Edwin H. Land ผู้ให้กำเนิดกล้องโพลารอยด์

ปี 2008 Steve Jobs เปิดตัว Macbook Air เป็นครั้งแรก เขาทำเป็นถือซองเอกสารน้ำตาลขึ้นมาบนเวที และทุกคนก็ต้องว้าว เมื่อเขาดึงเอา Macbook Air ออกมาจากซองเอกสาร นี่ไม่ใช่ครั้งแรกในโลกที่ใช้ไอเดียแบบนี้ Jobs ได้รับแรงบันดาลใจจากฮีโร่ของเขา   Edwin H. Land ผู้ก่อตั้งและคิดค้น Polaroid คำว่า Polaroid โด่งดังจนกลายเป็นคำที่ใช้เรียกเป็นคำทับศัพท์กล้องถ่ายรูปประเภท Instant แม้กระทั่งปัจจุบันนี้ จะว่าไปแล้ว เรื่องมหัศจรรย์ๆของ Polaroid ก็มีจุดเริ่มต้นคล้ายๆกับหนังสักเรื่อง Edwin Land ในวัยเด็กไปแคมป์ช่วงฤดูร้อนเหมือนๆกับเด็กอเมริกันทั่วไป แต่แล้ววันหนึ่งในแคมป์ วิทยากรได้นำนำเอาผลึกคริสตัล ซึ่งมันคือแร่ผลึกไอซ์แลนด์ วิทยากรทำการสาธิตว่า เมื่อหันผลึกให้ถูกมุมแล้ว แสงจะสามารถเปลี่ยนทิศทางการสะท้อนได้ สำหรับเด็กคนอื่นๆ อาจจะเป็นเรื่องน่าเบื่อ แต่สำหรับ Land นี่คือการจุดประกายครั้งสำคัญในการทดลองเกี่ยวกับแสงและเลนส์ของเขา และเรื่องเหลือเชื่อก็เริ่มเกิดขึ้น Edwin Land ในวัย 19 ปี เขาก็สามารถผลิต The Polarizer…

เมื่อสนามบินใน US เปลี่ยนไปใช้เครื่องตรวจที่อาจมีผลต่อฟิล์มถ่ายรูป เราจะทำยังไง?

ทาง Kodak Alaris มีการโพสข้อความแจ้งเตือนถึงเหล่าคนใช้ฟิล์มที่จะเดินทางผ่านสนามบินในอเมริกาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ เนื่องจากทางหน่วยงาน The US TSA หรือ United State Transportation Security Administration เป็นหน่วยงานที่ดูแลจัดการระบบความปลอดภัยต่างๆของการคมนาคมในอเมริกา มีการติดตั้ง CT Scanners แบบใหม่ สำหรับการตรวจกระเป๋าถือ กว่า 145 เครื่องทั่วประเทศ ซึ่งทางทีมงาน Kodak ได้ทดลองนำฟิล์ม Kodak Portra 400 ที่ยังไม่ได้ถ่ายไม่กี่ม้วน ผ่านระบบการสแกนใหม่นี้ที่สนามบิน JFK ที่นิวยอร์ค ผลปรากฏว่าสภาพฟิล์มได้รับผลกระทบตั้งแต่ครั้งแรก โดยเป็นลักษณะ Fog สีดำ และรายละเอียดของ Shadow ก็หาย แต่ก็อย่าเพิ่งตื่นตระหนกกันไป โดยข้อมูล official ปัจจุบันของ The US TSA นั้น ระบุอยู่แล้วว่าเครื่อง x-ray “โดยส่วนใหญ่” ไม่ส่งผลต่อฟิล์มถ่ายรูปที่ยังไม่ได้ถ่าย และมีความไวแสง (iso) ไม่เกิน…

รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ Minolta TC-1 ต่อยกับ Contax T3 เลยก็ได้นะ..

ในห้วงเวลาที่ราคากล้องฟิล์มบอบ้าคอแตกที่สุดในประวัติศาสตร์ ล่าสุดที่เห็นคือ Yashica Electro 35 ขายกันที่ 7 พันกว่าบาท หรือ Nikon AF600 ถูกขายในราคา 7 พัน… บ้าบอที่สุด.. แต่ก็ต้องเข้าใจนะว่ามันเป็นราคากลไกตลาดโลก (ยกเว้นบางกรณีที่ปั่นกันเฉพาะในไทย) เพราะฉะนั้นหลายๆคนที่หันมาเล่นกล้องฟิล์มในช่วงเวลานี้ มันก็เลยเริ่มจากคำถามเรื่องราคาเป็นที่ตั้งมากขึ้น คือ เอาตัวไหนก็ได้เลยพี่.. คือกูมีตังค์แค่นี้แล้วอ่ะ.. ไอ้ตอนแรกๆก็พอไปกันได้นะ หลังๆนี่คือบอกตัวไหนไป.. มันก็ขึ้นกันหมดแล้ว บางทีขึ้นยกแผงเลย อย่างกล้องคอมแพคง่าวๆยุค 90’s ปลายเนี่ย ไม่ต้องไปสืบเลย ไม่เหลือถูกๆอีกต่อไป แต่จะทำไงได้ล่ะ.. เราก็ต้องทำหน้าที่ของเราต่อไป วันนี้เราเลยขอแนะนำสุดยอดกล้องพรีเมี่ยมคอมแพคที่แม่งอยู่รั้งท้ายมาตลอดเวลามีการพูดถึง ตั้งแต่ยุคที่กล้องฟิล์มกลับมา 6-7 ปีนี้ ถ้าพูดถึงพรีเมี่ยมคอมแพครายชื่อแรกๆคือ Contax T2 , T3 , Leica Minilux , Fujifilm Klasse W/S , Nikon 35Ti/28Ti , Ricoh GR1…

รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ Yashica T5 ญาติสนิท Contax T

ตั้งแต่ปีก่อนที่มีข่าวว่ามีบริษัทที่ฮ่องกงซื้อชื่อ Yashica ไปใช้ทำกล้องดิจิตอล แล้วทำระดมทุน Kickstarter ก็คิดว่าหลายคนน่าจะแขยงกับอีโปรเจคกล้องนรกนั้นไปโดยถ้วนหน้าแล้ว แต่ปรากฏว่าปีนี้… แม่งยังไม่จบ ยังคงหน้ามึนผลิตฟิล์มออกมาขายต่อ (ซึ่งมันคือฟิล์มสต็อคของฟูจิ เอามาแปะชื่อ Yashica นะคุ๊นน) รวมถึงออกกล้องใช้แล้วทิ้ง (ที่ก็เอาของยี่ห้อชาวบ้านมาทำกรอบพลาสติกใหม่สีสันสดใสนั่นแหล่ะ) ได้อีกนะ แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันโคตรเข้าใจตลาดตอนนี้เลย แม้ว่ามึงจะทำของคุณภาพป๊อกแป๊กก็ตาม เอาล่ะ.. ถึงจะรู้สึกเสียดายชื่อเสียงเก่าแก่ แต่มันก็ทำให้คนอย่างเราระลึกถึงของเจ๋งๆภายใต้ชื่อ Yashica จริงๆ ไม่ใช่ของเด็กเล่นแบบเน้!!! วันนี้เลยขอหยิบยกเอากล้องคอมแพคที่ขึ้นชื่อลือชาในตำนานมารีวิวสักหน่อย นั่นก็คือ Yashica T5 Yashica ในยุคคอมแพคนี่จริงๆแล้วก็ไม่ใช่ต้นฉบับแบรนด์ Yashica จริงๆหรอก เพราะตัวจริงเค้าขายทิ้งให้กับบริษัท Kyocera ไปตั้งแต่ปี 1983 แล้ว (เพราะฉะนั้นไอ้ยุค Yashica 35 Electro กับ Yashica T นี่คนละเรื่องกัน) ข้อดีของบริษัท Kyocera ในยุคนั้นคือนอกจากการได้ครอบครอง Yashica แล้ว นั่นหมายถึงการได้ครอบครองแบรนด์ Contax และเลนส์ Carl Zeiss…

รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้าน Ricoh 500 GX จิ๋ววินเทจนอกสายตา

เอาจริงๆถ้าศึกษากันดีๆว่า บริษัทกล้องบริษัทไหนที่อยู่ยั้งยืนยงในสิ่งที่ตัวเองสร้าง ตั้งแต่ยุคกล้องฟิล์มยันปัจจุบันโดยไม่เปลี่ยนแปลงไปสักเท่าไหร่… มันแทบจะนึกกันไม่ออกแล้ว อย่างฝั่งยุโรปนี่เขาก็โดนกว้านซื้อกันไปแทบไม่เหลือ แต่มีกล้องยี่ห้อหนึ่งที่พี่เขาผลิตกล้องถ่ายรูปมายาวนาน และไม่เคยเปลี่ยนแปลงแก่นของตัวเองไปไหน ไม่โดนใครฮุบไปมายาวนานตั้งsแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 นั่นก็คือ.. ก็คือ.. ก็คือ . . . . (บิ้วกันซะนาน บทความจะได้ยาวๆ) นั่นคือ Ricoh นั่นเอง น้อยครั้งมากที่เราจะได้หยิบยกกล้องของ Ricoh ขึ้นมารีวิว อาจจะด้วยโมเดลกล้องแกไม่ได้มีเยอะนักที่น่าเล่น เรียกว่าเป็นแบรนด์อินดี้มาแต่โบร่ำโบราณ ย้อนกลับไปในยุค ’60s กล้องของ Ricoh ถือว่าเป็นคู่แข่งในตลาดกล้องจากญี่ปุ่นที่น่าสนใจมากทีเดียว ในยุคที่ญี่ปุ่นระดมสร้างกล้อง Half-frame กันโดยมีเจ้าตลาดคือ Olympus นั้น Ricoh ก็ถือได้ว่าสร้างกล้องได้ไม่แพ้ Olympus กันเลย ทั้งในเชิงคุณภาพและเทคโนโลยีที่แหวกแนว อย่างการสร้างกล้องที่มีระบบออโต้ต่างๆ ทั้งๆที่โลกนี้ยังไม่มีระบบอิเลคโทรนิคส์มากมาย (ไว้ว่างๆจะหามารีวิว) แต่ในวันนี้ เราจะหยิบยกกล้องในยุค ’70s ของ Ricoh มารีวิวให้ดูกัน เรียกว่าเป็นม้ามืดนอกสายตาที่หลุดโผชาวบ้านชาวช่องไปได้ยังไงไม่รู้…เพราะทั้งฟังก์ชั่น คุณภาพ การออกแบบ แม่งโคตรดี!! นั่นก็คือ…..

รีวิวหูฟัง Wireless สำหรับคนบ้าเดินถ่ายรูป

นับตั้งแต่เราชอบการเดินถ่ายรูปอย่างบ้าคลั่งเมื่อหลายปีก่อน ด้วยความที่การเดินถ่ายสตรีทนี่มันเป็นกิจกรรมที่โคตรโดดเดี่ยวและใช้สมาธิมากนะ สำหรับเราเองนี่ สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยเวลาเดินถ่ายรูปก็คือ “การฟังเพลง” โคตรเป็นความสุขส่วนหนึ่งของกิจกรรมการเดินถ่ายรูปในอัตราส่วน 30% และในขณะเดียวกันมันก็เป็นปัญหาของเรามายาวนาน (หรือความเรื่องมากก็ไม่รู้) ที่พยายามหาหูฟังที่ถูกใจในการเดินถ่ายรูปให้ได้ คือปกติไม่ว่าไปเที่ยวไหน จะเจอร้านหูฟังไม่ได้เลย ต้องขอเดินไปดูไปหยิบๆจับๆสักหน่อย แต่ไอ้หลายปีมานี่ เราก็ใช้หูฟังธรรมดาๆแบบมีสายมาตลอด ไอ้หูฟังไอโฟนที่มากะเครื่องนั่นล่ะ เพราะหูฟังที่เราชอบใช้ต้องขอเป็นแบบ Earbuds ด้วย (นึกหน้าตาไม่ออกก็ให้นึกถึงหูฟังไอโฟนน่ะ) เป็นคนที่ไม่ชอบหูฟัง In-ear เอาซะเลย!! เพราะ หนึ่ง..แม่งอายมากเวลาดึงออกมาจากหู.. ถามจริงเหอะมีใครดึงออกมาแล้วไม่มีขี้หูปลิวไสวออกมาเลยบ้าง.. ลองนึกว่าเดินไปเจอน้องๆที่รู้จัก ก็ต้องทักทายใช่มะ.. ทันใดนั้นก็ดึงหูฟังออกจากหู พรวดดดด… แต่เหตุผลที่สองสำคัญกว่า.. คือเดินถ่ายรูปเนี่ย มันคอนเซนเทรดกับสิ่งที่เราคิดๆมองๆหาอยู่ รถเริ๊ดขับผ่านไปมานี่จะเฉี่ยวชนตายพอดี เดินๆใส่หูฟังแบบนี้ไม่ได้ยินอะไรเลย ซึ่งส่วนใหญ่ในตลาดหูฟังมันก็ In-ear กันทั้งนั้น นี่แหล่ะ..คือความลำบากที่ทำให้เรายังไม่เจอหูฟังที่ใช่สักที เมื่อต้นปีที่ผ่านมา เป็นครั้งแรกที่เราตัดสินใจถอยหูฟังจริงจัง ซึ่งเป็นแบบ On ear (ก็คืออยู่บนใบหู แต่ไม่ได้ครอบหู) มาตัวหนึ่งคือ AKG Y500 ซึ่งเพิ่งวางขายทั่วโลกไปเมื่อปลายปีที่แล้ว (แต่ในไทยไม่เห็นใครเอามาขายนะ ไม่รู้ทำไม) เพราะไหนๆก็หา Earbuds ถูกใจไม่ได้…

รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ Olympus 35 RC กล้องเล็กแห่งยุค ’70s

ถ้าพักนี้ได้ลองสำรวจร้านขายกล้องฟิล์มทั่วๆไปแล้ว ก็จะรู้ว่า..ราคากล้องฟิล์มยุค ’90s ขึ้นไป อันเป็นยุครุ่งเรืองแห่งกล้อง point & shoot นั้น กระโดดไปไกลลิบแบบคนที่เคยไม่สนใจเจ้ากล้องพวกนี้สักเท่าไหร่อย่างเรา ถึงกับช็อค.. อย่างวันก่อนเห็นราคา Fujifilm Natura Classica ซึ่งเมื่อสัก 3 ปีก่อน เราไปเดินร้านขายกล้องใหม่ๆนี่แหล่ะ เห็นเค้าวางเป็นของใหม่ค้างสต็อคในราคาสัก 7-8 พันบาทได้ ยังยึกยักลังเล เพราะตัวเองก็มี Fujifilm Klasse S อยู่แล้ว ก็เลยไม่ซื้อ พอมาวันนี้…. ของมือสอง ไม่มีกล่องอะไร ราคาปาเข้าไปเหยียบ 2 หมื่น!!! บ้าไปแล้ว… นี่ถ้าเราซื้อเก็บไว้คือราคาขึ้นเกือบ 3 เท่า แถมได้ใช้ฟรีๆ 3 ปี โอ้ยยยย.. บ่นมาพอและ… นี่ก็เลยเป็นเหตุผลที่ลองย้อนกลับไปดูกล้องที่เราชอบๆสมัยที่เขียนบล็อกแรกๆเมื่อ 5-6 ปีก่อนอีกครั้ง และนี่…ก็เป็นหนึ่งในกล้องที่เราชอบมากๆ เพราะมันทั้งเล็ก สวย สะพายออกไปเฉยๆก็ดูคูลแล้ว แถมประสิทธิภาพยังไม่ธรรมดาเลย แม้ว่าในช่วงนั้นที่เรารีวิว ราคามันจะตกราวๆ 4-5…

รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ Leica Minilux ไฮโซเยอรมัน สอดไส้ยุ่น

สดๆเลยที่วันนี้เลื่อนฟีด facebook ไปมาแล้วแอบเห็นว่ากล้อง Leica คอมแพคสเปคที่แสนจะธรรมด๊าธรรมดาตัวนึง ถูกขายในราคาเฉียดหมื่นบาทเข้าไปแล้ว!! ทั้งที่จริงๆแล้วคุณภาพและราคาก่อนหน้านี้ตกอยู่ราวๆ 4-5 พันบาทเท่านั้นเอง แต่มันก็อาจจะไม่ใช่เรื่องแปลกไปแล้วในสถานการณ์ราคากล้องฟิล์มในปัจจุบัน (ขึ้นมายังกะข่าวสถานการณ์ราคาน้ำมัน) คือบางทีก็อยากทำความเข้าใจกับคนเล่นกล้องหน้าใหม่ว่า ไอ้เจ้า “Leica” เนี่ยก็ไม่ได้จำเป็นว่าแบรนด์นี้มันจะการันตีว่าต้อง “ดี” และราคา “แพง” เสมอไปนะ ในขณะที่กล้องฟิล์มราคาโหดร้ายขนาดนี้ได้ ส่วนหนึ่งเราก็ต้องยอมรับว่ามันเกิดจากความไม่รู้ของผู้เล่นใหม่ๆ (ซึ่งมีอยู่ทั่วโลกนั่นแหล่ะ) เผลอไปสร้าง Demand ตลาดอย่างไม่ตั้งใจ ผลักให้ราคาสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว บ่นๆตอนหัวๆเรื่องนี่จริงๆก็ไม่ได้แอนตี้ Leica แต่อย่างใด เพียงแต่เตือนสติกันไว้ ไอ้ที่ Leica รุ่นดีๆมันก็ดีจริงนั่นแหล่ะ อย่างเจ้ารุ่นที่วันนี้เราจะมาคุยกัน นั่นคือ Leica Minilux เจ้า Leica Minilux นี้คือพรีเมี่ยมคอมแพคที่เป็นคู่แข่งตั้งแต่อดีตกาลของ Contax T2 (ย้อนอ่านรีวิวได้) ช่วงกลางยุค ’90s นั้น ถือว่าเป็นช่วงที่แบรนด์ต่างๆผลิตกล้องระดับไฮเอนท์มาฟาดฟัดกันหนักข้อที่สุด วัสดุอย่างดี สเปคเทพๆอัดเข้าไป ไอ้กล้องประเภทคอมแพคเรือธงทั้งหลายนี่เลยกลายเป็นที่หมายปองของทั้งคนขายคนซื้อจนถึงบัดนี้ ในช่วงยุค ’90s เป็นช่วงที่เทคโนโลยีของญี่ปุ่นนั้นล้ำหน้ามากกว่าทางยุโรป นั่นทำให้กล้องในยุคนั้นคุณจะมาคาดหวังเทคโนโลยีจากฝรั่งไม่ได้เลย…

รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ Contax T2 หล่อๆคมๆยุค 90’s

ภาพ Cover โดย MIKI Yoshihito สิ่งที่น่ากลัวมากๆอย่างนึงในรอบ 5-6 ปีที่เราเล่นกล้องฟิล์มมาอย่างจริงจังก็คือ “ราคากล้อง” หลายๆคนมักจะบ่นว่าทำไมกล้องฟิล์มขายกันแพงขนาดนี้… ซึ่งมันก็เป็นกันทั้งโลกนะ ไม่ใช่เฉพาะเมืองไทย เอาจริงๆแล้วไอ้เมืองไทยนี่น่ะ..ราคากล้องถูกกว่าที่อื่นซะด้วยซ้ำ เหตุผลก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไร.. เพราะกล้องฟิล์มส่วนใหญ่ต้องการการ CLA หรือย่อมาจาก Clean , Lubricate , Adjust อันแปลเป็นไทยว่า ทำความสะอาด , หยอดน้ำมัน และจูนตั้งค่าต่างๆ ซึ่งงานพวกนี้ ต้องยอมรับว่านอกจากฝีมือช่างไทยจะไม่น้อยหน้าช่างใดในโลกหล้าแล้ว (อาจจะติดแค่ว่า ซ่อมกันข้ามปี..) ก็ยังมีราคาค่าแรงที่ถูกกว่าประเทศโลกที่หนึ่งทั้งหลายอย่าง ญี่ปุ่น , เยอรมัน อะไรเทือกๆนั้น ดังนั้น..เวลาใครจะไปตามหากล้องฟิล์มในต่างแดนเนี่ย เอาจริงๆ…ลองเดินหาตามแหล่งในเมืองไทยซะก่อนเนี่ยเวิร์คสุด ไม่เหนื่อยมาก ไม่เปลืองมาก แต่ก็ต้องระวังโจรทั้งหลายให้ดีละกัน อ่ะ…ออกนอกเรื่องยาวไปนิด จริงๆก็เกี่ยวๆอยู่เล็กน้อยเรื่องราคากล้อง ว่าไอ้เจ้ากล้องที่พูดถึงในวันนี้ก็อยู่ในขอบข่ายราคาพุ่งพรวดจนน่ากลัว เอาแค่ในรอบ 5-6 ปีที่ผ่านมาเนี่ย.. เราเคยสามารถซื้อมันได้ในราคาหมื่นนิดๆ แต่ปัจจุบันนั้น.. ต้องกำเงินไว้อย่างน้อย 2 หมื่นปลายๆ (ในสีปกติมาตรฐานอย่างสีแชมเปญนะ ถ้าเป็นสีประหลาดๆอย่าง ดำ…

รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ Leica CL ไลก้าลูกครึ่ง

จำได้ว่าสมัยที่เล่นกล้องฟิล์มได้สักระยะนึง เริ่มรู้ตัวว่าชอบกล้องประเภท Rangefinder เอามากๆ เพราะมันคล่องตัวและสนุกกว่าสำหรับเรา จากเล่นพวก Fixed Lens ทั้งหลายในยุค ’70s อย่าง Olympus 35 DC , RC , SP อะไรแถวๆนั้น ก็เริ่มอยากจะได้กล้อง Rangefinder ที่เปลี่ยนเลนส์ได้บ้าง บวกกับเป็นคนชอบกล้องเล็กๆ แน่นอนเลยว่าถ้ามีความต้องการประมาณนี้ ทางเลือกแรกๆของคนเล่นกล้องฟิล์มก็คือ Leica CL แต่จนแล้วจนรอด.. เราก็ไม่เคยได้เป็นเจ้าของ Leica CL นะ ได้แต่ผ่านมือไปผ่านมือมา เพราะสุดท้าย… มันก็ไม่ได้เข้ากับชีวิตเราซะทีเดียว แถมตอนนี้ผ่านมือเราอยู่ก็ดันไม่เคยเอามาเขียนรีวิวสักที พอดีกับช่วงหลังๆมานี้ เห็นน้องเอิ้ต ภัทรวี เจ้าแห่งนักซื้อกล้องฟิล์มคนหนึ่งในสยามประเทศ (และกล้องของเราเอง ก็มักไปตกอยู่ในกำมือน้องอยู่หลายตัวแล้ว) ห้อยเจ้า Leica CL อยู่บ่อยๆ ด้วยความที่เพิ่งเริ่มทำคลิปใน Youtube Channel (ใครยังไม่ Subscribe นี่ไม่ได้นะ!! กดตรงนี้เลยๆ) ครั้นอยากจะกลับไปรีวิวกล้องที่เคยๆชอบ ก็ดันไม่ได้มีกล้องเยอะแยะเหมือนสมัยเล่นกล้องฟิล์มสัก…

Fujifilm เตรียมขึ้นราคาฟิล์มกันอีกแล้ว!!

ประกาศจากทาง Fujifilm โดยประธานฝ่ายสินค้าถ่ายภาพ Kenji Sukeno ล่าสุดเมื่อวานนี้ 25 กุมภาพันธ์ 2019 ว่าทางบริษัทจะมีการประกาศขึ้นราคาสินค้าประเภทฟิล์มและกระดาษอัด โดยแยกประเภทเป็น ฟิล์ม (ทั้งฟิล์มเนกาทีฟและสไลด์ , กล้องใช้แล้วทิ้ง) จะขึ้นราคาอีก 30% เป็นอย่างน้อย กระดาษอัดภาพ จะขึ้นราคาอีกหลักสิบ % แต่ยังไม่สามารถระบุตัวเลขได้ โดยจะมีผลตั้งแต่ 1 เมษายน 2019 ที่จะถึงนี้ ซึ่งสอดคล้องกับราคาตลาดในญี่ปุ่น ที่ก่อนหน้านี้เริ่มมีการขึ้นราคาของร้านค้าปลีกในญี่ปุ่นบางส่วนแล้ว เช่น ฟิล์มสี Fujicolor 100 Japan imported ที่มีขายเฉพาะในญี่ปุ่น ถูกปรับราคาในเดือนนี้ถึง 30% ถ้ามองย้อนกลับไปช่วงหลายปีที่ผ่านมา Fujifilm มีการเคลื่อนไหวในเชิงปรับโครงสร้างในธุรกิจนี้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการเลิกสายการผลิตฟิล์มในหลายๆรุ่นอย่างต่อเนื่อง Fujifilm ประกาศรายชื่อฟิล์มที่เลิกผลิตในปี 2018 ลาก่อน.. Natura 1600  จนที่งาน Photokina 2018 ก็ส่ง message ให้ตลาดรู้ว่า น่าจะไม่มีการตัดลด…

ประกาศปิดฉาก Tetenal บริษัทผลิตน้ำยาล้างฟิล์มกว่า 170 ปี

ข่าวใจสลายอีกครั้งสำหรับคนรักกล้องฟิล์ม เมื่อมีรายงานว่า หลังจากมีความพยายามปรับโครงสร้างบริษัท Tetenal Europe GmbH ผู้ผลิตน้ำยาล้างฟิล์มรายใหญ่ของโลกเมื่อเดือนตุลาคม 2018 อันเป็นผลจากการยื่นล้มละลายไปเมื่อเดือนกันยายน 2018 เพื่อจัดการกับปัญหาขาดทุนสะสมอย่างต่อเนื่องของบริษัท ซึ่งเป็นผลมาจากตลาดสารเคมีที่เปลี่ยนแปลงไปมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ล่าสุดบริษัทประกาศจะปิดการผลิตในวันที่ 1 เมษายน 2019 นี้ หลังจากที่ผลิตสินค้าล็อตสุดท้ายเสร็จสิ้นลง เนื่องด้วยการเจรจาหานักลงทุนรายใหม่ ไม่ประสบความสำเร็จ และศาลแจ้งให้การล้มละลายมีผลเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2019 ที่ผ่านมา Tetenal เริ่มผลิตน้ำยาเกี่ยวกับการถ่ายภาพมาตั้งแต่ปี 1847 ซึ่งนับถึงปีนี้ บริษัทมีอายุถึง 172 ปี นอกจากนี้ยังเป็นโรงงานผลิตน้ำยาล้างฟิล์มและส่วนผสมในการผลิตน้ำยาให้กับบริษัทอื่นๆเช่น Kodak ในยุโรป , แอฟริกา และตะวันออกกลาง ถึง ณ ตอนนี้ยังไม่มีการประเมินผลกระทบโดยรวมต่อตลาดฟิล์มว่าการปิดตัวของ Tetenal จะส่งผลกระทบแค่ไหนในตลาด แต่เชื่อว่าการที่หลายๆบริษัทต้องอาศัยการผลิตบางอย่างจาก Tetenal ย่อมมีผลกระทบอยู่ไม่น้อย อนึ่ง มีการลุกขึ้นมาพยายามดำเนินกิจการต่อของกลุ่มพนักงานดั้งเดิม โดยมีการเปิดเว็บไซด์ใหม่ที่ชื่อว่า http://www.new-tetenal.de เนื้อหาหลักๆในการประกาศของเวบแจ้งว่า ยังมีบริษัทที่ร่วมผลิตกับ Tetenal อีกจำนวนหนึ่ง ในอังกฤษ…