูว่าฟิล์มจะถูกใช้ในกลุ่มไหนบ้าง ทำไมถึงผลักดันฟิล์มกลับมาใหม่หลังจาก Kodak เฟดตัวไปเมื่อปี 2012? Kodak ได้ผ่านช่วงที่ท้าทายสำหรับบริษัทเราไปแล้ว รวมถึงในส่วนของตลาดภาพยนตร์ด้วย เราผ่านช่วง Chapter 11 ( ช่วงที่บริษัทยื่นขอคุ้มครองล้มละลาย ) ที่อเมริกาเมื่อปี 2012  เรามีการปรับโครงสร้างบริษัท ซึ่งตอนนั้นเราเห็นช่วงขาลงในธุรกิจฟิล์มและเราไม่แน่ใจเลยว่าขาลงนี้มันจะหยุดลงหรือไม่ แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งเมื่อปี 2013 และ 2014 เราก็ยังไม่แน่ใจ ถ้าเราจะเก็บโรงงานให้ผลิตต่อไปและให้ผลิตพอเพียงกับความต้องการตลาด สิ่งที่เราจัดการคือรวมทุกสิ่งที่เรามีเข้าด้วยกัน เราคิดกันว่าต้องหยุดโรงงานที่อินเดียซะก่อน ในขณะเดียวกัน เมื่อพวกเราเข้าถึงกลุ่มคนทำหนังทั่วโลกแล้ว จะทำให้เกิดความต้องการฟิล์มในงานหนังมากขึ้น ซึ่งนั่นจะทำให้เราอยู่ได้ในระยะยาว แต่การตัดสินใจเรื่องที่อินเดีย มันผิดไป.. เราก็เลยต้องย้อนกลับไปดูใหม่ เราต้องมั่นใจว่าเราจะเตรียมพร้อมโครงสร้างพื้นฐานสำหรับพวกเราและคนทำหนังต่อไป…

อย่าเล่นเลยกล้องฟิล์ม… ถ้า…

วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว… ตั้งแต่เราเริ่มเขียนบล็อกเกี่ยวกับกล้องฟิล์มมา มันก็น่าจะสัก 3 ปีได้ มันผ่านช่วงที่กล้องฟิล์มบูมสุดๆ แบบวัยรุ่นแทบทุกคนขวนขวายจะเล่นให้ได้ ทุกการประกาศขายกล้องฟิล์มมันจะถูกขายไปอย่างรวดเร็ว.. ณ วันนี้ กระแสนั้นมันก็จางไปมากพอสมควร ที่หลงเหลืออยู่ก็รู้สึกได้ว่าไม่มากเท่าช่วงที่พีคๆ เราเชื่อว่าคนที่รักกล้องฟิล์มหลายๆคนรอคอยเวลาที่ทุกอย่างเริ่มสงบลงนี่แหล่ะ.. เหตุผลก็คือ พวกเราไม่อยากให้คนที่อยากได้มันเพราะแค่กระแส ไม่ได้หยิบจับมันด้วยความรักจริงๆ ได้ครอบครองกล้องฟิล์มเท่าไหร่นัก เพราะคนไม่ได้รักมันจริงๆก็ทำให้แค่ซื้อมาแล้วก็ทิ้งๆขว้างๆ เสียดายของดีๆที่มันหายไป พังไป กล้องฟิล์มเป็นกล้องเก่าหลายสิบปีขึ้นไป มันต้องการการดูแลและคนที่เข้าใจมัน มันไม่ได้มีอะไรที่สามารถอำนวยความสะดวกให้กับเราได้เหมือนกล้องสมัยนี้… ออโต้โฟกัสรวดเร็วภายใน 0.001 วินาที หาโฟกัสได้เป็นร้อยจุด ตามติดลูกตาคนถ่าย ชาร์ตแบตด้วย USB ฯลฯ ไม่.. มันมองไม่เห็นด้วยซ้ำว่าภาพที่ถ่ายไปแล้วเป็นยังไง? แสงอาจจะรั่วเพราะสภาพที่เก่า หรือเลนส์อาจจะมีราขึ้น เราจะเห็นการปล่อยขายของกล้องฟิล์มทิ้งเต็มไปหมด บางคนซื้อไปไมเคยได้ถ่ายมันเลยสักครั้ง หรืออย่างมากก็ฟิล์มม้วนนึง นั่นเกิดจากกระแสที่มันเคยถูกพูดถึงเอามากๆแบบปากต่อปากกันไปจนใครๆก็อยากจะได้มัน “พี่คะ หนูอยากได้กล้องฟิล์ม ซื้อที่ไหนคะ?” นี่คือคำถามที่เราได้รับบ่อยที่สุด แม้ว่าช่วงหลังๆมานี้จะน้อยลงไปเยอะมากแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีมาอยู่เรื่อยๆ…  สิ่งที่เราแนะนำเสมอๆคือ พยายามหาข้อมูลให้มากที่สุดเท่าที่จะหาได้ก่อน กูเกิ้ลนั้นเป็นสิ่งที่โคตรอำนวยความสะดวกสำหรับคนอย่างเรา สะดวกเกินไปด้วยซ้ำเมื่อเทียบกับคนรุ่นๆเราในสมัยก่อนที่หาข้อมูลอะไรก็ยากเย็นเหลือเกิน ดังนั้น…วัยรุ่นก็ควรจะใช้มันได้ดีกว่าคนอย่างเราๆนะ เพราะข้อมูลไอ้ที่เรารู้จักกล้องฟิล์มทั้งหลายเนี่ย ก็ใช้กูเกิ้ลไม่ต่างกันหรอก อย่าเล่นเลยกล้องฟิล์ม… ถ้า… คุณอยากได้มันเดี๋ยวนี้ เร็วที่สุด…

รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ Olympus mju Stylus ทั้งสองเวอร์ชั่น เกิดมาเพื่อ SNAP!

เราเคยรีวิวกล้องประเภทคอมแพค ออโต้โฟกัสไปครั้งนึงนะ นั่นคือ Fujifilm Klasse S ซึ่งอันนั้นเป็นกล้องคอมแพคระดับพรีเมี่ยม ฉลาดและคุณภาพสูงเทียบกับกล้องฟิล์มตัวโปรๆแบบพอฟัดพอเหวี่ยงกันได้ ซึ่งราคามันก็จะโหดตามคุณภาพไปด้วย สำหรับมือใหม่ก็อาจจะหูย…ไม่ไหวว่ะ.. อยากได้กล้องคอมแพคเหมือนกัน ถ่ายง่ายๆเหมือนกัน แต่ถูกๆมีมั๊ย? …มีสิ Olympus mju ซีรีย์ (ใครๆก็จะออกเสียงว่า เอ็ม-จู แต่จริงๆมันอ่านว่า พิว อันมาจากเครื่องหมายทางวิทยาศาสตร์แปลว่า Micro) มีมากมายหลายตัวมากๆเลย แต่เราขอพูดถึงเฉพาะตัวพ่อ ต้นตระกูล mju กันดีกว่า ไอ้เจ้า mju นี้จริงๆแล้วเป็นผลผลิตที่พัฒนาการมาจากซีรีย์ Olympus XA ในช่วงต้นยุค ’80s ซึ่งถือว่าเป็นกล้องคอมแพคที่เจ๋งมากๆแล้วในยุคนั้น แต่เมื่อเทคโนโลยีดีขึ้น โดยเฉพาะออโต้โฟกัสที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ทำให้กล้องคอมแพคในยุค ’90s หันไปเป็นกล้องแบบออโต้โฟกัสจริงๆจังๆกันหมด (ออโต้โฟกัสในยุค ’80s มันเป็นแค่การ Zone Focus กะระยะให้เท่านั้น ยังไม่ฉลาดพอที่จะโฟกัสได้เป๊ะๆ) ด้วยความดีงามของ XA ที่มีเลนส์เจ๋งมากๆ บอดี้ที่เล็กมากๆ ทำให้มันถูกดัดแแปลง พัฒนาในช่วงต้นยุค ’90s จนกลายเป็น mju ซีรีย์…

แนะนำฟิล์มสีที่เราใช้บ่อย

เนื่องจากเราเป็นคนใช้ (หมายถึงใช้ฟิล์มนะ ไม่ใช่เป็นคนใช้ให้ไปถูบ้าน) และคนขาย #แฝงโฆษณาร้าน Husband & Wife ทำให้เราได้ลองฟิล์มเยอะมาก ขายอยู่ร้อยกว่าตัวน่ะ ก็ใช้มาแล้วทุกตัว ไม่งั้นก็คงอธิบายคนอื่นไม่ได้แน่ๆ ทีนี้..พอใครมาที่ร้านทีก็จะถามกันบ่อยๆว่าปกติเราใช้ตัวไหน? จริงๆแล้วฟิล์มนี่มันแล้วแต่คนชอบนะ จริตใครจริตมัน ส่วนประกอบมันมีหลายอย่างที่จะทำให้ได้ภาพแบบนั้น เช่น กล้องที่ใช้, แสงในเวลานั้น, วิธีถ่าย, ฟิล์ม, วิธีล้าง, วิธีสแกน โอ้ย…เยอะ! ไปกด Filter ในแอพง่ายกว่า แต่ถ้าจะรักการถ่ายฟิล์ม ก็ขอตอบแบบขวานผ่าซากเลยว่า ต้องลองเองทุกตัว… ชิบหายเลย! เอาเป็นว่า เราจะพยายามทะยอยเล่าไปเรื่อยๆละกัน วันนี้ก็เลยขอเริ่มต้นจากฟิล์มที่ตัวเองใช้บ่อยก่อนละกัน จริงๆเราลองมาเยอะ บางทีก็ใช้ตัวนั้นๆมาพักนึงก็เกิดเปลี่ยนใจ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาก็ลงมาเอยที่ตัวนี้เป็นปีแล้วล่ะ ปกติเราเป็นคนที่ถ่ายภาพสีเป็นหลัก ขาวดำนี่น้อยมาก เอาไว้ค่อยมาเล่า วันนี้ขอเล่าฟิล์มสีก่อนละกัน ถ้าใครได้อ่านเกี่ยวกับเรื่องกล้องที่เราใช้ จากบทความที่แล้วๆมา ( เหตุผลที่เราถ่ายสตรีทด้วยกล้องฟิล์ม )  เราก็บอกไปบ้างแล้วแหล่ะ แต่ขอมาขยายความต่อ เหตุผลในการเลือกฟิล์มของเรามีต่อไปนี้ ไม่แพง!  แน่นอนเลยข้อนี้ ถึงจะขายเองก็ไม่ได้แปลว่าใช้อะไรก็ได้!!! เป็นเงินเป็นทองทั้งนั้น เพราะเราใช้ฟิล์มต่อเดือนเยอะมาก แต่ก็ใช่ว่าจะเอาถูกเข้าว่านะ…

ถึงคราวเทรนช่างภาพแฟชั่น หันกลับมาใช้กล้องฟิล์ม

ต้นฉบับ Fashion Photographers Return to Film โดย Hayley Phelan ใน BOF ภาพโดย Jamie Hawkesworth ถ่ายสำหรับงาน System magazine Autumn/Winter 2015 ในยุคที่กล้องดิจิตอลกลาดเกลื่อนอยู่ทุกอณูรอบตัวเรา มีช่างภาพแฟชั่นหลายคนกลับหันไปใช้การถ่ายด้วยฟิล์มเพื่อสร้างความแตกต่างให้งานของพวกเขา ล่าสุดแคมเปญเฟี้ยวฟ้าวของ Calvin Klein #MyCalvins โดยเฉพาะภาพถ่ายใต้กระโปรงของนักแสดงสาว Klara Kristin เป็นที่ฮือฮาอย่างรวดเร็วเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งงานนี้ถูกถ่ายโดย Harley Weir นอกจาก Weir แล้วยังมีช่างภาพอย่าง Jamie Hawkesworth , Colin Dodgson , Zoe Ghertner และอีกหลายคนที่กำลังแพร่เทรนการถ่ายฟิล์มในวงการช่างภาพแฟชั่น แม้ว่าตอนนี้จะเป็นช่วงเวลาที่กล้องดิจิตอลเองเบ่งบานมากที่สุด ทั้งเชิงเทคโนโลยีและตลาด จากการสำรวจโดย InfoTrends พบว่า 75% ของรูปถ่ายในโลกตอนนี้ ถูกถ่ายด้วย iPhone “วงการแฟชั่นกำลังค้นหาโอกาสใหม่ๆ ซึ่งคุณภาพจากการถ่ายภาพด้วยฟิล์มก็เป็นโอกาสอย่างนึง” Olivier Zahm…