รีวิวแบบบ้านๆ กล้องลูกครึ่งฟิล์ม/ดิจิตอล Fujifilm Instax Square

ช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ตลาดกล้องฟิล์มประเภท Instant หรือที่สมัยก่อนเค้าเรียกกันว่าโพลารอยด์เนี่ย ดุเดือดมาก! ไม่ว่าจะเป็นการออกกล้องฟิล์ม Instant ของ  Leica ที่ชื่อว่า Sofort รวมถึงการออกกล้องหลายๆรุ่นที่แข่งกันระหว่าง Lomography , Fujifilm อีกหลากหลายรุ่น จนตอนนี้กล้องฟิล์ม Instant เต็มไปหมด เลือกกันไม่ถูกเลย.. ความดุระดับนี้ก็คงเป็นเพราะมันฮิตมาก ลูกเล็กเด็กแดง เฮ้ย.. ลูกเด็กเล็กแดง เอ๊ะ.. เรียงไงวะ.. เออช่างมัน..  แต่ผู้ที่คุมตลาดจริงๆก็หนีไม่พ้น Fujifilm เพราะเค้าเป็นคนผลิตฟิล์มที่ใช้สำหรับทุกยี่ห้อที่ว่ามา ในตลาดตอนนี้มีหลักๆอยู่สองขนาด ก็คือ Instax Mini เป็นฟิล์มขนาดเล็กสุด ขายมากที่สุด เพราะมันอยู่มานานเป็นยี่สิบปีแล้ว ส่วนขนาดใหม่สุดก็เป็น Instax Wide ที่ทำตลาดมาได้สัก 3-4 ปี แต่ก็เริ่มฮิตไม่น้อยเลยด้วยขนาดที่ใหญ่สะใจ เต็มตา (แต่ราคาก็ใหญ่สะใจไปด้วย) ไอ้ปัญหาที่ว่า Instax Mini ก็เล็กไปหน่อย ไอ้ Instax Wide ก็ใหญ่ดีนะ..แต่มันเลยทำให้กล้องตัวใหญ่ตามฟิล์มไปด้วย…

รีวิวโคตรสั้น กล้อง Lomography Automat Glass ฉบับใหม่พิเศษ

ก่อนหน้านี้ไม่นาน ก็สักปลายปีที่แล้ว Lomography เค้าออกกล้อง Instant ตัวใหม่ที่ชื่อว่า Automat ขึ้นมา ซึ่งเราก็เคยรีวิวเอาไว้แล้วล่ะ ย้อนกลับไปอ่านกันได้ แต่ในเวลาไล่เลี่ยกันนั้นเอง Leica แบรนด์กล้องไฮโซก็ดันประกาศตัวลงมาท้ารบด้วย Leica Sofort เช่นกัน ทำเอาหนาวๆร้อนๆกันไปหมด …ซึ่งเราก็เคยรีวิวเอาไว้อีกเช่นกัน การมาถึงของ Leica Sofort พกเอาคุณภาพภาพที่ดีกว่า Lomo Automat อยู่ในระดับนึง นั่นเพราะเลนส์ที่ใช้ แกใช้เลนส์ที่ทำจากกระจก ในขณะที่ Automat ยังคงเป็นเลนส์พลาสติกในแบบที่เคยๆทำมาตลอด แต่นอกนั้นแล้ว คุณสมบัติการใช้งานต่างๆก็ฟัดเหวี่ยงกันแบบข้อดีข้อเสียต่างกันไปแล้วแต่ใครจะเลือกตัวไหน ในที่สุด Lomography ก็ทนไม่ไหว ผลิต Automat ฉบับพิเศษที่ชื่อว่า “Automat Glass” เปลี่ยนเจ้าเลนส์พลาสติกเป็นเลนส์แก้วบ้าง เพื่อคุณภาพภาพที่คมกว่า แต่ถ้าแค่เปลี่ยนเฉยๆก็ดูใจร้ายกับ Automat รุ่นเดิมไปนะ… เจ้า Automat Glass เลยมาพร้อมความแตกต่างที่ระยะเลนส์ 38mm. เทียบเท่า Full-Frame ที่ 21mm. เรียกว่า…

รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ Contax TVS II โปรดอย่ามองข้ามเลนส์ซูม

หลังๆนี่เทรนกล้องคอมแพคฟิล์มมันมามากขึ้นเรื่อยๆ จนบางทีก็เซ็งที่ราคามันก็ขึ้นเอาๆ หลายๆตัวราคาก็โอเว่อร์เกินคุณภาพไปเยอะ เราเคยยกตัวอย่างอย่าง Ricoh GR-1 อันถือได้ว่าเป็นกล้องคอมแพคตัวแรกๆที่เกิดปรากฏการณ์อัพราคาไปจนเกินคุณภาพของมัน หรืออย่างล่าสุดที่รู้สึกว่าเฮ้ย!! เกินไปและนะ!! คือ Olympus mju II เดิมทีเดียวนี่ราคาสัก 1,000 ถึง 2,000 ก็เรียกว่ายังโอเค มันก็เริ่มกระโดดไป 3,000… เออกัดฟันเว้ย.. ล่าสุด..ได้ข่าวว่ามีถึง 6,000-7,000 แล้ว!! เฮ้ย..เดี๋ยวๆใจเย็นๆ มันดีน่ะใช่..แต่สำหรับราคาเดิมของมันไง ไม่ใช่ราคานี้เว้ยเฮ้ย!! ไม่เป็นไร…เรายังพยายามหากล้องที่มันเจ๋งเว้ย!! แต่ไม่ค่อยมีใครเหลียวแลและราคายังไม่แรงมากมานำเสนอต่อไป สำหรับวันนี้…ขอนำเสนอ Contax TVS II กล้องคอมแพคพรีเมี่ยมที่เป็นเลนส์ซูม!! เราจะมาทำลายความเชื่อว่า “เลนส์ซูมมันแย่” กันสักหน่อย จะว่ากันแล้ว ยี่ห้อ Contax นี่ถือได้ว่าเป็นกล้องฟิล์มระดับไฮโซโฮ่ฮิ้วจากเยอรมัน หายใจรดต้นคอ Leica กันมาแต่ตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่สองซะอีก จนโดนย้ายสัญชาติมาเป็นแบรนด์ญี่ปุ่นในช่วงปลายๆศตวรรษที่ 20  และล้มหายตายจากไป เหลือเศษซากอารยธรรมไว้คือแบรนด์ Carl Zeiss (ปัจจุบันก็ไปอยู่ภายใต้ร่มของ Sony) อันเป็นเลนส์คู่บุญกับกล้อง Contax มาโดยตลอด ซึ่งก็นับได้ว่ามันเป็นชื่อที่การันตีได้เลยว่าเป็นกล้องคุณภาพดีแทบทุกตัว แต่ถ้าพูดถึงเฉพาะกล้องพรีเมี่ยมคอมแพคในยุค…

วิธีใส่ฟิล์มใหม่กล้องใช้แล้วทิ้ง ที่ไม่ต้องทิ้ง! ของ Lomography Simple Use

ปกติแล้ว กล้องใช้แล้วทิ้ง หรือภาษาฝรั่งเรียกว่า “Disposable Camera” ที่มีอยู่หลากหลายยี่ห้อ อย่างฮิตๆก็ Fujifilm Simple Ace หรืออย่าง Agfa Lebox เป็นต้น มันก็คือ “ใช้ได้ครั้งเดียวแล้วก็ทิ้งเลย” ตามชื่อภาษาไทย “กล้องใช้แล้วทิ้ง” ที่เราพยายามจะเรียกแบบนี้เสมอเพื่อให้คนเข้าใจหน้าที่ของมัน คือ “ใช้ได้ครั้งเดียว!!” แต่เอาจริงๆ จนแล้วจนรอด สัก 30% ก็มักจะมีคนถามเราซ้ำว่า “ใช้แล้วทิ้งเลยเหรอคะ?” อยู่ดี.. ไอ้เราก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงแล้ว.. ได้แต่ย้ำว่า มันชื่อใช้แล้วทิ้ง แปลว่าใช้แล้วก็ต้องทิ้งนั่นล่ะฮะ!!   เอ๊าาาา!! ไหนๆก็ไหนๆ ไม่ต้องทิ้งก็ได้วะ!! นี่ไงล่ะ!! ในที่สุด Lomography อาจจะได้ยินคนถามเราเยอะแบบนี้ก็ได้ พวกเขาเลยตัดสินใจออก “กล้องใช้แล้วทิ้ง ที่ไม่ต้องทิ้งก็ได้วะ!” ออกมา กล้องใช้แล้วทิ้งของ Lomography ชื่อว่า Simple Use มีทั้งหมด 3 รุ่น คือ Color Negative 400 , Lomochrome…

D.I.Y ตู้ตากฟิล์ม แห้งไวในราคาไม่เกินสองพัน

ข้อดีของเมืองไทยที่นึกได้อย่างรวดเร็วก็คือ.. เครื่องมือช่างๆ ที่เราสามารถดัดแปลงโน่นนั่นนี่ได้ง่ายๆ มันหาได้ไม่ยากเลย และราคาก็ไม่แพง สำหรับคนที่บ้าฟิล์มลงลึกไปเรื่อยๆแล้ว บางคนก็จากเห็นเพื่อนมันคล้องคอเดินเกร๋ๆแล้วอยากจะห้อยเกร๋ๆบ้าง เริ่มหาซื้อจากตัวละพันสองพัน ลามไปห้าหกพัน ลามไปเป็นหมื่น… ลามไปล้างฟิล์มเอง …ลามไปสแกนฟิล์มเอง มาถึง ณ จุดนี้.. พวกเราชาวฟิล์ม… นอกจากต้องกินมาม่าจนหมดบ้านไปแล้ว ก็อาจจะไม่เหลืออะไรติดตัว บทความนี้..จึงช่วยเสนอทางออกให้กับผู้ยากไร้อย่างเราๆด้วยการ “D.I.Y ตู้ตากฟิล์ม แห้งไวในราคาไม่เกินสองพัน!!” จริงๆแล้ว ตู้ตากฟิล์มในสมัยก่อนกาลดิจิตอลนั้น มีราคาหลายหมื่นทีเดียว ว่าแต่…ทำไมต้องใช้ตู้ตากฟิล์มล่ะ? สำหรับคนที่ล้างฟิล์มไม่ได้เยอะ การตากฟิล์มในห้องน้ำถือเป็นทางออกที่ดีที่สุด เนื่องจากฟิล์มต้องการพื้นที่ที่ไร้ฝุ่น ซึ่งห้องน้ำถือเป็นสถานที่เดียวในบ้านที่ฝุ่นน้อยที่สุด แต่การตากฟิล์มแบบนั้น นอกจากจะได้จำนวนไม่มากแล้ว ก็ยังแห้งช้า..ไม่ทันใจโลกดิจิตอล (แต่แม่งเล่นอนาล็อก) สักเท่าไหร่ อย่างน้อยก็ควรตากไว้สัก 5-6 ชั่วโมง หรือข้ามคืนอะไรแบบนี้ และที่สำคัญ.. ถ้าดันตากไว้ในพื้นที่ที่ต้องใช้อาบน้ำ แล้วกูจะอาบยังไง… ตู้ตากฟิล์มเลยเป็นนวัตกรรมที่น่าสนใจสำหรับวัยรุ่นใจร้อนอย่างพวกเรา เริ่มต้นช็อป!! ก่อนอื่นเลยต้องเตรียมตังค์ก่อน เม้มๆแม่ เม้มๆแฟนไว้สัก 2 พัน แล้วเข้าเวบช็อปกันได้เลย เริ่มจากเข้าไปที่ www.ikea.com/th (อันนี้ไม่ได้ค่าโฆษณานะ…แต่ถ้าอีเกียมาเห็นแล้วอยากให้ ก็จะรับ 555) ตรงไปที่หมวด “ที่เก็บเสื้อผ้า” มองหาเจ้าตู้ที่ชื่อว่า “เบรม”…

รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ Ricoh GR1 เจ้าคุณปู่สตรีทคอมแพค

ช่วงปีสองปีมานี้ เทรนกล้องฟิล์มที่ฮิตแรงมากๆคือพวกกล้องคอมแพคทั้งหลาย เดี๋ยวๆ..อะไรคือกล้องคอมแพควะ? ต้องมีอีกหลายคนส่งมโนสำนึกโพล่งขึ้นมาระหว่างอ่านแน่ๆ… กล้องคอมแพคฟิล์ม ถ้าจะว่ากันตามประวัติศาสตร์แล้ว… (โคตรจริงจัง) มันเริ่มถือกำเนิดอย่างชัดเจนในยุค ’80s ช่วงที่เทคโนโลยีกล้องเริ่มมีความพยายามให้มันมีขนาดเล็ก เบา และทำงานง่ายๆ อันนี้ก็จะเริ่มมีระบบ “ออโต้โฟกัส” เกิดขึ้นมา ไอ้ฟังก์ชั่นทั้งหลายที่ว่ามานี้ ทำให้กล้องฟิล์มมันพึ่งพาระบบไฟฟ้า 100% ก็ว่าได้ ซึ่งผิดไปจากยุค ’60-’70s ที่กล้องฟิล์มมักจะมีความพยายามที่จะไม่มีความจำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าเลย ทำให้มันมีความคงทนกว่า ซ่อมง่ายกว่า นอกจากนี้วัสดุของกล้องในยุคกล้องคอมแพคก็เป็นพลาสติก ทำให้มันพังง่ายเข้าไปอีก… ไอ้ที่พูดมาทั้งหมดนี้มีแต่บั่นทอนความอยากทั้งนั้นเลย… 555 แต่จริงๆแล้วมันเป็นกล้องที่ได้รับความนิยมมากๆในช่วงยุค ’80-’90s เพราะมันสะดวกมากขึ้นๆเรื่อยๆ และคุณภาพก็ดีขึ้นๆเรื่อยๆด้วย ยิ่งในยุคบั้นปลายของยุคฟิล์มรุ่งเรืองด้วยแล้ว ประมาณยุค ’90 ถึงปี 2000 เทคโนโลยีมันก้าวไปถึงจุดที่สามารถผลิตกล้องคอมแพคที่คุณภาพสูงๆแทบจะทำงานแทนกล้องใหญ่ได้เลย เราเรียกกันว่า “กล้องพรีเมี่ยมคอมแพค” เจ้ากล้องพรีเมี่ยมคอมแพคนี้ มียี่ห้อและรุ่นที่โดดเด่นเป็นตำนานมากมาย ซึ่งเราเคยรีวิวไปแล้วอย่าง Fujifilm Klasse เป็นต้น (และจะตามมาเพิ่มในไม่ช้านี้) แต่วันนี้จะมาพูดถึงอีกรุ่นที่เรียกว่า ฮิตที่สุดรุ่นหนึ่ง จนกลายเป็นชื่อรุ่นที่พัฒนามาเป็นกล้องดิจิตอลในปัจจุบันเลยด้วยซ้ำ นั่นคือ Ricoh GR1 Ricoh GR1…

โรงงานฟิล์ม Ferrania เปิดทดลองฟิล์มขาวดำ Ferrania P30 ในวงจำกัด

ต้องเรียกว่าเป็นช่วงยุคกล้องฟิล์มกำลังพีคอีกครั้ง หลังจากการระดมทุนฟื้นคืนชีพโรงงานผลิตฟิล์มที่ใหญ่ระดับ 1 ใน 5 ของโลกในอดีตเมื่อ2 ปีก่อนอย่าง Ferrania จนถึงปัจจุบัน การพลิกฟื้นโรงงานยังเดินไปอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะล่าช้าไป 2 ปีแล้วจากกำหนดเดิม ( อ่านบทความเกี่ยวกับประวัติโรงงาน Ferrania ได้ ) ล่าสุด ทาง Ferrania คั่นเวลาโดยการผลักฟิล์มขาวดำ Ferrania P30 แบบตัวทดลอง (ALPHA) อันเป็นฟิล์มที่เคยโด่งดังของ Ferrania เมื่อยุค 1960s ซึ่งที่รู้จักกันในวงการภาพยนตร์ก็ ผู้กำกับ Pier Paolo Pasolini ชาวอิตาลี มักจะใช้ฟิล์มตัวนี้งานภาพยนตร์ของเขา เจ้า Ferrania P30 เป็นฟิล์มในตระกูลที่ใช้ในงานภาพยนตร์ขาวดำในยุคก่อน แต่ผลิตมาเพื่องานภาพนิ่ง ความละเอียด ISO 80 ซึ่งทาง Ferrania ปัจจุบันได้แอบเทสฟิล์มและเปิดเผยผลงานที่ถ่ายแล้วล่าสุด ก่อนวางขายแบบวงจำกัดในเดือนกุมภาพันธ์ 2017 นี้ จากผลงานที่ได้ดู พบว่าคงเป็นฟิล์มรุ่น ALPHA จริงๆ เพราะฟิล์มยังมีความไม่สมบูรณ์อยู่ ซึ่งทาง…

ไดอารี่ภาพฟิล์ม หมายเลข 1 (Nov 16 – Jan 17)

เราเคยเลือกภาพที่ชอบประจำเดือนของตัวเองเอาไว้เมื่อหลายปีก่อน พยายามทำเป็นไดอารี่นี่แหล่ะ.. เราว่าภาพมันบอกเล่าอะไรได้เยอะเลย เราดูแล้วก็นึกถึงโน่นนี่ไปเรื่อย แถมเหมือนล็อคกุญแจรหัสลับเอาไว้ด้วยนะ คนอื่นดูก็ไม่รู้หรอกว่าเราคิดอะไร แต่แล้วก็เลิกทำไปด้วยความวุ่นๆ นานเลยแหล่ะ.. ใจก็อยากทำอีกแต่ไม่มีโอกาสเริ่มสักที ตอนนี้คิดว่าจะเริ่มทำอีกทีล่ะ.. แต่ตอนแรกก็คิดว่าจะทำเป็นเดือนๆดีหรือเปล่า? มันก็ดูผูกมัดไปหน่อย เอาเป็นแล้วแต่กูเลยละกันเว้ย.. นับเป็นหมายเลขไปเรื่อยๆ ตั้งชื่อไว้ว่า “ไดอารี่ภาพฟิล์ม” อันนี้ไม่ได้อยากกระแดะให้รู้ว่าถ่ายฟิล์มไรงี้นะ.. เอ่อ.. ก็จะให้รู้นั่นแหล่ะ ประเด็นเพราะครั้งนึงเราเคยถูกแชร์ไป แล้วมีคนคุยกันว่า “อ้อ พี่เค้าถ่ายดิจิตอลน่ะ..” เชี่ย.. ถึงจะไม่ได้อยากให้รู้ แต่ก็ไม่ได้อยากให้แปลงกลายเป็นดิจิตอลนะเฟร้ย.. งั้นใส่ในชื่อแม่งเลย!!  โอเคนะ.. ไม่อยากให้เข้าใจผิด ภาพชุดนี้จะมีทั้งสตรีทจริงจัง และอะไรก็ตามที่เราชอบถ่ายเก็บเอาไว้ โดยกะว่าเริ่มนับจากรูปช่วงเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วมาถึงตอนนี้ Camera Leica M6 TTL Fujifilm Klasse W Olympus mju II Olympus mlu V Film Fujicolor X-tra 400 Fujicolor Superia 200 Fujicolor C200 AGFA…

รีวิวกล้องฟิล์มแบบฟาดฟัน Leica Sofort ปะทะ Lomo’Instant Automat

“Leica ทำกล้องโพลารอยด์ด้วยว่ะ!” ผู้คนโพสมันฮึ่มเลยเมื่อมีการปล่อยข่าวเมื่อกลางปีที่แล้ว (จริงๆไอ้คำว่า “โพลารอยด์” นี่ก็ไม่แน่ใจว่าเด็กเดี๋ยวนี้จะเข้าใจมั๊ยวะ?)  เพราะงงชิบหายเลยที่อยู่ๆแบรนด์ไฮโซอย่าง Leica จู่ๆจะกระโดดเข้ามาเล่นตลาดเด็กๆแบบนี้ ถ้ามองในเชิงการตลาดแล้ว ความต้องการของกล้องประเภท Instant มีอยู่ค่อนข้างสูง (ชื่อประเภทกล้องแบบนี้อย่างเป็นทางการนะ.. เค้าเรียกว่า Instant) จากยอดขายฟิล์มประเภท Instant ของ Fujifilm ที่ชื่อว่า Instax Mini สูงขึ้นเรื่อยๆติดๆกันหลายปี แม้ว่ามันจะถือกำเนิดมาสิบกว่าปีแล้ว และโลกเปลี่ยนผ่านไปสู่ดิจิตอลเต็มตัว แม้แต่ Amazon.com ทุกวันนี้ลองเข้าไปดูในเวบได้ Best Seller ของหมวดถ่ายภาพทั้งหมด (รวมทั้งดิจิตอลด้วย) ก็ยังคงเป็นฟิล์ม Fujifilm Instax mini ที่เป็นสินค้าขายดีที่สุด ซึ่งถ้าเห็นแบบนี้ก็คงไม่แปลกใจว่าทำไม Leica ถึงกระโดดลงมาเล่นในตลาดนี้บ้าง Leica Sofort เริ่มทำตลาดตั้งแต่ช่วงปลายปี 2016 เราจะเห็นได้ตั้งแต่เหล่าช่างภาพรุ่นใหม่ที่ดังๆทั่วโลก หันมาแขวนกล้อง Sofort ถ่ายอัพลง Instagram กันเป็นว่าเล่น ลามมาถึงเมืองไทยที่เหล่าเด็กวัยรุ่นเก๋ๆ ได้ถือถ่ายก่อนใคร ด้วยราคาที่เทียบกับในท้องตลาดทั้งแบรนด์ Fujifilm และ Lomography ที่ต่างผลิตกล้องประเภทนี้ออกมา…

Kodak เตรียมปลุกชีพผลิตฟิล์มสไลด์ในตำนาน EKTACHROME

ข่าวอัพเดทล่าสุดอย่างเป็นทางการจากในงาน CES 2017 ในขณะที่งานนี้ แต่ละบริษัทก็ขนเทคโนโลยีล่าสุดกันมามากมาย แต่ Kodak Alaris ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Kodak ที่ดูแลการผลิตและจำหน่ายฟิล์ม ได้ประกาศการกลับมาผลิตฟิล์มถ่ายรูประดับตำนานตัวหนึ่งของ Kodak ที่ชื่อว่า Kodak EKTACHROME ฟิล์มสไลด์ที่หยุดผลิตไปตั้งแต่ปี 2012 แล้ว โดยจะผลิตฟิล์มในฟอร์แมต 135 แบบ 36 ภาพมาตรฐาน และพร้อมวางจำหน่ายในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2017 ฟิล์ม Kodak EKTACHROME เป็นฟิล์มสไลด์คุณภาพสูง ให้เกรนที่ละเอียด สีใส ไล่ไดนามิคเยี่ยม เรียกได้ว่าเป็นฟิล์มที่ได้รับความนิยมในกลุ่มช่างภาพมืออาชีพอย่างในงานภาพของทาง National Geographic ก็ใช้มาต่อเนื่องยาวนานหลายสิบปี การกลับมาผลิตใหม่ครั้งนี้ ทาง Kodak ได้ประเมินจากความนิยมและยอดขายของฟิล์มในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ที่กลับมาสูงขึ้นเรื่อยๆ (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องย้อนหลัง “Kodak ฟื้นคืนชีพโรงงานผลิตฟิล์มที่อินเดีย” , “CEO ของ Kodak กล่าวขอบคุณหนัง Star Wars ทำธุรกิจฟิล์มกำไรอีกครั้ง”) และ Kodak ก็เป็นเบอร์แรกๆที่ช่างภาพให้ความไว้ใจทั้งในระดับมืออาชีพและสมัครเล่น ปัจจุบันนี้ ทาง…

รีวิวกล้องฟิล์มแบบบ้านๆ Lomo ‘Instant Automat เล็ก หล่อ สบาย

เป็นปีที่พีคมากสำหรับวงการกล้องฟิล์ม โดยเฉพาะสายฟิล์ม Instant หรือสมัยก่อนมันก็คือฟิล์ม Polaroid นั่นแหล่ะ การกำเนิดมาของฟิล์ม Fujifilm Instax ถือว่าเป็นการต่ออายุ ไม่สิ..เป็นเจเนอเรชั่นใหม่ของฟิล์มก็ได้นะ นับตั้งแต่ Fujifilm Instax Mini กำเนิดมาสัก 17-18 ปี ได้แล้ว มีกล้องที่ใช้ฟิล์มตัวนี้ออกมาขายมากมายหลากหลายรุ่น แต่หลักๆก็คือเป็นยี่ห้อ Fujifilm และ Lomography นั่นแหล่ะ.. ล่าสุดก็ยังมี Leica กระโดดลงมาเล่นอีกด้วย ซึ่งเราจะเอามารีวิวต่อไป กล้องประเภท Instant นี่ดียังไง… ทำไมถึงฮิตยาวนานจัง.. ตรงๆเลย… จีบสาวแม่งได้ผลมานักต่อนัก ถ่ายปุ๊ป..ยื่นรูปให้ปั๊ป แหม่..ทีเด็ดมาก ยิ่งถ้าห้อยกล้องหน้าตาดีๆจะเพิ่มให้บุคคลิกดูดีขึ้นไปอีก ยังไม่นับถ้าทุนหนา การซื้อกล้องให้สาวๆในวันเกิดนี่ยิ่งพีคไปอีกระดับ แหม่… นี่คงเป็นเหตุผลให้กล้อง Instant ฝั่ง Lomography ฮิตในหมู่วัยรุ่นยาวนานสินะ วันนี้เราเลยขอเอากล้องตัวใหม่ล่าสุดของค่าย Lomography มารีวิวให้ดูกัน ตัวนี้ชื่อว่า Lomo’Instant Automat มันดียังไง? ปีที่แล้ว Lomography…

14 ภาพสตรีทที่ถ่ายเอง ชอบเองที่สุดในแต่ละเดือนตลอดปี 2016

จริงๆแล้วเมื่อก่อนเคยพยายามเอารูปใส่ไว้เป็นเดือนๆเหมือนเขียนไดอารี่ไว้ในบล็อกนี่แหล่ะ.. แต่เลิกทำไปนานมากแล้ว (เพราะโคตรขี้เกียจเลย) จนปีนี้นึกขึ้นได้ว่า เออ..จริงๆควรกลับมาทำนะ มันดีมากเลย แต่คราวนี้จะทำในอีกแบบคือเลือกรูปที่คิดว่าดีที่สุดในแต่ละเดือนเอาไว้ พร้อมบันทึกเอาไว้ด้วยว่าเพราะอะไร จะได้เป็นการวัดไปในตัวว่า งานเราเป็นยังไง ควรปรับปรุงอะไร เวลาย้อนมาดูมันมักจะแบบ…เชี่ย…นี่เหรอวะดี ก็เลยเริ่มกันที่สรุปประจำปีเลยละกัน เป็นปีที่ต้องคอยกระตุ้นตัวเองอยู่เรื่อยๆให้ฝึกอยู่ตลอด บางทีมันก็ขี้เกียจนะ ซึ่งพอเอามาเรียงๆนี่จะเห็นตัวเองเหมือนเป็นกราฟเลยอ่ะว่าแต่ละช่วงในปีเป็นยังไง วิธีเลือกรูปทั้งหมดนี้คือพยายามเลือกให้ได้เดือนละ 1 รูปที่คิดว่าดีที่สุด แต่บางเดือนก็ชอบสองรูปอะไรแบบนี้ พยายามรวมทั้งหมดไม่ให้มากเกินไป ก็ได้มา 14 รูป ความตั้งใจในปีหน้า จะพยายามขยันขึ้นอีกหน่อย ตอนนี้ดีที่มีโปรเจค 52 Weeks on Street (ติดตามที่เพจได้) ร่วมกับเพื่อนๆน้องๆหลายคน ทำให้มีอะไรบีบบังคับอยู่บ้าง แต่สิ่งที่ตั้งใจว่าปีหน้าจะทำมากขึ้นอีกคือ อยากทำเป็นโปรเจคมากขึ้น ทำภาพอนาล็อกมากกว่านี้ เอาศิลปะด้านอื่นๆมารวมกัน เชิง Experimental อะไรแบบนั้น ยังนึกไม่ออกหรอก.. แต่อยากหลุดออกไปจากวิธีเดิมๆบ้าง ข้อมูลเชิงเทคนิคเล็กๆน้อยๆ เผื่ออยากรู้ จากทั้งหมดนี้ใช้กล้อง Leica M6 เกือบหมดนะ มีแค่สองรูปที่ใช้ Fujifilm Klasse W กับรูปตอนเดือนเมษา ที่ใช้ Nikon…